“หืม”
“ถึงจะเป็แค่เืงูธรรมดาที่มีอายุ”
“แต่แค่นี้ก็น่าจะสร้างเป็ของใช้ดาดๆ แก้ขัดได้”
“...”
เฉินเนียนอู่เม้มปาก สำหรับการสร้างรูน ไม่จำเป็ต้องพึ่งพลังเวทย์ แค่ร่ายเงื่อนไขใส่ รูนก็จะทำหน้าที่ของมันเองอัตโนมัติ เช่นวาดสัญลักษณ์รูนการสร้าง การประกอบ และเขียนถึงสิ่งของหรือผลลัพธ์ที่้าอย่างรองเท้า รูนก็จะทำหน้าที่ตามที่เขียน
แต่ใช่ว่าวาดรูนเปล่าๆ ก็ใช่จะเสกของจากอากาศได้ นอกจากรูนและผู้ร่ายเงื่อนไขแล้ว สิ่งที่มองข้ามไม่ได้คือวัตถุดิบ ซึ่งวันนี้นับว่าโชคดี ที่พี่ชายคนโตได้ของบางอย่างมา
หนังงูและเืคือหนึ่งในเงื่อนไขนั้น ที่สามารถใช้เืงูอายุหลายร้อยปีวาดรูนลงแผ่นหนัง แล้วใช้พลังจากปานเทพีที่อยู่กับหน้าผากของนางเป็ตัวเร่งการกระตุ้นรูน
นี่ไม่ใช่แค่แผลเป็ธรรมดา แต่ปานสีดำที่ดูเหมือนแผลตกสะเก็ด คือสัญลักษณ์การเป็สาวกของเทพ คนที่จะเป็พ่อมดแม่มดได้มีอยู่สองช่องทาง หนึ่งคือสืบทอดผ่านสายเืต่อจากครอบครัว ซึ่งส่วนใหญ่พ่อมดและแม่มดมักจะมาจากกรณีนี้
และอีกเส้นทางหนึ่งที่จะเป็พ่อมดแม่มดได้ คือต้องยอมทำพิธีขอเป็สาวกของเทพไร้นามสักองค์
ซึ่งบอกได้ว่าการที่จะมีเทพยอมรับ นับว่าหาได้ยากและแทบจะไม่มีโอกาส และหากตอบรับก็ต้องลุ้นอีกว่าพวกเขาจะได้เทพอะไร ได้เป็สาวกเทพไฟก็จะสามารถใช้คาถาไฟได้ ได้เทพแห่งวารีก็จะเชี่ยวชาญธาตุเื่คาถาและวิชาน้ำมากกว่าวิชาแขนงอื่นๆ ผู้คนจึงคาดหวังกับการเรียกเทพของตนว่าอย่างน้อยต้องเป็สายต่อสู้หรือที่มีประโยชน์ดีๆ เพราะในบรรดาเทพที่ตอบรับ บางครั้งคุณก็ได้เทพไร้นามที่ไม่มีความสามารถพิเศษอะไรที่โดดเด่น
แต่กระนั้น หากพวกเขาไม่ได้สืบสายเืและความพิเศษจากครอบครัว เพราะเทพที่มีชื่อเสียงส่วนใหญ่ถูกเลือกจากพ่อมดและแม่มดในอดีตไปหมดแล้ว การตอบรับจากเทพไร้นามจนสามารถทำให้เป็พ่อมดและแม่มดได้ ก็ยังนับว่ายังยกระดับฐานะเดิมๆ ได้อย่างก้าวะโ เพราะหากการเรียกครั้งแรกไม่มีเทพองค์ใดสนใจหรือตอบรับ ก็จะหมายความว่าคุณไม่มีโอกาสเป็พ่อมดแม่มดไปตลอดชีวิตนอกจากคนธรรมดา
ในโลกก่อนที่อยู่ การไม่ได้เป็พ่อมดและแม่มด สถานะจะไม่ต่างอะไรจากทาสหรือสัตว์ เป็วัฒนธรรมโบราณที่สืบทอดมาั้แ่โลกรู้จักกับคำว่าเวทมนตร์
ไม่รู้ใครเป็ผู้คิดค้นตั้งกฎเกณฑ์แย่ๆ นั้น แต่พวกพ่อมดก็ยึดถือว่าตนเป็ผู้วิเศษที่จะไม่คลุกตัวกับคนธรรมดา
