หมู่บ้านตระกูลหลี่ค่อยๆ เลือนรางในความทรงจำของหลินลั่วหรานจนมันกลายเป็ความทรงจำอันแสนยาวนานสำหรับเธอเส้นทางการฝึกศาสตร์ของเธอนั้นยากลำบากมากดังนั้นเธอจึงไม่มีเวลาคิดย้อนกลับไปถึงบ้านของหลี่อันผิงที่ทำให้เธอรู้สึกไม่สบายใจ
การแปลภาษาของหรงตงหลินดำเนินไปด้วยความราบรื่นวันนี้หลินลั่วตงกลับมาบ้านเร็วกว่าปกติเขารีบวิ่งไปทำงานที่ห้องในกระท่อมเล็กทันที เขาชอบที่จะอยู่กับหรงตงหลินและหลินลั่วหรานเองก็ไม่ได้ว่าอะไรอย่างไรหรงตงหลินก็เป็คนที่มีนิสัยและความรู้ดีมากพอที่จะเชื่อถือได้
เมื่อเห็นว่าหลินลั่วตงดูสนใจฉุ่ยชูที่หรงตงหลินกำลังแปลอยู่หลินลั่วหรานก็คิดขึ้นมาได้ว่าหากในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าหลินลั่วตงตั้งใจว่าจะฝึกศาสตร์จริงการเรียนรู้ตัวอักษรโบราณเหล่านี้ก็มีเหตุผลและเป็ประโยชน์สำหรับเขาอยู่ไม่น้อยยังมีเวลาอีกตั้งหลายปี สู้ให้เรียนกับหรงตงหลินในตอนนี้ไปเลยน่าจะดีกว่าจะได้มีพื้นฐานความรู้ที่ดีและมันก็ไม่ได้ทำให้เสียเวลาอะไร...แม้ว่าหลังจากนี้เขาจะไม่เลือกเส้นบนเส้นทางแห่งการฝึกศาสตร์แต่การมีความรู้เอาไว้ก็ไม่ใช่เื่เสียหายอะไร
เธอค่อยๆ แอบออกมาจากห้องหนังสือ พร้อมกับเตรียมหาเวลาไปถามความเห็นของหรงตงหลิน
เ้าจิ้งจอกน้อยฟื้นขึ้นมาแล้วหลินลั่วหรานมาช่วยมันขจัดพิษออกอีกครั้งแม้ว่ามันจะปีนขึ้นไปนอนบนรังด้วยความไร้สติแต่หลินลั่วหรานก็ััได้ถึงความเป็กันเองที่มีมากขึ้นจากแววตาของเ้าจิ้งจอกตัวน้อยที่รอดมาจากความตาย
หากว่าไม่ฝึกศาสตร์ หลินลั่วหรานก็เป็คนที่ว่างมากคนหนึ่ง่นี้ผู้เป็พ่อชอบไปออกกำลังกายยามเช้าที่สวนสาธารณะเขากำลังติดใจการออกกำลังกายเลียนแบบสัตว์ 5 ชนิดกับพวกกลุ่มคนแก่ที่ดูมีอายุมากกว่าเขามากหลังจากกลับมาบ้านก็พบว่าผู้เป็แม่ใช้ชีวิตอยู่อย่างน่าเบื่อ เขาจึงลากให้ผู้เป็แม่ไปออกกำลังกายด้วยกัน
ตอนนี้ผู้เป็แม่ยังคงไม่สามารถฝึกศาสตร์ได้แต่ว่าเธอก็ได้รับการกินผลไม้และพืชผักจากพื้นที่ลึกลับอยู่ไม่ขาดเหล้าวิเศษก็ดื่มราวกับเป็น้ำเปล่าทำให้ร่างกายของเธอกลับย้อนไปเป็่วัยรุ่นอีกครั้งทั้งความสามารถและความอดทนต่างๆ จึงนับได้ว่าไม่แย่เลยทีเดียวแม้ว่าจะไม่ได้ยินดีกับการไปออกกำลังกายกับผู้เป็พ่อนักแต่เพียงไม่กี่วันเธอก็เริ่มพอที่จะทำได้แล้ว
