ในทางเดินลึกที่มืดมิด หลังจากประตูเหล็กด้านหลังปิด ก็ไม่มีแสงสว่างใดๆ เล็ดรอดเข้ามา
ซุนเฟยถอนหายใจออกมาเบาๆ ทันใดนั้นร่างกายก็เริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นมา
แสงสว่างสีสันสดใสก็เปล่งประกายออกมา เพียงพริบตา บนหัวของซุนเฟยก็ปรากฏหมวกหัวหมาป่าขึ้นมา ที่มีของเขาสวมถุงมือหนังสีเหลืองอ่อนและถือคทาเวทมนตร์ในมือ ส่วนอีกมือก็ถือโล่เล็กๆ คาดเข็มขัดสีแดง สวมรองเท้าเหล็ก...ซุนเฟยเปลี่ยนเป็ 'โหมดดรูอิด' และเรียกใช้ชุดเกราะของดรูอิดเลเวล 21 ครบชุด ร่างของเขาเต็มไปด้วยพลังที่พลุ่งพล่าน ฉับพลัน คทาเวทมนตร์สีเขียวมรกตในมือก็มีพลังธาตุสีขาวสามดวงไหลทะลักออกมา ก่อนจะรวมตัวกันอยู่บนพื้น กลายเป็ร่างหมาป่าขนาดใหญ่สามตัวที่สูงกว่าหนึ่งเมตรลำตัวยาวกว่าสองเมตร พวกมันวิ่งเข้ามาล้อมรอบซุนเฟยอย่างสนิทสนม
ทักษะดรูอิด 'อัญเชิญจิติญญาหมาป่า'
ซุนเฟยใช้ทักษะเทพเ้าอัญเชิญเหล่ามอนสเตอร์ที่อยู่ในแผนที่ 'ค่ายโร้ก' ออกมาในโลกแห่งความจริงได้ แต่เขาจะควบคุมพวกมันไม่ได้ ทว่าทักษะอัญเชิญของดรูอิดที่อัญเชิญหมาป่าั์ออกมา เขาสามารถควบคุมหมาป่าได้ตามใจ ลักษณะภายนอกของพวกมันดูไม่ต่างอะไรกับหมาป่าั์ พวกมันมีสติปัญญาเป็ของตัวเอง เป็สิ่งมีชีวิตที่มีเืเนื้อ พวกมันมีความรู้สึกอาลัยอาวรณ์ต่อซุนเฟยที่เป็เ้านายของมัน พวกมันเป็หนึ่งในผู้ช่วยต่อสู้ที่มีเฉพาะสายอาชีพดรูอิดเท่านั้น
ในทางเดินที่มืดมิดแบบนี้ ซุนเฟยตัดสินใจเลือกอาชีพดรูอิด ซุนเฟยคิดว่าตัวเองพิจารณาดีแล้วที่เลือกแบบนี้
เพราะหมาป่าั์ที่อัญเชิญออกมาสามารถวิ่งนำไปด้านหน้าสุด ช่วยเขาสำรวจเส้นทางลึกนี้ หากเกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรขึ้นฉับพลัน ก็สามารถแจ้งเตือนล่วงหน้าได้ และทำให้เขาได้มีเวลาตั้งรับได้ทัน
หมาป่าสามตัวได้รับคำสั่งซุนเฟย ตัวแรกเดินนำไปด้านหน้าเขาหลายสิบเมตร ตัวที่สองเดินตามหลังเขาห่างไปประมาณห้าหกเมตร ตัวสุดท้ายเดินอยู่ข้างเขา หนึ่งคนสามหมาป่าต่างพากันเดินเข้าไปในทางเดินลึกที่ไม่รู้ว่าจะไปสิ้นสุดที่ไหนอย่างไม่รีบร้อน
