การเดินทางเข้าเมืองหลวงเพื่อทำงานตามสัญญาจ้างได้เสร็จสิ้นแล้ว และญาติผู้พี่อย่างจางหรงจวินก็สอบเป็ขุนนางได้อย่างที่ทุกคนหวังเอาไว้ ทั้งยังได้รับภารกิจสำคัญทันทีที่เข้ารับตำแหน่งขุนนางในกรมโยธา
ส่วนตัวของอวิ๋นซีผู้ได้รับความเอ็นดูจากผู้มีอำนาจสูงสุดในวังหลวง และนางยังเป็ผู้มีพระคุณทำให้องค์ชายสิบกลับมาเดินได้เหมือนเดิมอีกครั้ง สิ่งที่ทำให้อวิ๋นซีมีผู้คนเอ็นดูนางคงเป็เพราะความซื่อตรงและช่างจำนรรจา รวมถึงความเฉลียวฉลาดเื่การทำงานเพื่อหาเงินเลี้ยงดูครอบครัว
ั้แ่เริ่มออกเดินทางกลับหมู่บ้านชิงสุ่ยขบวนของอวิ๋นซีไม่ได้ชักช้าอย่างเช่นครั้งก่อน เนื่องจากไม่มีวัสดุจำนวนมากบนรถลากที่นางเก็บเข้ามิติไปหลายวันแล้วนั่นเอง
แต่ระหว่างการเดินทางยามผ่านเขตตำบลเล็ก ๆ หรืออำเภอต่าง ๆ อวิ๋นซีจะให้คนของตนนำป้ายประกาศการรับสมัครคู่ค้าไปแปะบนกระดาน ใครที่สนใจจะได้ตามไปพบนางที่หมู่บ้านชิงสุ่ย
“ลูกพ่อเ้าคิดว่ายามพวกเรากลับไปถึงหมู่บ้านจะมีคนเดินทางไปสมัครเป็คู่ค้ากับพวกเรามากหรือน้อยล่ะ” เฟิงหยางเอ่ยถามบุตรสาวเมื่อผ่านเขตเมืองเซิงโจว
“อืม ซีซีคิดว่าน่าจะมีคนมาสมัครเป็คู่ค้ากับเราหลายคนนะท่านพ่อ ถ้าพวกเขาอยากให้กิจการของตนมั่นคงและมีรายได้เข้ามาอย่างสม่ำเสมอ ส่วนคนที่คิดไม่ได้และยังอยากกำจัดพวกเราก็ใช่ว่าจะไม่มีเสียเมื่อไหร่”
“เื่คนที่เกลียดกิจการของพวกเราข้าคิดว่าคงจะเริ่มเผยตัวตน หรืออาจจะรอหลังจากพวกเรากลับไปถึงหมู่บ้านชิงสุ่ยเรียบร้อยแล้ว หรือบางทีคงมีปะปนมากับคนที่สนใจก่อนจะลงมือสร้างความวุ่นวายก็ได้นะขอรับท่านพ่อ” จื่อหานบอกถึงความคิดของตนที่คาดว่าอาจเกิดขึ้นได้จริงกับบิดา
ซูเหยาได้ยินบุตรชายพูดเช่นนั้นก็รู้สึกเป็ห่วงบุตรสาวอย่างช่วยไม่ได้ “หากเป็เช่นที่อาหานพูดมาก็เป็อันตรายกับซีซีน่ะสิ ท่านพี่ อาเฟย อาหาน พวกเ้าต้องคิดหาวิธีป้องกันไม่ให้เกิดอะไรกับซีซีนะ”
“ท่านอาท่านอย่าห่วงไปเลยท่านอย่าลืมสิว่านอกจากคนของเราแล้ว ยังมีองครักษ์จากฮ่องเต้ที่การต่อสู้เก่งกาจมีความสามารถไม่แพ้กันคอยปกป้องคุ้มครองซีซีอยู่อีกหลายคนนะขอรับ” เฟยซวนรีบกล่าวเพื่อปลอบใจผู้เป็อาของตนเพื่อมิให้นางวิตกกังวลจนเกินไปนัก
