ความมืดย่างกรายเข้ามา แสงดาวส่องสว่างระยิบระยับทั่วท้องฟ้า แสงจันทร์ส่องแสงเจิดจ้าเรืองรอง ทำให้ค่ำคืนที่เงียบสงัดไม่หนาวเย็นอีกต่อไป
เต้าหลิงนั่งขัดสมาธิอยู่ในห้อง พลังบริสุทธิ์โอบรัดทั่วร่าง กล้ามเนื้อต่างอัดแน่นไปด้วยคลื่นพลังที่แข็งแกร่ง บีบมวลอากาศโดยรอบจนะเิเสียงดังออกมา
สีหน้าเย่วิ่นเต็มไปด้วยความสงสัย เต้าหลิงได้หลอมโอสถเหลวทะลวงขีดจำกัดไปจนหมด ไม่เหลือแม้แต่หยดเดียว ทว่านางกลับรู้สึกราวกับว่าเขายังสามารถหล่อหลอมได้ต่อ…
‘หรือว่าเขาจะเป็กายพิเศษ?’ นางรวบผมสีดำสนิทที่อยู่บนบ่า คิ้วดกดำเลิกขึ้นเล็กน้อย จากนั้นนางก็ส่ายหัว หากเต้าหลิงเป็กายพิเศษ นางจะต้องััได้สิ
“หรือไม่บางทีพร์ทางกายของเขาอาจจะไม่เลว คุณสมบัตินี้เมื่ออยู่ในกายทั่วๆ ไป ก็นับว่าเป็สิ่งพิเศษที่ยอดเยี่ยม ภายภาคหน้าหากโชคดีสักหน่อย เขาจะต้องประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน” เย่วิ่นกล่าวพึมพำในใจ แม้ว่าการฝึกขั้นพื้นฐานจะเป็ของผู้ที่มีกายทั่วไป ทว่าความพิเศษเฉพาะตัวนี้หาได้ยากเป็อย่างยิ่ง อีกทั้งพลังศักยภาพของคนประเภทนี้ ก็มักจะสูงกว่าผู้ที่มีคุณสมบัติร่างกายแบบพิเศษที่ระดับไม่สูงอยู่มาก
เพราะว่ากายพิเศษนั้นมักจะมีพร์ความแข็งแกร่งทางกายควบคู่อยู่ด้วย ซึ่งกายทั่วไปนั้นจะเรียบง่ายและธรรมดา แต่ถ้าหากกายทั่วไปมีความสามารถล้ำหน้าเกินกายพิเศษ นั่นก็แสดงให้เห็นว่าในภายภาคหน้าความสำเร็จของเขาจะต้องยิ่งใหญ่แน่
เมื่อเห็นว่าเต้าหลิงตื่นขึ้นมา นางก็ยิ้มน้อยๆ พลางกล่าวถาม “รู้สึกอย่างไรบ้าง?”
“โอสถเหลวนี้มหัศจรรย์มาก” เต้าหลิงลูบไล้ไปตามร่างกายของตน ใบหน้าละอ่อนฉายแววปีติก่อนจะฉีกยิ้มออกมา “นี่คือโอสถเหลวอะไรงั้นหรือ? ข้าััได้ว่าพลังบ้าคลั่งที่อยู่ในร่างของข้าได้ถูกสยบไปจนหมด ทั้งยังหลอมรวมเป็หนึ่งกับร่างกายของข้า”
เต้าหลิงกำหมัดเบาๆ เขาััได้อย่างชัดเจนว่าฐานกายของเขาได้เปลี่ยนไปแล้ว ภายในใจก็อดที่จะชื่นชมความสามารถของนักปรุงโอสถไม่ได้ เย่วิ่นใช้โอสถเหลวเพียงขวดเดียวก็สามารถแก้ไขปัญหาภายในร่างของเขาได้อย่างสมบูรณ์แบบ ความสามารถของนักปรุงโอสถช่างเหมือนกับปาฏิหาริย์ยิ่งนัก…
“มันคือโอสถเหลวทะลวงขีดจำกัดชนิดหนึ่ง ความสามารถของมันเอาไว้ใช้เปิดพลังศักยภาพของขั้นหลอมกายาออกมา” เย่วิ่นยิ้ม “ร่างกายของเ้าไม่เลวเลย ข้าว่าหากเ้าฝึกฝนร่างกายอีกสักหน่อย ก็น่าจะสามารถทะลวงเข้าสู่ขั้นสถิติญญาได้”
