ร่างลวงตาของัมายาขนาดใหญ่อัดแน่นเข้ากลางลำตัวของเล่ยหลันอย่างสุดแรง!
"เพล้ง!"
โล่พลังฉีที่ถูกสร้างขึ้นแตกสลายราวเศษกระจกเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อย มันไม่สามารถรับการโจมตีไว้ได้ถึงหนึ่งลมหายใจด้วยซ้ำ!
ร่างของเล่ยหลันปลิวไปชนเข้ากับกำแพงจนเกิดรูขนาดใหญ่ ที่พักรอบๆสั่นะเือย่างรุนแรงจนเกิดเสียง "ตึง!"
"อ๊ากกก!!!" เสียงกรีดร้องจากเล่ยหลันดังเสียดแก้วหู ชั้นของผนังแตกออกและทับถมร่างของมันไว้ด้านในกลายเป็ซากปรักหักพัง!
ไม่ไกลจากซากปรักหักพัก หลี่ชิงหยุนยังยืนอยู่ที่เดิมพลันกระอักเืออกมาคำใหญ่ สีหน้าแสดงออกถึงความเหนื่อยล้า เขาพยายามใช้มือทั้งสองรั้งขาไว้ไม่ให้สั่นเทา
ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อย เขารู้สึกว่ากำลังจะหมดสติในไม่ช้า
ทักษะสามผสานในครั้งนี้รุนแรงกว่าครั้งที่เขาใช้กับหงหลิงถึงสองเท่า แต่ทักษะนี้ก็กินพลังงานฉีต้นกำเนิดของหลี่ชิงหยุนไปเกือบหมดสิ้นเช่นกัน รวมเข้ากับแรงสะท้อนกลับของเล่ยหลันทำให้หลี่ชิงหยุนได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง
ก่อนหน้านี้เขาสามารถสังหารหงหลิงได้ด้วยทักษะสามผสาน แต่แตกต่างจากเล่ยหลันที่อยู่ตรงหน้าโดยสิ้นเชิง
เห็นได้ชัดว่าเล่ยหลันมีระดับที่สูงกว่าหงหลิงแค่ขั้นตอนเดียวเท่านั้น แต่ความห่างชั้นระหว่างขั้นเดียวก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้หลี่ชิงหยุนรู้สึกกดดัน
แม้จะไม่สามารถสังหารเล่ยหลันลงได้ แต่เขาก็ยังเชื่อว่าเล่ยหลันคงจะไม่สามารถยืนขึ้นได้อีกเป็ครั้งที่สอง
หลังจากที่หลี่ชิงหยุนเริ่มจะยืนได้อย่างมั่นคงแล้ว เขาหยิบเม็ดยาฟื้นฟูเข้าปากทันที
เส้นลมปราณที่แทบจะเหือดแห้งไปเมื่อครู่กลับมีพลังงานจากเม็ดยาค่อยๆดูดซึมและทำให้ฟื้นฟูพลังฉีกลับมาได้บางส่วน
หากคู่ต่อสู้ไม่ได้อยู่ที่ระดับลมปราณฟ้าขั้นกลาง เขาคงไม่ตัดสินใจใช้ทักษะที่กินพลังงานมากขนาดนี้เป็แน่
ต้องรับรู้ว่าหลังจากใช้ทักษะนี้แล้ว ร่างกายของเขาจะอ่อนแอลง พลังงานทุกอย่างจะลดฮวบ อีกทั้งยังใช้พลังฉีไปเกือบแปดส่วน
หากไม่จำเป็หลี่ชิงหยุนคงไม่ใช้ท่านี้ั้แ่เนิ่นๆ
แต่จู่ๆก็เกิดเสียง "เคร๊ก!" จากกำแพงที่เล่ยหลันได้พุ่งชนไปก่อนหน้า
ทันใดนั้นร่างของเล่ยหลันก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าหลี่ชิงหยุนอีกครั้ง ขณะนี้เป็ภาพซึ่งคล้ายกับยาจกที่เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง ร่างกายเต็มไปด้วยฝุ่นและสิ่งสกปรกราวกับขอทาน
แต่ที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่าคือเล่ยหลันไม่ได้าเ็สาหัสเท่าที่ควร แม้ใบหน้าจะซีดเผือดและมีเืไหลที่มุมปาก แต่การไหลเวียนของพลังปราณยังมั่นคงอยู่ ดวงตาของมันเต็มไปด้วยเจตนาฆ่าที่ไม่สามารถยับยั้งไว้ได้อีกต่อไป!