“พี่เฟยซวนพูดถูกแล้วเ้าค่ะท่านแม่ต่อให้คนที่มาหาเื่พวกเราจะมีใครหนุนหลังอยู่ก็ตาม ซีซีก็รับมือได้และจะสนองคืนกลับไปอย่างสมน้ำสมเนื้อ และจะไม่ใช้อำนาจในฐานะท่านหญิงกลั่นแกล้งรังแกผู้ใดก่อนแน่นอน ท่านแม่ทำใจให้สบายดีกว่านะเ้าคะ” อวิ๋นซีเข้าใจความห่วงใยที่มารดามีให้กับตนแต่คนที่มีอาชีพคล้าย ๆ กันจุดอ่อนของพวกเขามีอยู่ไม่กี่อย่างถ้านางจะสั่งสอนก็ง่ายเหมือนพลิกฝ่ามือ
“อาเหยาเ้าก็เชื่อใจลูก ๆ เถิดนะถ้าหากมีสิ่งใดที่เกินกำลัง พวกลูก ๆ ย่อมมาขอความช่วยเหลือจากเราเองนั่นแหละ”
“ก็ได้เ้าค่ะท่านพี่ข้าจะไม่คิดมากเกี่ยวกับเื่นี้อีก”
เมื่อทำความเข้าใจกันเรียบร้อยการเดินทางก็กลับมาเป็เหมือนเดิม นอกจากการอ่านตำราแก้เบื่อแล้วยังมีการวาดผังกิจการ ที่จื่อหานกับเฟยซวนอยากจะขยายสาขาไปยังเมืองใกล้ ๆ เป็อันดับแรก
เนื่องจากยังพอมีเวลาที่ชาวบ้านจะได้ซื้อวัสดุไปซ่อมแซมบ้านของตน อย่างน้อยมีห้องกันความหนาวเย็นอยู่กับครอบครัว ก่อนต้องหยุดทุกอย่างลงยามฤดูแห่งความหนาวเหน็บมาเยือน
ระยะเวลาการเดินทางเกือบหนึ่งเดือนในที่สุดขบวนรถม้าของอวิ๋นซีก็ผ่านเข้ามาในหมู่บ้านชิงสุ่ย ซึ่งเป็่เวลาปลายยามเว่ยพอดีกับที่ผู้เฒ่าจาง กำลังจะก้าวเท้าข้ามธรณีประตูเข้าไปภายในเรือนก็ได้ยินเสียงเล็ก ๆ อันคุ้นเคยเรียกเขาเอาไว้
“ท่านตา ๆ ซีซีกลับมาแล้วเ้าค่าท่านตา...”
“ท่านตาพวกเรากลับมาแล้วขอรับ...”
“ท่านปู่...”
ผู้เฒ่าจางพอมองเห็นศีรษะและมือน้อย ๆ ของหลานสาวที่ยื่นออกมาจากรถม้า จากที่ยืนนิ่งก็รีบสาวเท้าไปรอรับหลานสาวทันทีที่รถม้าหยุดนิ่ง
“โอ้ ซีซีของตากลับมาแล้วรึ มา ๆ ๆ ตาจะอุ้มเ้าลงมาเอง”
“ฮ้ายย อาหานดูท่านปู่สิอุ้มแต่ซีซีจนลืมพวกเราสองคนไปเสียแล้ว”
“เอาน่าพี่เฟยซวนก็ใครใช้ให้ท่านกับข้าเกิดมาเป็บุรุษกันล่ะ ใช่ว่าจะมีแค่ท่านตาที่รักและเอ็นดูซีซีคนเดียวเสียเมื่อไหร่กัน ข้าพูดถูกไหม หึ ๆ ๆ”
สองคนสุดท้ายที่ลงจากรถม้าก็เอ่ยทักทายผู้เฒ่าจางด้วยรอยยิ้มที่มีความสุขยิ่งกว่าเดิม
“ท่านพ่อ /ท่านพ่อตา”
ผู้เฒ่าจางที่มองค้อนให้กับหลานชายทั้งสองของตนก็ไม่ได้พูดอันใด แต่เพียงแค่หันไปทางบุตรสาวกับบุตรเขยก็อดจะดีใจด้วยไม่ได้ ที่ยามนี้คนที่เคยนั่งรถเข็นกลับมายืนได้อย่างมั่นคงแล้ว
“หือ อาหยางขาของเ้าหายดีแล้วเช่นนั้นรึ”
“ใช่ขอรับท่านพ่อตาข้าเพิ่งเดินได้คล่องก่อนจะเดินทางกลับหมู่บ้านไม่นานเท่าใดขอรับ” เฟิงหยางตอบพ่อตาของตนด้วยน้ำเสียงที่จริงจังเพื่อยืนยันว่าตนหายดีแล้วจริง ๆ
“ดี ๆ ๆ เ้าหายเป็ปกติแล้วถือว่าเป็เื่ที่ดีสำหรับเ้าไม่น้อย ไป ๆ เข้าไปพักในเรือนกันเถิดเดินทางไกลมานานคงจะเพลียไม่น้อย”