“แบบนี้นี่เอง” เต้าหลิงพยักหน้า ั์ตาทอแสงประกายออกมา พลังบ้าคลั่งที่เคยปั่นป่วนอยู่ภายในร่างได้กลับมาสงบลงอีกครั้ง เช่นนี้เขาก็สามารถใช้เืของอสูรกิเลนเสือดาวมาทะลวงขีดจำกัดได้แล้ว หากมีอาการเช่นนี้อีก เขาก็สามารถใช้โอสถเหลวทะลวงขีดจำกัดแก้ไขได้
หากเย่วิ่นรู้ว่าเขาคิดแค่จะเอาโอสถเหลวทะลวงขีดจำกัดมากลั่นหลอมร่างกาย คาดว่านางคงจะร้องไห้ตายแน่ เพราะว่าโอสถเหลวชนิดนี้ล้ำค่ายิ่ง คนทั่วไปไม่อาจจะเอื้อมมือถึง
“เต้าหลิง ภายในสองสามวันนี้เ้าก็ตั้งใจฝึกฝนเข้าล่ะ ด้วยร่างกายของเ้าในตอนนี้โอกาสที่เ้าจะได้เข้าสำนักซิงเฉินมีอยู่สูงมาก หากเ้าสอบผ่านได้ด้วยอันดับต้นๆ เ้าก็จะได้ประโยชน์มากมายหลายอย่าง” เย่วิ่นกล่าวด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวัง
“ประโยชน์หรือ?” เต้าหลิงกล่าวพลางสวมเสื้อ แล้วถามขึ้นมาอย่างอดไม่ไหว “เข้าร่วมการทดสอบยังได้ประโยชน์อย่างอื่นด้วยงั้นหรือ?”
“หากเ้าชิงสิบอันดับแรกมาได้ เ้าก็จะสามารถไปเลือกวิทยายุทธ์หนึ่งวิชาได้ที่หอคัมภีร์ยุทธ์ของสำนักซิงเฉิน ถ้าโชคดีไม่แน่ว่าเ้าอาจจะได้วิชามหาอำนาจมา อีกทั้งยังมีรางวัลเป็เม็ดโอสถอีกด้วย” เย่วิ่นเม้มริมฝีปากอวบอิ่มสีแดงสดของนาง ก่อนที่จะส่ายหน้า เงื่อนไขนั้นสูงมากเกินไป แค่ได้หนึ่งร้อยอันดับแรก ก็ยอดเยี่ยมมากแล้ว เพราะว่าการสอบครั้งนี้ไม่เหมือนกับการสอบแบบทั่วๆ ไป
ภายในใจเต้าหลิงพลันร้อนรุ่มขึ้น วิชามหาอำนาจเป็วิทยายุทธ์หนึ่งของยอดวิชามหาอำนาจ ความน่ากลัวของมันนั้นเขาเคยได้ยินผ่านหูมาบ้าง ไม่คิดว่าที่สำนักซิงเฉินจะมีของดีเช่นนี้อยู่ด้วย
วิทยายุทธ์ปกติจะแบ่งออกเป็สามระดับขั้นคือ ขั้นต้น ขั้นกลาง และขั้นสูง อย่างหมัดซิงเฉินก็จัดเป็วิทยายุทธ์ที่อยู่ในขั้นระดับสูง
ที่สูงไปกว่านั้นก็คือพวกวิชามหาอำนาจ แต่ละวิชานั้นแข็งแกร่งมากจนถึงขีดสุดซึ่งมีทั้งหมดด้วยกันเจ็ดสิบสองวิชา เรียกได้ว่าเป็สุดยอดวิชามหาอำนาจที่มีมาั้แ่โบราณ แต่ละวิชาต่างก็เต็มไปด้วยพลังอานุภาพที่กล้าแกร่ง ถึงขั้นสามารถพลิกคว่ำแม่น้ำหรือเด็ดดวงดาราลงได้
โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิบวิชามหาอำนาจที่กล้าแกร่ง สำหรับเย่วิ่นแล้วนั้น มันก็เหมือนกับความฝัน มันเป็สุดยอดวิชาที่ยิ่งใหญ่เหนือสิ่งใดในใต้หล้า!