ทุกคนในบ้านต่างก็มีเื่ของตัวเองให้ไปจัดการหลินลั่วหรานจึงตรงไปที่ห้องใต้ดิน
เมื่อรู้สึกเบื่อขึ้นมา เธอก็นึกไปถึงพวกต้นอ่อนที่พบมาในเขาและเธอยังไม่ได้ปลูกพวกมันลงไปในพื้นที่ลึกลับ
เธอนำเอาต้นสาลี่ป่า ต้นเกาลัดจีน และต้นมะเดื่อปลูกลงไปตามลำดับก่อนที่จะเก็บเอาแอปเปิ้ลมาลูกหนึ่งและนั่งลงบนชิงช้าที่ถูกผูกติดไว้กับต้นแอปเปิ้ล พร้อมกับกัดลงไปที่ผลของมัน
ในตอนที่เธอเพิ่งจะเปิดพื้นที่ลึกลับแห่งนี้ออกที่แห่งนี้มีเพียงบ่อน้ำโดดเดี่ยว ต้นไม้เขียวมรกตและหญ้าเขียวที่มีความสูงกว่าสองถึงสามฟุต พื้นที่ลึกลับเองก็เล็กแคบแต่ในตอนนี้เพียงแค่ต้นผลไม้ ในพื้นที่ลึกลับของเธอก็มีทั้งลูกท้อ แอปเปิ้ล องุ่นสาลี่ ลูกมะเดื่อ...มีผักมากมายหลายชนิด สมุนไพร ยาวิเศษรวมทั้งยังมีกองไฟขนาดใหญ่และบ่อน้ำที่อยู่ตรงข้ามกัน ทำให้เกิดเป็ลมฝนขึ้นมา
แต่เดิมพื้นที่ลึกลับก็เป็เพียงผืนดินเล็กๆ ที่ใช้ในการปลูกพืชผักได้แต่ตอนนี้มันกลับกลายเป็สวนผักผลไม้ที่มีขนาดกว่าครึ่งไร่
หากให้พูดถึงความเสียดายก็คงจะเป็เื่ที่เธอยังคงไม่สามารถเปิดกระท่อมไม้ที่ถูกบาเรียขวางกั้นเอาไว้ได้
หลังจากที่เ้านกฟีนิกซ์ ‘กิน’ ไฟประหลาดเข้าไปกว่าครึ่งในตอนที่อยู่ทะเลทรายซาฮาร่าเธอก็ไม่รู้ว่ามันเป็อย่างไรบ้าง กระท่อมหลังเล็กดูเงียบสงบและไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย
หลินลั่วหรานเก็บลูกท้อ แอปเปิ้ล และองุ่นมาเป็ตะกร้าพร้อมทั้งตัดแต่งกิ่งไม้ให้กับต้นผลไม้ต่างๆก่อนที่จะถือเอาตะกร้านั้นออกมาจากพื้นที่ลึกลับ
เธอวางผลไม้ไว้ที่ฝั่งหนึ่งเมื่อนึกไปถึงยุทธศาสตร์ที่วางเอาไว้เมื่อคืน ในใจของเธอก็แทบจะทนไม่ไหว เดิมทีเธอตั้งใจว่าจะเริ่ม ‘เปิดพลัง’ ขึ้นในคืนนี้แต่ตอนนี้กลับรู้สึกรีบร้อนขึ้นมาสุดท้ายแล้วการวางยุทธศาสตร์ครั้งนี้จะสำเร็จหรือไม่ ก็ต้องลองเปิดพลังดูก่อน
หลินลั่วหรานพยายามบังคับให้จิตใจของตัวเองสงบลง ก่อนที่จะตัดสินใจเริ่มการเปิดพลังั้แ่ตอนนี้
มันก็ยังคงเป็วิธีการดังเดิม เธอนำเอาก้อนหยกพลังล้อมรอบไปทั่วตัวเพื่อที่จะไม่ต้องกังวลเื่การขาดแคลนมวลพลังระหว่างทาง
