บทที่ 104 รนหาที่ตาย
เขาไม่ได้เข้าไปในถ้ำ เพราะรู้สึกไม่เหมาะสม หญิงชายไม่ควรอิงแอบแนบชิด
ฉินชูนั่งอยู่บนก้อนหินสีเขียวตรงปากทางเข้าถ้ำ และพูดคุยแลกเปลี่ยนกับจื่อหลวน
“สถานการณ์ปัจจุบันค่อนข้างยุ่งยากซับซ้อน ไม่ว่าข้าจะไม่ถูกกับเฉียนหลิงอู่มากแค่ไหน แต่เราก็ไม่ควรปล่อยให้กองกำลังภายนอกเข้ามาเอาเปรียบ ถ้านางไม่ทำอะไรเกินเลย ข้าก็จะไม่สู้กับนาง” จื่อหลวนพูด
“ข้าจะไปพบนางหลังจากนี้และบอกเื่สถานการณ์ปัจจุบัน นางคงพิจารณาสถานการณ์โดยรวมด้วยเช่นกัน” ฉินชูเอ่ย
“เ้าอยู่ตรงนี้ทำไม ไป เข้าไปข้างใน!” จื่อหลวนรบเร้าฉินชูให้เข้าไปในถ้ำ
จื่อหลวนดูไม่ถือสา ฉินชูเลยไม่พูดอะไร และตามเข้าไปในถ้ำแต่โดยดี
“ตอนที่เฉียนหลิงอู่ไปที่สำนักชิงหยุน นางไม่ได้หาเื่เ้าใช่หรือไม่?” จื่อหลวนมองฉินชูพลางถาม
“นางมีความปรารถนาที่จะแข็งแกร่งขึ้นอย่างแรงกล้า ที่นางมาหาข้าเพราะอยากเข้าใจพลังขั้นเจี้ยนหลิง ไม่ได้ทำอะไรให้ข้าเดือดร้อน”
“ใครบ้างไม่อยากแข็งแกร่งขึ้น ไม่ได้มีแค่นางคนเดียว ที่มีความทะเยอทะยานอยากแข็งแกร่งขึ้นหรอก” จื่อหลวนแค่นเสียงในลำคอ นางรู้ดีว่าเฉียนหลิงอู่ต้องทำให้ฉินชูลำบากใจแน่ แค่ฉินชูไม่ยอมพูดออกมาการใช้อำนาจข่มขู่ให้คนอื่นสอนวิชาเป็เื่ที่ไม่สมควร
หลังจากพูดคุยกันสักพัก ฉินชูก็นั่งสมาธิเพื่อพักผ่อน
ผู้คนจากทั้งสามสำนักมหาอำนาจไม่รู้ตัวว่ามีใครเข้าไปในหุบเขาเทียนเซียง จึงได้แต่สกัดกั้นอยู่ด้านนอก
ในแต่ละวัน นอกเหนือจากพูดคุยกับจื่อหลวนแล้ว ฉินชูก็เอาแต่ฝึกตน
“ฉินชู ตำราวิชากระบี่ที่นางให้เ้ามาไม่เลวเลย แก่นแท้ของพลังนี้ทรงพลังมาก” หลังจากฝึกกับฉินชูมาระยะหนึ่ง จื่อหลวนก็พูดขึ้น เพราะฉินชูเล่าให้นางฟังเกี่ยวกับวิชากระบี่พันคลื่น
“มันเหมาะกับข้ามาก เพราะมันช่วยเสริมวิชากระบี่พื้นฐานและวิชากระบี่กายสิทธิ์ของข้า แล้วแก่นแท้ของวิชากระบี่พื้นฐานและลักษณะพิเศษของวิชากระบี่กายสิทธิ์ที่ผสานลงไปในวิชากระบี่พันคลื่น ก็ทำให้วิชากระบี่พันคลื่นทรงพลังขึ้นมากไปอีก” ฉินชูพูดขึ้นด้วยสีหน้าที่พอใจกับวิชากระบี่ของตน
“ข้าไม่เข้าใจสภาวะจิตกระบี่สักนิด!” จื่อหลวนถอนหายใจและพูดขึ้น หลังจากนางต่อสู้ฝึกซ้อมกับฉินชูมาสักพัก นางก็อยากเข้าใจสภาวะจิตกระบี่ ครั้งที่แล้วก็ไม่ได้ ครั้งนี้ก็ไม่ได้เหมือนกัน นางยังเข้าถึงมันไม่ได้เลย
“เฉียนหลิงอู่ก็เป็เหมือนเ้า สภาวะจิตกระบี่เป็พลังที่ฝืนบังคับไม่ได้ ต้องปล่อยให้เป็ไปตามธรรมชาติ” ฉินชูสอนจื่อหลวน
จื่อหลวนยิ้ม “พลังจิตเป็สิ่งที่ติดมาแต่กำเนิด ในเมื่อมีไม่พอ ก็ไม่มีวิธีอื่น”
