“อดทน เพื่อพ่อ เพื่อพ่อ ไม่ว่าจะเจออะไรเธอต้องผ่านไปให้ได้” นันทิชาย้ำกับตัวเองซ้ำๆ เพื่อสร้างพลังให้ตัวเอง ก่อนจะหันไปหยิบมือถือที่วางทิ้งไว้เมื่อคืนบนเตียงนอน
“นี่ไลน์ผมนะ” ข้อความไลน์เด้งขึ้น หญิงสาวกดเข้าไปพบว่าเป็ไลน์ของทีภพ เ้านายของพริมผู้แสนใจดีนั่นเอง
“ค่ะ” คำตอบพร้อมสติ๊กเกอร์รอยยิ้มกดส่งกลับไป ก่อนที่เธอจะวางมือถือลงไว้บนเตียง แล้วเตรียมตัวลงไปทำหน้าที่เพราะเลยเวลาทำงานมาแล้วเกือบชั่วโมง ป่านนี้ป้านากับน้อยคงทำหน้าที่แทนเธอเสร็จแล้ว เพราะรู้สึกเหมือนได้กลิ่นอาหารลอยเข้ามาเตะจมูก
“คุณแน่ใจนะพริม ว่าวิธีนี้จะได้ผล” หลังจากไลน์หานันทิชา ทีภพหันหน้ากลับไปหาพนักงานสาวที่นั่งเท้าคาง จ้องมองเ้านายหนุ่มอย่างหลงใหล
“ก็ถ้าคุณทีอยากทราบเื่ราว คุณทีก็ต้องทำตามที่พริมบอก ถึงจะรู้ความจริง ถ้าพริมทำเองได้พริมไม่ง้อคุณทีหรอกค่ะ และเท่าที่พริมเคยแอบถามทิชาถึงเหตุผลของคุณแทนที่ให้ทิชาไปอยู่ด้วยที่บ้านเป็เพราะคุณแทนไม่้าให้ทิชาเดินทางกลับบ้านดึกๆ ทุกวัน อันนี้ก็มีเหตุผลพอฟังได้นะคะ แต่เท่าที่คุณทีเล่าให้พริมฟังเกี่ยวกับสัญญาที่คุณแทนทำขึ้น อีกทั้งเื่ราวที่คุณทีไปเจอ ยังไงก็แปลกอยู่ดี เสียดายนะคะที่เรามาคุยกันทีหลังไม่อย่างนั้นพริมคงไม่ส่งเสริมให้ทิชาเซ็นสัญญาหรอกค่ะ” หญิงร่างอวบพูดอย่างเสียดาย
“ผมคิดถูกหรือเปล่า ที่เอาเื่นี้มาปรึกษาคุณ”
“ถูกที่สุดแล้วค่ะ ความลับที่คุณทีอยากรู้ พริมจะช่วยคุณทีสืบเองค่ะ” หญิงสาวยิ้มกว้างอย่างมั่นใจ หากแต่ชายหนุ่มดูเหมือนจะไม่มั่นใจเท่าไหร่นัก
“ถ้าอย่างนั้นผมถามอะไรหน่อยสิ ทิชาไม่เคยรู้จักแทนคุณมาก่อนใช่ไหม” ชายหนุ่มวางมือถือแล้วกุมมือขึ้นจ้องเอาคำตอบจากพนักงานสาว ก่อนที่หญิงร่างอวบจะส่ายหน้าช้าๆ
“อย่าว่าแต่ทิชาเลยค่ะ พริมเองเจอคุณแทนครั้งแรกพร้อมกับทิชานี่แหละค่ะ ทั้งที่ป้านาทำงานที่บ้านนั้นมาั้แ่พริมยังไม่เกิด” ทีภพพยักหน้าช้าๆ อย่างเข้าใจ
“ถ้าคิดอีกด้าน เงินเดือนพวกนั้นแทนควรเสนอให้คุณมากกว่านะ เพราะคุณเป็หลานแท้ๆ ของป้านา แต่นี่กลับเป็นันทิชา ซึ่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับครอบครัวแทนเลย ผมคิดไม่ตกจริงๆ” ร่างอวบแสดงรอยยิ้มออกมา เวลาเขาใช้ความคิดยิ่งดูยิ่งมีเสน่ห์ชวนหลงใหล ไม่อยากละสายตา เธอจ้องมองด้วยความหยาดเยิ้ม จนร่างสูงรู้ทัน เสียงดีดนิ้วของเขา ทำให้หญิงสาวตัวอวบสะดุ้งใ
“คุณมองผมแบบนี้...คุณกำลังขอบคุณผมใช่ไหม”
“คะ อะไรนะคะ” ก่อนที่ชายหนุ่มจะอมยิ้มเล็กน้อยให้กับกิริยาท่าทางของคนตลก
“พริมถึงให้คุณพยายามสืบจากเพื่อนของพริม หากเกิดอะไรไม่ดีจะได้ช่วยเพื่อนพริมทัน คนที่เสียหายคือเพื่อนของพริมนะคะ”