เพียงเห็นแววตาที่ลุกโชนของเขา เย่วิ่นก็หัวเราะออกมาในใจ สิบอันดับแรก เป็เื่ที่ยากมาก ถึงร่างกายของเต้าหลิงจะมีคุณสมบัติพอ ทว่าการติดหนึ่งในสิบนั้นคงจะยากเกินไปสักหน่อย
ทว่าหากเต้าหลิงสามารถใช้ความสามารถของตัวเองคว้าอันดับหนึ่งในสิบได้จริงๆ ไม่แน่ว่าอนาคตของแคว้นชิงอาจจะส่องแสงเรืองรองก็เป็ได้
เต้าหลิงแหงนหน้ามองดูสีของท้องฟ้า ก่อนจะยันตัวลุกขึ้นพลางกล่าวลา เย่วิ่นผงกหัวตอบรับ ก่อนจะเดินไปส่งเต้าหลิงที่หน้าประตูพลางกล่าวออกมาอย่างอดไม่ได้ “ตั้งใจฝึกฝนล่ะ”
ได้ยินดังนั้น ร่างของเต้าหลิงก็ชะงักไปพลางหันกลับมาสบกับแววตาของนางที่เต็มไปด้วยความหวัง ก่อนที่ั์ตาใสของเย่วิ่นจะหลุบต่ำลง พลันคิดด้วยความประหลาดใจ ‘ทำไมข้าต้องฝากความหวังเอาไว้ที่เขาด้วยนะ’
“ข้าจะทำ” เต้าหลิงยิ้มออกมาด้วยความอบอุ่น ก่อนที่เขาจะหมุนกายเดินจากไป ภายใต้แสงของดวงจันทร์ปรากฏเงาร่างผอมขึ้น ไม่นานนักร่างเงานั้นก็ค่อยๆ กลืนหายไปในความมืด…
เต้าหลิงก้าวเท้าเข้ามาภายในบ้านอย่างเร่งรีบ ก่อนที่จะปิดประตูลงแล้วนั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียง ภายในมือปรากฏขวดหยกขวดหนึ่ง
เขารู้ดีว่าการดื่มเืของสัตว์อสูรโบราณในตอนนี้มันอาจจะเร็วเกินไป ทว่าอีกไม่กี่วันก็จะถึงวันสอบเข้าสำนักซิงเฉินแล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้มีอะไรผิดพลาด เขาจะต้องเร่งเพิ่มความแข็งแกร่งให้เร็วที่สุด อย่างน้อยก็ขอให้เข้าไปยังสำนักซิงเฉินให้ได้เสียก่อน จากนั้นค่อยหาวิธีแก้ไขอาการต่างๆ ที่ตามมาทีหลัง
“ไม่รู้ว่าของสิ่งนี้จะช่วยเพิ่มพลังให้ข้ามากเพียงใด?” สายตาของเขาจ้องมองไปที่เืสีทองที่อยู่ในขวดหยกพลางสูดลมหายใจเข้าลึก เขาััได้ถึงพลังจำนวนมากที่อุดมอยู่ภายในหยดเื ทว่าเขาก็กลืนมันลงไปทันทีอย่างไม่ลังเล
เืของอสูรกิเลนเสือดาวไหลเข้าไปในท้อง ก่อนจะเกิดการเปลี่ยนแปลงที่น่ากลัวขึ้น หยดเืเ่าั้ได้หลอมรวมเป็หนึ่งและก่อรูปขึ้นเป็อสูรโบราณ มันแผดเสียงร้องคำรามพลางปลดปล่อยพลังที่น่าหวั่นเกรงออกมา
“โฮกก!” อสูรกิเลนเสือดาวน่ากลัวเป็อย่างมาก ทั่วร่างของมันะเิแสงสีทองประกายสว่างจ้าราวกับเป็ปีศาจ์ พลังภายในร่างของเขาถูกปลดปล่อยออกมาเป็เส้นสาย ทำให้ร่างกายของเต้าหลิงบิดเบี้ยวจนคล้ายกับจะะเิออก!
