ความคิดของเนี่ยเทียนนั้นไม่ต่างไปจากสือชิง ที่เผยฉีฉีไม่ยินดีจากไปก็เพราะตัดใจทิ้งค่ายกลนำส่งของเดือนดับไม่ลง
ตอนนี้แม้แต่ค่ายกลนำส่งนั้นหลี่หลางเฟิงก็ยังยอมสละทิ้งแล้ว เผยฉีฉีย่อมไม่มีเหตุผลให้อยู่ที่นี่ต่อ
อีกทั้งเขาและเผยฉีฉีก็ไม่ได้เป็เพื่อนที่สนิทสนมกัน เขาจึงไม่คิดว่าเผยฉีฉีจะอยู่ต่อสู้กับคนอำมหิตเช่นหลี่หลางเฟิงถึงท้ายที่สุดเพื่อเขา
“ได้ ถ้าอย่างนั้นพวกเ้าสองคนก็รักษาตัวด้วย”
ภายใต้การเกลี้ยกล่อมของสือชิง ดวงตาเผยฉีฉีเปล่งประกายวาววับแล้วจึงเลือกตัดสินใจอย่างชาญฉลาดที่สุด
หลังจากทิ้งประโยคนั้นไว้เผยฉีฉีก็หมุนกายจากไปอย่างเด็ดเดี่ยวโดยที่ไม่สนใจสือชิงและเนี่ยเทียนอีก
“แบบนี้สิถึงจะถูก” หลี่หลางเฟิงเอ่ยขึ้นมาเบาๆ
ม่านน้ำสีเขียวเข้มที่เดิมทีขัดขวางเส้นทางของเผยฉีฉี เมื่อนางมุ่งหน้าออกจากหุบเขาก็ถูกหลี่หลางเฟิงใช้จิตไปควบคุมจึงสลายหายไป
ม่านน้ำสีเขียวเข้มนั้นคล้ายจะจมลึกลงไปใต้ดิน จึงทำให้เผยฉีฉีผ่านไปได้อย่างง่ายดาย
พริบตาเดียวเรือนกายของเผยฉีฉีก็หายวับไปในหุบเขา
เมื่อนางจากไป เนี่ยเทียนจึงสูดลมหายใจเข้าลึกหนึ่งครั้งแล้วรวบรวมพละกำลังแผ่ขอบเขตของสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงออกไปถึงสิบเมตร
ทิพย์จักษุเจ็ดข้างที่มีิญญาดวงดาวลอยออกไปเงียบๆ แล้วคอยจับตามองหลี่หลางเฟิงจากมุมต่างๆ
เวลาเดียวกันนั้นเนี่ยเทียนยังรวบรวมกระแสจิตขึ้นมากลุ่มหนึ่งเพื่อไปสื่อสารกับเกราะัเพลิงในกำไลเก็บของ
การจากไปของเผยฉีฉีทำให้เขาตัดสินใจเด็ดขาดได้อย่างรวดเร็ว
---เขาเตรียมจะใช้เกราะัเพลิงอีกครั้งหากต้องตกอยู่ในสภาพจนตรอก!
ก่อนหน้าที่ยังไม่ได้เข้ามาอยู่ในอาณาจักรเลี่ยคง หัวมู่ก็เอ่ยกำชับเขาแล้วว่าหากไม่ถึง่เวลาคับขันจริงๆ ห้ามใช้เกราะัเพลิงเด็ดขาด
เพราะว่าตลอดทั้งดินแดนดาวตกนั้น เกราะัเพลิงถือเป็อาวุธวิเศษล้ำค่าระดับเชื่อมโยงิญญาที่ค่อนข้างมีชื่อเสียง หากมันปรากฏตัวออกมาเมื่อใด ตัวตนของเขาก็จะต้องถูกเปิดเผยไปด้วย
ถึงเวลานั้นไม่เพียงแต่ตำหนักเทพเพลิงแห่งอาณาจักรอั้นิเท่านั้นที่จะมาเยือนถึงที่ แม้แต่ผู้แข็งแกร่งของวิมาน์ที่ตามตัวเขาให้ควั่กก็จะทยอยกันมาเยือนอาณาจักรเลี่ยคง แล้วกรีดเอาตราประทับสะเก็ดดาวทั้งสองดวงไปจากร่างของเขา
หากเขาคิดจะใช้เกราะัเพลิงโดยที่แน่ใจด้วยว่าข่าวสารจะไม่เล็ดรอดออกไป จึงมีเพียงวิธีเดียว---สังหารทุกคนที่พบเห็นเกราะัเพลิงให้หมด!