เธอนั่งขัดสมาธิลง มวลพลังในร่างกายปรากฏส่งออกมาจากปลายนิ้วเธอเข้าไปตรวจสอบก้อนหยกที่ถูกฝังไว้ที่ด้านใต้ของหอคอยก่อนเป็อย่างแรกมวลพลังของหลินลั่วหรานเป็ดั่งเส้นด้าย ในขณะที่หยกเ่าั้เป็เข็มที่ถูกร้อยต่อกันไปเรื่อยๆ เมื่อร้อยผ่านตรงนี้แล้วมันก็ตรงไปยังก้อนหยกที่อยู่ด้านใต้ของมุมกำแพง ก้อนหยกก้อนต่างๆถูกเส้นด้ายที่มองไม่เห็นเชื่อมต่อเข้าหากันภายใต้คฤหาสน์ตระกูลหลินที่เงียบสงบนอกจากหลินลั่วหรานแล้ว ก็ไม่มีใครได้เห็นงานเลี้ยงที่ยิ่งใหญ่ครั้งนี้
แสงประกายขึ้นมาซ้อนทับสลับกัน ดวงดาวค่อยๆถูกจุดให้เปล่งประกายขึ้นมาทีละดวงมันเปล่งแสงของตัวเองออกมาภายใต้พื้นดินอันมืดมิด ลำแสงเชื่อมโยงกันตรงเข้าไปยังจุดกระจายยุทธศาสตร์ขอเพียงแค่เข็มร้อยผ่านเชื่อมต่อกันได้หมดเธอก็จะสามารถรู้ได้แล้วว่าการเปิดพลังสำเร็จหรือไม่
ท่าทางมือของหลินลั่วหรานเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ในห้องใต้ดินใบหน้าของเธอปรากฏสีดำคล้ำขึ้นมาเธอพยายามจะรักษาให้ท่าทางมือของตัวเองนั้นมั่นคงขึ้นเธอรู้ดีว่าการเปิดพลังนั้น้ามวลพลังมากมายมหาศาลแต่ก็ไม่คิดว่าจะหนักหนาถึงขนาดนี้อาจจะเป็เพราะบริเวณของยุทธศาสตร์นั้นมีขนาดที่ใหญ่มากอีกทั้งยังใช้หินรวมพลังเป็จุดกระจายยุทธศาสตร์ดังนั้นมันจึงมากไปกว่าที่หลินลั่วหรานจะทำได้แล้ว หลินลั่วหรานต้องััเข้ากับหยกมากมายถึงได้มีแรงทำมันต่อมาได้
เธอนั้นเหมือนกับลูกวัวเพิ่งเกิดที่ไม่เกรงกลัวเสือยุทธศาสตร์ขนาดใหญ่แบบนี้ มีที่ไหนบ้างที่ไม่ต้องใช้พลังของคนทั้งสำนัก? ก่อนหน้านี้หากว่านักปราชญ์้าจะวางยุทธศาสตร์ต่างก็จะมีอาวุธเวทอย่างพวกธงยุทธศาสตร์ในการช่วยเหลือ...หลินลั่วหรานวางยุทธศาสตร์ขึ้นมาด้วยมือเปล่าการกระทำแบบนี้สำหรับระดับการฝึกศาสตร์ของเธอแล้วมันก็เป็เื่ที่ยิ่งใหญ่มากทีเดียว
หลินลั่วหรานเป็พวกมีความดึงดันพยายามสูง เธอจึงไม่ยอมแพ้ง่ายๆพลังมวลทางค่อยๆ ก่อตัวรวมกันขึ้นมา ก่อนจะส่งไปยังจุดกระจายยุทธศาสตร์แม้ว่าค่ำคืนนี้ดูเหมือนว่าจะล้มเหลวไปกว่าครึ่งแล้ว แต่หากยังไม่ถึงตอนสุดท้ายเธอก็ไม่สามารถจะล้มเลิกได้ง่ายๆ