อสูรกิเลนเสือดาวเป็อสูรโบราณ มันเป็าาของโลกภายนอก ว่ากันว่ามันเป็สิ่งน่ากลัวที่มีอยู่บนโลกใบนี้ทั้งยังมีสายเืของกิเลนอสูร์!
ดังนั้นเืของอสูรกิเลนเสือดาวจึงล้ำค่าเป็อย่างมาก ขั้นระดับของมันยังสูงยิ่งกว่าสัตว์อสูรโบราณอื่นๆ หลายเท่า เพราะสัตว์อสูรประเภทนี้มีโอกาสที่จะพัฒนาสายเืของกิเลนอสูร์ ไม่แน่ว่าบางทีมันอาจจะมีโอกาสได้วิวัฒนาการเป็อสูร์ก็เป็ไปได้!
เต้าหลิงยังนั่งขัดสมาธิ ทันใดนั้นก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากภายในร่างราวกับบทเพลงเรียกิญญา อักษรโบราณสีทองปรากฏขึ้นที่ท้อง แต่ละตัวอักษรมีน้ำหนักมากถึงหนึ่งหมื่นจวิน (1 จวิน = 30 ชั่ง) หลังจากนั้นตัวอักษรเหล่านี้ก็ร่วงหล่นใส่ร่างของอสูรกิเลนเสือดาว
อสูรกิเลนเสือดาวแผดเสียงคำรามลั่น ร่างของมันที่ถูกอักษรโบราณกดทับเอาไว้เริ่มบิดเบี้ยว ก่อนที่แสงสีทองจะสลายหายไป
เมื่อเห็นดังนั้น เต้าหลิงก็ใมากจนแผดเสียงออกมา “น่ากลัวมากเกินไปแล้ว เดาว่านี่คงจะเป็เพียงแค่พลังบางส่วนของวิชาสยบฟ้า ไม่รู้ว่าภายภาคหน้าวิชานี้จะแข็งแกร่งขึ้นถึงระดับใด!”
วิชาสยบฟ้าที่กำราบสัตว์อสูรกิเลนเสือดาวด้วยลักษณะนี้ทำให้เขาไม่อยากจะเชื่อ อีกทั้งว่ากันว่าวิชานี้ในตอนที่พบเจอเือสูร์ ก็จะแสดงรูปแบบเช่นนี้ออกมาโดยทันที
อสูรกิเลนเสือดาวแผดเสียงร้องคำราม ร่างสีทองะเิพลังมหาศาลออกมาทำให้อักษรโบราณสีทองสั่นไหว พลังแต่ละสายพุ่งออกมาบางส่วนทำให้เต้าหลิงรู้สึกว่าร่างกายของเขากำลังจะสลาย
เขาพยายามสงบจิตใจรวบรวมสมาธิ ก่อนที่จะท่องอ่านตัวอักษรเ่าั้ ยิ่งเขาอ่านเร็วเท่าใด ตัวอักษรสีทองก็ยิ่งหนักอึ้งขึ้นเท่านั้น ร่างของอสูรกิเลนเสือดาวเริ่มแตกร้าว ก่อนที่จะเปลี่ยนกลับกลายเป็เืสีทองอร่ามอีกครั้ง
ปราณที่น่ากลัวได้ถือกำเนิดขึ้นภายในร่าง เืสีทองถูกหลอมจนคล้ายกับหินหนืด เืแต่ละหยดได้ะเิพลังที่เหมือนกับแม่น้ำที่ไหลเชี่ยว!
ตูม!
