“ผู้ชายคนเมื่อครู่...ดูเหมือนาาเมืองแซมบอร์ดเลยเ้าว่าไหม?!” ในบรรดาคนที่มุงดู มีบางคนกำลังมองตามหลังรถม้าเวทมนตร์ที่อยู่ภายใต้การคุ้มครองเหล่าองครักษ์ประจำกายของเชื้อพระวงศ์พูดโพล่งออกมา เมื่อรู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาคนที่นั่งอยู่ในรถม้า
“ไม่ใช่หรอกกระมัง?” บางคนที่ได้ยินก็พูดแย้งออกมาด้วยท่าทางตื่นใ
“ไม่ผิดแน่ๆ เป็เขาจริงๆ ข้าจำเขาได้ เมื่อตอนบ่ายข้าเคยเห็นาาเมืองแซมบอร์ดในค่ายทหารเมืองแซมบอร์ดอยู่ไกลๆ หน้าตาท่าทางของเขาดูเหมือนชายผมดำคนนั้นที่ขึ้นรถม้าเมื่อครู่นี้เลย...”
“แต่ว่า ทำไมาาเมืองแซมบอร์ดถึงไปอยู่ภายใต้การคุ้มกันขององครักษ์ประจำกายของเชื้อพระวงศ์เล่า?”
“ยังมีอีก ดาบั์สีเงินและไม้กางเขนเพลิงเมื่อครู่นี้อาจจะเป็ท่าไม้ตายที่สร้างขึ้นจากคลื่นพลังของาาแซมบอร์ดและยอดฝีมืออีกคนในตอนที่ปะทะกันก็ได้?”
“พลังน่ากลัวมาก ขนาดข้ายังรู้สึกได้ถึงกลิ่นอายที่ตกค้างอยู่ในอากาศอยู่เลย ความแข็งแกร่งของเขาจะต้องมากกว่าระดับหกดาวแน่ๆ ตอนนี้เขาอยู่ระดับไหนกันแน่นะ?”
“ถ้าพลังของาาแซมบอร์ดน่ากลัวขนาดนี้ การต่อสู้ระหว่างเขากับครู้ด อัศวินผู้ตัดสินลำดับที่เจ็ดก็ต้องน่าตื่นเต้นมากน่ะสิ! ใครจะแพ้ ใครจะชนะก็คงยากจะเดาได้!”
ในขณะที่ฝูงชนกำลังสนทนากัน เหล่านักรบจากหลายอาณาจักรก็พากันหลั่งไหลเข้ามานั่งในซากปรักหักพัง พวกเขาหลับตาลงแล้วนั่งสมาธิเพื่อซึมซับกลิ่นอายของพลังอันแข็งแกร่งที่ยังคงตกค้างอยู่ในอากาศ สถานที่ต่อสู้ของเหล่ายอดฝีมือที่แข็งแกร่งแบบนี้ สำหรับนักรบระดับต่ำอย่างพวกเขาแล้ว มันเป็สถานที่ที่หาได้ยากมาก ถึงแม้ว่าการซึมซับจะไม่ดีเท่ากับการที่มานั่งสังเกตการณ์ในระยะประชิดในขณะที่พวกเขากำลังต่อสู้กัน แต่กลิ่นอายที่ตกค้างหลังจากการต่อสู้แบบนี้ก็นับว่าเป็โอกาสดีสำหรับการฝึกฝนคลื่นพลังของตัวเอง การได้มาซึมซับเศษเสี้ยวพลังที่แข็งแกร่งของยอดฝีมือระดับสูง เป็โอกาสสำคัญที่จะทำให้นักรบที่กำลังอยู่ในสภาวะคอขวดได้ทะลวงผ่านคอขวดของตัวเองเพื่อก้าวไปอีกขั้น
บางคนมองไล่หลังรถม้าเวทมนตร์ที่ค่อยๆ ลับสายตาไปด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนไป
ไม่ว่าจะความแข็งแกร่งหรือพลัง าาเมืองแซมบอร์ดก็เหนือกว่าที่พวกเขาจินตนาการไว้เสียอีก
……
ูเาเทพนักรบ