ซุนเฟยตื่นตัวตลอดเวลา เขาสามารถมองผ่านสายตาของหมาป่าทั้งสามตัวได้โดยการเชื่อมต่อที่ลึกลับระหว่างดรูอิดและสัตว์เลี้ยงที่อัญเชิญออกมา การเคลื่อนไหวภายในรัศมียี่สิบเมตรไม่ว่าจะด้านหน้า ด้านหลัง ซ้ายหรือขวาจะหลั่งไหลเข้ามาในสมองของซุนเฟย ทำให้เขาเห็นทุกอย่างอยู่ในสายตา หากจะบอกว่าตอนนี้ซุนเฟยมองเห็นรอบด้านและได้ยินเสียงทุกทิศทุกทางก็ไม่เกินความจริงนัก
เดินไปได้ประมาณสิบนาที ความมืดในทางเดินสามารถใช้คำๆ เดียวมาอธิบายคือ ‘ทึบ’
ถ้าไม่ใช่เพราะชุดเกราะเวทมนตร์บนร่างของซุนเฟยเรืองแสงได้ บวกกับหมาป่าั์ที่อัญเชิญออกมาซึ่งความสามารถในการมองเห็นในที่มืด ซุนเฟยคงหลับหูหลับตาเดินไปอย่างมั่วซั่ว และต่อให้เขามีทุกอย่างเพียบพร้อมเหมือนตอนนี้ เขาก็ยังคงเลือกที่จะเดินอย่างช้าๆ อยู่ดี เนื่องจากไม่มีหลักฐานที่ชัดเจน ซุนเฟยจึงได้แต่คาดคะเนว่าตอนนี้เขาน่าจะเดินมาได้ประมาณสามพันกว่าเมตร ทางเดินก็ไม่ใช่ว่าจะเป็เส้นตรงพื้นราบเรียบอะไร ใน่เวลาสิบนาทีเขาเลี้ยวมาแล้วสี่ครั้ง และเดินผ่านทางลาดชันอีกหกครั้ง สำหรับซุนเฟยที่เป็พวกชอบหลงทาง ตอนนี้ซุนเฟยจึงตัดสินใจเดินไปตามทางตามความรู้สึกของตัวเอง
ผ่านไปอีกสิบกว่านาที เขาเลี้ยวอีกเจ็ดแปดครั้ง สุดท้ายซุนเฟยก็ไม่รู้ว่าทางไหนคือทิศเหนือ ใต้ ตะวันออก ตะวันตก
โชคดีที่ตลอดทางที่เดินผ่านมาไม่พบทางแยก ก่อนหน้าซุนเฟยหยุดสำรวจรายละเอียดของผนังหิน เขาพบว่าผนังหินที่นี่กับ 'เมืองวีรบุรุษ' ไม่ได้แตกต่างอะไรกันกับตอนก่อนที่จะปรับปรุง มันดูเรียบและหยาบกร้าน ไม่มีจิตรกรรมฝ่าผนังหรือสัญลักษณ์ภาพ หากไม่ใช่ว่ามีร่องรอยฝีมืุ์อย่างชัดเจน ซุนเฟยคงจะคิดว่ามันเป็อุโมงค์ใต้ดินธรรมชาติ
แต่ที่ทำให้เขารู้สึกแปลกๆ คือ ไม่ว่าเขาจะเดินไปไกลมากแค่ไหน อากาศในทางเดินยังคงสดชื่น ไม่ได้ให้ความรู้สึกเหมือนยิ่งเดินลงใต้ดินลึกเท่าไรก็ยิ่งจะหายใจไม่ออก ซุนเฟยเห็นแม้กระทั่งฝุ่นละอองที่เกาะตัวอยู่บนผนังหินทั้งสองฝั่ง อย่างน้อยๆ ก็แสดงให้เห็นว่าที่นี่มีอากาศไหลเวียนอยู่ตลอดเวลา
ทันใดนั้น
“บรู๊ว!!!”