ภายในร่างของเต้าหลิงปรากฏเสียงกระทบดุจลูกคลื่นใหญ่ซัดสาด ใบหน้าละอ่อนบิดเบี้ยว หมัดทั้งสองกำแน่น เขากำลังพุ่งทะลวงโจมตีเข้าไปที่ประตูขีดจำกัด ทำให้ความเ็ปแสนสาหัสแล่นพล่านไปทั่วร่าง
ภายใต้การขับเคลื่อนของวิชาสยบฟ้า พลังบริสุทธิ์ภายในเืของอสูรกิเลนเสือดาวก็พรั่งพรูออกมา ในทุกเส้นสายแฝงไปด้วยพลังที่ป่าเถื่อน
ภายในร่างของเต้าหลิงแปรเปลี่ยนเป็แสงสีทอง อวัยวะภายในทั้งห้าปลุกปั่นสั่นะเื กระดูกนับร้อยภายในร่างส่งเสียงกรอบแกรบ ร่างกายของเขาเหมือนกับฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกครั้ง
“เืสัตว์อสูรโบราณช่างน่ากลัวยิ่งนัก ข้าััได้ถึงพลังมหาศาล!” ใบหน้าเต้าหลิงเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก การเสริมความแข็งแกร่งในครั้งนี้ ทำให้เขารู้สึกว่าพลังศักยภาพของตนกำลังขยายกว้างขึ้นอย่างไร้ขีดจำกัด
วิชาสยบฟ้าน่ากลัวมาก มันสามารถดึงพลังศักยภาพของสัตว์อสูรโบราณมาแทนที่ร่างกายของตัวเองได้ ยากที่จะจินตนาการว่าใครกันที่คิดค้นวิชานี้ขึ้นมา
ไม่นานร่างของเต้าหลิงก็ขับประกายสีทองสว่างเจิดจรัสออกมา แสงของมันช่างสว่างรุ่งโรจน์ละลานตา ทำให้ภายในห้องสว่างจ้าขึ้นทันใด เขาเหมือนกับดวงอาทิตย์ที่กำลังส่งแสงอยู่
“ทะลวง!” เต้าหลิงแผดเสียงร้องคำราม ภายในร่างมีเสียงดังกึกก้อง บางสิ่งบางอย่างได้กดพลังเอาไว้ ก่อนที่มันจะะเิออกมา!
ตูมมม
คลื่นพลังสีทองอร่ามกระจายออกมา ร่างของเขาเจิดจ้าราวกับดวงอาทิตย์ที่กำลังปลดปล่อยคลื่นสีทองออกมาเป็ระลอกๆ ทำให้ทั่วทั้งห้องมีประกายแสงสว่างจ้า
พลังปราณบางอย่างได้ถูกปลุกให้ตื่นขึ้น คลื่นอักขระสีทองค่อยๆ รุนแรงมากขึ้น มวลอากาศฉีกขาด แรงม้วนตัวของอากาศทำให้กำแพงรอบๆ เริ่มเกิดรอยร้าว
พลังนั้นแข็งแกร่งขึ้นอย่างรวดเร็ว พลังงานสีทองแทรกซึมเข้าไปในกระดูกและกล้ามเนื้อของเขาเพื่อกลั่นหลอมร่างกาย กล้ามเนื้อแต่ละมัดเหมือนกับฟื้นตัวขึ้นมาอีกครั้ง คลื่นพลังที่แข็งแกร่งยังคงะเิออกมาไม่ขาดสาย
ทั้งห้องโอนเอนจวนจะถล่มลงมา ในตอนนั้นเองบนพื้นหินก็มีอักขระสีเงินปรากฏขึ้น ดูแล้วศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนักราวกับว่ามันซึมออกมาจากใต้ดิน
อักขระสีเงินที่เผยออกมาได้ห่อหุ้มคลื่นพลังที่บ้าคลั่งเอาไว้ ห้องที่โอนเอนสั่นไหวก็เริ่มสงบลง ก่อนที่อักขระสีเงินจะค่อยๆ สลายหายไป
ผ่านไปราวๆ หนึ่งถึงสองชั่วยาม ประตูห้องก็ถูกเปิดออกพร้อมกับชายวัยกลางคนไว้หนวดรุงรังคนหนึ่งเดินขากะเผลกๆ เข้ามา
ชายขาเป๋เบิกตากว้างพลางใช้สายตาสอดส่องไปทั่วห้อง จากนั้นเขาก็พบเข้ากับร่างของเต้าหลิงที่กำลังนั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียง แววตาของเขาทอประกายแสงสว่างออกมา หลังจากนั้นเขาก็กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ “สำ สำเร็จแล้วอย่างนั้นหรือ?”
