เสียงร่ำร้องหวนไห้ดังระงมไปทั่วเมืองเฮยอวิ๋น
คนธรรมดามากมายที่ร่างกายไม่แข็งแรง ขณะที่กำลังหลับใหลได้ถูกคลื่นสั่นะเืน่าหวาดกลัวนั้นกระเทือนจนเืสดไหลทะลักและขาดใจตายไป
“ครืนๆๆ!”
บริเวณใกล้เคียงกับเขาหลิงอวิ๋นยังคงมีเสียงกระทบกระแทกดังกัมปนาทลอยมาให้ได้ยิน พื้นดินยังคงสั่นไหวไม่หยุด
ในเมืองเฮยอวิ๋น คนที่ยังมีชีวิตอยู่ล้วนพากันมารวมตัวอยู่บนถนน เปล่งเสียงร้องไห้ด้วยความรวดร้าว
ตระกูลเนี่ย ต่อให้เป็เด็กเล็ก เนื่องจากฝึกบำเพ็ญตบะมาั้แ่เล็ก ในร่างมีพลังิญญาโอบล้อม ดังนั้นจึงไม่ตายไปเพราะแรงสั่นะเืนั้น
ทว่ายังมีคนในตระกูลที่อายุมากบางส่วนซึ่งหนีออกมาไม่ทันตอนที่หอเรือนพังถล่ม จึงถูกหินกระแทกตาย หรือไม่ก็ถูกหินกลบทับร่างจนมิด
เนี่ยเทียนยืนอยู่บนพื้นหินที่ปริแตก ได้ยินเสียงโหยไห้ของคนในตระกูล สีหน้าของเขาก็นิ่งสนิทดุจผิวน้ำ
มาถึงเวลานี้ เขามั่นใจเต็มร้อยว่าฝนอุกกาบาตเพลิงที่ตกลงมาจากท้องฟ้านั้นต้องเกี่ยวข้องกับการเกิดของประตู์อย่างแน่นอน
เนื่องจากประตู์บานหนึ่งจะเปิดขึ้นในอาณาจักรหลีเทียน จึงนำภัยพิบัติมาสู่อาณาจักรหลีเทียน
เมืองเฮยอวิ๋นเป็เช่นนี้ เขาหลิงอวิ๋นเป็เช่นนี้ เมืองคูน้ำที่อยู่ใกล้เคียงเ่าั้เกรงว่าก็คงถูกโจมตีจากฝนหินอุกาบาตเพลิงไม่ต่างกัน
เขาสังเกตเห็นว่าก่อนที่ฝนดาวตกเ่าั้จะร่วงลงมาบนพื้นดิน มันได้แยกกระจายกันไปตามทิศทางที่ตั้งของสำนักโลหิต สำนักภูตผี วังยมบาล และหอหลิงเป่า อารามเสวียนอู้ หุบเขาเทา
เขาเชื่อว่าไม่ได้มีเพียงแค่เทือกเขาหรือผืนป่ารกร้างเท่านั้น หลายสถานที่ซึ่งเป็ที่รวมตัวกันของสิ่งมีชีวิตมากมายก็ต้องถูกหินอุกกาบาตะเิทำลายไม่ต่างไปจากเมืองเฮยอวิ๋น
“ตระกูลอวิ๋น! ตระกูลอวิ๋นจบเห่แล้ว!”
“ตระกูลอวิ๋นถูกหินอุกกาบาตก้อนหนึ่งกระแทกใส่จังๆ พลังโจมตีน่าหวาดกลัวนั้นมากพอที่จะดับทำลายคนทั้งตระกูลอวิ๋นได้เลย!”
“นี่์กำลังลงโทษพวกเราอยู่อย่างนั้นหรือ?”