นางเองก็เช่นกัน นางเป็สาวน้อยที่โตจากสลัม แต่ด้วยโชคบางอย่างที่ไปพบซากเทพีที่ถูกลืมเลือน เห็นเพียงเงาตัวแทนเลือนรางของสตรีและไม่สามารถสืบหาประวัติว่าเป็เทพองค์ไหน แต่อย่างน้อยการที่เทพีตอบรับนางเป็สาวก จนกลายมาเป็แม่มด 9 วงเวทย์ที่อายุน้อยที่สุดของโลกได้ด้วยอายุแค่ 600 ปี
จึงเข้าใจว่าต้องเป็เทพชั้นบนสุดเหนือกว่าเทพทุกองค์ที่ประวัติศาสตร์โลกเวทมนต์เคยรู้จัก ถึงภายหลังจะถูกลูกหลานพ่อมดแม่มดชั้นสูงทั้งโลกอิจฉา ไม่ได้มาจากตระกูลใหญ่ ถูกกล่าวหาว่านางเรียนคาถาต้องสาปและใช้มนต์ดำต้องห้ามจากเทพชั่วร้าย จนตอนท้ายของชีวิตจบไม่สวยเลยก็ตาม
ร่างเก่าสลาย และร่างเล็กๆ นี้ไม่ใช่ร่างเดิม แต่พันธสัญญาที่นางมีต่อเทพีผูกกับิญญา ปานและสัญลักษณ์แม่มดจึงอยู่กับนางตลอด ตราบเท่าที่ิญญาและศรัทธาที่มีต่อเทพียังคงไม่เสื่อม นางก็ยังคงเป็แม่มดและสาวกของเทพีตลอดไป
“ลงมือกันเถอะ”
เฉินเหนียนอู่วางรองเท้าฟางของนางลงบนหนังงู เอาเืงูเขียนเป็อักษรที่อ่านไม่ออก จากนั้นก็โบก “ไม้กายสิทธิ์” ของนางไปมาเหนือรองเท้า แสงสีเขียวเล็กๆ เหมือนเส้นด้าย ส่องส่องสว่างเป็ลวดลายดวงดาวที่ซับซ้อน ตอบสนองกับวงเืที่วาดลงแผ่นหนังและรองเท้าคู่เก่า
ด้วยการแตะไม้เท้าเบาๆ เฉินเหนียนอู่ก็ปล่อยให้ลวดลายดาวหกแฉกม้วนหนังงูผสานเข้ากับรองเท้าสาน แสงริบหรี่วาบขึ้นแล้วหายไปในพริบตา เบื้องหน้าถูกแทนด้วยรองเท้าหนังลายเกล็ดงูสีดำเล็กๆ คู่หนึ่ง
“เยี่ยม ข้าทำรองเท้าหนังได้แล้ว”
“ทีนี้ข้าก็ไม่ต้องทนเจ็บเท้าอีก”
“สมแล้วที่ข้าเป็ถึงสาวกของ…หืมม”
“ขออภัยที่ทำให้พระเกียรติของเทพีเสื่อม สาวกคนนี้หลงละเลิงจนลืมตัวแล้ว”
“...”
เฉินเหนียนอู่หยิบรองเท้าคู่ใหม่ขึ้นมาชูเหนือศีรษะตัวเองด้วยความดีใจ แต่รอยยิ้มแห่งความสุขพลันแข็งค้างอยู่บนใบหน้า
เป็ถึงแม่มด 9 วงเวทย์มีหน้ามีตาอายุน้อยที่สุดของประวัติศาสตร์ มันก็น่าตลกเกินไปสักหน่อย ที่คนเช่นนางดีใจออกหน้าจากการใช้อักษรรูนอันศักดิ์สิทธิ์ของเทพมาทำรองเท้าเด็ก
ฉากนี้ ดึงดูดความสนใจของเฉินอ่าวที่ตื่นขึ้นและเฉินถั่วถงที่ยังไม่นอนมาสักพักแล้ว เขาและนางเหลือบมองเห็นลูกสาวที่กำลังถือรองเท้าหนังปลายแหลมประหลาดๆ ด้วยสีหน้าซับซ้อนนิดหน่อย
มันเป็อะไรที่ค่อนข้างแปลก พวกเขาไม่เข้าใจแม้แต่กระบวนการของลูกสาว แค่วางของและวัตถุดิบกองรวมๆ กันแล้วเอาไม้เน่าๆ ชี้ที่คิดว่าเป็เพียงการละเล่น อยู่ๆ ก็ทำให้รองเท้าฟางสานกลายเป็รองเท้าหนังได้เพียงการโบกมือ
การมองของพ่อแม่ทำให้สาวน้อยเขินอาย แต่ไม่มีใครว่านาง ความสามารถพิเศษของแต่ละคน ก็มีแค่ผู้มีพลังเท่านั้นที่และััถึงตัวตนของกันและกันได้โดยไม่ต้องพูดหรือสอบถามให้ลำบากใจ