“ขอรับ /เ้าค่ะ”
“กู้เฟิง ม่ายเซียน พวกเ้าสองคนช่วยพาพวกซือเฉินไปดูที่พักด้วยนะ เื่อาหารการกินกับเสื้อผ้าที่พวกเขาทั้งเจ็ดคนต้องใช้ช่วยจัดการแทนข้าด้วย”
“รับทราบขอรับท่านหญิง /รับทราบเ้าค่ะท่านหญิง”
ผู้เฒ่าจางสะดุดและเลิกคิ้วอย่างแปลกใจกับคำเรียกขององครักษ์ที่มีต่อหลานสาวคนเก่งของตน และแอบสงสัยอยู่ลึก ๆ ว่ายามบุตรหลานอยู่ที่เมืองหลวงเกิดเหตุการณ์อันใดขึ้นหรือไม่
ภายในโถงรับรองนางจิ้งซื่อนั่งพักและพูดคุยกับบุตรชายที่กลับมาถึงก่อนอวิ๋นซีเพียงไม่กี่วัน เพราะอยู่ใกล้กว่าแต่เื่เล่ายังคงมีให้พูดถึงไม่หมด เนื่องจากความงดงามของจวนตระกูลจ้าวที่เมืองเหออัน ทำให้จางเจิ้นได้ลูกค้าที่จองลำดับการสร้างจวนมาเพิ่มอีกหลายคน
สองแม่ลูกได้ยินเสียงหัวเราะของสามีและบิดาใกล้เข้ามาจึงหันไปมองพร้อม ๆ กัน เมื่อคนที่เดินเข้ามาคือคนที่เดินทางไปเมืองหลวงยามนี้กลับมาแล้ว นางจิ้งซื่อรีบลุกขึ้นรับเอามือของบุตรสาวมากุมไว้อย่างโล่งอก
“อาเหยาลูกแม่พวกเ้ากลับมาถึงั้แ่เมื่อใดกัน เป็อย่างไรบ้างไม่มีอะไรเกิดขึ้นระหว่างเดินทางใช่ไหม”
“ท่านแม่พวกเราเพิ่งมาถึงและการเดินทางก็ราบรื่นดีมากเ้าค่ะ”
“ดี ๆ ๆ พวกเ้าปลอดภัยกลับมาก็ดีแล้วล่ะ”
ส่วนเฟยซวนก็เดินไปทักทายบิดากับมารดาที่อยู่ข้าง ๆ ผู้เป็ย่าของตนเช่นกัน
“ท่านพ่อ ท่านแม่ ข้าขอโทษด้วยนะขอรับที่ข้าไม่เลือกเป็ขุนนาง”
จางเจิ้นเอ่ยกับบุตรชายด้วยท่าทางสบาย ๆ ไม่ได้ผิดหวังกับสิ่งที่บุตรชายเลือกแต่อย่างใด
“ไอหยา เ้าจะขอโทษพ่อกับแม่ไปทำไมกันเล่าอาซวน นี่เป็สิ่งที่เ้าตัดสินใจเลือกด้วยตนเองแล้วมิใช่หรือ ก่อนจะเดินทางไปเมืองหลวงเ้าเองก็บอกทุกคนไว้ ว่าจะช่วยซีซีขยายกิจการให้กว้างขวางต่อให้เ้าจะไม่เข้าสอบพวกเราก็ไม่เคยคิดโทษเ้าหรอกนะ”
“พ่อเ้าพูดถูกถึงลูกแม่จะไม่เป็ขุนนางแต่เ้ายังมีตำแหน่งบัณฑิตระดับจิ้นซื่อ ที่บ่งบอกว่าเ้ามีฐานะสูงส่งกว่าคนสามัญทั่วไปมิใช่หรือ” นางเซี่ยกล่าวกับบุตรชายที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับครอบครัวด้วยรอยยิ้ม
“ขอบคุณท่านพ่อท่านแม่ที่เข้าใจข้าขอรับ”
เพียงแต่ความภูมิใจที่บุตรหลานประสบความสำเร็จทั้งหน้าที่การงาน ยังถือว่าเป็เื่เล็ก ๆ ไปทันทีเมื่อความสงสัยของผู้เฒ่าจางได้รับความกระจ่าง
“อาหยาง อาเหยา มีเื่หนึ่งที่พ่อไม่เข้าใจอยากให้พวกเ้าสองคนช่วยอธิบายหน่อยได้ไหม”
“ท่านพ่อตาไม่เข้าใจเกี่ยวกับอันใดหรือขอรับ?”
