“ปึง!”
คลื่นพลังปราณสองคลื่นปะทะกัน อากาศรอบๆ ปะทุเป็แรงดันสั่นะเืเกิดเป็พายุเล็กๆ พัดพาฝุ่นและเศษไม้ใบหญ้าที่อยู่บนพื้นกวาดหายจนโล่ง ความรุนแรงกระแทกจนหินแตกเป็เศษ
“ขั้นเบิกนภาในระดับขั้นสร้างรากฐาน”
บุรุษวัยกลางคนรูปร่างอ้วนท้วมแสยะยิ้ม มีสีหน้าเ็า เขารับรู้ได้ว่าเด็กหนุ่มที่ปรากฏตัวต่อหน้าเขาเป็เพียงผู้ฝึกฌานขั้นเบิกนภาในระดับขั้นสร้างรากฐานเท่านั้น แม้ว่าจะอยู่ในขั้นเบิกนภา ทว่าก็แค่ระดับขั้นเบิกนภาในระดับขั้นสร้างรากฐานเท่านั้นเอง ขั้นสร้างรากฐาน ขั้นััพลังลี้ลับ ขั้นถึงฟากฝั่ง ขั้นสมบูรณ์ในสี่ระดับขั้นนี้ อยู่ห่างเพียงขั้นหนึ่ง ความแตกต่างก็มากโขอยู่ ระดับพลังของเขาอยู่ในขั้นเบิกนภาในระดับขั้นถึงฟากฝั่งแล้ว สามารถปลิดชีพผู้ฝึกฌานขั้นเบิกนภาในระดับขั้นสร้างรากฐานได้อย่างง่ายดาย ต่างระดับขั้นระดับที่ต่ำกว่ายากที่จะเอาชนะผู้ที่ระดับขั้นเหนือกว่า จนไม่น่าเป็ไปได้
“ขั้นเบิกนภาในระดับขั้นถึงฟากฝั่ง เฝ่ยหลงแห่งกลุ่มนักล่าอสูรเสือดาวขาว”
ตู้เซ่าฝู่จ้องบุรุษวัยกลางคนรูปร่างอ้วนท้วมที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า ั์ตาของเขาสั่นไหวเล็กน้อย หยุดไม่เคลื่อนไหว หลายวันมานี้ระหว่างที่ฆ่านักล่าอสูรของกลุ่มนักล่าอสูรเสือดาวขาว ก็ได้ยินเื่ของกลุ่มนักล่าอสูรเสือดาวขาวมากมายจากปากพวกเขามาเรื่อยๆ พอได้ประมือดูก็พอเดาออกได้ว่าอีกฝ่ายน่าจะเป็ใคร
“เ้าหนูเดาถูกแล้ว ต่อจากนี้ก็ตายไปได้อย่างสบายใจแล้วนะ!”
เฝ่ยหลงปล่อยพลังปราณอันเย็นะเืออกมา แววตาเปี่ยมไปด้วยจิตอาฆาต กว่าจะไล่ตามเ้าหนุ่มที่ปรากฏตัวต่อหน้าเขาคนนี้ได้ไม่ง่ายเลย จะปล่อยให้หนีไปได้อย่างไร เขาแสยะยิ้มให้ จากนั้นก็ใช้เท้าย่ำกระแทกพื้นอย่างรุนแรง มีพลังปราณไหลเวียนเป็คลื่น จากนั้นชายอ้วนท้วมคนนั้นก็กระโจนไปหาตู้เซ่าฝู่อย่างพลิ้วไหวและรวดเร็วมาก อ้าขาถีบไปตรงบริเวณอกของตู้เซ่าฝู่
“บาทาพิพากษา!”
บนฝ่าเท้ามีพลังปราณไหลอยู่รอบ พลังรุนแรงดุดันราวกับสามารถผ่าอากาศได้ พลังพุ่งไปถึงบริเวณหน้าอกของตู้เซ่าฝู่ได้ในพริบตา
สีหน้าแน่วแน่ของตู้เซ่าฝู่สะดุ้งเล็กน้อย ทว่าเขาไม่คิดจะหลบ ฝ่ามือรีบรวบรวมพลังปราณ จากนั้นพลังปราณก็พลุ่งพล่านออกมาในชั่วพริบตา ทำให้อากาศบริเวณรอบๆ เกิดแรงดันไอน้ำขึ้นเป็คลื่นๆ ท่าทางของเขาดูแล้วดุดันน่าเกรงขาม ราวกับอสูรที่ถูกปลุกให้ตื่นจากการหลับใหล พลังรุนแรงจนน่าประหลาดใจ
“หมัดคลื่นซัดสะท้าน!”
เสียงดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่า ตู้เซ่าฝู่ปล่อยพลังหมัดที่ห่อหุ้มด้วยพลังออกไป เห็นคลื่นพลังลูกใหญ่ถูกส่งกระจายออกไป ปะทะกับพลังฝ่าเท้าที่เตะมาอย่างรวดเร็ว คลื่นพลังที่รุนแรงดั่งคลื่นั์ซัดโถมกระหน่ำรับการโจมตีของกระบวนท่านั้นไว้ได้
“โครม!”
เฝ่ยหลงเบนตัวหนี เขาม้วนตัวงอเท้าหมุนตัวสามร้อยหกสิบองศากลางเวหาราวกับก้อนลูกชิ้นที่หมุนได้ ขณะที่เหยียบพื้น ก็โซเซถอยหลังสามสี่ก้าวถึงทรงตัวและยืนมั่นคงได้
ตู้เซ่าฝู่เองก็โซเซถอยหลังไปสองก้าวเช่นกัน เขามีสีหน้าประหลาดใจ เขาคิดว่าเขาอยู่ในขั้นเบิกนภาได้แล้ว วิชาหมัดคลื่นซัดสะท้าน กลับทำอะไรชายคนนั้นไม่ได้เลย ตอนนั้นที่เขายังไม่บรรลุฌานขั้นใดๆ ก็ใช้หมัดคลื่นซัดสะท้านจัดการศิษย์แนวหน้าของสำนักอสรพิษ์ที่อยู่ในขั้นสดับเวหาในระดับขั้นเก้าได้แล้ว ทำให้เขาตระหนักได้ว่าขั้นเบิกนภาในระดับขั้นถึงฟากฝั่งและขั้นเบิกนภาในระดับขั้นสร้างรากฐานมีความต่างชั้นกันมาก
“ถือว่าพอมีฝีมือบ้าง มิน่าถึงฆ่าหัวหน้ากลุ่มสามได้”
เฝ่ยหลงมองไปที่ตู้เซ่าฝู่อีกครั้ง สีหน้าเคร่งเครียด เขาหรี่ตากลบความรู้สึกประหลาดใจ ระดับฌานของเขาอยู่ในขั้นเบิกนภาในระดับขั้นถึงฟากฝั่ง จึงรับมือกระบวนท่าของหนุ่มน้อยคนนั้นได้โดยไร้าแใดๆ หลังจากหายใ แรงอาฆาตของเขาก็ยิ่งมาคุขึ้น เขาหรี่ตาเพ่งมองเด็กหนุ่มอย่างอาฆาต ยิ้มด้วยรอยยิ้มเ้าเล่ห์พร้อมกล่าวว่า “เ้าหนู ต่อให้เ้าพอมีฝีมือบ้างนิดหน่อย แต่ว่าเ้าต้องมาต่อสู้กับข้า ยังไงก็คงไม่รอดแล้วล่ะ ได้ตายด้วย ‘หมัดะเิปราณ’ ของข้า นับว่าเป็บุญของเ้าแล้ว!”
เมื่อพูดจบ พลังปราณรอบกายของเฝ่ยหลงเริ่มปะทุขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้อุณหภูมิโดยรอบจู่ๆ ก็พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ร้อนแรงราวกับว่าอยู่ในบริเวณเกิดเพลิงไหม้ เขารวบรวมพลังฝ่ามือ จากนั้นรอบหมัดของเขาก็ปกคลุมด้วยผืนชั้นความร้อนเป็เพลิงไฟชั้นหนึ่ง พร้อมกับมีอักษรยันต์วิ่งแล่นอยู่โดยรอบ
“หมัดะเิปราณ เอาไปกินซะ!”