เมื่อเผยฉีฉีจากไป ผู้ที่เหลืออยู่ในหุบเขาจึงมีเพียงหลี่หลางเฟิงและสือชิงเท่านั้น
หากหลี่หลางเฟิงและสือชิงต่างก็ตายกันหมด ตัวตนของเขาก็ไม่ถูกเปิดเผย และยังสามารถอยู่ในอาณาจักรเลี่ยคงต่อไปได้
กระแสจิตพร่าเลือนกลุ่มหนึ่งถูกส่งกลับมาจากเกราะัเพลิงที่อยู่ในกำไลเก็บของ ซึ่งกระแสจิตนั้นมาจากิญญาวัตถุของเกราะัเพลิง
การตอบกลับของิญญาวัตถุบอกให้เขารู้ว่าเมื่อถึง่เวลาสำคัญ เขาสามารถพึ่งพาเกราะัเพลิงในการต่อสู้ได้จริง นี่ทำให้เขาเกิดความฮึกเหิม และมีความมั่นใจเพิ่มขึ้น
“สือชิง...” ั์ตาเนี่ยเทียนเผยความหมายลึกล้ำ
เมื่อเขาตัดสินใจว่าจะใช้เกราะัเพลิง เขาก็วางแผนไว้แล้วว่าขอแค่สบโอกาสเหมาะๆ จะต้องสังหารสือชิงไปด้วย
สือชิงที่มาจากกะโหลกเืไม่ได้รู้จักสนิทสนมอะไรกับเขา สือชิงรักและเอ็นดูไช่เยว่จึงเกลี้ยกล่อมให้เผยฉีฉีรีบจากไป เพราะหมายหลีกเลี่ยงไม่ให้อาจารย์ของเผยฉีฉีโกรธเกรี้ยว
สือชิงมีน้ำใจต่อกะโหลกเื ทว่าั้แ่ต้นจนถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่เคยคิดเป็ห่วงเนี่ยเทียน
ในเมื่อเป็เช่นนี้ เมื่อถึง่เวลาที่เหมาะสม สละสือชิงไปสักคนเพื่อปกป้องตัวเอง เนี่ยเทียนก็ไม่คิดว่าเป็เื่น่าละอายใจอะไร
“ที่หลี่หลางเฟิง้าก็คือข้าที่ยังมีชีวิตอยู่ เมื่อเป็เช่นนี้เขาก็ต้องสังหารสือชิงก่อน ขอแค่รอให้ถึงเวลาแล้วค่อยใช้เกราะัเพลิงก็เท่านั้น”
เขาที่แอบวางแผนอยู่กับตัวเองมีสีหน้าสุขุม สงบจิตสงบใจลงได้อย่างเต็มที่
“ทำตัวให้ว่าง่ายเข้าไว้เ้าจะได้ไม่ต้องทุกข์ทรมานมากนัก” หลี่หลางเฟิงเหลือบตามองเขาหนึ่งครั้งแล้วเดินไปหาสือชิง “เมื่อข้ากลับไปยังพื้นที่ที่ถูกทิ้งร้าง หัวของเ้าถือเป็คำอธิบายที่ข้ามีต่อเดือนดับ และยังสามารถเอาแลกหินวิเศษมูลค่าไม่ธรรมดามาได้ด้วย ไช่เยว่และนางมารเผยต่างก็จากไปอย่างปลอดภัยแล้ว เ้าเองก็น่าจะตายตาหลับแล้ว”
“กรุ๊งกริ๊ง!”
หลี่หลางเฟิงสั่นกระดิ่งในมือเบาๆ คลื่นโจมตีทางพลังจิตที่น่ากลัวซึ่งส่งตรงเข้าสู่จิติญญาพุ่งเข้าหาสมองของสือชิงทันที
คราวนี้เสียงที่ส่งออกมาจากในกระดิ่งนั้นเมินข้ามเนี่ยเทียนไปอย่างสิ้นเชิง
เนี่ยเทียนได้ยินเสียงกระดิ่งก็จริง ทว่ามหาสมุทรจิติญญาของเขากลับไม่เกิดคลื่นกระเพื่อมใดๆ เขาจึงเข้าใจทันทีว่าหลี่หลางเฟิง้าจับตัวเขาเป็ๆ อย่างแท้จริง
“ฟิ้วๆ!”
