หวังอันหยางมองบุรุษบันดาลโทสะด้วยใบหน้าคล้ำเขียวนั่งอยู่ข้างกายตน เขาหลับตาลงอย่างแ่เบา
“บางทีท่านน่าจะฆ่าข้าไปเสีย เช่นนี้คงไม่ต้องเ็ปและเป็ทุกข์อีกต่อไป!”
หลิ่วเหอมองหวังอันหยางมีสีหน้านิ่งเฉย ดวงตาสองข้างหลับแน่นอยู่บนเตียงก็กัดฟันกรอด ฉับพลัน เขาเอนตัวลง นอนกอดอีกฝ่ายไว้ในอ้อมแขน
หวังอันหยางลืมตาขึ้น มองหลิ่วเหอนอนอยู่ข้างกายกอดตนไว้แน่น เขาหลุบตาลงเบาๆ ไม่พูดสิ่งใดต่อ
พอหวังอันหยางไม่พูด หลิ่วเหอไม่พูด กอดตนอยู่เงียบๆ กลายเป็ไม่มีใครเอ่ยปาก
ผ่านไปเนิ่นนาน
เมื่อหวังอันหยางคิดว่าบุรุษข้างกายหลับไปแล้ว เสียงทุ้มต่ำมีเสน่ห์ของอีกฝ่ายกลับดังขึ้นข้างหู
“ข้า ปีนี้ข้าอายุหนึ่งร้อยหกสิบแปด ตอนข้าเพิ่งเกิด ท่านพ่อเชิญนักทำนายคนหนึ่งมาตรวจดวงชะตาให้ข้า นักทำนายกล่าวว่าชะตาของข้าไม่ดีนัก เกิดมามีชะตาพิฆาตภรรยาพิฆาตบุตร ข้าเป็ผู้ฝึกตน และยังเป็ผู้ฝึกตนระดับดวงปราณ เพราะอย่างนั้น ข้าถึงไม่เชื่อถ้อยคำลวงหลอกพรรค์นั้น มีอยู่ครั้งหนึ่ง ข้าพบเหลียนเอ๋อร์ในตลาดดอกไม้ เหลียนเอ๋อร์เหมือนกับชื่อของนางเอง ผุดจากโคลนตมกลับไม่แปดเปื้อน อาบผ่านวารีกลับไม่หยาดเยิ้ม นางงดงามทั้งยังดีงามอีก พวกเราตกหลุมรักกันั้แ่แรกพบ ต่างฝ่ายต่างชอบพออีกฝ่าย!” พูดถึงตรงนี้ หลิ่วเหอก้มศีรษะมองหวังอันหยางในอ้อมแขน
เวลานี้ หวังอันหยางกำลังจดจ่อกับคำบอกเล่าของเขาด้วยสีหน้าสงบ
“เหลียนเอ๋อร์เป็คนธรรมดา แม้ท่านพ่อข้าไม่ชอบนาง ไม่หวังให้ข้าตบแต่งสตรีที่ไม่อาจฝึกตนได้ แต่พวกเราต่างรักอีกฝ่ายอย่างลึกซึ้ง ข้าจึงไม่สนการคัดค้านในตระกูล แต่งงานกับเหลียนเอ๋อร์ ทว่า ข้ากลับคิดไม่ถึง เพิ่งแต่งงานกับเหลียนเอ๋อร์ได้ปีเดียว ตอนนางคลอดบุตร นางก็จากข้าไป...” พูดจบ หลิ่วเหอก็สะอื้นเล็กน้อย
“เหลียนเอ๋อร์คือท่านแม่ของนายน้อยหรือขอรับ?”