สภาพของเล่ยหลันในตอนนี้เป็ผลลัพธ์ที่หลี่ชิงหยุนคาดไม่ถึงโดยสิ้นเชิง!
เล่ยหลันปาดรอยเืออกจากมุมปากอย่างเ็า "คิดไม่ถึงเลยว่า ข้าเกือบจะโดนเ้าสังหารไปเสียแล้ว..."
"มันไม่ได้ผล!" คิ้วของหลี่ชิงหยุนขมวดเป็ปมทันที
[เป็ไปได้อย่างไร? อย่างน้อยด้วยทักษะนี้อวัยวะภายในควรจะแหลกสลายไปบ้างมิใช่หรือ?]
แต่เห็นได้ชัดว่าเล่ยหลันตรงหน้าของเขาไม่มีอาการาเ็ภายในมากเท่าที่คิด
เมื่อหลี่ชิงหยุนลองมองบนร่างของเล่ยหลันดูดีๆ เขาก็เข้าใจเหตุผลเื้ัในทันใด
หลังจากมองผ่านชั้นเสื้อคลุมจะเห็นได้ว่ามีชุดเกราะสีเงินที่แผ่ซ่านพลังป้องกันที่แข็งกร้าวคลุมร่างของเล่ยหลันไว้
แต่ขณะนี้ชุดเกราะสีเงินนั้นเกิดเป็รูโหว่ขนาดใหญ่เนื่องจากการโจมตีจากทักษะของหลี่ชิงหยุน
หลี่ชิงหยุนเองก็ไม่คาดคิดเลยว่าเล่ยหลันได้สวมชุดเกราะป้องกันไว้ตลอดเวลาเช่นนี้ และชุดเกราะป้องกันก็สามารถช่วยลดผลกระทบจากทักษะสามผสานไปได้มากโข
หากจะมองดูการไหลเวียนพลังงานในชุดเกราะก็จะเห็นได้ว่านี่คือชุดเกราะระดับ 6 ขั้นสูง ไม่มีทางที่ผู้ฝึกฝนระดับเดียวกันจะโค่นมันลงได้!
และด้วยการโจมตีในครั้งนี้ทำให้ชุดเกราะสีเงินของเล่ยหลันพังทลายและมันยังดูดซับผลกระทบจากการะเิไว้ได้ถึงเก้าส่วน ดังนั้นความเสียหายจากทักษะสามผสานจึงไปลงอยู่ที่ชุดเกราะสีเงินเสียส่วนใหญ่ ทำให้เล่ยหลันาเ็แค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น
เมื่อคิดได้ดังนั้นสีหน้าของหลี่ชิงหยุนเริ่มแสดงอาการเคร่งขรึม
เล่ยหลันเดินออกมาจากกองซากปรักหักพังอย่างช้าๆ มันจ้องเขม็งไปที่หลี่ชิงหยุนด้วยดวงตาเย็นเยียบ "ยอดเยี่ยม! ยอดเยี่ยม! ปรมาจารย์หยุนหวง น่าประหลาดใจยิ่งนักที่เ้ามีทักษะที่แข็งแกร่งถึงเพียงนี้… ช่างน่าประทับใจเสียจริง!"
หลี่ชิงหยุนไม่ได้ตื่นตระหนกแต่อย่างใด เขาตอบกลับอย่างใจเย็น "ข้าไม่น่าประทับใจเท่าเ้าอย่างแน่นอน เป็เื่ที่น่าประทับใจยิ่งกว่าที่ผู้าุโแห่งตระกูลขุนนางไม่กล้าที่จะรับการโจมตีของผู้น้อยอย่างข้า อีกทั้งยังสวมชุดเกราะที่ใช้ป้องกันผู้ฝึกในระดับลมปราณฟ้าขั้นสูงไว้อีกด้วย หากผู้ใดรู้เข้าเกรงว่าชื่อเสียงของเ้าคงจะพังทลายจริงๆ ฮ่าๆๆ"
น้ำเสียงที่เหยียดหยามนี้ทำให้เล่ยหลันอารมณ์เสียยิ่งกว่าเก่า
[ั้แ่เมื่อใดกันที่ข้าจำเป็ต้องหลบการโจมตีให้กับคนตัวเล็กเช่นนี้?]