“ก็เมื่อครู่ก่อนจะเข้ามาได้ยินกู้เฟิงกับม่ายเซียนเรียกซีซีว่า ‘ท่านหญิง’ มันหมายความว่าอย่างไรหรือ” ผู้เฒ่าจางถามออกไปตรง ๆ
พอทุกคนได้ยินคำถามของผู้เฒ่าคนที่ไม่รู้ก็สงสัยอยากรู้ด้วยทันที ส่วนคนที่รู้ก็ช่วยเฟิงหยางตอบคำถามกันยกใหญ่
“เื่นี้เองหรอกหรือขอรับท่านปู่ ข้าขอเตือนให้ท่านปู่ ท่านย่า ท่านพ่อและท่านแม่ตั้งสติให้ดี ๆ กับคำตอบที่จะได้รับเสียตอนนี้ดีกว่า หากพวกท่านไม่เตรียมตัวเกรงว่าพอได้ฟังจะเป็ลมล้มพับเอาได้นะ” เฟยซวนเอ่ยก่อนใคร
“เหตุใดเ้าถึงพูดเหมือนกับเป็เื่คอขาดบาดตายไปได้เล่าอาซวน ถ้าเ้าไม่อยากพูดก็ให้คนอื่นพูดแทนก็แล้วกัน” จางเจิ้นหมั่นไส้บุตรชายที่ทำเหมือนเป็เื่ใหญ่ถึงชีวิต
“เอาล่ะ ๆ ทุกคนไม่ต้องเถียงกันไปมานะเ้าคะความสงสัยของท่านตาซีซีจะเป็คนตอบเอง ท่านตาคำที่ท่านได้ยินกู้เฟิงกับม่ายเซียนใช้เรียกซีซี ความหมายของมันก็ตรงตัวอยู่แล้วนะเ้าคะ
เพราะยามทำงานอยู่ที่เมืองหลวงซีซีได้ช่วยเหลือพี่ชายคนหนึ่งไว้ และพวกเราก็ทำความรู้จักจนสนสนิทสนมกัน พอได้พบเจอคนในครอบครัวของพี่ชายท่านนั้นทุกคนต่างรักใคร่และเอ็นดูซีซีอย่างมาก
จนกระทั่งความลับที่พวกเราไม่เคยรู้ได้เปิดเผยในวันที่เปิดกิจการโรงหมอของตระกูลจาง ว่าแท้จริงแล้วคนที่ซีซีช่วยเหลือคือพระโอรสของฮ่องเต้ ด้วยพระเมตตาพระองค์จึงรับซีซีเป็บุตรบุญธรรม
และพระราชทานแต่งตั้งให้เป็อวิ๋นเยว่เซวี่ยนจวินหรือที่ทุกคนมักจะเรียกว่าท่านหญิง ทั้งนี้ยังมีป้ายหยกประจำตัวพร้อมทหารองครักษ์อีกสิบคน ตอนนี้ตระกูลจางมิได้มีเพียงขุนนางแต่ยังมีท่านหญิงอย่างซีซีด้วยนะ คิ ๆ ๆ”
“หา!! /อะไรนะ!! /บุตรบุญธรรมของฮ่องเต้!! /ซีซีเป็ท่านหญิงรึ!!”