“แม้เพื่อนผมจะเ้าชู้ระดับเทพ แต่นันทิชาไม่ใช่รสนิยมในแบบที่แทนคุณชอบแม้แต่น้อย ดังนั้นคุณวางใจได้ เพียงแต่ผมอยากรู้เหตุผลของสัญญานั่น” หญิงสาวได้ฟังถึงกับกอดอกกัดฟันแน่น เพราะเขาพูดจากระทบเพื่อนรักของเธอ
“ให้มันจริงเถอะค่ะ ถ้าวันไหนคุณแทนรังแกทิชาแม้แต่น้อย พริมจะไม่เอาคุณไว้”
“อ้าว แล้วมันเกี่ยวอะไรกับผม”
“ก็เพราะคุณเป็คนรับรองอยู่นี่อย่างไรคะ”
“ช่างเถอะ เราอย่ามาทะเลาะกันเลยนะ ทั้งหมดผมอาจคิดมากไปก็ได้” ทีภพลุกขึ้น แล้วเดินออกไปด้านนอก พยายามสลัดความคิดฟุ้งซ่านออกจากสมอง หากแต่พริมลุกเดินตามมาเงียบๆ ด้วยเช่นกัน
“เื่นี้มันแปลกจริงๆ” ทีภพขมวดคิ้วอย่างคาใจ พลางบ่นเสียงเบาให้กับตัวเอง ขณะสองเท้ากำลังก้าวเดิน
“เอาอย่างนี้ดีไหมคะ ถ้าคุณที้าทราบอะไรมากกว่านี้ ลองไปคุยกับพ่อของทิชาดีไหมคะ เผื่อจะมีข้อมูลมากกว่านี้” ชายร่างสูงสะดุ้งโหยง พลันหันตัวกลับมาตามเสียงเสนอความคิดเห็นนั้น
“นี่คุณตามผมมาด้วยหรือ” ชายหนุ่มถามด้วยอาการหน้าเหวอ
“ค่ะ” คนร่างอวบยืนยิ้มกว้าง ก่อนทีชายหนุ่มจะถอนหายใจออกอย่างแรง พลันหันหน้าอมยิ้มไปทางอื่น
เวลาเพียงแค่ไม่กี่เดือนที่ทั้งสองทำงานร่วมกัน ทำให้พริมกับทีภพเข้ากันได้เป็ปี่เป็ขลุ่ย ด้วยเพราะความเป็คนง่ายๆ ของทีภพ และคนช่างเจรจาอย่างพริมทำให้ทั้งสองเริ่มสนิทกันมากขึ้นเพิ่มทุกวัน จนทำให้ทีภพอยากสืบเื่ราวที่ค้างคาใจ ทั้งสองจึงร่วมมือกันอย่างเงียบๆ
แทนคุณนั่งทานอาหารเช้า ด้วยอาการกังวลเล็กน้อยเพราะนันทิชายังไม่ยอมลงมาจากห้อง้า เขามีท่าทีลุกลี้ลุกลน ก่อนจะหันไปหาแม่บ้านตัวเอง
“ป้านาครับ ช่วยไปตามทิชาให้ผมที จะอู้งานไปถึงไหน”
“ได้ค่ะคุณแทน” หญิงแม่บ้านเดินขึ้นไปตามนันทิชาตามคำสั่งของเ้านาย เสียงเคาะประตูดังขึ้น นันทิชาลังเลครู่หนึ่งจึงตัดสินใจเดินมาเปิดประตูโดยพยายามหลบสายตาของหญิงแม่บ้าน
“คุณแทนให้มาตาม แล้วนี่ทิชาเป็อะไรหรือเปล่า ทำไมสายป่านนี้ยังไม่ลงไป อ้าวแล้วทำไมตาช้ำแบบนั้นเล่า เป็อะไรบอกป้าได้นะ” หากแต่ขอบตาแดงช้ำจากการร้องไห้เด่นชัดจนไม่อาจหลบได้
“ป้าก็มัวแต่วุ่นอยู่ด้านล่างไม่ได้ขึ้นมาดู” ป้านาบ่นโทษตัวเองพลางจับหน้าของหญิงสาวส่ายไปมาดูความช้ำของดวงตา
“ทิชาไม่ได้เป็อะไรค่ะ พอดีไม่รู้ว่าอะไรเข้าตาแล้วเอาไม่ออก ทิชาเลยตั้งใจนอนพัก เพื่อให้เศษฝุ่นออก ทิชาขอโทษนะคะที่ทำให้เลยเวลางานไปเลย”
“ไปฝืนแคะมันใช่ไหมตาถึงช้ำแบบนี้ เหมือนยายพริมไม่มีผิดเด็กพวกนี้ ใครสอนให้เอามือสกปรกไปแคะดวงตา ควรหาน้ำสะอาดล้างออกสิ ดูสิตาช้ำไปหมดแล้ว” ป้านาเริ่มบ่นตามประสาคนแก่ หญิงสาวได้แต่ก้มหน้ารับ พลางยิ้มตอบอย่างเข้าใจแล้วเดินตามแม่บ้านลงไปด้านล่าง ก่อนที่หญิงชราจะหันไปทำหน้าที่ต่อ