“อืม นางคือแม่ของเทียนฉี เป็สตรีที่ครองรักกับข้าได้เพียงสี่ร้อยกับอีกสามวันก็ถูกดวงข้าพิฆาตตาย” หัวใจหลิ่วเหอรู้สึกขื่นขมเล็กน้อยยามพูดถึงเื่นี้
“ท่านคิดว่า ดวงของท่านฆ่านางหรือ?” หวังอันหยางมองบุรุษข้างกายอย่างไม่เชื่อ ถามด้วยอาการผิดแปลก
“แรกเริ่มข้าไม่คิด แต่หลังเหลียนเอ๋อร์ตายจาก เทียนฉีก็ล้มป่วยอยู่เสมอ เขาเกิดมาร่างกายอ่อนแอ แก่นกระดูกไม่ดี อายุสามปีป่วยหนักหวิดจบชีวิต อายุเจ็ดปีตกลงไปในสระบัวเกือบจมน้ำตาย อายุสิบสามปีร่วงจากต้นไม้เกือบตกลงมาตาย อายุสิบห้าปีถูกหลิ่วเทียนลู่ทำร้ายจนาเ็ ภายในหวิดเอาชีวิตไม่รอด”
“เพราะเื่เหล่านี้ ท่านจึงคิดว่านายหญิงถูกดวงของท่านพิฆาต และดวงของท่านกำลังพิฆาตนายน้อยอยู่หรือ? เช่นนั้นท่านถึงได้ปฏิเสธข้า?” แม้หวังอันหยางไม่อยากเชื่อว่านี่เป็เื่จริงนัก แต่เห็นสีหน้าทุกข์ตรมของบุรุษ เขากลับคิดเชื่อขึ้นมา
“ข้า ข้าชอบเ้า ชอบเ้ามานานนัก แต่ข้า ข้ากลัวว่าหากพวกเราอยู่ด้วยกันจะเป็การทำร้ายเ้า ดังนั้นข้าจึงหวังอย่างยิ่ง หวังให้เ้าอยู่ข้างกายข้า ขอให้ข้าได้เห็นเ้าทุกวัน เช่นนี้ข้าก็พอใจแล้ว แต่ แต่ข้าคาดไม่ถึงว่าเ้าจะเป็ฝ่ายสารภาพรักกับข้า ข้า ตอนนั้นข้าดีใจอย่างบอกไม่ถูก แต่ พอข้าคิดถึงเหลียนเอ๋อร์กับเทียนฉีขึ้นมา ข้าจึงไม่กล้าตอบรับเ้า”
“...” เป็เช่นนี้จริงหรือ?
“คืนวันนั้น ข้าดื่มกับสหายเก่าอยู่หลายแก้ว ข้าไม่ได้ดื่มจนเมา แต่พอข้าเห็นเ้าอยู่ตรงหน้า เ้าบอกรักข้าด้วยความรักลึกซึ้งปานนั้น ข้า ข้าห้ามใจตนเองไม่ได้จนจุมพิตเ้า ต่อมา เ้าหายตัวไปสองเดือน ข้าตามหาเ้าไม่หยุด ตอนที่เห็นเ้าพาร่างกายเต็มไปด้วยาแกลับมา และยังได้ยินเ้าบอกไปเขาสัตว์อสูร ในใจข้าทั้งโกรธและร้อนใจ ข้าถึงกระทั่งหวาดกลัว กลัวเ้าจะไม่ได้กลับมา ข้ารู้ถึงความเหน็ดเหนื่อยของเ้าดี ทุกสิ่งที่เ้าทำนั้นเพื่อข้า เพื่อให้ข้าชอบและยอมรับเ้า แต่ หัวใจข้ามันขัดแย้งนัก ข้าไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรกับเ้าดี?”
“เื่ที่ไปเขาสัตว์อสูรตามลำพัง เป็ข้าที่คิดไม่รอบคอบจริง ถึงทำให้ท่านต้องเป็ห่วง!” หวังอันหยางเข้าใจ ยามนั้นหลิ่วเหอดูเป็ห่วงเขา รักเขาไม่ผิดแน่
“ไม่ ข้าไม่ดีเอง ข้าไม่ควรสาดโทสะใส่เ้า ยิ่งไม่ควรตบเ้าอีก” หลิ่วเหอลูบแก้มหวังอันหยาง พลางเอ่ยขอโทษเสียงแ่เบา
“หลิ่วเหอ ท่านคิดว่าการไม่อยู่ด้วยกันคือการทำเพื่อข้า ไม่อยากให้ข้าถูกดวงของท่านพิฆาตหรือ?”
“ใช่ ก่อนหน้านี้ข้าคิดเช่นนั้น!” หลิ่วเหอพยักหน้า ไม่ปฏิเสธ
“ถ้าอย่างนั้นตอนนี้เล่า? ตอนนี้ท่านคิดอย่างไร?”