หมาป่าั์สีขาวที่เดินอยู่ด้านหน้าสุดก็พลันหอนขึ้น ในหัวของซุนเฟยปรากฏภาพที่เ้าหมาป่าั์สีขาวได้เห็นออกมา มันเป็ไม้สีดำยาวประมาณห้าสิบเิเ ในใจของซุนเฟยตื่นเต้นมาก ในที่สุดเขาก็คงพบอะไรบางแล้ว ซุนเฟนเดินเข้าไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะยื่นมือไปลูบหัวเ้าหมาป่าสีขาวเป็รางวัล จากนั้นก็คุกเข่า สังเกตรายละเอียดของไม้สีดำนั่น
ไม่ช้าซุนเฟยก็สามารถวิเคราะห์ออกมาได้ว่า ไม้สีดำนี้น่าจะเป็ไม้คบเพลิงที่ถูกทิ้งไว้ เชื้อเพลิงด้านในแห้งสนิท นี่คงเป็เหตุผลที่ถูกคนทิ้งไว้ ไม่ช้าซุนเฟยก็เดาได้ว่าสถานะของเ้าของไม้คบเพลิงนี้เป็ใคร นี่จะต้องเป็ของคนที่ถูกาาเมืองแซมบอร์ดในอดีตส่งเข้ามาสำรวจความลับของอุโมงค์นี้อย่างแน่นอน ตามตำราบันทึกที่ถูกปิดผนึกไว้ในห้องลับ าาเมืองแซมบอร์ดหลายต่อหลายรุ่นได้ส่งทหารจำนวนมากกว่าร้อยคนเข้ามาสำรวจในอุโมงค์นี้ แต่พวกเขากลับหายสาบสูญไป แน่นอนว่าคนที่หายสาบสูญไปเหล่านี้จะต้องพึ่งพาอุปกรณ์ที่สามารถให้แสงสว่างได้ เห็นได้ชัดว่าไม้คบเพลิงนี้ หลังจากที่เชื้อเพลิงแห้งก็ถูกโยนทิ้งไว้ที่นี่
เป็ไปตามที่ซุนเฟยคาดไว้ หลังจากที่เดินไปข้างหน้าต่ออีกครึ่งชั่วโมง เขาได้เห็นอุปกรณ์จำนวนมากที่เหล่านักสำรวจในอดีตทิ้งไว้
มีทั้งคบเพลิง เชือก ตะขอเหล็ก เสื้อผ้า แม้กระทั่งมีเครื่องหมายที่ถูกเผาไหม้ด้วยไฟ ด้วยอากาศที่ไหลเวียนอยู่ในเส้นทางนี้ บวกกับวันเวลาที่ผ่านไปยาวนาน ทำให้เครื่องมือที่เป็เหล็กส่วนใหญ่ขึ้นสนิม เชือกและเสื้อผ้าก็ผุผัง เพียงััเบาๆ ก็กลายเป็กองฝุ่น
การค้นพบนี้หมายความว่า กลุ่มสำรวจก่อนหน้านี้สามารถเดินทางมาถึงสถานที่แห่งนี้ได้อย่างปลอดภัย แต่สำหรับซุนเฟยแล้วนี่ไม่มีความหมายอะไร เขาหยุดพักที่นี่ประมาณหนึ่งชั่วโมง หยิบน้ำและอาหารจากเข็มขัดมิติมากินรองท้อง จากนั้นก็ออกเดินทางต่อ
ซุนเฟยรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงแปลกๆ บางอย่าง
ไม่รู้ว่าั้แ่เมื่อไรที่ในอุโมงค์เริ่มมีลมพัด การไหลเวียนของอากาศบางเบามาก เหมือนมีใครบางคนกำลังหายใจเบาๆ อยู่ข้างๆ ตน แต่สำหรับยอดฝีมืออย่างซุนเฟยกลับรู้สึกได้อย่างชัดเจน ยิ่งเดินไปข้างหน้ามากเท่าไร การไหลเวียนของอากาศแบบนี้ก็ยิ่งชัดเจนมากขึ้นเท่านั้น ผ่านไปอีกชั่วโมงหนึ่ง แรงลมที่พัดในอุโมงค์ก็แรงขึ้นจนสามารถพัดเสื้อหนังสัตว์อสูรใต้ชุดเกราะจนแนบไปกับลำตัวซุนเฟยได้ ผมของซุนเฟยก็ปลิวสะบัดไปตามสายลม
ทันใดนั้นซุนเฟยก็นึกถึงคำพูดของพัศดีโอเลเกร์ขึ้นมา
“ตามตำราบันทึก จะมี่หนึ่งที่ได้ยินเสียงคำรามแปลกๆ ลอยออกมาจากในอุโมงค์ แล้วบางครั้งก็จะมีแรงดูดที่น่ากลัวดูดคนเป็ๆ เข้าไปข้างใน เมื่อไม่มีทางเลือก าาองค์ก่อนๆ จึงรับสั่งให้สร้างประตูเหล็กั์ทั้งสองบานนี้ขึ้นมาปิดตายอุโมงค์นี้!”