ูเานี้ตั้งอยู่ในเมืองหลวงเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กและอยู่ติดกับพระราชวังของจักรพรรดิ ูเาเทพนักรบมีลักษณะเหมือนปลายดาบแหลมคมที่แทงทะลุผ่านม่านเมฆ ตั้งอยู่ระหว่าง์และพิภพ ูเาเทพนักรบเป็จุดที่สูงที่สุดของในเมืองหลวงเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก แม้ในเมืองหลวงจะมีหอคอยเวทมนตร์นับร้อยหลังที่สูงเสียดฟ้า แต่ถ้าเทียบกับูเาเทพนักรบแล้วก็นับว่ายังด้อยอยู่บ้าง
ูเาเทพนักรบเป็ที่อยู่ของเทพนักรบผู้พิทักษ์แห่งราชอาณาจักรเซนิท
เทพนักรบผู้พิทักษ์คนนี้มีนามว่าคราซิก เขาเป็เหมือนเทพเ้าไร้พ่ายที่อยู่ในใจของนักรบทุกคนในราชอาณาจักร
ปลายยอดเขาที่แหลมคมดุจปลายดาบเสียดแทงท้องฟ้า หน้าผาตั้งตระหง่านเป็แนวตั้งและราบเรียบราวกับกระจกก็ไม่ปาน ไม่มีเส้นทางที่จะเดินขึ้นไปยังยอดเขา ทางเดียวที่จะขึ้นไปได้คือปีน และถ้านักรบระดับสี่ดาวคิดจะปีนขึ้นไปบนยอดเขาที่สูงกว่าพันเมตรนั้น เกรงว่าคงจะไม่มีทางทำได้
ูเาเทพนักรบเป็สถานที่ที่เหมือนตัดขาดจากโลกมาเป็เวลานานแล้ว ทำให้ตัวตนของูเาเทพนักรบสำหรับทุกคนในราชอาณาจักรเป็สถานที่ที่ลี้ลับ
บางคนบอกว่ามีพระราชวังอันงดงามอยู่บนยอดูเาเทพนักรบ ความสวยงามของมันไม่เป็สองรองใคร ถึงขนาดสามารถดึงดูดความสนใจจากพระเ้าได้
บางคนก็กล่าวว่าูเาเทพนักรบก็คือสรวง์ มีสิ่งสวยงามมากมายจนดูไม่หวาดไม่ไหวและมีแต่ฤดูใบไม้ผลิ อีกทั้งยังเต็มไปด้วยสัตว์อสูรและสมุนไพรที่หายาก
บางคนก็พูดว่าูเาเทพนักรบเป็ที่ซ่อนความลับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของราชอาณาจักรเซนิท
แน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้เป็เพียงตำนานและเื่เล่าเท่านั้น
นอกเหนือจากขุนนางคนสำคัญ เหล่าเชื้อพระวงศ์และยอดฝีมือที่แข็งแกร่งในราชอาณาจักรเซนิทที่มีจำนวนน้อยนิดแล้ว ไม่มีใครรู้จักโฉมหน้าที่แท้จริงของเทพนักรบผู้พิทักษ์ ไม่มีใครรู้ว่าตำนานเหล่านี้เป็เื่จริงหรือเท็จ แต่มีสิ่งหนึ่งที่แน่นอนก็คือ ตำแหน่งเทพนักรบผู้พิทักษ์เป็ตำแหน่งที่มีอำนาจสูงสุด เป็รองเพียงจักรพรรดิ แม้ว่าเขาจะไม่เคยมีส่วนร่วมในด้านการเมือง แต่กลับไม่มีใครกล้าตั้งคำถามหรือข้อสงสัยต่อเทพนักรบผู้พิทักษ์ เพราะเทพนักรบผู้พิทักษ์ก็คือยอดฝีมืออันดับหนึ่งของราชอาณาจักรเซนิทที่ไม่ว่าใครก็ห้ามล่วงเกิน!