“ตอนนี้ข้าอยากอยู่ด้วยกันกับเ้า ข้าอยากเผชิญหน้าความยากลำบาก อุปสรรค ภัยอันตรายทั้งมวลไปพร้อมกับคนที่ข้าชอบ เพราะ เพราะเทียนฉีบอกข้า หากข้าไม่อยู่ด้วยกันกับเ้า ไม่ว่าสิ่งใดข้าคงให้เ้าไม่ได้ หากไม่อยู่ด้วยกัน ใช้ว่าเ้าจะมีความสุขนี่”
“หลิ่วเหอ ท่านไม่ควร ไม่ควรให้ความหวังและมาทำลายความหวังข้าอีก ตอนนี้ที่ข้าอยากลืม ท่านกลับมาให้ความหวังข้า ท่านทำเช่นนี้ ข้าเ็ปยิ่งนัก ท่านรู้บ้างไหม?”
เห็นหวังอันหยางน้ำตาไหลริน หลิ่วเหอรีบก้มศีรษะ จูบซับน้ำตาบนใบหน้าของอีกฝ่าย
“อันหยาง ให้โอกาสข้าอีกครั้งได้ไหม? ข้าจะไม่ทำร้ายเ้าอีก!”
“ด้านหนึ่งท่านหลอกลวงข้าด้วยความรักหวานละมุน อีกด้านหนึ่งท่านทำร้ายข้าอย่างไร้หัวใจ ท่านจะให้ข้าเชื่อท่านได้อย่างไรหรือ?”
ได้ยินคำถามของหวังอันหยาง หลิ่วเหอก็ยิ้มขมขื่น ก้มศีรษะจุมพิตกลีบปากอีกฝ่ายผะแ่
“อันหยาง พวกเราผูกพันธสัญญาคู่ชีวิตกันเถอะ! ไม่ว่าหลังจากนี้เ้าจะเชื่อข้าหรือไม่ หลังผูกพันธสัญญาคู่ชีวิต พวกเราจะเป็ของกันและกัน พันธสัญญาสำเร็จนับว่าเป็สามีภรรยา นอกเสียจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งร่างมลายิญญาสูญสิ้น มิเช่นนั้นจะแปรเปลี่ยนไม่ได้ตราบชั่วนิรันดร์”
ได้ยินคำว่าพันธสัญญาคู่ชีวิต หวังอันหยางตื่นตะลึง “หลิ่วเหอ?”
“ขอโทษด้วย ข้ารู้ว่าเ้ายังไม่อภัยให้ และข้าก็รู้ว่าเ้าอาจไม่ยินดีผูกพันธสัญญากับข้า แต่ แต่ข้าไม่อยากให้เ้าเป็สามีของผู้อื่น ข้า้า ข้า้าให้เ้าเป็อันหยางเพียงคนเดียวของข้า” หลิ่วเหอดึงมือของหวังอันหยางขึ้นมา เอากริชออกมากรีดปลายนิ้วของพวกเขา เริ่มท่องมนตร์ ผูกพันธสัญญาระหว่างคู่ชีวิต
สองตาหวังอันหยางเบิกมองแสงรัศมีสีแดงบินเข้าไปกลางหว่างคิ้วของตนอย่างตะลึง ไม่รู้ว่าควรพูดอะไร
หลิ่วเหอก้มศีรษะจุมพิตริมฝีปากของหวังอันหยางอย่างแ่เบา กอดเขาไว้ในอ้อมแขนใหม่อีกครั้ง
หวังอันหยางมองสามีนอนข้างกายตนด้วยสีหน้างุนงง เขาไม่คิดว่าคราวนี้หลิ่วเหอจะเด็ดขาด รวดเร็วดุจสายฟ้า ผูกพันธสัญญาคู่ชีวิตกับตนเร็วปานนี้
“อันหยาง ไม่ว่าเ้าจะแค้นหรือชังข้าก็ช่าง ข้าเป็สามีเ้า ผูกพันธสัญญาสำเร็จ เ้ากับข้าคือสามีภรรยา ชีวิตนี้เ้าไม่มีทางหนีข้าได้ หากเ้าอยากหลุดพ้น มีเพียงสังหารข้าทางเดียวเท่านั้น!”