[ข้าแค่สวมชุดเกราะป้องกันไว้เผื่อว่าเ้าอาจจะเป็ปรมาจารย์ระดับลมปราณลึกซึ้ง ด้วยสิ่งนี้ข้าจะสามารถหนีรอดไปได้หากต้องต่อสู้กับผู้บ่มเพาะที่มีระดับสูงกว่า]
แต่ในใจมันก็รู้สึกโชคดีอย่างมากที่ได้สวมชุดเกราะไว้ด้านใน
ความพิถีพิถีนของเล่ยหลันทำให้มันรอดตายจากทักษะที่น่าสะพรึงกลัวของหลี่ชิงหยุนไปได้ หากไม่มีชุดเกราะสีเงินเล่ยหลันคงไม่มีทางที่จะยืนหน้าระรื่นอยู่ตรงนี้ได้อย่างแน่นอน
เล่ยหลันเริ่มที่จะแสดงความไร้ยางอายออกมา "ไม่เห็นจะแปลกตรงไหน อย่างไรก็ตามที่แห่งนี้มีเพียงเ้ากับข้าเท่านั้น และอีกไม่นานเ้าจะต้องตายที่นี่อยู่ดี!"
เสียงที่เ็าของเล่ยหลันมาพร้อมกับการะเิพลังฉีที่ท่วมท้น ด้วยการกระทืบเท้าร่างของมันหายตัวไปอย่างกะทันหันพลันปรากฏขึ้นตรงหน้าหลี่ชิงหยุน ตามมาด้วยฝ่ามือฉีที่สะท้อนแสงสีเหลืองดุร้าย!
ในเสี้ยววินาทีนั้นพลังฉีเริ่มก่อตัวเป็พลังสายฟ้าลูกใหญ่ยิ่งขึ้น พุ่งเข้าหาหลี่ชิงหยุนอย่างสุดแรง!
ความอับอายที่เล่ยหลันได้รับนั้นมากเกินไป มัน้าระบายความหงุดหงิดใส่หลี่ชิงหยุนอย่างเต็มที่
เนื่องด้วยร่างกายของหลี่ชิงหยุนยังไม่ฟื้นฟูมากนัก เขาจึงไม่สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างที่้า
มือขวาหลี่ชิงหยุนกำด้ามสีดำไว้แน่น พลันบีบอัดพลังฉีสีทองเข้าสู่ดาบราวกับกระแสน้ำที่เชี่ยวกราก!
ด้วยเสียง "วู้ม!" รัศมีเจตนาดาบสีทองลึกลับถูกวางไว้แนวนอนเพื่อป้องกันฝ่ามือสายฟ้าที่ดุร้าย
แต่เล่ยหลันไม่สนใจการป้องกัน ฝ่ามือของมันปะทะเข้ากับดาบโดยตรง!
"ตู้ม!"
"อั๊ก!" หลี่ชิงหยุนกระอักเืออกมาเบาๆพลันถอยหลังกลับไปหลายก้าว
ในวินาทีเดียวกันทักษะ 9 ก้าวลวงตาถูกเปิดใช้งานจนถึงขีดจำกัด!
หลี่ชิงหยุนกำลังเคลื่อนที่ไปรอบๆในลักษณะวงกลมกลางอากาศ พร้อมสะบัดข้อมือปลดปล่อยคลื่นดาบเพื่อตอบโต้เล่ยหลัน
แสงเจตนาดาบยังคงถูกปลดปล่อยอย่างต่อเนื่องราวกับห่าฝนจู่โจมเล่ยหลันโดยไม่มีช่องว่างให้พักหายใจ!
"ฉัวะ!"
แสงเจตนาดาบฟาดฟันเฉือนกายเนื้อของเล่ยหลันทำให้เกิดาแถากทั่วร่าง ทำให้สีหน้าของมันจมลงในทันที
"ไอ้สารเลว!" ด้วยการะโเสียงดังราวฟ้าร้อง รัศมีระดับลมปราณฟ้าขั้นกลางถูกปลดปล่อยอย่างสมบูรณ์ ความเร็วของเล่ยหลันเพิ่มขึ้นอีกครั้งด้วยทักษะการเคลื่อนไหวสายฟ้าเข้าหาหลี่ชิงหยุนที่กำลังลอยอยู่กลางอากาศ
คราวนี้เล่ยหลันเคลื่อนไหวได้เร็วกว่าหลี่ชิงหยุนด้วยซ้ำ ในวินาทีนั้นมันก็ไหลเวียนพลังฉีทั้งหมดเข้าสู่มีดสั้นสีดำที่ปรากฏขึ้นแทงตรงไปที่สีข้างของหลี่ชิงหยุน!