เมื่อกระดิ่งส่งเสียงกังวานใส แสงสีเขียวหลายเส้นที่เลื้อยขยุกขยิกอยู่ในเืเนื้อของหลี่หลางเฟิงพลันบินพรวดออกมาอย่างบ้าคลั่ง
แสงสีเขียวเ่าั้คล้ายงูพิษที่ตรงเข้าฉกกัดผู้คน มันลอดทะลุม่านแสงป้องกันกายของสือชิงเข้าไปในพริบตาเดียว
“ปัง!”
เมื่อม่านแสงคุ้มกันกายของสือชิงะเิออก เขาก็ถอยกรูดออกไปอย่างรวดเร็ว
พื้นดินที่แข็งกระด้างใต้ฝ่าเท้าของเขาเกิดเป็รอยปริร้าว และหินที่แตกออกก็พลันลอยขึ้นมาจากใต้ดิน
วินาทีนั้นพื้นที่ระหว่างสือชิงและหลี่หลางเฟิงก็เต็มไปด้วยก้อนหินมากมาย
“พลังแห่งพื้นดิน”
เมื่อเห็นหินจำนวนนับไม่ถ้วนลอยขึ้นมา เนี่ยเทียนที่มองดูอยู่ข้างๆ ก็เข้าใจธาตุพลังิญญาของสือชิงทันที
“ครืนๆๆ!”
บริเวณใกล้เคียงกับหุบเขา มีก้อนหินที่แตกกระจายออกอีกเป็จำนวนมากซึ่งได้รับการชักนำจากพลังของสือชิงให้ลอยขึ้นกลางอากาศและพุ่งเข้ามากระแทกใส่หลี่หลางเฟิง
หินขนาดั์หลายสิบก้อนที่ลอยอยู่กลางอากาศนั้นทรงพลังน่าครั่นคร้ามอย่างยิ่ง
ทว่าขณะหลี่หลางเฟิงผู้อ่อนแอไอโขลกๆ เสียงดัง ร่างของเขากลับลอดทะลุหินก้อนแล้วก้อนเล่าไปอย่างรวดเร็วราวกับิญญา ไม่ได้รับความยุ่งยากใดๆ แม้แต่นิด
“แรงโน้มถ่วงจงเปลี่ยน!” สือชิงะโกร้าว
หินมากมายที่ลอยอยู่กลางอากาศร่วงโครมลงมาคล้ายอุกกาบาตที่กระแทกลงบนพื้นดิน
หลี่หลางเฟิงที่ลอดตัวไปมาอยู่กลางอากาศเมื่ออยู่ภายใต้แรงโน้มถ่วงที่เปลี่ยนแปลงกะทันหันจึงร่วงตามลงมาด้วย
“ไม่มีประโยชน์หรอก”
เขาส่ายหัวเบาๆ แสงพลังิญญามีเขียวเข้มหลายเส้นบินพรวดออกมาจากชายแขนเสื้อของเขา
“ปังๆๆ!”