“จื่อหลวน ข้าต้องเก็บรวบรวมสมุนไพร สมุนไพรในหุบเขาเทียนเซียงไม่ได้มีแค่หญ้าหอมนภาเท่านั้น แต่ยังมีสมุนไพรประเภทอื่นๆ อีกมากมายด้วย” ฉินชูเปลี่ยนเื่ เพราะเขาไม่้าทำให้จื่อหลวนอารมณ์เสียเื่สภาวะจิตกระบี่
“ก็ได้ ข้าจะไปกับเ้า” จื่อหลวนพูดขึ้น
ฉินชูพยักหน้า เขาพาจื่อหลวนออกจากถ้ำ และเริ่มเก็บสมุนไพร
ก่อนที่จื่อหลวนจะมาอาศัยอยู่ที่นี่ ก็ไม่มีมนุษย์เข้ามาในหุบเขาเทียนเซียงมากนัก ถึงก่อนหน้านี้มีคนเข้ามาบ้าง แต่พวกเขามาเพื่อหญ้าหอมนภาเท่านั้น และสุดท้ายหุบเขาเทียนเซียงก็ถูกปิดตายโดยสำนักมหาอำนาจทั้งสี่
เนื่องจากไม่มีมนุษย์เข้ามารุกรานในหุบเขาเทียนเซียง ทำให้ทรัพยากรด้านสมุนไพรนั้นอุดมสมบูรณ์ นอกจากนี้ยังมีสัตว์อสูรที่มีััเฉียบคมด้วย แต่เพราะจื่อหลวนคอยสร้างแรงกดดัน ทำให้พวกมันไม่กล้าเข้าใกล้บริเวณที่จื่อหลวนอยู่ ซึ่งช่วยลดความยุ่งยากให้ฉินชูได้ไม่น้อย
“ฉินชู เราเก็บสมุนไพรวิเศษในบริเวณส่วนกลางไม่ได้อีกแล้ว เก็บมากเกินไปจะทำให้รากเสียหาย หากออกจากพื้นที่ส่วนกลางอย่าเก็บไว้ เพียงรวบรวมเมื่อจำเป็” เมื่อมองดูสมุนไพรวิเศษสองสามต้น จื่อหลวนได้แต่ครุ่นคิด ก่อนที่นางจะกล่าวกับเขา
“ก็ใช่ หากแต่เรารวบรวมบางส่วนจากพื้นที่หนึ่งและทิ้งต้นกล้าไว้ มันจะไม่ส่งผลกระทบมากนัก” ฉินชูเก็บหญ้าหอมนภาที่อยู่ตรงหน้าเขา
ในขณะที่รวบรวมสมุนไพร ฉินชูก็บอกจื่อหลวนว่าเขาได้กลายเป็อาจารย์หลอมโอสถแล้ว และเมื่อเขาพัฒนาขึ้น เขาจะสามารถหลอมโอสถระดับสูงได้
“นี่เป็ข่าวดี เ้าควรฝึกฝนอย่างรวดเร็ว! เมื่อเ้าเข้าสู่ขั้นหวางเจ่อ เ้าจะหลอมโอสถที่ข้าสามารถใช้ได้” จื่อหลวน กล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ในพื้นที่ขนาดใหญ่นี้ มีผู้ฝึกฝนขั้นหกหวางเจ่อเพียงสองคน มีเ้าและเฉียนหลิงอู่... การเข้าสู่ขั้นที่หกง่ายถึงเพียงนั้นที่ไหนกัน!” ฉินชูกล่าวอย่างปลงอนิจจัง
ในโลกของผู้ฝึกตนมีปรากฏการณ์บางอย่าง นั่นคือการเข้าสู่ขั้นห้าเทียนหยวนไม่นับว่ายากเท่าไร แต่คิดจะเข้าสู่ขั้นหกหวางเจ่อนั้นถือว่ายากมาก
ขั้นหวางเจ่อ าาในหมู่ผู้ฝึกตน สามารถบินเหินกลางอากาศ เทียบกับผู้ฝึกตนต่ำกว่าขั้นห้า ถือว่าต่างกันโดยสิ้นเชิง
“เ้าทำได้แน่นอน เื่นี้ข้ามีความเชื่อมั่นเต็มเปี่ยม” จื่อหลวนมองฉินชู
“แม้จะไม่รู้ว่าหนทางข้างหน้าเป็เช่นไร แต่ข้าจะพยายาม พยายามก้าวต่อไป อีกกึ่งปีให้หลัง ผู้เฒ่าโม่จะช่วยย้อนนิมิตหาเบาะแสชาติกำเนิดให้ข้า ถึงเวลานั้นก็น่าจะรู้แล้วว่าข้ามาจากที่ใด” ฉินชูกล่าวไปตื่นเต้นไป เพราะความหวังอยู่แค่เอื้อม
ก่อนจะมายังสำนักชิงหยุน หลังจากได้รู้เื่ราวของตนเองจากคำบอกเล่าของท่านผู้เฒ่า ภายในใจฉินชูรู้สึกกดดันเล็กน้อย ใครบ้างไม่อยากรู้เื่ราวของตัวเอง ใครบ้างไม่อยากรู้ว่าบิดามารดาของตนเองหน้าตาเป็เช่นไร?