แม้ว่าจะเห็นการโจมตีครั้งนี้ แต่หลี่ชิงหยุนก็ยากจะที่เผชิญหน้ากับเล่ยหลันโดยตรง เขาขยับฝีเท้าเหยียบย่ำอากาศบ่ายเบี่ยงหลบการโจมตีไปได้อย่างเฉียดฉิว แต่มีดสั้นยังคงเฉือนผ่านเอวไปของเขาไปได้ทำให้เืไหลหยดลงพื้น
ทันใดนั้นรัศมีอันน้อยนิดที่เหลือจากตันเถียนะเิออก แสงสีทองแพรวพราวก่อให้เกิดพลังธรรมชาติที่ลึกลับล้อมรอบใบดาบ และเป็จังหวะเดียวกันที่เล่ยหลันกำลังยืดแขนจนสุดจากการแทง หลี่ชิงหยุนใช้โอกาสนี้เหวี่ยงดาบสีดำฟันเข้าที่คอซึ่งเป็ช่องโหว่สวนกลับไปด้วยพละกำลังทั้งหมด!
เล่ยหลันหน้าซีดลง มันใช้แขนซ้ายที่ยังว่างยกขึ้นป้องกันผนวกเข้ากับพลังฉีทั้งหมดควบแน่น
หลี่ชิงหยุนหยิ้มอย่างเ็า รังสีอันเฉียบแหลมของเจตนาดาบฉีฟันลงไปที่แขนของเล่ยหลันอย่างไร้ปราณี!
"ฉัวะ!"
แขนซ้ายของเล่ยหลันถูกฟันขาดสะบั้น! เืสีแดงฉานพุ่งกระฉูดขึ้นสู่ท้องฟ้าเป็ผลให้เล่ยหลันส่งเสียงกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง "อ๊าก!!!!!"
แต่หลี่ชิงหยุนไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่นั้น เขาเหยียบชั้นบรรยากาศพุ่งเข้าหาช่องโหว่ทางซ้ายของเล่ยหลันในทันควัน ดาบสีดำที่ปรากฏแสงสีทองเล็งไปที่คอของเล่ยหลันอีกครั้ง
แต่ด้วยการตอบสนองที่รวดเร็ว เล่ยหลันใช้ขาเตะสวนกลับไปที่หลี่ชิงหยุนกลางอากาศส่งหลี่ชิงหยุนปลิวไปกระแทกเข้ากับพื้นถนน
"โคร้ม!"
ร่างของหลี่ชิงหยุนกระเด็นไปไกลราวกับว่าวเชือกขาดกระแทกอย่างรุนแรงก่อให้เกิดหลุมลึกบนพื้นหิน
เล่ยหลันบนอากาศกำลังกรีดร้องอย่างเ็ป ฟันกรามกำลังขบกันแน่นด้วยความโกรธ
ผู้าุโแห่งตระกูลขุนนางระดับลมปราณฟ้าขั้นกลางอย่างเล่ยหลัน กลับต้องมาสูญเสียแขนซ้ายให้กับผู้น้อยระดับลมปราณโลกขั้นเริ่มต้น!
นี่เป็เื่ที่เล่ยหลันยอมรับไม่ได้
ช่างน่าอับอาย! ช่างน่าอัปยศอดสู!
"ไอ้เวร!" เล่ยหลันสบถด่าอย่างหยาบคาย และพยายามหาวิธีห้ามเืจากแขนที่ถูกฟัน
หลี่ชิงหยุนเงยหน้ามองอย่างเ็าเมื่อเห็นว่าสถานการณ์ในขณะนี้ไม่เป็ใจเพียงใด
พลังฉีในตันเถียนของเขาใกล้จะหมดลงเต็มทีแม้ว่าเขาจะกินเม็ดยาฟื้นฟูไปแล้วก็ตาม
ดังนั้นใน่เวลานี้ ตัวเลือกเดียวที่เหลืออยู่คือการหลบหนีจากที่นี่ให้เร็วที่สุด!