หินขนาดใหญ่ั์หลายก้อนเมื่อถูกแสงสีเขียวเ่าั้กระแทกใส่ก็พลันะเิกระจัดกระจาย
กระดิ่งในมือของหลี่หลางเฟิงถูกเขย่าเบาๆ อีกครั้ง
สือชิงที่ถอยกรูดไม่หยุดทั้งแรงโน้มถ่วงยังยุ่งเหยิงก็ร้องอึกอักอยู่ในลำคอ มุมปากมีเืไหลลงมาเป็สาย
สนามแรงโน้มถ่วงที่เขาสร้างขึ้นมาอย่างยากลำบากหายวับไปอย่างไร้ร่องรอยเพราะความพลุ่งพล่านของมหาสมุทรจิติญญา
หลี่หลางเฟิงที่ถูกสนามแรงโน้มถ่วงกักกันร่างอยู่ครู่หนึ่งก็ยกมืออีกข้างชี้ไกลๆ มายังสือชิง
ด้านหลังของสือชิงมีม่านน้ำสีเขียวเข้มขนาดใหญ่ั์คล้ายน้ำตกที่ไหลทวนบินออกมาจากพื้นดินแล้วแผ่ขยายเข้ามาหาเขาทันที
หมอกพิษสีเขียวหลายกลุ่มก็ลอยอวลขึ้นมาจากใต้ฝ่าเท้าของสือชิง ปกคลุมร่างของเขาไว้จนมิด
“อย่าว่าแต่เ้าเลย ต่อให้กู๋อวี่แห่งกะโหลกเืของพวกเ้าอยู่ที่นี่ด้วยก็ยังมิใช่คู่ต่อสู้ของข้า” หลี่หลางเฟิงสีหน้าผ่อนคลายไม่รีบร้อน “ข้าจมอยู่ในขั้นต้น์่ท้ายมานานหลายปี ขาดอีกแค่ก้าวเดียวก็เหยียบสู่เขตสามัญได้แล้ว ในเทือกเขาฮ่วนคง ผู้ฝึกลมปราณที่มีขอบเขตต่ำกว่าเขตสามัญ ไม่มีใครสามารถคุกคามข้าได้อย่างแท้จริง”
“ฟู่วๆ!”
ระหว่างที่เขาพูด ม่านน้ำสีเขียวเข้ม ควันพิษสีเขียวก็ปกคลุมร่างของสือชิงไว้เรียบร้อย
“กรุ๊งกริ๊ง!”
กระดิ่งในมือของเขายังคงสั่นเบาๆ ทุกครั้งที่มันขยับไหว สือชิงก็จะต้องกระอักเืออกมาจากปาก
เมื่อมหาสมุทรจิติญญาไม่มั่นคงทำให้สือชิงไม่สามารถรวบรวมพละกำลังมาต้านทานการรุกรานของควันพิษและม่านน้ำสีเขียวเข้มได้
กลางควันพิษและม่านน้ำสีเขียวเข้มนั้นไม่เพียงแต่มีพลังที่หลี่หลางเฟิงชุบหลอม ยังแฝงเร้นไว้ด้วยพิษร้ายแรง สือชิงแค่ดมควันพิษเข้าไปไม่กี่ครั้งก็เวียนหัวตามัว
“อู้ๆ!”
เกราะวิเศษสีเหลืองเหลือบเทาชิ้นหนึ่งเผยออกมาจากในอาภรณ์ที่ใกล้จะเปื่อยเละของสือชิง ลวดลายงดงามซับซ้อนที่อยู่บนเกราะวิเศษนั้นมีแสงพลังิญญาไหลวนคล้ายเส้นชีพจรของคน
เศษก้อนหินที่กระจัดกระจายอยู่รอบด้านเมื่อได้รับการดึงดูดจากเกราะวิเศษชิ้นนั้นก็พากันมารวมอยู่ที่ตัวของสือชิงอย่างบ้าคลั่ง
เวลาเพียงแค่สิบกว่าวินาที ชั้นก้อนหินที่แปลกประหลาดซึ่งเกิดจากการรวมตัวกันของเศษหินก็ห่อหุ้มเรือนกายของสือชิงเอาไว้
เมื่อมองปราดๆ สือชิงก็มีสภาพทั้งคล้ายคน และทั้งไม่ใช่คนที่เกิดขึ้นมาในก้อนหินก้อนหนึ่ง
เมื่อเกราะวิเศษถูกเรียกใช้ สือชิงจึงแปลงกายมาเป็หิน ใช้วิธีการที่มหัศจรรย์มาต้านทานการรุกเข้ากัดกินของหมอกพิษ