แรงลม? แรงดูด?
ทั้งสองอย่างนี้น่าจะเป็อย่างเดียวกัน
เมื่อคิดถึงตรงนี้ก็ยิ่งทำให้ซุนเฟยระมัดระวังและตื่นตัวมากขึ้น สามารถดูดคนเป็ๆ เข้าไปในประตูเหล็กั์ได้ แรงดูดจะต้องมหาศาลแค่ไหนกัน เมื่อตระหนักถึงข้อนี้ ความเร็วในการเดินทางของซุนเฟยก็ยิ่งช้าลง เตรียมป้องกันไม่ให้ตัวเองถูกแรงลมเริ่มจะแรงขึ้นเรื่อยๆ นี้ทำให้สะดุดล้มลง
เดินไปอีกครึ่งชั่วโมง แรงลมในทางเดินก็ยิ่งมากขึ้นจนหมาป่าั์ทั้งสามตัวที่มีพลังเทียบเท่ากับนักรบหนึ่งดาวก็ไม่อาจต้านทานได้ ท่ามกลางเสียงครวญคราง พวกมันก็ทยอยถูกแรงลมมหาศาลพัดจนลอยขึ้น ก่อนจะปลิวหายไปในอุโมงค์และถูกความมืดกลืนกิน
จังหวะการก้าวเดินของซุนเฟยก็เริ่มซวนเซขึ้นมา แรงลมในตอนนี้สามารถพัดแม้กระทั่งก้อนหินที่หนักเป็พันจิน (ห้าร้อยกิโลกรัม) ให้ลอยขึ้นมา
“อ๊าก!!!”
ซุนเฟยะโออกมาด้วยความโมโห เกิดประกายแสงสีเหลืองลุกโชนไปทั่วร่าง
วินาทีต่อมา ร่างของซุนเฟยก็เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงขึ้นมา ถ้าใครได้มาเห็นฉากนี้พวกเขาจะต้องกรี๊ดเสียงแหลมออกมาแน่ๆ เมื่อเห็นขนแข็งๆ สีดำเหมือนเข็มงอกออกมาจากใบหน้า ลำคอ ลำตัวและบริเวนิัที่อยู่นอกร่มผ้าของซุนเฟยอย่างรวดเร็ว ร่างของซุนเฟยเหมือนกับลูกโป่งที่ถูกอัดด้วยอากาศ มันค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ไม่ช้ารอบเอวและส่วนสูงแต่เดิมก็ถูกขยายออกเป็สองเท่า เขี้ยวแหลมคมงอกออกมาจากในปาก แสงสว่างเปล่งประกายออกมาตรงฝ่ามือ ไม่ช้าเล็บมือก็ยืดยาวกลายเป็กรงเล็บแหลมคม
การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นในพริบตา
เมื่อแสงสว่างสลายไป ซุนเฟยก็กลายร่างจากคนเป็หมีั์ที่น่ากลัว
ทักษะธรรมชาติของดรูอิด 'แวร์แบร์' ทักษะนี้สามารถทำให้ร่างของดรูอิดกลายเป็หมีั์ที่ทรงพลัง ซุนเฟยได้เพิ่มคะแนนทักษะนี้ถึงเลเวล 4 หลังจากที่กลายร่าง ระดับความเข้มแข็งกับทรหดของร่างกายและพลังจะเพิ่มขึ้นเป็สองเท่า แต่จะยังคงสติปัญญาและเอกลักษณ์ในตอนที่เป็มนุษย์ได้ จะไม่สูญเสียจิตใจจากความบ้าคลั่ง
โฮก!