การยืนหยัดพยายามต่อไป อาจจะไม่ทำให้ได้รับความสำเร็จแต่ถ้าหากว่ายอมแพ้ถอดใจ ก็จะถือได้ว่าล้มเหลวไปแล้ว
หลินลั่วหรานนั้นดึงดันขึ้นมา เธอบังคับให้ไข่มุกดูดซึมพลังในก้อนหยกพร้อมกับส่งมาให้ตัวเองไม่มีหยุดราวกับว่ากลุ่มดาวในแหล่งเก็บพลังของเธอจะััได้ถึงความร้อนใจจากเดิมที่เธอก็เป็คนที่สามารถแลกเปลี่ยนพลังได้รวดเร็วกว่านักปราชญ์ในระดับเดียวกันกว่าหนึ่งเท่าตัวแล้วตอนนี้พวกกลุ่มดาวเ่าั้ต่างขยับเคลื่อนไหวด้วยความเร็วพลังจึงถูกเปลี่ยนให้กลายเป็มวลพลังด้วยความรวดเร็วที่มากขึ้นเช่นกันหลินลั่วหรานข่มฟันลง ปลายนิ้วของเธอนั้นปรากฏแสงที่เข้มขึ้นมามันประกายอยู่บริเวณโดยรอบหยก ราวกับพวกมันััได้ถึงการ ‘เรียกร้อง’ ของเธอพวกมันจึงค่อยๆ ตอบสนองกลับมา ในระหว่างที่แสงประกายขึ้นพลังด้านในของก้อนหยกก็เคลื่อนไหวพุ่งออกมาราวกับสายน้ำและพุ่งตรงไปยังจุดกระจายยุทธศาสตร์
แสงทั้งหมดนี้ดูเหมือนพลุที่จุดขึ้นฉลองในวันชาติที่เธอเคยเห็นในโทรทัศน์แสงไฟเหล่านี้ประกายชัดเจนขึ้นมาในจิตความคิดของเธอมันสวยงามเกินกว่าที่จะอธิบายออกมาได้
พวกมันวิ่งไปวิ่งมาและตรงไปยังจุดกระจายยุทธศาสตร์ตามที่หลินลั่วหรานควบคุมภายใต้พลังอันไร้ขอบเขตสุดท้ายของหลินลั่วหรานในที่สุดพลังที่นำไปก็สามารถััเข้ากับหินรวมพลังที่เป็จุดกระจายยุทธศาสตร์ได้สำเร็จ...
แหดวงดาวถูกถักทอออกมาอย่างสมบูรณ์ หลินลั่วหรานล้มตัวลงในกองหยกภายในแหล่งกักเก็บพลังของเธอเต็มไปด้วยความว่างเปล่า
เธอยังคงรอคอยด้วยความลังเล เวลาค่อยๆ ไหลผ่านไปอย่างเชื่องช้าเสียจนต้องใช้วินาทีในการนับรอจนกระทั่งถึงวินาทีที่สิบห้ามันก็ทำให้เธอรู้สึกเศร้าโศกขึ้นมา และเมื่อถึงวินาทีที่สิบแปดแสงไฟที่ประกายขึ้นมาในตอนแรกก็ค่อยๆมอดดับลง
ล้มเหลวแล้วเหรอ?
แม้ว่าเธอจะคาดการณ์ถึงผลลัพธ์แบบนี้เอาไว้แล้วแต่ในใจของหลินลั่วหรานก็อดที่จะผิดหวังขึ้นมาไม่ได้อย่างไรเธอก็ตั้งใจมากขนาดนั้นแล้วแท้ๆ
หลินลั่วหรานหลับตาลงด้วยความเหนื่อยล้าแต่ยังคงถอดใจเก็บจิตความคิดกลับมาไม่ได้
หลังจากผ่านไปประมาณสิบวินาทีในตอนที่หลินลั่วหรานกำลังจะดึงเอาจิตความคิดกลับมาเธอก็พบว่าก้อนหยกที่อยู่ใต้ดินเป็ประกายขึ้นมา
เอ๋ หรือว่าเธอจะตาฝาดไป?
