ตอนที่ 2 ศัตรูร่วมห้อง
หลังจากพี่คินทิ้งกระเป๋าฉันไว้กลางห้องนอนแขกแล้วเดินตัวปลิวออกไป ฉันก็ได้แต่ยืนถอนหายใจเฮือกใหญ่ มองสำรวจ "กรงขัง" ชั่วคราวของตัวเอง
ห้องนอนแขกที่พี่นนท์ว่า กว้างกว่าห้องนอนฉันที่คอนโดซะอีก เตียงควีนไซส์ปูด้วยผ้าปูสีเทาเรียบกริบ ผนังห้องสีควันบุหรี่ดูเท่แต่ก็แอบเหงา มีโต๊ะทำงานตัวยาวริมหน้าต่างที่มองเห็นวิวกรุงเทพฯ ยามค่ำคืนได้ชัดเจน
"เอาวะน้ำหวาน แค่เจ็ดวัน... ท่องไว้ แค่เจ็ดวัน!"
ฉันพึมพำปลุกใจตัวเอง ก่อนจะรีบรื้อเสื้อผ้าและของใช้จำเป็ออกมาจัดเรียงใส่ตู้เสื้อผ้าบิวท์อิน พยายามทำตัวให้เงียบที่สุดตามกฎข้อที่ 1
แต่ทว่า... ท้องเ้ากรรมมันไม่รักดี
โครก... คราก...
เสียงท้องร้องดังประท้วงความหิว เพราะมัวแต่วุ่นวายเื่ท่อะเิกับย้ายของ ข้าวเย็นยังไม่ตกถึงท้องสักเม็ด ฉันชั่งใจอยู่หน้าประตูห้อง จะออกไปดีไหมนะ? ถ้าออกไปเจอหน้าั์วัดแจ้งอย่างพี่คินจะทำยังไง?
แต่ความหิวไม่เคยปรานีใคร ฉันตัดสินใจเปิดประตูห้องแง้มๆ ชะโงกหน้าออกไปดูลาดเลา
ห้องนั่งเล่นเงียบกริบ ไฟดวงใหญ่ปิดไปแล้ว เหลือแต่ไฟดาวน์ไลท์สีส้มสลัวๆ พี่คินไม่อยู่ตรงโซฟาแล้ว สงสัยจะเข้าห้องไปแล้วมั้ง?
"ทางสะดวก!"
ฉันยิ้มกริ่ม ย่องเบาออกจากห้องตรงดิ่งไปที่โซนครัว ตั้งใจจะเปิดตู้เย็นหาแค่น้ำเปล่ากินรองท้องแล้วรีบกลับไปนอน
หมับ!
"จะขโมยของกินเหรอ?"
"กรี๊ด! อุ๊บ!"
ฉันหวีดร้องเสียงหลงเมื่อจู่ๆ ก็มีมือปริศนาคว้าหมับเข้าที่ไหล่ แต่ยังไม่ทันได้แหกปากจบ มือหนาข้างเดิมก็เปลี่ยนมาตะปบปิดปากฉันไว้แน่น
กลิ่นกายหอมเย็นๆ ของมิ้นต์และสบู่ลอยมาเตะจมูก... กลิ่นนี้มัน!
"บอกแล้วไงว่าห้ามส่งเสียงดัง อยากโดนหักคอจิ้มน้ำพริกหรือไงฮะ?"
พี่คินกระซิบเสียงดุชิดใบหู ลมหายใจอุ่นจัดเป่ารดต้นคอจนฉันขนลุกซู่ เขาหมุนตัวฉันให้หันกลับไปเผชิญหน้า
ภาพที่เห็นทำเอาฉันแทบหยุดหายใจ...
พี่คินยังอยู่ในชุดเดิม แต่เสื้อยืดสีดำตัวนั้นมันดูยับย่นแปลกๆ ผมเผ้าที่เคยเซ็ตทรงตอนนี้ตกลงมาปรกหน้าผากดูเซอร์ๆ และที่สำคัญคือ... แว่นตาหายไปแล้ว เหลือเพียงดวงตาคมกริบสีดำสนิทที่จ้องมองมาในระยะประชิด
"อื้อ! อ่อย!" (ปล่อย!) ฉันส่งเสียงประท้วงในลำคอ พยายามแกะมือเขาออก
พี่คินยอมปล่อยมือ แต่กลับใช้แขนทั้งสองข้างเท้าเคาน์เตอร์ครัวคร่อมตัวฉันไว้แทน กลายเป็ว่าฉันถูกขังอยู่ในอ้อมแขนเขาโดยสมบูรณ์
"หิวข้าว?" เขาเลิกคิ้วถาม
"กะ... ก็ใช่สิ พี่เล่นสั่งให้หวานรีบย้ายมา ข้าวยังไม่ได้กินสักนิด กะว่าจะมาหาน้ำกินรองท้องเนี่ย" ฉันเถียงคอเป็เอ็น พยายามเบี่ยงหน้าหนีสายตาวิบวับคู่นั้น
"โง่หรือบ้า... หิวก็บอกสิ อมพะนำไว้ใครจะไปตรัสรู้"
เขาบ่นงึมงำ ก่อนจะผละตัวออกเดินไปเปิดตู้เย็น หยิบกล่องพิซซ่ากับไก่ทอดที่ดูเหมือนเพิ่งมาส่งไม่นานออกมาวางบนโต๊ะกินข้าว
"มานั่ง กินซะ"
ฉันกระพริบตาปริบๆ "ของพี่เหรอ?"