ท่ามกลางสายลมที่พัดหมู่เมฆให้เคลื่อนคล้อยและหมู่ดาวที่ส่องประกายอยู่บนท้องฟ้า
มีเงาร่างผอมของคนผู้หนึ่งกำลังยืนเงียบๆ อยู่บนยอดเขาเทพนักรบ ชุดของเขากระพือไปตามสายลม เพียงแผ่นหลังของเขาก็เผยให้เห็นถึงกลิ่นอายที่แข็งแกร่งและไร้เทียมทานออกมา กลิ่นอายนี้แฝงไปด้วยมนต์เสน่ห์ที่เก่าแก่โบราณ ทำให้ผู้คนรู้สึกว่าคนคนนี้ได้หลอมรวมเข้ากับูเาเทพนักรบที่อยู่มายาวนานนับหมื่นปีแล้ว
ลักษณะพิเศษของภูมิประเทศูเาเทพนักรบก็คือตั้งอยู่บนหน้าผาสูงชัน ทำให้สามารถมองเห็นทั้งเมืองหลวงและเห็นแม้กระทั่งค่ายทหารของอาณาจักรบริวารที่ตั้งอยู่ด้านนอกเมืองหลวง ทันใดนั้น เองด้านล่างของูเาก็มีแสงสว่างเป็ประกายเจิดจ้าขึ้นมาประหนึ่งแสงสว่างของดวงดาวบนท้องฟ้า มีเหตุการณ์แปลกๆ เกิดขึ้นในค่ายทหารของอาณาจักรบริวารที่ตั้งอยู่ห่างออกไป จู่ๆ ก็มีดาบั์สีเงินพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ในเวลาเดียวกันก็มีไม้กางเขนเพลิงขนาดใหญ่ที่ลุกโชนขึ้นมากลางอากาศ...
หนึ่งดาบ หนึ่งไม้กางเขนได้เผยแรงกดดันบางอย่างที่แผ่กระจายออกมา
“เอ๋? นี่มัน...เป็กลิ่นอายของเด็กคนนั้นนี่ อืม ไม่ผิด เทียบกันครั้งที่แล้วดูแตกต่างกันมาก!”
บุรุษผู้หนึ่งที่ยืนอยู่บนหน้าผาเผยรอยยิ้มออกมา เขาหลับตาลงเพื่อซึมซับกลิ่นอายพลังอันแข็งแกร่งที่อยู่ห่างออกไป ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นได้ถ่ายทอดเข้ามาในโสตััทั้งห้าของเขา ก่อนที่เขาจะพยักหน้าเล็กน้อยแล้วพึมพำออกมาว่า “ไม่ผิด มันแตกต่างจริงๆ...อืม แข็งแกร่งขึ้นและแปลกขึ้น...ไม่เลวเลย ชนะอีกแล้ว แต่เ้าหนุ่มนั่นมันเป็หมาบ้าหรือเปล่า ไม่ว่าเห็นใครเดินผ่านหน้าเป็ต้องเข้าไปกัดทุกที?”
ในตอนนั้นเอง มีชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่ด้านหลังอย่างเงียบๆ มาตลอดก็เปิดปากถามว่า “นายท่านจะไปหาเขาหรือ?”
“อืม ข้าแค่อยากลงไปเดินเล่นสักรอบ แล้วจะกลับมาที่นี่ในอีกสี่วัน และก็ใน่ที่ข้าไม่อยู่ ให้เ้าเป็ผู้ดำเนินการตัดสินใจแทนข้าละกัน” ชายคนนั้นหันกลับมาพูด
“ขอรับ นายท่าน”
……
ทางตะวันตกมีปราสาทสีดำที่ยิ่งใหญ่โออ่าอยู่หลังหนึ่ง
หอคอยั์สีดำสูงเสียดฟ้า บนยอดหอคอยลักษณะโค้งมน บนนั้นมีบุรุษรูปร่างสูงใหญ่ คิ้วหนาทรงกระบี่ยืนตระหง่านอยู่บนยอดหอคอย ร่างกายของเขามีขนาดใหญ่พอๆ กับูเา สายตาจับจ้องไปยังค่ายทหารของอาณาจักรบริวารที่อยู่ห่างออกไป
เมื่อสิบนาทีก่อน เขารู้สึกได้ถึงกลิ่นอายที่แสนคุ้นเคยถึงสองสายที่ลอยมาจากตรงนั้น สีหน้าที่เคยยิ้มแย้มขี้เล่นพลันเปลี่ยนเป็จริงจังเคร่งขรึมขึ้นมา
“อัศวินผู้ตัดสินลำดับที่เจ็ดลอบไปขอท้าประลองกับาาเมืองแซมบอร์ด สมควรตายนัก กล้าดีอย่างไรที่ทำเื่อุกอาจเช่นนี้?”