สายตาที่ตื่นเต้นของเขามองไปที่ร่างที่นั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียง เขาััได้ถึงความแข็งแกร่งก่อนที่จะเอ่ยออกมาด้วยความตกตะลึงและดีใจว่า “กลิ่นอายพลังนี้ เหมือนกับพลังอานุภาพของอสูรโบราณระดับต้น!”
“เ้าลูกคนนี้กินอะไรเข้าไป? ทำไมพลังถึงยังเพิ่มขึ้นมาไม่หยุด” ใบหน้าของชายขาเป๋เต็มไปด้วยความใ เขาััได้ถึงพลังในร่างของเต้าหลิงที่ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
“หรือว่าจะดื่มโอสถเหลวและของเหลวล้ำค่าบางอย่างเข้าไป?” ชายขาเป๋ถูมือไปมา สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้นเหมือนกับเด็กน้อยพลางกล่าวพึมพำออกมา “หรือว่าพลังต้นกำเนิดจะกลับมาแล้ว?”
“แต่ว่า” ชายขาเป๋คิ้วขมวด ก่อนที่จะตรวจสอบพลังของเต้าหลิงอย่างละเอียด จากนั้นเขาก็เกาหัวแล้วกล่าวออกมา “ไม่มีคลื่นพลังต้นกำเนิดเลย นี่มันเกิดอะไรขึ้น? พลังไม่น่าจะทะลวงได้รวดเร็วเช่นนี้ นี่มันผิดธรรมชาติเกินไปแล้ว”
ในตอนนั้นชายขาเป๋ก็หยิบขวดหยกขวดหนึ่งออกมาจากอก ด้านในมีหยดน้ำสีม่วงอยู่หยดหนึ่ง ปราณสีม่วงม้วนเกลียวขึ้นมาอย่างบ้าคลั่งพลางปลดปล่อยแสงสว่างจ้าออกมาราวกับหยก์สีม่วงสวย ดูแล้วไม่ธรรมดา
เขาสูดลมหายใจลึก ก่อนจะนำของเหลวล้ำค่าสีม่วงหยดลงบนหัวของเต้าหลิงพลางรอดูผล
ของเหลวสีม่วงล้ำค่าปรากฏขึ้นบนหัวของเต้าหลิงได้ครู่หนึ่งก็สลายหายไป ภายในร่างก็มีพลังสีม่วงปรากฏขึ้นมา ทั้งยังตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นอายิญญาเหมือนกับหมอกควันชั้นหนึ่งที่อยู่ภายในร่างของเขา
พลังนี้ดูลึกลับเป็อย่างมาก มันไหลไปตามกล้ามเนื้อก่อนจะหายไป
ทันใดนั้น ร่างของเต้าหลิงก็ปลดปล่อยคลื่นพลังที่น่ากลัว เก่าแก่ และดุร้ายออกมา!
เทพาได้ตื่นขึ้นแล้ว ทั่วร่างของเขาปกคลุมไปด้วยคลื่นพลังที่น่ากลัวถึงขีดสุด หากมันะเิออกมา ก็จะสามารถถล่มดินทลายฟ้าได้!
เหมือนกับเทพที่นั่งขัดสมาธิมาั้แ่โบราณจนถึงตอนนี้ เพื่อบอกเล่าความเป็มาของประวัติศาสตร์โบราณ
พลังที่น่ากลัวนี้ ปรากฏขึ้นเพียงไม่นานก็หายไป ก่อนที่จะกลับสู่สภาวะปกติ
ชายขาเป๋กล่าวออกมาด้วยใบหน้าตื่นเต้น “ต้นกำเนิดเต๋าเหลวน่ากลัวจริงๆ มันจะต้องช่วยให้เ้าลูกคนนี้ฟื้นฟูพลังต้นกำเนิดได้แน่ ขอเพียงข้าหาต้นกำเนิดเต๋าเหลวมาให้ได้เพียงพอ เท่านี้ก็จะสามารถฟื้นฟูพลังกลับคืนมาได้!”
“ลั่ววิ่น เ้าเห็นหรือไม่?” ดวงตาทั้งสองของชายขาเป๋เต็มไปด้วยความปลื้มปีติพลางกล่าวพึมพำออกมา “เ้าเห็นหรือไม่? ลูกชายของเราทำสำเร็จแล้ว”