บนถนนนอกตระกูลเนี่ย หลายคนกำลังส่งเสียงโหวกเหวก หวาดกลัวและลนลานคล้ายเผชิญกับวันสิ้นโลก
ความตื่นตระหนกหวาดผวานี้แผ่กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ทุกคนรู้สึกสิ้นหวังเพราะคิดว่าภัยพิบัติแห่ง์มาเยือน มิอาจมีโอกาสรอดชีวิตไปได้
“เป็อย่างนี้ไปได้อย่างไร? เหตุใดถึงเป็อย่างนี้ไปได้?” เจียงหลิงจูลนลานทำอะไรไม่ถูก
“ท่านพ่อ! ท่านไม่เป็ไรใช่หรือไม่?”
และเวลานี้เอง เนี่ยเทียนได้ยินเสียงร้องอุทานด้วยความใของเนี่ยเฉี่ยน เขาหันขวับกลับไปมอง พบว่าเนี่ยตงไห่ท่านตาของเขาเดินออกมาจากกองหินด้วยสภาพขี้ฝุ่นเขรอะเต็มหัว
เนี่ยต่งไห่สีหน้าเหยเก ทว่าในดวงตากลับเปล่งประกายแวววาวสดใส
“ข้าไม่เป็ไร” เขาส่ายหัว ใบหน้ายังคงหวาดผวาไม่คลาย “ยังดี ยังดีที่ข้าชุบหลอมยาสั่งสมิญญาเม็ดนั้น รวบรวมมหาสมุทริญญาขึ้นมาใหม่อีกครั้ง หากไม่เป็เพราะสร้างมหาสมุทริญญาขึ้นมาใหม่จึงใช้พลังิญญาปกป้องร่างกายได้ ข้า... อาจจะหนีไม่พ้นหายนะครั้งนี้”
“ท่านพ่อ มหาสมุทริญญาของท่านฟื้นคืนมาแล้วหรือ?” เนี่ยเฉี่ยนมองเขาด้วยใบหน้าปีติยินดี
“อืม” เนี่ยตงไห่เองก็เผยความยินดีออกมาให้เห็น เขาเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า พบว่าบัดนี้ท้องฟ้าที่พวกเขามองเห็นไม่มีดาวตกเปลวเพลิงร่วงผ่านอีกแล้ว
เขาจึงพอคลายใจลงมาได้ กล่าว “ไปดูตระกูลอวิ๋นกันเถอะ”
“ไป! ไปดูสิว่าหินอุกกาบาตก้อนนั้นที่ร่วงใส่ตระกูลอวิ๋นเป็อย่างไรกันแน่?” พันเทากล่าวอย่างร้อนใจ
“ท่านตา ยินดีด้วยนะขอรับ” เนี่ยเทียนแสดงความยินดีออกมาจากใจจริง
เนี่ยตงไห่ยิ้มให้เขาน้อยๆ กล่าว “โชคดีที่มียาสั่งสมิญญาเม็ดนั้นของเ้า”
เวลานี้ เนี่ยเทียนเองก็สังเกตเห็นแล้วว่าบริเวณใกล้เคียงไม่มีการสั่นะเืที่น่าหวาดกลัวเกิดขึ้นอีกแล้ว
ส่วนการตายและการาเ็ที่เกิดขึ้นในตระกูลเนี่ย... อันที่จริงแล้วเขาไม่สนใจเลยสักนิด
แต่ไหนแต่ไรมา เขาไม่มีความรู้สึกเป็ครอบครัวเดียวกับตระกูลเนี่ย ขอแค่เนี่ยตงไห่และเนี่ยเฉี่ยนไม่เป็อะไร การาเ็และล้มตายของคนตระกูลเนี่ยจึงไม่มีทางทำให้จิตใจเขาวุ่นวายได้
ไม่นานภายใต้การนำของเนี่ยตงไห่ ทุกคนก็เดินออกไปจากตระกูลเนี่ย
มาถึงถนนที่ผู้คนเดินกันขวักไขว่ เนี่ยเทียนมองไปรอบด้าน พบว่าหอเรือนหินมากมายล้วนพังถล่มลงมาเนื่องจากเหตุแผ่นดินไหว แม้แต่พื้นหินที่แข็งแกร่งทนทานก็ยังปริแตกออกเป็รูโหว่แคบยาวขนาดั์หลายแห่ง
คนเ่าั้ของเมืองเฮยอวิ๋นต่างก็ร้องโหยหวนเศร้าสลดอยู่บนถนน ข้างกายของพวกเขายังมีซากศพที่ถูกลากออกมาวางกองอยู่
และก็มีคนไม่น้อยที่เห็นได้ชัดว่าถูกเศษหินกระแทกใส่ หน้าอกจึงเต็มไปด้วยคราบเื
“ท่านผู้เฒ่าเนี่ย ท่านรู้หรือไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น? เหตุใดหินอุกกาบาตถึงร่วงลงมาจากฟ้า? พวกเราไปทำอะไรให้์พิโรธหรือ มันถึงได้ลงโทษพวกเราแบบนี้?”