น่าเสียดายที่พลังมหัศจรรย์ของเกราะวิเศษซึ่งสือชิงร่ายใช้ให้ร่างตัวเองกลายมาเป็หินกลับมีข้อเสียอย่างใหญ่หลวงอยู่ข้อหนึ่ง---ไม่สามารถขยับเขยื้อนได้
เวทลับเช่นนี้ของเกราะวิเศษนำมาใช้ต้านทานการโจมตีสุดพลังจากคู่ต่อสู้ใน่เวลาที่คับขันมากที่สุด
หลังจากที่คู่ต่อสู้โจมตีมาแล้ว เขาสามารถสลายสภาพร่างหินและกลับมาต่อสู้ได้อีกครั้ง
ทว่าสถานการณ์ในตอนนี้อันที่จริงแล้วไม่เหมาะสมให้กระตุ้นใช้เวทลับแปลงเป็หินจากเกราะวิเศษ เพราะควันพิษและม่านน้ำสีเขียวเข้มเ่าั้มีอยู่ทั่วทุกหนแห่ง หากเขาคืนสภาพอีกครั้งก็ยังต้องถูกพวกมันกัดกินเืเนื้ออยู่ดี
เพราะถูกบีบให้ไร้ทางเลือก เขาจึงจำต้องใช้เกราะวิเศษที่ลึกลับมากที่สุดมากระตุ้นเวทลับนี้
“ต่อให้กลายเป็หินแล้วก็ได้แค่ต้านทานควันพิษใน่ระยะเวลาสั้นๆ เท่านั้น แล้วหลังจากนั้นเล่า?” หลี่หลางเฟิงส่ายหัวเบาๆ แล้วเดินเตร่เข้าหาสือชิง “ผลลัพธ์ก็ยังไม่เปลี่ยนอยู่ดี อย่างไรซะเ้าก็ต้องตาย เพียงแค่จะช้าหรือเร็วก็เท่านั้น”
“ฟู่วๆ!
และเวลานี้เอง เนี่ยเทียนพลันได้ยินเสียงประหลาดดังมาจากด้านหลัง
เขาหันกลับไปมองก็พบทันทีว่ารอยแยกห้วงมิติในบริเวณใกล้เคียงค่อยๆ ขยับเข้ามาใกล้หุบเขาอย่างเงียบเชียบ
เขาที่เกิดความสงสัยจึงแบ่งทิพย์จักษุข้างหนึ่งซึ่งจับตามองหลี่หลางเฟิงให้บินไปยังตำแหน่งที่มีรอยแยกห้วงมิติลอยอยู่
แล้วเขาก็เห็นเผยฉีฉีที่จากไปแล้วยืนอยู่ท่ามกลางรอยแยกห้วงมิติเ่าั้ นางกำลังชักนำรอยแยกห้วงมิติสิบกว่าเส้นให้เข้ามาใกล้หุบเขาทีละนิด
“เผยฉีฉี!”
การที่นางจากไปแล้วย้อนกลับมาทำให้เนี่ยเทียนตัวสั่นเยือก ในใจบังเกิดความซาบซึ้ง
ได้ค่ายกลนำส่งชิ้นนั้นไปครองแล้ว เผยฉีฉีที่ถูกหลี่หลางเฟิงปล่อยตัวไปก็ไม่น่าจะมีเหตุผลอะไรให้หวนกลับมาอีก
ก่อนหน้านี้ตอนที่ไช่เยว่เดินออกไปจากหุบเขา เผยฉีฉีก็คิดแต่จะพาเขาหนีไปด้วยกันในทันที ไม่ได้สนใจสักนิดว่าสือชิงจะเป็หรือจะตาย
นี่หมายความว่าสำหรับเผยฉีฉีแล้ว สือชิงไม่มีความสำคัญเลยแม้แต่นิดเดียว การที่นางกลับมาครั้งนี้จึงมีเพียงความเป็ไปได้ข้อเดียว---เพื่อเขาเนี่ยเทียน!
“สังหารเ้าคนชั่วช้านั่นซะ”
ดูเหมือนเผยฉีฉีจะรู้ว่าเนี่ยเทียนได้ยินคำพูดของนาง ขณะที่ควบคุมให้รอยแยกห้วงมิติขยับเข้ามาใกล้หุบเขา นางจึงะโเบาๆ ใส่ท้องฟ้า
เนี่ยเทียนที่เดิมทีจะรอให้สือชิงตายก่อนแล้วค่อยเรียกใช้เกราะัเพลิงมาต่อสู้กับหลี่หลางเฟิง พอได้ยินประโยคนั้นของนางใบหน้าก็เปลี่ยนมาเป็ดุดัน แล้วจึงพกพาเอาสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงกระโจนเข้าใส่หลี่หลางเฟิงทันที
-----
