หานอวิ๋นซีที่กำลังหมกมุ่นอยู่กับความกลัวของตัวเอง จนไม่ได้สังเกตเห็นสิ่งผิดปกติรอบตัว หลงเฟยเยี่ยขี่ม้าสูง ราวกับาาที่เย่อหยิ่งอวดดี เขาสังเกตเห็นสายตาและการสนทนาของผู้คนรอบตัวเขาหรือไม่นั้น ไม่มีทางรู้ได้เลย
ม้าหนึ่งตัวและคนสองคนทำให้เกิดความฮือฮาไปทั้งเมือง
ในโรงเตี๊ยมข้างๆ กู้ชีฉ่าวและมู่หลิงเอ๋อร์นั่งอยู่ข้างหน้าต่าง
กู้ชีฉ่าวที่แอบขโมยต้นอ่อนชาสมุนไพรซึ่งเป็สมบัติของตระกูลเซี่ย จึงถูกตระกูลเซี่ยออกคำสั่งฆ่าในเมืองยา ด้วยสาเหตุนี้เขาจึงหนีออกจากเมืองยามาจนถึงวันนี้ด้วยความช่วยเหลือลับของตระกูลมู่ เขานั่งและมองลงไปยังฉากที่มีชีวิตชีวานี้
แม้ว่ามู่หลิงเอ๋อร์จะมีเพียงกู้ชีฉ่าวในสายตาของนาง แต่นางก็ยังละสายตาไม่ได้เมื่อเห็นหลงเฟยเยี่ย
“พี่ชี ชายผู้นั้นคือใครหรือ ท่าทางเขาดูน่ากลัวเหลือเกิน”
“ก็คนขโมยที่จะไปบ้านเ้าอย่างไรล่ะ...” กู้ชีฉ่าวตอบอย่างสบายๆ แม้ว่าเขาจะเกลียดหลงเฟยเยี่ยมาก แต่เขาก็ไม่เคยทรมานตัวเองด้วยความเกลียดชัง เขาจำความเกลียดชังของหลงเฟยเยี่ยได้และไม่ได้โกรธเคืองใดๆ
ความสนใจของเขาอยู่ที่หานอวิ๋นซี เขาพบว่าสาวน้อยยาพิษผู้นี้ไม่เจอกันหลายวันดูเหมือนจะผอมลงไปมาก!
นางดูเหนื่อยมาก นางกับหลงเฟยเยี่ยเพิ่งจะกลับเข้าเมืองวันนี้อย่างนั้นหรือ? พวกเขาไปทำอะไรด้วยกันอีกล่ะ?
หลงเฟยเยี่ยพานางกลับเมืองอย่างเปิดเผยเช่นนี้ เป็การตั้งใจยอมรับในตัวตนของสตรีผู้นี้หรือไม่ได้ตั้งใจกันนะ?
เมื่อนึกถึงสิ่งนี้ กู้ชีฉ่าวก็ยกยิ้มอย่างเ็า หลงเฟยเยี่ยจะทำสิ่งต่างๆ โดยไม่มีจุดประสงค์ด้วยอย่างนั้นหรือ? ต่อให้ถูกตีจนตายเขาก็ไม่มีทางเชื่อ
อย่างไรก็ตาม เขาไม่สามารถเข้าใจเจตนาของหลงเฟยเยี่ยได้ หรือว่าหลงเฟยเยี่ยเองก็สนใจหานอวิ๋นซีด้วย?