ระหว่างทางมีผู้คนมากมายที่พอมองเห็นเนี่ยตงไห่ก็เอ่ยถามด้วยน้ำตานองหน้า
เนี่ยตงไห่ถอนหายใจยาวเหยียด ไม่ได้ให้คำอธิบายที่เหมาะสม ทำเพียงเดินหน้าอย่างรีบเร่งจากไปพร้อมความเงียบงัน
ผ่านไปครู่หนึ่ง ภายใต้การนำของเขาทุกคนจึงมาถึงหน้าประตูใหญ่ตระกูลอวิ๋น
“เนี่ยเทียน พวกเ้าก็มาแล้วหรือ?”
หน้าตระกูลอวิ๋น อันซืออี๋ อันอิ่ง และยังมีคนตระกูลอันอย่างอันหรงและอันเหอต่างก็มารวมตัวกันอยู่ตรงนี้ก่อนแล้ว
หลังจากมองเห็นพวกเขา อันซืออี๋ผ่อนลมหายใจออกมาอย่างเห็นได้ชัด กล่าว “ไม่เป็ไรก็ดีแล้ว เ้าไม่เป็ไรก็ดีแล้ว” ประโยคนี้นางพูดกับเนี่ยเทียนคนเดียว
มองเห็นว่าพี่น้องตระกูลอันต่างก็ปลอดภัยดี เนี่ยเทียนเองก็วางใจลงได้ เอ่ยถาม “เหตุใดพวกเ้าถึงไม่เข้าไปเล่า?”
“พวกเรากำลังรอ รอให้คลื่นสั่นะเืที่เหลืออยู่สิ้นสุดลง รอให้... คนของตระกูลอวิ๋นที่โชคดีรอดชีวิตเดินออกมา” อันซืออี๋ถอนหายใจเบาๆ กล่าว “แต่ว่า จนถึงตอนนี้ยังไม่มีคนของตระกูลอวิ๋นเดินออกมาสักคน จุดที่หินอุกกาบาตร่วงลงเกิดคลื่นสั่นะเืรุนแรงมากที่สุด อย่าว่าแต่ตระกูลอวิ๋นเลย แม้แต่พวกคนที่เกี่ยวข้องกับตระกูลอวิ๋นซึ่งอาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียงก็ยังถูกะเืจนตายกันหมด”
ได้ยินนางพูดเช่นนี้ เนี่ยเทียนถึงสังเกตเห็นว่าบริเวณโดยรอบตระกูลอวิ๋น... คล้ายจะไม่มีเสียงร้องโหยหวนคร่ำครวญจริงๆ ด้วย
มองลอดเข้าไปในประตูใหญ่ของตระกูลอวิ๋นที่พังทลาย เขามองเห็นเพียงแค่หินอุกกาบาตสีเทาอมน้ำตาลก้อนหนึ่ง หินอุกกาบาตก้อนนั้นตั้งอยู่เต็มพื้นที่ของตระกูลอวิ๋น ทำให้พื้นดินของตระกูลอวิ๋นเกิดเป็หลุมขนาดั์หนึ่งหลุม
ตลอดทั้งตระกูลอวิ๋น ห้องพักหอเรือนทั้งหมดล้วนถูกหินอุกกาบาตกระแทกให้จมลึกลงไปใต้ดิน