ในใจของหลินลั่วหรานเต็มไปด้วยความสงสัย แต่เธอกลับเห็นว่าพวกหยกนั้นต่างก็พากันเปล่งประกายขึ้นมาอีกครั้งเส้นแสงที่คนทั่วไปไม่สามารถจะมองเห็นได้ เชื่อมต่อหยกเ่าั้เข้าด้วยกันก่อนที่จะไปรวมอยู่ที่จุดกระจายยุทธศาสตร์หลังจากผ่านไปสักพักแสงก็ประกายสว่างออกมาเกิดขึ้นเป็เกราะแสงทรงครึ่งวงกลมที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าบนบริเวณเหนือบ้านตระกูลหลิน และครอบคลุมทั้งตัวคฤหาสน์เอาไว้
สำเร็จแล้ว! หลินลั่วหรานล้มตัวลงนอนไปที่พื้นด้วยความเหนื่อยล้าเธอมองขึ้นไปบนเพดานห้องใต้ดิน ก่อนที่จะยิ้มหัวเราะขึ้นมาคนเดียวอย่างกับคนบ้าที่แท้เ้ายุทธศาสตร์ขนาดใหญ่นี่ก็เหมือนกับการลงโปรแกรมในคอมพิวเตอร์ที่จำเป็จะต้องเปิดใหม่ขึ้นก่อน ถึงจะมีผลลัพธ์ปรากฏออกมา
ภายในบ้านหลินผู้เป็พ่อก็นับได้ว่ามีจิตความคิดที่เริ่มจะเปิดออกแล้วเขาจึงััได้ถึงความเปลี่ยนแปลงใต้ดินแต่เขาไม่รู้ว่าลูกสาวของเขา้าจะทำอะไร จนเมื่อยุทธศาสตร์สำเร็จขึ้นมา เขาก็ััได้ถึงพลังที่เปลี่ยนไปแม้ว่าก้อนหินรวมพลังจะเพิ่งเริ่มมีผลขึ้นมาแต่ผู้เป็พ่อที่มีััว่องไวก็ยังคงสามารถััได้
ยิ่งเป็เ้าจิ้งจอกน้อยแล้วยิ่งไม่ต้องพูดถึงรังของมันถูกสร้างอยู่บนเกาะกลางน้ำ และเป็บริเวณที่อยู่ใกล้กับหินรวมพลังที่สุดในตอนที่หินรวมพลังถูกฝังลงใต้พื้นที่แห่งนี้เมื่อคืน มันก็รู้สึกสบายขึ้นมารวมทั้งเสี่ยวจินด้วยมันสามารถััได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของคฤหาสน์ตระกูลหลินได้อย่างชัดเจนดูเหมือนว่าหลังจากนี้มันและเ้าจิ้งจอกน้อยต่างก็คงยิ่งไม่อยากจะออกห่างจากเกาะแห่งนี้มากขึ้นไปอีก
ความจริงหลินลั่วหรานรู้สึกไม่สบายใจกับเสี่ยวจินมากนักแม้ว่าเธอจะมอบยาวิเศษให้กับมันอยู่บ่อยๆแต่เมื่อเทียบกันกับสถานที่ที่เต็มไปด้วยพลังชนิดต่างๆ อย่างสถานที่ลึกลับพลังบนโลกนั้นเบาบางเสียจนแทบไม่เหลือให้เห็นซึ่งมันก็ส่งผลกับการฝึกศาสตร์ของเสี่ยวจินเป็อย่างมาก
โชคดีที่ตอนนี้เธอเริ่มจะมองเห็นความหวังขึ้นมาแล้ว ทุกๆอย่างกำลังหันเหไปในทิศทางที่ดีขึ้น แล้วเธอจะไม่ดีใจได้อย่างไร?
หลินลั่วหรานค่อยๆ จมลึกสู่นิทราตลอดทั้งคืนเธอไม่ได้ฝันเลยแม้แต่น้อยและเธอก็รู้สึกว่าการหลับพักผ่อนนี้เต็มไปด้วยความสบาย
งูตัวเล็กสีแดงหลบอยู่ในบริเวณเงาของถังขยะที่ถนนคนเดิน
สภาพอากาศในต้นฤดูใบไม้ผลิของเมืองหรงเฉิงนั้นดีมากแสงอาทิตย์สาดส่องมายังตัวคนอย่างอบอุ่นและนั่นก็สร้างชื่อเสียงในการท่องเที่ยวให้กับเมืองแห่งนี้เดิมทีถนนคนเดินที่ขายของกันเต็มไปหมดก็มีผู้มาเยือนไม่น้อยอยู่แล้วและยิ่งในวันที่อากาศดีแบบนี้ก็ยิ่งทำให้มีผู้คนมากมายเข้ามาสัญจร