“พี่ชี สรุปเขาเป็คือกันแน่? ข้าดูแล้วคงไม่ธรรมดา” มู่หลิงเอ๋อร์ถามพลาง สายตาก็มองตามคนด้านล่างไปพลาง เขา้าดูจะอีกสักหน่อย แต่อีกนิดก็ยังดี
ชายผู้นี้ดูน่ากลัวเมื่อมองแวบแรก และน่ากลัวยิ่งกว่าเมื่อมองครั้งที่สอง แต่ก็ยังอดไม่ได้ที่จะมองเป็ครั้งที่สาม
“ฉินอ๋องแห่งเทียนหนิง”
กู้ชีฉ่าวตอบแบบสบายๆ ซึ่งแตกต่างจากมู่หลิงเอ๋อร์ เพราะความสนใจของเขาอยู่ที่หานอวิ๋นซี
เมื่อได้ยินคำว่า “ฉินอ๋องแห่งเทียนหนิง” มู่หลิงเอ๋อร์ก็ใและพ่นชาออกมา “ท่านว่าอย่างไรนะ?”
กู้ชีฉ่าวมองไปที่โต๊ะน้ำชาด้วยความรังเกียจจากนั้นก็มองลงไปข้างล่าง
“เขาคือฉินอ๋องแห่งเทียนหนิงอย่างนั้นหรือ? หาก...หาก...หากท่านพ่อรู้ ท่านจะต้องโดนตีจนตายแน่ๆ!” มู่หลิงเอ๋อร์ใมากจนใบหน้าซีดเผือด
แน่นอนว่านางไม่ได้ใเพราะเื่ป่าสมุนไพร
การสมรู้ร่วมคิดระหว่างตระกูลมู่และคังอ๋องแห่งเป่ยลี่เป็เื่ลับอย่างมาก แม้แต่มู่หลิงเอ๋อร์ก็ไม่รู้เกี่ยวกับเื่นี้ และนางก็ไม่รู้ความจริงเกี่ยวกับการขโมยในป่าสมุนไพรนั้น ในฐานะที่ตระกูลมู่มีความสามารถมากที่สุดและมีศักยภาพในการสืบทอดตำแหน่งหัวหน้าคนปรุงยา นางจึงไม่สนใจมันมากนัก
นางรู้เพียงว่าวันหนึ่งพี่ชีวิ่งมาหานางและขอให้นางช่วยหลอกล่อคนหนึ่งให้มาที่จวนตระกูลมู่ นางที่ไม่ได้คิดอะไรมากก็ตอบตกลงไปและได้รับคำยินยอมจากท่านพ่อเช่นกัน นางเลยส่งคนไปวางตาข่ายกับดัก
แต่นางไม่เคยคิดเลยว่าคนที่พี่ชีจะวางแผนคือฉินอ๋องแห่งเทียนหนิง!
ไม่ใช่ว่าตระกูลมู่ไม่สามารถรุกรานท่านอ๋องผู้เ็าอันดับหนึ่งของโลกได้ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไปทำให้เขาขุ่นเคืองอย่างสุ่มสี่สุ่มห้าแบบนี้ได้ หากท่านพ่อรู้เื่นี้ จะไม่ขังนางไว้เป็สิบวันหรือเป็เดือนเลยหรือไร?
หลังจากที่ถูกกู้ชีฉ่าวกลอกตาใส่ มู่หลิงเอ๋อร์ก็เช็ดโต๊ะน้ำชาให้สะอาดแล้วถามอีกครั้งว่า “พี่ชี ท่านมีความแค้นอะไรกับฉินอ๋องอย่างนั้นหรือ?”
ไม่รู้ว่ากู้ชีฉ่าวได้ยินแล้วทำเป็ไม่สนใจ หรือว่าเขาไม่ได้ยินจริงๆ สรุปก็คือ เขามองไปข้างนอกและไม่ตอบอะไรใดๆ
มู่หลิงเอ๋อร์มองตามสายตาของเขาไปอย่างสงสัย ในขณะเดียวกัน สุดท้ายนางก็รู้ว่าคนที่กู้ชีฉ่าวมองอยู่นั้นไม่ใช่ใครอื่นนอกจาก หานอวิ๋นซี
เมื่อเห็นท่าทางที่เหม่อลอยของกู้ชีฉ่าว มู่หลิงเอ๋อร์ที่ฉลาดก็คิดบางอย่างได้ในใจ เสียงที่ชัดเจนในตอนแรกก็เบาลง “พี่ชี สตรีผู้นั้นคือฉินหวังเฟย หานอวิ๋นซีใช่หรือไม่?”