“ข้า...” หวังอันหยางมองบุรุษพูดอย่างชัดเจน เขาหมดคำพูดไปชั่วขณะ
“นอนเถอะ ข้าช่วยเ้าถอดเสื้อตัวนอกเอง!” หลิ่วเหอพูดพลางลุกขึ้น ถอดเสื้อตัวนอก รองเท้าและถุงเท้าของทั้งสองคนออก ก่อนเข้ามาคลุมผ้าห่มให้อีกฝ่าย
หวังอันหยางมองหลิ่วเหอกอดตนแต่ตนเองนอนอยู่นอกผ้าห่มพลันขมวดคิ้ว “ท่านไม่หนาวหรือ?”
“ข้าเป็ผู้ฝึกตนระดับดวงปราณ”
ได้ยินเข้า หวังอันหยางก็หมดคำพูด ใช่สิ อีกฝ่ายเป็ผู้ฝึกตนระดับดวงปราณ ไม่กิน ไม่ดื่ม ไม่นอนหลายเดือนไม่ใช่ปัญหา ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าจะกลัวหนาว!
“เอายันต์บนหน้าผากข้าออกสิ!” หวังอันหยางมองหลิ่วเหอ เอ่ยปากสั่งอย่างไม่สบอารมณ์
หลิ่วเหอมองท่าทางไม่พอใจของคนรักแล้วเอายันต์ออกตามคำบอก
หวังอันหยางขยับมือเท้านิดหน่อยก็ค้อนควัก “ท่านกับข้าผูกพันธสัญญาคู่ชีวิตกันแล้ว ถ้าเช่นนั้น ท่านคิดจะจัดการกับชิวหลันอย่างไร?”
“ข้าจะคืนสัญญาขายตัวให้นาง ให้ศิลาทิพย์นางกองหนึ่ง พร้อมให้นางแต่งออกจากจวนไป!” เื่นี้ไม่ได้ยุ่งยากนัก สัญญาขายตัวของชิวหลันยังอยู่ในมือหลิ่วถง ขอเพียงคืนสัญญาให้อีกฝ่าย มอบศิลาทิพย์กองหนึ่งชดเชยให้ คิดว่าชิวหลันคงจากไปอย่างว่าง่ายเอง
“ถ้าอย่างนั้น แล้วนายน้อยกับนายหญิงน้อยเล่า? พวกเขาจะยินยอมให้พวกเราอยู่ด้วยกันหรือ?” หวังอันหยางกังวลเื่นี้มากกว่า
“เห็นด้วยสิ เทียนฉีกตัญญูมาตลอด เขาย่อมไม่คัดค้าน!” หลิ่วเหอเข้าใจบุตรชายยิ่งนัก
“ถ้า ถ้าอย่างนั้นท่าน ไม่ใช่ว่าก่อนหน้านี้ ท่านรังเกียจข้าที่อายุน้อยหรือ? ตอนนี้ข้าโตขึ้นแค่ปีเดียว ท่านไม่รังเกียจข้าที่อายุน้อยกว่าแล้วหรือ?” ในสายตาหวังอันหยาง อายุสิบเก้าปีกับยี่สิบปีไม่แตกต่างกันเท่าไรนัก
เมื่อหลิ่วเหอต้องเผชิญหน้ากับการกลั่นแกล้งและการจี้ถามของคนรักตัวน้อยก็ยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ
“ไม่เป็ไร เ้าจะค่อยๆ เติบใหญ่ขึ้น ก่อนหน้านี้ สิ่งที่ข้ากังวลคือจิตใจของเ้ายังไม่เป็ผู้ใหญ่นัก กลัวความรู้สึกที่เ้ามีให้ข้าเป็เพียงอารมณ์ชั่ววูบ ไม่อาจยืนยาว ข้าไม่ได้รังเกียจว่าเ้าอายุน้อย แต่ตอนนี้พวกเราผูกพันธสัญญาคู่ชีวิตกัน ข้าถึงไม่กังวลอีก อย่างไรเ้าก็เป็คนของข้า!”