คิ้วทรงกระบี่ขมวดมุ่นก่อนจะหันหลังกลับมา “เื่นี้ เ้าส่งคนไปสืบข่าวมา”
“น้อมรับพระบัญชา นายท่าน” ท่ามกลางอากาศที่ว่างเปล่า ข้างๆ ก็มีเสียงทุ้มตอบกลับมา จากนั้นก็เกิดแสงสว่างระยิบระยับอยู่กลางอากาศ ก่อนจะค่อยๆ สงบลง
ในปราสาทสีดำแห่งนี้มีหอคอยทั้งหมดสิบหลัง
นอกจากจะสูงใหญ่แล้ว ยังมีลักษณะรูปทรงที่แตกต่างกันอีกด้วย หอคอยพวกนี้ตั้งอยู่ตามตำแหน่งมุมต่างๆ ดูเหมือนดาวล้อมเดือนอย่างหอคอยพวกนี้กำลังปกป้องหอคอยั์สีดำแห่งนี้อยู่
และในขณะเดียวกัน ในห้องโถงของหอคอยสีทอง หนึ่งในสิบของหอคอย
เด็กหนุ่มที่เปลือยกายท่อนบนและนั่งสมาธิอยู่บนพื้นสีดำมันวาวราวกับกระจกในห้องโถงกว้างก็เริ่มลืมตาขึ้นมาเมื่อรู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่าง ดวงตาแหลมคมทอดสายตามองไปยังพื้นที่ที่ห่างไกล ในตอนนี้เขาได้สูญเสียสมาธิไปแล้ว “าาเมืองแซมบอร์ด...เ้าแข็งแกร่งขึ้นอีกแล้วหรือ? แต่ช่างเถอะ ไม่ว่าอย่างไร ข้าคริส ซัตตันจะต้องทวงคืนศักดิ์ศรีของข้ากลับคืนมาให้ได้!”
เด็กหนุ่มคิดอย่างมุ่นมั่นแล้วหลับตาต่อ
คลื่นพลังโลหะที่แหลมคมของคริส ซัตตันปกคลุมไปทั่วร่างของเขา เมื่อเทียบกับการต่อสู้บนยอดหอคอยคู่แล้ว พลังของเขาในตอนนี้แข็งแกร่งขึ้นมาก มันยกระดับขึ้นไปเป็ระดับหกดาวระยะต้น
ห่างออกไปไม่ไกลจากหอคอยสีทอง มีหอคอยสีแดงอยู่หลังหนึ่งที่มีกลิ่นอายชวนน่าขนหัวลุก
ชายหนุ่มผมยาวสีแดงราวกับเืที่นั่งอยู่บนบัลลังก์สีแดงสดใต้รูปปั้นเทพเ้าในห้องโถง เขาใช้มือขวาเท้าคางตัวเองไว้ คลื่นพลังโลหะที่เหมือนกับคริส ซัตตัน ทว่ากลับมีสีแดงเข้มและแข็งแกร่งกว่าเฉียบคมกว่าคริส ซัตตันหลายเท่า ดวงตาสีแดงสดของเขาจับจ้องไปที่ชายร่างสูงในชุดนักโทษตรงหน้าอย่างเหยียดหยาม ทั้งร่างของนักโทษคนนั้นเต็มไปด้วยรอยาแ ชายผมแดงค่อยๆ ลุกขึ้นมาอย่างช้าๆ
“โอกาสสุดท้าย จงคายข้อมูลแผนที่ลึกลับมาเสีย แล้วข้าจะไว้ชีวิตเ้า!” เสียงเ็าเอ่ยขึ้นมา
“ของสิ่งนั้นไม่ใช่...ไม่ใช่สิ่งที่ไอ้ชาติชั่วอย่างเ้าจะได้ัั ข้าฆ่าให้ตายข้าก็ไม่พูด!” นักโทษคนนั้นะโออกมา พลางมองอย่างเหยียดหยามไปที่คนอยู่เบื้องหน้า
“ในเมื่อรนหาที่ตาย ก็อย่าหาว่าข้าใจร้ายเลย!”