อย่างไรก็ตาม กู้ชีฉ่าวยังคงไม่ตอบ เมื่อเห็นหลงเฟยเยี่ยและหานอวิ๋นซีเดินผ่านประตูโรงเตี๊ยม เขาก็ลุกขึ้นเพื่อจะเดินออกไป
มู่หลิงเอ๋อร์รีบเดินตาม “พี่ชี ท่านจะไปไหน?”
กู้ชีฉ่าวลูบผมหน้าม้าของนาง พร้อมกับรอยยิ้มที่มีเสน่ห์ “เสี่ยวหลิงเอ๋อร์ เ้าควรกลับไปที่เมืองได้แล้วนะ เด็กดี...”
มู่หลิงเอ๋อร์รีบคว้ามือของเขาและถามอย่างห้วนๆ ว่า “นางคือคนในใจของท่านอย่างนั้นหรือ?”
สตรีผู้นี้ฉลาดก็จริง แต่ไม่สามารถซ่อนคำพูดได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับกู้ชีฉ่าว ไม่สามารถซ่อนได้แม้แต่ครึ่งคำหรือซ่อนความลับไว้ได้เลย
ในตอนที่นางอายุได้สิบขวบ นางแอบเข้าไปเล่นในป่าสมุนไพรในเมืองยาคนเดียว และพบกับกู้ชีฉ่าวที่ไปขโมยยาโดยบังเอิญ ในเวลานั้น กู้ชีฉ่าวอายุสิบสามปี เด็กทั้งสองทะเลาะกัน ด้วยเช่นนั้นจึงทำให้สนิมกันมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม กู้ชีฉ่าววัยสิบสามปีไม่ใช่เด็กอีกต่อไป อายุจิตใจของเขาก็แก่กว่าเด็กในวัยเดียวกันอย่างน้อยสิบปี!
การเผชิญหน้ากันนั้นไม่ใช่เื่บังเอิญ แต่กู้ชีฉ่าวตั้งใจทำ และแน่นอนว่ามู่หลิงเอ๋อร์ไม่รู้เกี่ยวกับเื่นี้เลย
ั้แ่นั้นเป็ต้นมา มู่หลิงเอ๋อร์ก็เรียกพี่ชายผู้นี้ที่สวยกว่านางว่าพี่ชี และรู้เพียงว่าเขาเป็เด็กกำพร้าขอทาน และไม่เคยติดตามภูมิหลังของเขาอย่างจริงจัง
พี่ชีเป็คนที่ใช้ชีวิตอย่างเพลิดเพลิน เหยียดหยามและไม่ถูกผูกมัดสิ่งใดๆ นางไม่เคยเห็นเขาดูจริงจังแบบนี้มาก่อน แต่เห็นได้ชัดว่าสายตาที่มองสตรีผู้นั้นคือสายตาที่หลงใหล!
บนหลังคาจวนตระกูลมู่ในคืนนั้น พี่ชีบอกว่ามีใครบางคนอยู่ในใจของเขา ต้องเป็นางอย่างแน่นอน!
มู่หลิงเอ๋อร์ที่ดื้อรั้นมาก นางกะพริบตาโตและจ้องมองที่กู้ชีฉ่าว ใครจะรู้ว่ากู้ชีฉ่าวกลับยิ้มสดใสมากยิ่งขึ้น เขามีความสุขอย่างมาก “หลิงเอ๋อร์ นับวันเ้ายิ่งฉลาดขึ้นเรื่อยๆ เลยนะ เ้าเดาถูกแล้วล่ะ!”