ซุนเฟยในร่างกึ่งคนกึ่งหมีคำรามออกมาอย่างโกรธเกรี้ยวจนะเืไปทั่วอุโมงค์ ซุนเฟยยกอุ้งเท้าตัวเองย่ำลงบนพื้นอย่างแรงจนเกิดรอยเท้าขนาดใหญ่สองรอยประทับลงบนพื้นหินที่แข็งกระด้าง อุ้งมือหมีกางกรงเล็บ ก่อนจะทะลวงเข้าไปในผนังหินโดยตรง แรงลมที่รุนแรงพัดกรรโชกเข้ามาไม่อาจทำอะไรเขาได้ ซุนเฟยเริ่มก้าวเท้าไปข้างหน้าทีละก้าว
ซุนเฟยสามารถใช้ทักษะ 'แวร์แบร์' เลเวล 4 ได้แค่ประมาณครึ่งชั่วโมง เมื่อเขามาถึงตรงหัวมุมในทางเดิน ร่างของเขาก็กลับมาเป็เหมือนเดิม ตรงนี้แรงลมค่อนข้างน้อย ทำให้ซุนเฟยหยุดพักได้ชั่วคราว
โชคดีที่ทักษะของทุกอาชีพในโลก Diablo ไม่มีคูลดาวน์ แค่ค่ามาน่าไม่หมดก็สามารถเรียกใช้ใหม่ได้เรื่อยๆ ซุนเฟยเปลี่ยนร่างอย่างต่อเนื่อง พลางก้าวไปด้านหน้าอย่างช้าๆ ผ่านไปได้สี่ห้าชั่วโมง ในที่สุดแรงลมก็ลดลง ผ่านไปอีกชั่วโมงก็หายไป
ในทางเดินกลับมาเงียบสงบเหมือนก่อนหน้านี้
ประหนึ่งไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น
ซุนเฟยจึงสลายร่างกึ่งคนกึ่งหมี จากนั้นก็อัญเชิญหมาป่าสีขาวทั้งสามตัวออกมา ก่อนจะเร่งความเร็วในการสำรวจ
เวลาไหลผ่านไปอย่างช้าๆ ซุนเฟยไม่รู้ว่าทางที่จะไปคือทิศไหนและไม่รู้ว่าเส้นทางนี้จะพาไปที่ใด ซุนเฟยแค่รู้สึกว่าตัวเองเดินมาตลอดทั้งวันแล้ว แต่มันก็ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เส้นทางคดเคี้ยวรอบแล้วรอบเล่า ราวกับเขาวงกต
สุดท้าย ซุนเฟยก็ตัดสินใจหยุดพักชั่วคราว จากนั้นก็เปิดประตูมิติเตรียมจะเข้าไปในโลก Diablo เพื่อไปอัพเลเวล ทันใดนั้นหมาป่าั์สีขาวด้านหน้าสุดก็ส่งเสียงหอนยาวออกมาอย่างตื่นเต้น เพียงพริบตา ภาพก็ปรากฏเข้ามาในหัวของซุนเฟย มีพื้นที่ที่น่าเหลือเชื่อขนาดใหญ่อยู่ด้านหน้า ตรงกลางพื้นที่นั้น มีกองกระดูกสีขาวที่กองสูงจนเหมือนปิรามิด
---------------------