คลื่นพลังสีแดงสายหนึ่งพุ่งออกมาจากร่างของเขา แล้วพุ่งเข้าไปสับร่างของนักโทษคนนั้นเป็ชิ้นๆ เขาเบือนหน้าหนีจากกองเืด้านหน้า
“คนต่อไป...าาอเล็กซานเดอร์แห่งเมืองแซมบอร์ด จุ๊ๆ เ้านี่มันชอบทำให้ข้าแปลกใจอยู่เรื่อย แต่มันยังไม่พอ ยังห่างชั้นเกินไป ฮ่าๆๆ อย่าปล่อยให้ข้าครู้ดได้มีโอกาสเชียว ไม่อย่างนั้นบนเวทีการประลองข้าอาจจะ ‘พลาด’ สังหารเ้าไปก็ได้นะ”
บนบัลลังก์สีเื ั์ดวงตาของชายหนุ่มคนนั้นฉายแววตากระหายเืออกมา
……
ในเมืองหลวงมีช่องว่างใต้ดินที่อยู่ลึกลงไปราวๆ หนึ่งพันเมตร
ที่นั่นมีเสียงลมหายใจดังขึ้นอย่างเนืองแน่น
“ทำไมถึงล้มเหลวกัน?”
“รายงานนายท่าน ข้างกายนางมียอดฝีมือคนหนึ่ง ยอดฝีมือคนนี้แข็งแกร่งมาก การโจมตีเพียงครั้งเดียวของเขากลับทำให้นักฆ่าของเราพ่ายแพ้ได้ ด้วยอาการาเ็ที่สาหัสทำให้เขาไม่อาจหลบหนีได้จึงเลือกที่จะจบชีวิตตัวเองตรงนั้น นักฆ่าที่ถูกส่งไปทำงานในครั้งนี้ไม่มีเหลือรอดเลยสักราย...”
“'กุหลาบโลหิต' แพรีส…ผู้หญิงที่งัดข้อกับองค์หญิงใหญ่แห่งราชอาณาจักรเซนิทได้อย่างสูสี มีหรือจะถูกจัดการง่ายดายเช่นนี้!”
“นายท่านโปรดลงโทษ!”
“แผนการในครั้งนี้ ข้าเองก็เห็นด้วยกับเ้า พวกเ้าไม่ผิดหรอก ไม่มีใครคิดว่าจู่ๆ จะมียอดฝีมือปรากฏตัวขึ้นมาอย่างกะทันหันได้ ว่าแต่เขาเป็ใคร? เ้ารู้หรือไม่?”
“กำลังสืบอยู่ขอรับ ข้อมูลปัจจุบันที่มีอยู่รู้แต่เพียงว่าเขาคือาาของอาณาจักรบริวารระดับหกแห่งราชอาณาจักรเซนิท ระดับความแข็งแกร่งไม่ทราบ ผลงานการต่อสู้ที่โดดเด่นก็คือการที่เขาสามารถเอาชนะอัศวินผู้ตัดสินคริส ซัตตันได้!”
“สืบต่อไป ค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับชายคนนั้นมาให้หมด”
“ขอรับ นายท่าน”
“ครั้งนี้พวกเราล้มเหลว แต่ก็ถือว่าได้เก็บเกี่ยวจากราชอาณาจักรเซนิทไปพอสมควรแล้ว แผนการหลังจากนี้พวกเราต้องเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น แต่ไม่มีสิ่งใดที่ได้ไปโดยไม่จ่ายราคา 'แผนหนามโลหิต' จะต้องดำเนินการต่อไป ข้าจะทำให้เมืองหลวงเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กตกอยู่ความหวาดกลัว!”
“ขอรับ นายท่าน!”
“ไปทำงานเถอะ!”
-------------------