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ออกมา ดวงตาที่สดใสของมู่หลิงเอ๋อร์ก็หรี่ลงทันที นางปล่อยมือโดยไม่รู้ตัว แต่ในไม่ช้าก็คว้าแขนของกู้ชีฉ่าวและพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจังว่า “ท่านมันไร้ยางอาย ชอบสตรีที่อภิเษกแล้ว! ข้าจะไปบอกฉินอ๋องเดี๋ยวนี้!”
ความดูถูกเหยียดหยามฉายวาบในดวงตาของกู้ชีฉ่าว ทันใดนั้นเขาก็จริงจังขึ้นมา “จริงหรือ?”
มู่หลิงเอ๋อร์พยักหน้าอย่างจริงจัง “ข้าจะไปเดี๋ยวนี้เลย!”
กู้ชีฉ่าวมีความสุขมาก หัวเราะเสียงดัง หยิกแก้มสีชมพูของมู่หลิงเอ๋อร์และพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ยัยโง่ นับวันยิ่งหลอกง่ายเหมือนกันนะเนี่ย! เ้านี่มันโง่จริงๆ!”
มู่หลิงเอ๋อร์ผงะไปชั่วขณะ แววตาที่สลัวของนางก็เปล่งประกายออกมาทันที “พี่ชี ท่านมันนิสัยไม่ดี! ท่านโกหกข้าอีกแล้ว!”
“ยัยโง่ ทำไมถึงหลอกง่ายขนาดนี้ล่ะ? ฮ่าฮ่า...”
กู้ชีฉ่าวยิ้ม ก่อนที่เสียงของเขาจะเงียบลง เขาก็หายไปเสียแล้ว
มู่หลิงเอ๋อร์ที่เพิ่งจะรู้ตัว นางยังไม่ได้ถามให้ชัดเจนว่าพี่ชีโกหกนางว่ามีใครอยู่ในใจ หรือโกหกนางว่าหานอวิ๋นซีไม่ใช่คนที่อยู่ในใจ?
“พี่ชี!”
มู่หลิงเอ๋อร์ตามเขาออกโรงเตี๊ยม แต่น่าเสียดายที่เขาหายตัวไปแล้ว
ในเวลานี้ หานอวิ๋นซีและหลงเฟยเยี่ยกลับไปถึงจวนฉินอ๋อง หลังจากการสังหารหมู่และวิ่งไปมาสองสามวัน ไม่รู้ว่าหลงเฟยเยี่ยเหนื่อยหรือไม่ แต่ตอนนี้หานอวิ๋นซี...ไม่เหนื่อยเลยแม้แต่น้อย!
ไม่ใช่เพื่อสิ่งอื่นใด แต่เป็เพียงเพราะการเรียนรู้อาวุธลับ
ระหว่างทางคิดมาตลอดว่าจะอธิบายอย่างไรดี แต่เมื่อกลับมาถึงจวนแล้วก็ยังไม่รู้ว่าจะอธิบายอย่างไรอยู่ดี
เมื่อมาถึงทางแยกในสวนอีกครั้ง คนหนึ่งไปทางซ้ายและอีกคนไปทางขวา หานอวิ๋นซีก็เดินตามหลังอย่างเงียบๆ เมื่อเห็นว่าหลงเฟยเยี่ยกำลังจะเลี้ยวซ้าย ในที่สุด นางก็พูดโดยไม่ต้องอธิบายและพูดอย่างตรงไปตรงมา
“ท่านอ๋อง ท่านบอกว่าถ้าข้ากลับมาได้ จะสอนอาวุธลับให้ข้า หรือว่า...พูดเล่นอย่างนั้นหรือ?”
หลงเฟยเยี่ยหันกลับมามอง ขมวดคิ้ว ราวกับว่า้าจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เมื่อเห็นสีหน้าที่จริงจังของหานอวิ๋นซี จู่ๆ เขาก็รู้สึกทำอะไรไม่ถูกและไม่รู้จะทำอย่างไรกับสตรีผู้นี้
เวลานางถามแบบนี้ เขาสามารถตอบนางว่า “ไม่” ได้ด้วยหรือ?