"ของเ้าที่มั้ง... ก็สั่งมาเผื่อเธอนั่นแหละ เห็นตัวแห้งๆ เดี๋ยวพี่ชายเธอจะหาว่าฉันเลี้ยงดูไม่ดี" เขาพูดโดยไม่มองหน้า มือก็แกะกล่องพิซซ่าไปด้วย "เร็วๆ อย่าลีลา ฉันจะกินด้วย"
วินาทีนั้น... ฉันเผลอใจเต้นตึกตักไปกับคำว่า 'สั่งมาเผื่อ' ของเขา ถึงปากจะร้ายเหมือนหมาบ้า แต่การกระทำกลับ... ใส่ใจชะมัด
เรานั่งกินข้าวกันเงียบๆ พี่คินกินไปเล่นมือถือไป หน้าตาเคร่งเครียดเหมือนกำลังกู้โลก ส่วนฉันก็นั่งแทะไก่ทอดเงียบๆ ลอบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของเขา
จมูกโด่งเป็สัน สันกรามคมชัด ขนตายาว... พระเ้าลำเอียงชะมัด สร้างผู้ชายคนนี้มาด้วยความตั้งใจเกินไปหรือเปล่า
"มองขนาดนั้น กินฉันแทนไก่ไหม?"
"แค่ก! แค่กๆๆ!"
ฉันสำลักไก่ทอดทันที หน้าแดงเถือกไปถึงใบหู "บ้า! ใครมอง! หวานมองนาฬิกาบนผนังต่างหาก!"
"เหรอ..." เขาลากเสียงยาว วางแก้วน้ำกระแทกโต๊ะดังปึ้ก "รีบกิน กินเสร็จแล้วล้างจานด้วย ค่าเช่าห้อง"
"รู้แล้วน่า!"
หลังจากกินเสร็จและจัดการล้างจานตามคำบัญชา (โดยมีคุณชายอคินยืนกอดอกคุมงานอยู่ข้างหลังเหมือนผู้คุมิญญา) ฉันก็ขอตัวไปอาบน้ำเตรียมเข้านอน
ปัญหาคือ... ฉันเป็คนติดหมอนเน่าและชุดนอนตัวเก่ง
ชุดนอนของฉันคือกางเกงขาสั้นจุ๊ดจู๋ลายชินจัง กับเสื้อยืดตัวย้วยๆ ที่ใส่สบายที่สุดในโลก พออาบน้ำเสร็จแต่งตัวออกมา ฉันก็เดินเช็ดผมฮัมเพลงเบาๆ ออกมาจากห้องน้ำในตัวกะว่าจะะโขึ้นเตียง
แต่ลืมไปว่า... ล็อกประตูห้องนอนหรือยังนะ?
แกร๊ก
ประตูลูกบิดถูกเปิดออก พร้อมกับร่างสูงใหญ่ที่เดินดุ่มๆ เข้ามา
"เฮ้ย! พี่คิน! เข้ามาทำไม!" ฉันหวีดร้อง คว้าหมอนใบโตมากอดปิดหน้าอกแทบไม่ทัน
พี่คินชะงัก สายตาไล่มองฉันั้แ่หัวจรดเท้า... แล้วไปหยุดอยู่ที่เรียวขาขาวๆ ที่โผล่พ้นกางเกงขาสั้นกุด กับเสื้อยืดคอกว้างที่พอก้มแล้วมัน... เอ่อ... เห็นร่องอกรำไร
บรรยากาศในห้องเปลี่ยนเป็ความเงียบที่น่าอึดอัด สายตาเขาเปลี่ยนไป... มันมืดลง และวาวโรจน์ขึ้นเหมือนสัตว์นักล่าที่เห็นเหยื่ออันโอชะ
"เข้ามาเอาสายชาร์จ... ลืมไว้ที่หัวเตียง" เขาตอบเสียงแหบพร่า สายตายังไม่ละไปจากต้นขาฉัน
"กะ... ก็รีบเอาไปสิ แล้วออกไปเลยนะ!"
เขาเดินเข้ามาใกล้... ใกล้จนฉันต้องถอยหลังไปชนขอบเตียง พี่คินเอื้อมมือผ่านเอวฉันไปหยิบสายชาร์จที่หัวเตียง แต่แทนที่จะถอยกลับ เขากลับค้างอยู่ในท่านั้น ท่าที่เหมือนกำลังโอบกอดฉันอยู่
ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาใกล้ ลมหายใจร้อนๆ รินรดแก้มนวล
"เตือนด้วยความหวังดีนะยัยเตี้ย..."
"อะ... อะไร"
"ชุดนอนน่ะ... เปลี่ยนซะ ถ้าไม่อยากตื่นมาแล้วพบว่ากางเกงลิงมันหายไป"
"!!!"
"ขาขาวดีนี่... แต่ระวังหน่อย อยู่กับผู้ชายสองต่อสอง ใส่แบบนี้มันเหมือน 'เชิญชวน' มากกว่าใส่นอน"
เขากระตุกยิ้มร้ายกาจที่ทำให้ฉันขาอ่อนยวบ ก่อนจะผละออกแล้วเดินผิวปากออกจากห้องไป ทิ้งให้ฉันยืนหน้าแดงตัวสั่นอยู่กลางห้อง
ไอ้... ไอ้คนลามก!
ไอ้พี่คินบ้า!
ใครเชิญชวนย่ะ! นี่มันแฟชั่นชุดนอนเว้ย!
ฉันรีบวิ่งไปล็อกประตูห้อง ลงกลอนสามชั้น แล้วะโขึ้นเตียงคลุมโปงทันที หัวใจเต้นแรงจนแทบจะกระเด็นออกมานอกอก
คืนแรกยังขนาดนี้... แล้วอีก 6 คืนที่เหลือ ฉันจะรอดเงื้อมมือมารของอีพี่คินได้ยังไง!
โปรดติดตามตอนต่อไป