“ข้า...” ท่าทางเหมือนทำเื่ถูกเรียบร้อยแล้วของเขาทำให้หวังอันหยางอับจนคำพูดอีกครั้ง
“หลิ่วเหอ ท่านบังคับข้าผูกพันธสัญญาคู่ชีวิตในสภาพที่ข้าขยับไม่ได้ ท่านไม่รู้สึกว่าตนเองทำเกินไปหรือ?” เป็เื่ของคนสองคนแท้ๆ แต่อีกฝ่ายกลับตัดสินใจเอาเอง ทำให้เขาไม่สบายใจอย่างยิ่ง
“ขอโทษ ข้าไม่อยากเสียเ้าไป!” หลิ่วเหอบอกเสียงเบา น้ำเสียงอ่อนโยนผิดธรรมดา
“ท่าน?” คิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะขอโทษอย่างซื่อตรงเช่นนี้
“อันหยาง หลายเดือนมานี้ข้านอนหลับไม่สนิทเลยสักคืน ข้าอยากพักสักครู่ เ้าก็หลับให้สบายสักตื่นเถอะ! ตื่นขึ้นมา เ้าค่อยคิดบทลงโทษให้ข้าก็ยังไม่สาย!” หลิ่วเหอพูดพลางหลับตาลง
หวังอันหยางมองบุรุษ ่เวลาไม่นานกลับกอดตนจนหลับไปจริงๆ เขาพูดไม่ออก
หลิ่วเหอระดับดวงปราณเชียวนะ หลายเดือนไม่กินไม่นอนล้วนไม่มีปัญหา แต่ แต่เขากลับหลับไวปานนี้ อีกฝ่ายเหนื่อยล้ามากเพียงไรกัน?
หวังอันหยางมองบุรุษท่าทางเหนื่อยล้า นอนหลับอยู่ข้างกายตนก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย เขารู้ รู้ว่าครึ่งปีมานี้ตระกูลหลิ่วที่เมืองฝูเฉิงเกิดเื่มากมาย รู้ว่าหลิ่วเหอว้าวุ่นใจมากยิ่งกับเื่ราวด้านนั้น เื่ความรู้สึกของเขาย่อมทำร้ายจิตใจอีกฝ่ายไม่น้อยเช่นกัน ทุกวันถูกเื่ราวกลัดกลุ้มมากมายรัดพัน ต่อให้เป็ระดับดวงปราณก็คงรับไม่ไหว!
หลิ่วเหอที่เหนื่อยล้าเหลือทน แรงใจแห้งเหือดมานอนอยู่ข้างกาย หวังอันหยางมองด้วยความปวดใจวูบหนึ่ง
เพื่อไม่ให้ดวงพิฆาตเขา บุรุษผู้นี้จึงกดความรู้สึกของตนไว้ เก็บความรู้สึกและซ่อนความเ็ปไว้ในก้นบึ้งหัวใจ ต้องรักเขา ห่วงเขาเท่าใดกันนะถึงจะทำได้?
“หลิ่วเหอ ข้าผิดไปแล้ว ท่านไม่ได้ไม่รักข้า แต่รักข้ามากเกินไป” หวังอันหยางยกมือขึ้นลูบใบหน้าเขาแ่เบา
ตลอดมา หวังอันหยางคิดว่าหลิ่วเหอรักตนไม่มากพอ เขาขี้ขลาดเกินไป แค่ชิวหลันยังสู้ไม่ได้ บอกความรู้สึกกับตนยังไม่กล้า แต่ตอนนี้เขาเข้าใจดี ไม่ใช่ไม่รัก แต่รักมากเกินไปต่างหาก!
“หลิ่วเหอ ข้าอภัยให้ท่านแล้วนะ!” หวังอันหยางเอ่ยเสียงเบาข้างหู
“อะ อะไรนะ?” หลิ่วเหอสะลึมสะลือ ลืมตาขึ้นมาเล็กน้อย เอ่ยถามเสียงเบาหนึ่งประโยค
“นอนเถอะ!” หวังอันหยางประทับจุมพิตบนใบหน้าอีกฝ่ายแ่เบา กล่อมเขานิทราด้วยเสียงอันอ่อนโยน
“อืม!” หลิ่วเหอขยับตัวนิดหน่อย กอดคนในอ้อมแขนแน่นขึ้นอีก
หวังอันหยางนอนหนุนหัวไหล่ของเขา หลับตาลงเบาๆ