เวลาแค่พริบตาเดียว ตระกูลอวิ๋นก็หายสาบสูญไปจากเมืองเฮยอวิ๋นเสียแล้ว
พื้นที่ตั้งของตระกูลพวกเขา ตอนนี้เหลืออยู่เพียงแค่หินอุกกาบาตสีเทาเหลือบน้ำตาลที่โผล่ออกมานอกหลุมใหญ่ ซึ่งมีสะเก็ดไฟแตกกระจายออกมาจากพื้นผิวของหินอุกกาบาตก้อนนั้นเป็ระยะ
พวกคนตระกูลอันที่เร่งรุดเดินทางมาไม่กล้ารีบร้อนเข้าไปใกล้ กังวลว่าประกายไฟพวกนั้นจะมีอันตราย กำลังรอให้ไฟพวกนั้นดับสนิทลงไปก่อน
“ตระกูลอวิ๋น... ตายกันหมดทุกคนเลยหรือ?” เนี่ยเฉี่ยนพลันเอ่ยถามขึ้นมาเสียงเบา
อันซืออี๋ตะลึงไปครู่หนึ่ง มองนางด้วยสายตาลึกล้ำหนึ่งครั้ง กล่าว “ขอแค่เป็คนที่อยู่ในตระกูลอวิ๋น เกรงว่าคงไม่มีใครหนีเอาชีวิตรอดออกมาได้ รวมไปถึงประมุขตระกูลอวิ๋นอย่างอวิ๋นเิด้วย”
“อวิ๋นเิก็ตายแล้วหรือ?” สีหน้าของเนี่ยตงไห่ซับซ้อนเล็กน้อย เอ่ยถามอย่างไม่ยินยอม “กว่าข้าจะรวบรวมมหาสมุทริญญาขึ้นมาได้ใหม่ไม่ใช่เื่ง่าย ยังคิดจะทวงความยุติธรรมจากอวิ๋นเิอยู่เลย ไม่คิดว่า... อยู่ๆ เขาจะมาตายไปแบบนี้!”
“ข้าจะเข้าไปดูข้างในสักหน่อย” เนี่ยเทียนไม่รอฟังคำเกลี้ยกล่อมจากคนอื่นก็มุดเข้าไปในประตูใหญ่ที่พังเสียหายของตระกูลอวิ๋นทันที
เมื่อเหยียบเข้าไปเขาก็มองเห็นได้อย่างชัดเจนว่าตระกูลอวิ๋นถูกหินอุกกาบาตั์ก้อนนั้นทับจนมิด ด้านใต้หินอุกกาบาตมีหลุมขนาดใหญ่แห่งหนึ่งเกิดขึ้น
บนพื้นผิวสีเทาเหลือบน้ำตาลของหินอุกกาบาตมีประกายไฟส่องแสงระยิบระยับซึ่งพวกมันกำลังล่องลอยไปยังทิศทางหนึ่ง
จุดที่แสงไฟเ่าั้ไหลผ่านยังคงทิ้งร่องรอยบางเบาเอาไว้ ร่องรอยเ่าั้... บิดเบี้ยวคดเคี้ยว ราวกับซุกซ่อนไว้ด้วยความมหัศจรรย์ลึกลับบางอย่าง
“เนี่ยเทียนระวัง!”