เนื่องจากละแวกนี้ยังคงอยู่ใกล้กับห้องโถงประมูล เขาเกรงว่าอาจจะมีกำลังเสริมมาถึง เมื่อถึงตอนนั้นการหลบหนีคงจะเป็เื่ที่ยากลำบาก และไม่มีทางที่จะเอาชนะเล่ยหลันได้ด้วยพละกำลังเพียงน้อยนิดที่เขามีอยู่ในขณะนี้ รวมเข้ากับความอ่อนล้าที่ถาโถมทำให้เขาแทบจะไม่สามารถเค้นพลังฉีได้ด้วยซ้ำ
"ดี! ดี! ดีมาก! ปรมาจารย์หยุนหวง เ้ากล้าตัดแขนของข้าจริงๆ!" กลางอากาศเสียงของเล่ยหลันเปี่ยมไปด้วยความโกรธแค้นและเจตนาฆ่า
เืที่ไหลก่อนหน้านี้จากรอยฟันที่แขนซ้ายได้ถูกปราบปรามไว้ด้วยพลังปราณแล้ว
แต่หลี่ชิงหยุนแค่ยิ้มจางๆ ดวงตาของเขาไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยวของความกลัว เขาลุกขึ้นพร้อมกับปัดฝุ่นที่เสื้อผ้าอย่างผ่อนคลาย "ขอบคุณสำหรับคำชมที่มีค่า อันที่จริงเป็เื่ที่น่าเสียดายเล็กน้อยที่ข้าไม่สามารถตัดคอของเ้าได้..."
"ช่างน่าเสียดายจริงๆ" หลี่ชิงหยุนถอนหายใจราวกับชายหนุ่มที่เพิ่งผิดหวังจากความรักอย่างไรอย่างนั้น
เล่ยหลันแทบจะอาเจียนเป็เื!
"ไอ้สารเลว มอบชีวิตของเ้ามาซะ!" หลังจากใช้พลังปราณห้ามเืที่แขน เล่ยหลันตะคอกเสียงดัง พลังฉีที่เอ่อล้นะเิออกทำให้อาคารในบริเวณรอบข้างสั่นะเือย่างรุนแรง!
หลี่ชิงหยุนทำหน้าทะเล้นและพูดอย่างขบขัน "เอาล่ะๆ วันนี้ขอจบเพียงเท่านี้ ข้าไม่สามารถอยู่เล่นกับเ้าได้อีกต่อไป"
การตัดแขนของเล่ยหลันก็เพียงพอแล้วที่จะลดพละกำลังลงได้ส่วนหนึ่ง ขณะนี้เขาไม่สามารถต่อสู้ได้อีกต่อไป
เนื่องด้วยเสี่ยวเจี้ยนเองก็กำลังกลั่นแก่นแท้พลังิญญาอยู่ ทำให้เขาไม่สามารถเข้าไปรบกวนได้ หลังจากการตัดสินใจอย่างถี่ถ้วน 'หนี' คือทางเดียวที่เหลืออยู่
เมื่อเห็นว่ามีโอกาสที่เหมาะสมแล้ว หลี่ชิงหยุนตัดสินใจหลับตาลงครึ่งหนึ่งและ้าจะเข้าไปหลบซ่อนในเจดีย์ปฐมกาลทันที
"วูบ!"
และในเสี้ยววินาทีนั้นหลี่ชิงหยุนก็หน้าซีดอย่างกะทันหัน หัวใจของเขาปกคลุมด้วยความตื่นตระหนก 'กะ-เกิดอะไรขึ้น!? เหตุใดข้าไม่สามารถเข้าไปหลบซ่อนในเจดีย์ได้?'
เมื่อเขา้าเข้าสู่เจดีย์ปฐมกาล เขากลับััได้ว่าเจดีย์ปฐมกาลกลับถูกตัดขาดจากเขาโดยสิ้นเชิง เขาไม่สามารถบีบร่างของตนเพื่อเข้าสู่เจดีย์ปฐมกาลได้ ราวกับว่ามีบางอย่างที่กำลังปิดกั้นไม่ให้เขาเข้าสู่เจดีย์อย่างไรอย่างนั้น
เมื่อเห็นการแสดงออกทางสีหน้าของหลี่ชิงหยุน เล่ยหลันก็หัวเราะด้วยความสะใจสุดขีด "ฮ่าๆๆ! เ้าคิดที่จะหลบหนีด้วยสมบัติเชิงมิติหรือไม่!?"