“นะ นะ นี่ตระกูลจางของข้าในชาติก่อนเคยทำบุญด้วยอันใดกันแน่ ชาตินี้ถึงมีบุตรหลานช่วยส่งเสริมตระกูลที่ต่ำต้อยกลายเป็ตระกูลชั้นสูงได้”
“ละ ละ หลานสาวของข้าเป็ถึงบุตรบุญธรรมของฮ่องเต้เชียวหรือนี่ อาเอินเ้าว่าพวกเรากำลังฝันกลางวันกันอยู่ใช่ไหม” จางเจิ้นตะลึงจนไม่อยากเชื่อว่าสิ่งที่ได้ยินจะเป็เื่จริง
นางเซี่ยยิ้มกว้างจับมือสามีและตอบคำถามด้วยการหยิกไปที่แขนของเขาแรง ๆ
หมับ “โอ๊ย ๆ ๆ อาเอินเ้าหยิกข้าทำไม...อูย เจ็บนะ”
“อ้าว ข้าก็ช่วยยืนยันกับท่านพี่อยู่นี่อย่างไรล่ะ ว่ากำลังอยู่ในความฝันหรือว่าอยู่ในโลกของความจริง ตอนนี้ได้คำตอบแล้วหรือยังเล่า ฮึ”
“ฮ่า ๆ ๆ ท่านลุงข้าขอยืนยันนอนยันกับพวกท่านว่าเื่ที่ซีซีกลายเป็บุตรบุญธรรมของฮ่องเต้ และยังมีตำแหน่งท่านหญิงขั้นสูงสุดคือเื่จริงแน่นอนขอรับ” จื่อหานเห็นท่าทางไม่เชื่อของผู้เป็ลุงจึงต้องช่วยยืนยันอีกคน
แม้แต่เฟิงหยางกับซูเหยาที่ถูกสายตาหลายคู่จ้องมองเพื่อขอคำยืนยัน ทั้งสองยังอดยิ้มพร้อมกับพยักหน้าว่าคือเื่จริงตอบกลับไป คราวนี้คนที่เพิ่งได้รับรู้ข่าวดีของอวิ๋นซีถึงกับคุกเข่าโขกศีรษะกล่าวสรรเสริญฮ่องเต้กันยกใหญ่
“โอ้ ขอบพระทัยฝ่าาที่ทรงมีพระเมตตากับบุตรหลานของข้าผู้นี้ พวกเราตระกูลจางขอสัญญาว่าจะหมั่นทำความดีและทำสิ่งที่มีประโยชน์ต่อบ้านเมืองจนกว่าชีวิตจะหาไม่”
“ขอฝ่าาทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นปี หมื่น หมื่นปี”
“ทุกคนเ้าคะไหน ๆ วันนี้พวกเราได้กลับมาอยู่พร้อมหน้ากันแล้ว ยกเว้นพี่หรงจวินที่กำลังทำหน้าที่ขุนนางให้กับราชสำนัก ซีซีว่าเรามาฉลองให้กับการเลื่อนสถานะของตระกูลดีหรือไม่เ้าคะ” อวิ๋นซีเห็นว่าทุกคนกำลังอยู่ในอารมณ์ที่มีความสุข จึงชักชวนทำสิ่งที่คนในครอบครัวจะได้ทำร่วมกัน
“ข้าเห็นด้วยขอรับ พวกเราควรฉลองให้กับเื่ดี ๆ ที่ตระกูลจางได้รับ”
เฟยซวนย่อมสนับสนุนเพราะอาหารที่อยากกิน “ข้าก็ด้วย ๆ”
“ดี! พวกเรามาฉลองต้อนรับสิ่งดี ๆ ที่เข้ามาสู่ตระกูลจางกัน” ผู้เฒ่าจางไม่คัดค้านความ้าของบุตรหลานอยู่แล้ว ในเมื่อทุกอย่างที่ได้มาล้วนเป็สิ่งที่ดีทั้งสิ้น
“วู้ ๆ ๆ ท่านแม่ซีซีจะกินหม้อไฟเ้าค่ะ”
“ท่านแม่ข้าก็อยากกินผัดเปรี้ยวหวานขอรับ”
“ท่านอา ๆ ของข้าเป็ปลาราดพริกนะขอรับ”
“ได้ ๆ ๆ พวกเ้าอยากกินอะไรต้องได้กินดีหรือไม่”
“ฮ่า ๆ ๆ”
บรรยากาศของความสุขยามได้อยู่ร่วมกันหลาย ๆ คนกลับมาอีกครั้ง ถึงแม้ครั้งนี้จะขาดหรงจวินผู้ที่กำลังทำตามความฝันในการเป็ขุนนางของตน การเฉลิมฉลองให้กับความสำเร็จของกิจการก่อสร้างถือว่าเป็เพียงก้าวแรกของตระกูลจางเท่านั้น
เพราะหลังจากนี้ถึงจะเป็การเผชิญกับความจริงเกี่ยวกับจิตใจของคน ซึ่งอวิ๋นซีได้วางแผนไว้ว่าจะเพิ่มพูนความรู้ให้กับครอบครัวเพื่อใช้ในการเจรจายามมีคน้ามาเป็คู่ค้า หากพวกเขามองคนที่เข้าหาไม่ขาดจะกลายเป็ฝ่ายตนเองที่ต้องแบกรับปัญหาทันที