อันซืออี๋ เนี่ยตงไห่และเนี่ยเฉี่ยนต่างก็ร้องเตือนด้วยเสียงอันดัง
และเวลานี้เอง เนี่ยเทียนที่กล้าหาญถึงขนาดปีนขึ้นไปบนหินอุกกาบาตได้ไล่ตามแสงไฟจุดหนึ่งซึ่งลอยไปยังศูนย์กลางของหินอุกกาบาต
พวกเขาเองจึงทยอยกันบุกเข้ามาในตระกูลอวิ๋น หยุดมองเนี่ยเทียนอยู่ข้างหินอุกกาบาตด้วยความร้อนใจ บอกเขาว่าอย่าทำอะไรบุ่มบ่าม
ส่วนเนี่ยเทียนก็พบว่าหินอุกกาบาตสีเทาเหลือบน้ำตาลนี้นอกจากค่อนข้างจะร้อนระอุแล้วก็ไม่มีอันตรายอย่างอื่นอีก จึงไม่สนใจคำเกลี้ยกล่อมของพวกเขาแต่เดินหน้าต่อไปเพียงลำพัง
ไม่นานเนี่ยเทียนก็ไล่ตามจุดแสงนั้นมาจนถึงจุดศูนย์กลางของหินอุกกาบาต
ที่นั่นมีแสงไฟมากมายมารวมตัวกันที่รูปภาพแปลกประหลาดรูปหนึ่ง
ภาพนั้นคล้ายประตูบานหนึ่งที่แง้มเอาไว้ ซึ่งกำลังรับเอาแสงไฟเ่าั้เข้าไปอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่แสงไฟจำนวนมากซึ่งกระจัดกระจายอยู่โดยรอบหินอุกกาบาตค่อยๆ ผสานรวมเข้ากับภาพนั้น ภาพนั้นก็เปลี่ยนมาเป็สว่างไสวมากยิ่งขึ้น “ประตู” ที่อยู่ในสภาพถูกแง้มเอาไว้ค่อยๆ เปิดออกช้าๆ...
“ประตู?”
เนี่ยเทียนหน้าเปลี่ยนสี พลันนั่งยองลงสังเกตการณ์อย่างละเอียด
“หรือว่า... รูปนี้เกี่ยวข้องกับประตู์? เกิดขึ้นมาเพราะประตู์?” เขาแอบครุ่นคิดกับตัวเอง
“ฟู่วๆ!”
ขณะที่เขากำลังใคร่ครวญ จุดแสงที่มากยิ่งกว่าเดิมก็แทรกซึมเข้าไปในภาพนั้น และภาพนั้นก็ยิ่งเปลี่ยนมาเป็สว่างจ้าบาดตา!
เนี่ยเทียนที่จ้องภาพนั้นเขม็งค้นพบทันทีว่าแสงไฟทั้งหมดที่ล่องลอยอยู่บนพื้นผิวหินอุกกาบาตล้วนมารวมกันอยู่ในภาพนั้นจนหมดด้วยระยะเวลาที่สั้นมาก
รูปภาพที่เหมือน “ประตู” นั้นยิ่งส่องแสงจัดจ้าทั้งยังแผ่พลังงานอ่อนโยนระลอกหนึ่งออกมา
เนี่ยเทียนยื่นมือออกไปััโดยไม่รู้ตัว
เมื่อมือซ้ายของเขาแตะโดนรูปภาพนั้น รูปภาพพลันะเิออก จุดแสงพริบพราวจำนวนนับไม่ถ้วนพุ่งเข้าหาฝ่ามือของเขาอย่างบ้าคลั่ง
ความรู้สึกปวดแสบปวดร้อนแผ่ขยายไปทั่วทั้งแขนของเขา เขาพลันค้นพบว่าบนหลังมือของเขามีภาพหนึ่งปรากฏขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
ภาพนั้นก็คือ “ประตู” ที่เขาเพิ่งััเมื่อครู่นี้!
รูปภาพบนหินอุกกาบาตหายวับไปทันใด แต่กลับมาปรากฏอีกครั้งบนหลังมือเขาในลักษณะของรอยสัก!
“กุญแจในการเหยียบย่างเข้าสู่ประตู์!” เนี่ยเทียนร้องอุทานให้กับโชคดีที่ทำให้เขาเข้าใจแจ่มแจ้งขึ้นมาโดยพลัน!
-----