“ครึ่งปี อดทนอีกครึ่งปี!” จื่อหลวนปลอบโยนฉินชู
“ข้าเข้าใจ สิ่งที่ข้าต้องทำในยามนี้คือเร่งฝึกฝนให้ถึงขั้นสี่” ฉินชูกล่าว
...
ราชวงศ์เฉียน ภายในตำหนักแห่งหนึ่งนอกเมืองหลวงต้าเฉียน เฉียนหลิงอู่กำลังนั่งสมาธิฝึกฝนอยู่
ในเวลานี้สาวใช้เข้ามารายงาน ว่าราชครูเฉาเทียนขอเข้าพบ
เฉียนหลิงอู่หยุดการนั่งสมาธิ แล้วให้สาวใช้พาเขาเข้ามา
ผู้มาเยือนสวมรัดเกล้าสีม่วงทอง แต่งกายด้วยชุดปักลายขุนเขาลำน้ำ รูปตาเฉี่ยว แววตาค่อนข้างเ็า แต่ยามมองไปทางเฉียนหลิงอู่ ก็เก็บประกายในดวงตาไว้บ้าง เขาคือราชครูเฉาเทียนแห่งราชวงศ์เฉียน เป็บุคคลที่จักรพรรดิเฉียนให้ความสำคัญเป็ที่สุด ถึงขนาดที่นโยบายส่วนหนึ่งก็ให้เขาเป็ผู้กำหนดและดำเนินการ
ผู้ที่ตามหลังเฉาเทียนมาคือจงฮั่นที่เหลือแขนเพียงข้างเดียว รวมถึงเฉียนชิง
“คำนับองค์หญิง”
เมื่อมาถึงตรงหน้าเฉียนหลิงอู่ในระยะห่างกว่าสองจ้าง[1] เฉาเทียนจึงประสานมือคำนับ เขากุมอำนาจในราชวงศ์เฉียน ผู้ใดพบเห็นเขาล้วนต้องเกรงอกเกรงใจ แม้แต่สมาชิกราชวงศ์พบเจอเขายังต้องเรียกท่านราชครูด้วยความเคารพ แต่ไม่นับรวมเฉียนหลิงอู่ เพราะนางเป็ถึงผู้มีกำลังต่อสู้ระดับสูงสุดของราชวงศ์เฉียน
เฉียนหลิงอู่มองเฉาเทียน “ท่านราชครู นั่งก่อนสิ”
เฉาเทียนหาที่นั่งลง จงฮั่นและเฉียนชิงยืนอยู่ด้านหลังเฉาเทียน
หลังจากเก็บฟูกนั่ง เฉียนหลิงอู่จึงไปนั่งตรงตำแหน่งหลัก สายตาที่นางมองเฉียนชิงเต็มไปด้วยความผิดหวัง ทั้งยังมีอารมณ์โมโห ตระกูลเฉียนเป็เชื้อพระวงศ์แห่งราชวงศ์เฉียน จำเป็ต้องติดตามอยู่ข้างหลังผู้อื่นเช่นนี้หรือ?
บัดนี้เฉาเทียนนั่งอยู่ เฉียนชิงกลับยืนอยู่ด้านหลังเขา
“องค์หญิง ที่ข้ามาเพราะอยากรู้เื่ภายในหุบเขาเทียนเซียง ผู้ใดอยู่ในนั้นกันแน่? และมีพลังตบะเท่าไร?” เฉาเทียนบอกกล่าวจุดประสงค์ที่มา
“เป็ผู้ฝึกตนขั้นหกหวางเจ่อผู้หนึ่ง” เฉียนหลิงอู่กล่าว
“ผู้ฝึกตนขั้นหวางเจ่อ... มิน่าเล่า ถึงสังหารหลานชายของข้าได้ ไม่ว่าเขาจะมีพลังตบะเท่าไร ถ้ามาขวางทางราชวงศ์เฉียนของเราในตอนนี้ เขาต้องตาย” เฉาเทียนกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
“ไม่ง่ายถึงเพียงนั้น!” เฉียนหลิงอู่ขมวดคิ้ว นางรู้สึกว่าเฉาเทียนคิดง่ายเกินไป คิดจะสังหารผู้ฝึกตนขั้นหวางเจ่อ... แบบนี้เท่ากับรนหาที่ตาย
“ข้ารู้ว่าไม่ง่าย แต่หลังจากลองไตร่ตรองดูอย่างละเอียดแล้ว หากลองวางแผนล่าสังหารก็ยังถือว่าทำได้” เฉาเทียนกล่าว
“ราชครูเฉาเคยคิดถึงผลที่จะตามมาหรือไม่? หากล้มเหลว ราชวงศ์เฉียนของเราต้องเสียสิ่งใด?” แววตาเฉียนหลิงอู่ฉายประกายไม่พอใจ เพราะความคิดของเฉาเทียนไม่คำนึงถึงสถานการณ์โดยรวม
[1] จ้าง คือหน่วยวัดจีนโบราณ โดย 1 จ้าง = 3.33 เมตร