พระอาทิตย์เปล่งประกาย สาวสวยแห่งเมืองหรงเฉิงนั้นมีอยู่ไม่น้อยบางคนที่ไม่กลัวความหนาวเหน็บก็เริ่มที่จะสวมเสื้อตัวนอกบางๆกับกระโปรงสั้นและถุงน่องสีดำ บวกกับรองเท้าหนัง ที่ทั้งสามารถเก็บความอบอุ่นและดูสวยงามในขณะเดียวกันมันก็กลายเป็การแต่งตัวตัวที่สามารถพบเห็นได้ทั่วไปของเหล่าผู้หญิงที่ออกมาเดินชมตลาดถนนคนเดินแห่งนี้
หญิงสาวคนหนึ่งที่มัดผมหางม้าเอาไว้ เธอดูมีอายุประมาณยี่สิบปีต้นๆใบหน้าสวยงามสดใส เธอสวมใส่บูทยาวคู่สวยเอาไว้ และกำลังควงแขนกับผู้หญิงอีกคนพร้อมกับเดินเล่นไปทั่วถนนคนเดินหลังจากทานของย่างเสียบไม้ที่เป็ของโปรดของคนดั้งเดิมแห่งเมืองหรงเฉิงเรียบร้อยแล้วเธอก็รู้สึกว่าการถือไม้เสียบอาหารเดินไปเดินมาแบบนี้ดูไม่งามนักเธอจึงเตรียมที่จะนำเอาไม้พวกนี้ไปทิ้งในถังขยะบริเวณด้านข้างถนน
เงาคนสลับซับซ้อนถังขยะถูกวางเอาไว้ในมุมมืดเพื่อที่จะหลีกเลี่ยงการทำลายความสวยงามของสถานที่แห่งนี้เมื่อเธอทิ้งไม้เสียบเ่าั้ลงไปเธอก็รู้สึกเหมือนว่าที่เท้าของเธอถูกบางอย่างทิ่มแทงเข้ามา เมื่อก้มหน้าลงมองเธอก็เห็นเพียงรูเล็กๆ สองรูบนรองเท้าเท่านั้น ร่างสีแดงผ่านตัวเธอไปอย่างรวดเร็วเธอไม่ทันได้เห็นร่างสีแดงนั่นเธอจึงคิดว่ารองเท้าของตัวเองเพียงแค่ไปถูกอะไรขูดเข้าเท่านั้นในใจก็ได้แต่คิดว่าตัวเองนั้นช่างโชคร้าย
เธอเดินกลับไปหาเพื่อน พร้อมทั้งบ่นไปตลอดทางเมื่อเดินมาได้เพียงไม่กี่ก้าว เธอก็รู้สึกปวดขึ้นมาที่น่อง ก่อนที่เธอจะค่อยๆล้มลงภายใต้สายตาที่เต็มไปด้วยความใของเพื่อนสาว
“อาหร่วน เป็อะไรไป อย่าแกล้งกันสิ...”
ด้วยอายุที่ยังน้อย และยังผ่านเื่ราวประสบการณ์มาไม่มากนักเธอจึงพูดอะไรออกมาไปเรื่อย
ผู้คนรอบข้างต่างก็ไม่มีใครกล้าเข้ามาช่วยเหลือ จนกระทั่งมีคนแก่สายตาดีคนหนึ่งเห็นเข้าเขาจึงชี้ไปที่ขาของเธอ ก่อนจะพูดออกมา “ไอ้หยา น่าจะถูกงูกัดแล้วล่ะ รีบโทรเรียก 102 เร็วเข้า!”
เพื่อนของเธอมองไปตามมือของเขาก่อนจะพบว่ามีเืสีดำไหลออกมาจากรอยแผล สองรูที่อยู่บนรองเท้าบูต
“เืสีดำ พระเ้า นี่มันงูพิษ!”
“ที่แท้ที่นี่ก็มีงูพิษ รีบถอยห่างเร็ว...”
“สาวน้อยรีบโทรหา 102 สิ!”
ผู้คนต่างพากันออกความเห็นในที่สุดเพื่อนของเธอก็กดโทรไปหาเบอร์ฉุกเฉินอย่าง 102 ด้วยความสั่นเทา
“ฮัลโหล ที่นี่มีคนถูกงูกัดค่ะ...ที่ไหนเหรอ? พวกเราอยู่ที่ถนนคนเดิน...เป็งูพิษค่ะ”
ใน่เวลาที่ผู้คนเต็มไปด้วยความวุ่นวายคนแก่ที่ผ่านเื่ราวมามากก็ได้รู้สึกแปลกใจขึ้นมาความจริงแล้วตอนนี้ก็เพิ่งจะผ่าน่ปีใหม่ไปไม่นานทำไมถึงมีงูพิษปรากฏออกมาในสถานที่ที่มีคนมากมายอย่างถนนคนเดินแบบนี้ได้?