“ทำไมพึ่งลงมา” เสียงเ้านายถามหลังจากหญิงสาวเดินเข้ามาหา
“ทิชาเพิ่งอาบน้ำเสร็จค่ะ” หญิงสาวตอบเสียงห้วน
“แค่อาบน้ำ ใช้เวลาเป็ชั่วโมงเลยหรือ” ดวงตาแข็งมองหน้าเธอ ก่อนที่นันทิชาจะนิ่งเงียบ
“นั่งลงสิ จะยืนค้ำหัวผมอีกนานไหม” ร่างบางเดินเข้ามานั่งอย่างไม่เต็มใจนัก
“ดูรอยแผล” แทนคุณยื่นแขนที่เป็รอยเขี้ยวฟันให้นันทิชาดู สีเนื้อกลายเป็สีเือมม่วง
“เป็ข้อหาทำร้ายร่างกายได้เลยนะ คุณเป็ผู้หญิงนิสัยยังไง คราวก่อนก็แอบขึ้นมานอนบนเตียงโดยไม่ได้รับอนุญาต คราวนี้มาะโกัดผมเหมือน หมะ...” แทนคุณหยุดคำพูดสุดท้ายได้ทัน ก่อนจะทำหน้าเบื่อหน่าย
“ถ้าคุณแทนไม่พอใจ คุณแทนก็ไล่ทิชาออกสิคะ จะมาทนกับนิสัยแย่ๆ ของทิชาทำไมคะ ถ้าไม่ติดสัญญานั่น ทิชาก็ไม่อยากอยู่แล้วค่ะ คุณแทนพูดแต่มุมของคุณ แต่คุณไม่เคยรับรู้ความรู้สึกในมุมของทิชาเลย ทำไมคุณไม่พูดบ้างล่ะคะว่าเมื่อคืนคุณทำบ้าอะไรกับทิชาบ้าง คุณรู้ไหมว่าในตอนนั้นทิชารู้สึกยังไง “แทนคุณรู้สึกจุกเล็กๆ เพราะรู้ตัวว่าทำตัวไร้ศีลธรรมกับเธอ
“ผมขอโทษไปแล้วไง”
“ค่ะ ก็หายกันกับแผลนั่นไปแล้วไงคะ” ชายหนุ่มถึงกับหน้าถอดสี ก่อนจะพับแขนเสื้อลงปิดแผลตัวเอง ทำหน้าตายแล้วก้มลงตักอาหารช้าๆ
“โอเค ครั้งนี้ผมผิด” เขาพูดออกมาไม่เต็มปากนัก
“ค่ะ” หญิงสาวตอบหน้านิ่ง เมื่อเขายอมรับผิดคนเดียวทั้งหมด
“คุณแทนเรียกทิชามา มีอะไรหรือคะ”
“เมื่อคืนทำไมกลับดึกขนาดนั้น” ชายหนุ่มถามพร้อมกับตักอาหารเข้าปากช้าๆ พลางปรายตามองดูอากัปกิริยาของเธอ
“คุณแทนเห็นด้วยหรือคะ” นันทิชามองหน้าชายหนุ่มอย่างสงสัย เพราะเธอสังเกตดีแล้วว่าไม่มีรถเขาจอดอยู่ในบ้านขณะที่ทีภพเข้ามาส่ง
“รถนายทีสวนกับผมตอนเข้าประตูรั้วมา ผมถึงได้รู้พฤติกรรมลูกจ้างสาวของผมไง ว่ากลับบ้านดึกดื่นขนาดไหนตอนผมไม่อยู่บ้าน” เสียงเริ่มนิ่งและกระด้างเล็กๆ
“คุณทีพาทิชาไปทานอาหาร ไปหาพริม แล้วก็อยู่คุยกันที่ร้านค่ะ”
“ผมขอเตือนหน่อยนะ ด้วยความหวังดี นายทีเป็ผู้ชาย คุณจะไปไหนมาไหนกับผู้ชายดึกๆ ดื่นๆ ไม่คิดบ้างหรือว่ามันไม่ควร”
“คุณแทนก็ผู้ชายนี่คะ ทิชายังมาอยู่บ้านคุณได้เลย ส่วนคุณทีเขาเป็สุภาพบุรุษค่ะ”
“แกร็ก!” แทนคุณจับช้อนกระแทกลงที่จานข้าว พลางดื่มน้ำตาม แล้วหันตัวเดินออกไปทำงานโดยไม่พูดไม่จา หญิงสาวมองตามชายหนุ่มออกไปด้วยความรู้สึกหลายร้อยอารมณ์ถาโถมเข้ามา
“อดทน อดทน อดทนนะ ทิชา” หญิงสาวหลับตาลงเพิ่มกำลังใจให้ตัวเอง เป็รอบที่ร้อย ที่ต้องทนกับพฤติกรรมของเ้านาย