“ท่านพ่อ รวบรวมรองเท้าของทุกคนมาให้หน่อย ข้าจะเสกคาถาสร้างรองเท้าดีๆ”
ด้วยวัสดุที่ได้จากงูตัวใหญ่ หนังที่มีจึงเพียงพอที่จะสร้างรองเท้าให้กับสมาชิกทุกคนในครอบครัว เท้าของพี่น้องของนางและท่านตามีขนาดเล็กมากๆ ใช้แค่ส่วนหางก็เสกได้ครบ มีเพียงแค่รองเท้าหนังงูของพ่อและแม่ที่เป็ผู้ใหญ่ ที่ต้องใช้เวลาและหมดหนังงูไปทั้งตัว
หากไม่นับว่ารองเท้าที่ทำจากพลังประหลาดมีรูปร่างปลายทรงแหลม ดูไม่เหมือนรองเท้าที่เฉินอ่าวและเฉินถั่วถงเคยเห็นมาก่อน แต่พอลวงสวมแล้วพบความสบายเน้นไปที่การใช้งาน แม้จะรูปร่างจะแปลกไปบ้าง แต่ทั้งคู่ก็ยอมรับที่จะให้ลูกสาวคนรองสร้าง เพื่อทุกคนจะได้รองเท้าดีๆ ใส่เดินทางในวันพรุ่งนี้
ค่ำคืนที่ต้องนอนกลางแจ้ง เสียงหอนของสัตว์ป่าดังขึ้นเป็ระยะ โชคดีที่เสียงเ่าั้อยู่ไกลออกไปและไม่สามารถมาถึงพวกเขาที่พักอยู่บนหน้าผาได้
ทั้งครอบครัวคิดว่าคืนนี้จะผ่านไปอย่างสงบสุข แต่แล้วโดยไม่คาดคิด พอเวลาย่างใกล้เที่ยงคืน ก็เริ่มมีเสียงดังกรอบแกรบดังมาจากเชิงเขา
เฉินอ่าวซึ่งนั่งสมาธิอยู่เป็คนแรกที่ตื่นขึ้น
ส่วนเฉินถั่วถงนั้นไม่เคยหลับสนิทจากนิสัยเดิมที่ติดมา จึงสังเกตเห็นการเคลื่อนไหวของเฉินอ่าวและลุกขึ้นไปดูพร้อมกัน
เสียงด้านล่างนั้นดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ เหลืออีกไม่เกินสามสิบก้าวจากจุดที่พวกเขานอน
เฉินอ่าวดับไฟที่อยู่หน้าผา ส่วนเฉินถั่วถงหยิบธนูและลูกศรที่อยู่ข้างๆ ส่งมีดหักให้เฉินอ่าว ทั้งสองโผล่แค่ศีรษะยืนออกไป พบเข้ากับกลุ่มคนประมาณยี่สิบกว่าคนที่ถือคบเพลิงเดินเข้ามา
คนกลุ่มนี้ ประกอบด้วยทั้งชายหญิงและเด็ก คนที่อายุน้อยที่สุดยังนอนขดตัวในแขนของแม่ พวกเขาทุกคนมีสภาพสกปรกและทรุดโทรม บนหลังของพวกเขามีข้าวของเครื่องใช้มากมายที่พกมาด้วย
เมื่อเห็นกลุ่มคนเหล่านี้ เฉินอ่าวและเฉินถั่วถงก็ถอนหายใจโล่งอก ที่พบว่าพวกเขาเป็ชาวบ้านหนีภัยไม่ใช่กองทัพฏ
แสงไฟส่องสว่างไปยังเฉินอ่าวและเฉินถั่วถงที่ยืนก้มมองจากที่สูง เมื่อคนเ่าั้เห็นท่าทีระมัดระวังของทั้งคู่ก็พากันหยุดเดิน แต่ด้วยััที่เกินมนุษย์ทั่วไป จึงเห็นได้ว่าในแววตาของคนเหล่านี้ฉายความโเี้ออกมา จนสีหน้าของเฉินอ่าวและเฉินถั่วถงขมวดคิ้วจริงจัง
อีกฝ่ายมีผู้ใหญ่จำนวนมาก ในขณะที่พวกเขามีเพียงสองคน หากอีกฝ่ายคิดจะทำอะไรไม่ดี เช่นขโมยที่พักและอาหารที่มีอยู่ ผลที่ตามมาจะร้ายแรงมาก โดยเฉพาะเด็กๆ ที่ป้องกันตัวเองไม่เป็
“...”