“คำพูดที่ข้าพูด ข้าเคยพูดเล่นด้วยหรือ?” หลงเฟยเยี่ยถามกลับอย่างเ็า
หานอวิ๋นซีตระหนักในภายหลังว่า ตัวเองรีบถามเกินไป จนทำให้หลงเฟยเยี่ยไม่มีที่ว่างที่จะปฏิเสธ เป็ถึงฉินอ๋อง จะมาพูดแล้วคืนคำได้อย่างไรกัน?
เมื่อเห็นท่าทางเ็าของหลงเฟยเยี่ย หานอวิ๋นซีก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา
ใบหน้าเ็าของหลงเฟยเยี่ยกลับมาเ็าขึ้นอีกครั้ง ทั้งสองก็มองหน้ากันโดยไม่ต้องพูดก็เข้าใจกัน
หานอวิ๋นซีอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา “คำพูดของท่านอ๋องเชื่อถือได้อยู่แล้ว ั้แ่พรุ่งนี้ ข้าจะเรียนรู้อาวุธลับจากท่าน โปรดท่านให้คำแนะนำแก่ข้าด้วย”
หลงเฟยเยี่ยไม่ชอบสตรีที่พูดเหน็บแนมมาโดยตลอด แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้ไม่ชอบหานอวิ๋นซี ในทางกลับกัน เขารู้สึกหมดหนทางอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
แน่นอนว่าเขาไม่ชอบความรู้สึกนี้เอามากๆ
“พรุ่งนี้ไม่ว่าง วันอื่นก็แล้วกัน” เขาทิ้งคำพูดนี้ไว้อย่างเ็าและจากไป
“เพิ่งกลับมา ยุ่งอีกแล้วหรือ?”
หานอวิ๋นซีบ่นพึมพำ หันไปทางขวาและกลับไปที่ตำหนักหยุนเซี่ยนพร้อมอาวุธลับ
ตามที่คาดไว้ หลงเฟยเยี่ยงานยุ่งสุดๆ คืนนั้นไฟในห้องนอนมืดมิด อี้ไท่เฟยที่้าให้เขาช่วยหางานให้จ่างซุนเช่อ ทว่ากลับไม่เจอใครเลย
ไม่กี่วันหลังจากพวกเขาจากไป เื่แต่งงานของมู่หรงหว่านหรูก็จบลงและงานเลี้ยงหลังแต่งงานก็มีปัญหาเช่นกัน
อี้ไท่เฟยพยายามอย่างเต็มที่เพื่อมู่หรงหว่านหรูบุตรสาวบุญธรรม แม้ว่าหลงเฟยเยี่ยจะไม่ได้อยู่ แต่นางก็ไม่ได้เกียจคร้านและยังคงทำงานหนักเพื่อหางานให้จ่างซุนเช่อ
ในแววตาของหานอวิ๋นซีที่มองไปนั้นเต็มไปด้วยความรู้สึกงุนงงในใจ นางไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมอี้ไท่เฟยผู้สูงส่งถึงทำตัวเหมือนนางเป็หนี้มู่หรงหว่านหรูเช่นนี้?
แน่นอนว่านางไม่ได้คิดอะไรมาก และหมกมุ่นอยู่กับการศึกษาอาวุธลับเข็มทอง!
อันดับแรกต้องหาวิธีการใช้อาวุธลับเข็มทองเหล่านี้ก่อน จากนั้นค่อยศึกษาวิธีใส่พิษและชนิดของพิษที่จะใช้ ยาพิษบางชนิดนั้นดีมากและหากใส่ยาพิษไว้ที่อาวุธลับจะสามารถรักษาพิษไว้ได้นาน อย่างไรก็ตาม ยาพิษบางชนิดต้องได้รับการผ่านความร้อน นั่นคือการกลั่นพิษ
หานอวิ๋นซีคิดในใจว่า ่นี้นางเองก็คงจะยุ่งเช่นเดียวกัน
วันนี้ นางพยายามลองใส่พิษบนอาวุธลับเข็มทองในลานบ้าน ใครจะรู้ว่า จู่ๆ ก็มีลมกระโชกแรง พร้อมกับเงาสีแดงที่วูบผ่านกับแขนเสื้อที่ปัดผ่านแก้มนางเบาๆ เหมือนเป็การลูบไล้อย่างอ่อนโยน
"ใครกัน!"