หลี่ชิงหยุนจ้องไปที่เล่ยหลันอย่างฉุนเฉียว
แต่เล่ยหลันยังคงเยาะเย้ยด้วยน้ำเสียงที่น่าขนลุก "ฮี่ๆๆ นายน้อยของข้าได้ตระเตรียมแผนการไว้ล่วงหน้าในการรับมือกับเ้าแล้ว... จงภูมิใจเสียเถิดที่เ้าได้ลิ้มลองสิ่งนี้เป็การส่วนตัว!"
หลี่ชิงหยุนทำหน้าบูดบึ้งในทันที "ที่แท้ก็เป็ฝีมือของพวกเ้า!"
เจดีย์ปฐมกาลสิ่งที่ประดิษฐ์ที่แข็งแกร่งที่สุดจะมีข้อจำกัดในด้านนี้ได้อย่างไร?
เื่นี้ต้องมีสาเหตุอยู่เื้ั
หลี่ชิงหยุนกวาดตามองไปรอบๆเพื่อตามหาสิ่งผิดปกติ และเขาก็พบเข้ากับบางสิ่งบางอย่างที่ล้อมรอบตรอกซอยนี้อยู่
ปรากฏว่าอาณาเขตตรอกซอยนี้ปรากฏสิ่งที่คล้ายกับม่านสีขาวกั้นเป็เส้นใยหลายเส้นเชื่อมต่อกัน ซึ่งมีจุดเริ่มต้นอยู่ตรงจุดกึ่งกลาง อีกทั้งยังมีการไหลเวียนของพลังงานธรรมชาติอย่างสมดุลและมั่นคงก่อเป็รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดใหญ่
ไม่ต้องสงสัยว่าสิ่งที่กำลังล้อมรอบหลี่ชิงหยุนอยู่ในขณะนี้คือค่ายกลสำเร็จรูป!
และยังเป็ค่ายกลชนิดพิเศษสำหรับกักขังไว้ด้านใน!
อีกทั้งยังเป็ค่ายกลที่ส่งผลโดยตรงต่อชั้นบรรยากาศทำให้หลี่ชิงหยุนไม่สามารถบีบอัดร่างกายเข้าสู่เจดีย์ปฐมกาลได้
เนื่องจากสมบัติเชิงมิติสามารถบรรจุคนเข้าไปได้ ดังนั้นวิธีแก้ไขมีเพียงอย่างเดียว นั่นคือหยุดการไหลเวียนที่ผิดปกติของช่องว่างมิติไว้ด้วยค่ายกลกักขังระดับสูง!
เพื่อไม่ให้หลี่ชิงหยุนออกนอกอาณาเขตค่ายกลที่กำหนดไว้ อีกทั้งคนนอกก็ไม่สามารถเข้าสู่ค่ายกลกักขังได้เช่นกัน จนกว่าผู้เปิดใช้ค่ายกลจะปิดด้วยตัวเอง
หากหลี่ชิงหยุน้าเข้าสู่เจดีย์ปฐมกาล ร่างกายภายนอกของเขาจะไม่ได้หายไปแต่อย่างใด แต่มันจะหลบซ่อนอยู่ในช่องว่างระหว่างมิติ ดังนั้นค่ายกลกักขังจึงลบข้อได้เปรียบนี้ไปโดยสิ้นเชิง
ต่อให้หลี่ชิงหยุนจะพยายามเข้าสู่เจดีย์ปฐมกาลอย่างไร ก็ไม่สามารถทำได้หากค่ายกลกักขังช่องว่างมิติยังคงอยู่
มีเพียงทางเดียวเท่านั้นคือต้องทำลายค่ายกลกักขังช่องว่างมิติให้ได้เสียก่อนจึงจะกลับมาใช้งานเจดีย์ปฐมกาลได้อีกครั้ง
แต่หลี่ชิงหยุนที่กำลังถูกเล่ยหลันไล่ต้อนอย่างต่อเนื่อง จะเอาเวลาที่ไหนไปตามหาแกนกลางค่ายกล?
อีกทั้งสิ่งนี้ยังเป็ค่ายกลระดับ 7 ที่เล่ยชิงซานพ่อของเล่ยตงเทียนสร้างขึ้นกับมือ
ดังนั้นทางหนีสุดท้ายของหลี่ชิงหยุนอย่างเจดีย์ปฐมกาลจึงไม่มีอยู่อีกต่อไป
ขณะนี้หลี่ชิงหยุนไร้หนทางหลบหนีอย่างแท้จริง!