หานอวิ๋นซีใ ยืนขึ้นทันที เมื่อมองไป ก็เห็นชายรูปงามในชุดสีแดงที่ดูเหมือนสุนัขจิ้งจอกกลับชาติมาเกิด ยืนอยู่ข้างๆ ดวงตาเรียวยาวมองมาที่นางและยิ้มให้อย่างไม่มีพิษมีภัย
คนนี้จะเป็ใครได้อีกนอกจาก กู้ชีฉ่าว?
หานอวิ๋นซีก็มองไปเช่นกัน ทว่าใบหน้ากลับเต็มไปด้วยความดุร้าย “เ้าอีกแล้วเหรอ!”
“สาวน้อยยาพิษ ข้าไม่ได้ฆ่าสามีของเ้าเสียหน่อย ทำไมเ้าถึงไม่ชอบข้ามากขนาดนี้ล่ะ?” กู้ชีฉ่าวถามอย่างจริงจัง
“มาที่นี่โดยไม่ได้รับเชิญ จะมาขโมยหรือทำอะไรกัน” หานอวิ๋นซีเผยสีหน้าดุร้าย นางกับชายผู้นี้ไม่มีความคับข้องใจหรือเป็ศัตรูกัน อย่างไรก็ตาม ก็มีบทเรียนจากอดีต การบุกรุกเข้ามาในจวนฉินอ๋องย่อมไม่ใช่เื่ดี
“ขอข้ามาดูหน่อยไม่ได้หรือไร?”
กู้ชีฉ่าวเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มและหยิบสิ่งของมากมายออกจากแขนเสื้อกว้างของเขา ทั้งโสม รังนก ไข่กบหิมะ กระเพาะปลา และอื่นๆ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็อาหารเสริมคุณภาพสูง ถุงจำนวนมากถูกวางลงบนโต๊ะหิน
หานอวิ๋นซีตกตะลึง “เ้ากำลังทำอะไร?”
“ให้เ้ากินบำรุงร่างกายอย่างไรล่ะ ไม่ได้เจอกันไม่กี่วัน ทำไมเ้าถึงผอมซูบไปเช่นนี้” กู้ชีฉ่าวพูดอย่างจริงจัง
มุมปากของหานอวิ๋นซีกระตุกด้วยความประหลาดใจ แล้วพูดว่า “ทำดีหวังผลสินะ!”
กู้ชีฉ่าวแสร้งทำเป็ไม่ได้ยิน และเหลือบมองอาวุธลับเข็มทองบนโต๊ะด้วยแววตาที่ซับซ้อน “อาวุธลับของสำนักถัง?”
ตอนนั้นเองหานอวิ๋นซีจึงจะนึกได้ว่ามีของวางไว้บนโต๊ะ เมื่อกำลังจะเก็บ กู้ชีฉ่าวกลับจับมือนางไว้ หยุดนางและถามอย่างจริงจังว่า “สาวน้อยยาพิษ เ้าเกี่ยวข้องอะไรกับสำนักถัง?”
หานอวิ๋นซีไม่เคยเห็นดวงตาที่จริงจังขนาดนี้ของกู้ชีฉ่าวมาก่อน นางถึงกับผงะไปเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม ในขณะเดียวกัน ก็มีหินก้อนหนึ่งถูกยิงมาจากด้านข้างและโดนหลังมือของกู้ชีฉ่าวพอดี จนทำให้เืไหลออกมา!
ใครกัน?