พอรวบรวมพลังฝ่ามือแล้ว สีหน้าของเฝ่ยหลงยิ่งดูก้าวร้าวมากขึ้น พลังหมัดก้อนเพลิงนั้นถูกส่งไปหาตู้เซ่าฝู่อย่างรวดเร็ว กระแทกไปอย่างจัง เขาปล่อยพลังไปสุด ไม่คิดรั้งพลังไว้แม้แต่น้อย
ในความคิดของเฝ่ยหลง ราวกับว่าเห็นเด็กหนุ่มคนนั้นร่างแตกเป็เสี่ยงๆ ไปแล้ว หมัดะเิปราณคือวิทยายุทธขั้นเบิกนภาในระดับขั้นสมบูรณ์แล้ว เกือบจะสามารถเทียบกับวิทยายุทธขั้นพลิ้วเหาะได้แล้ว และนี่ก็คือท่าโจมตีที่รุนแรงที่สุดของเขา ในแนวเขาอสุรกาย มีนักล่าอสูรขั้นเบิกนภาที่ระดับขั้นฌานเท่ากับเขา ยังเคยพ่ายแพ้ให้กับหมัดะเิปราณของเขาไปแล้ว
“เป็วิทยายุทธขั้นเบิกนภาที่ใช้ได้เลย”
ใน่เวลาหน้าสิ่วหน้าขวาน จู่ๆ ตู้เซ่าฝู่ก็ยิ้มออกมา เขารวบรวมพลังปราณในรูปแบบเดียวกับเมื่อสักครู่นี้ มีร่างของเขาเป็ศูนย์กลาง คลื่นพลังอันน่าสะพรึงกลัวโถมออกมาไม่หยุด วงรอบๆ กายเขามีพลังฟ้าดินไหลออกมาห่อหุ้มเขาไว้ และมีอักษรยันต์เปล่งแสงไหลว่อนออกมา ลมปราณที่ปล่อยออกมาดูน่าหวาดกลัว รุนแรงดุดันราวกับูเาไฟกำลังจะปะทุ
“กระตุ้นชีพจรลมปราณ ฌานขั้นชีพจรพลิ้วไหว”
เมื่อเห็นตู้เซ่าฝู่จู่ๆ ก็มีพลังรัศมีที่น่ากลัวและยันต์เปล่งแสงปล่อยออกมา รูม่านตาของเฝ่ยหลงก็หดเล็กลงด้วยความใ อีกฝ่ายมีกิริยาท่าทางของการกระตุ้นชีพจรลมปราณ การกระตุ้นชีพจรลมปราณแบบนั้น มีเพียงผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรพลิ้วไหวจึงจะทำได้ ทว่าเห็นได้ชัดว่าฌานของเด็กหนุ่มคนนี้อยู่แค่ถึงขั้นเบิกนภาในระดับขั้นสร้างรากฐาน เหตุใดเขาจึงสามารถกระตุ้นชีพจรลมปราณแบบนั้นเองได้ล่ะ
ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก พลังหมัดของทั้งสองปะทะกันแล้ว
“หมัดคลื่นซัดสะท้าน!”
หมัดคลื่นซัดสะท้านดังเดิม ทว่าอานุภาพของมันไม่เหมือนเดิม ครั้งนี้คือหมัดคลื่นซัดสะท้านที่ตู้เซ่าฝู่พัฒนาให้สมบูรณ์แล้ว ก่อนหน้าที่ใช้เป็เพียงหมัดคลื่นซัดสะท้านฉบับดั้งเดิม
“โครม!”
พลังโจมตีของหมัดคลื่นซัดสะท้านที่พัฒนาสมบูรณ์แล้ว ทำให้เกิดเสียงะเิโครมครามออกมา พลังคลื่นั์ซัดกวาดทำลายพุ่งอัดไปที่พลังหมัดติดเพลิงของชายที่อยู่ตรงหน้ารัวๆ
“ปึง!”
พลังปราณที่ซัดออกไปกระแทกก่อให้เกิดเสียงสะท้อนเสียงดังไปทั่วแนวเขา จากนั้นก็ได้ยินเสียงกระดูกหักดังกรอบแกรบจากหมัดของเฝ่ยหลง สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเ็ป และกระอักเืพ่นโลหิตสาดกลางอากาศ จากนั้นร่างอ้วนท้วมของเขาก็กระเด็นถอยหลังไป
“แกร๊ก!”
เฝ่ยหลงกระเด็นถอยหลังไปประมาณสิบเมตร จากนั้นร่างก็ไปกระแทกหินั์ก้อนหนึ่ง ทำให้หินก้อนนั้นเกิดรอยร้าวและหักลงมา
“ไม่ได้การละ เ้าหนูนี่แข็งแกร่งเกินไป”
เฝ่ยหลงที่ล้มลงพื้นลุกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เขาไม่สนใจเืที่ไหลกบปากของตนเองเลย การเผ่นหนีคือสิ่งที่เขา้าทำ เพราะเขามีประสบการณ์อยู่ในแนวเขาอสุรกายมานาน เขาจึงมีทักษะการหนีเอาชีวิตรอดที่ยอดเยี่ยมและทำได้อย่างรวดเร็ว
“เ้าคิดว่าเ้าจะตามข้าทันหรือ ข้าแค่รอให้เ้าตามข้าทันเท่านั้นเอง”
ในขณะนั้นเอง ตู้เซ่าฝู่ก็เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้า เฝ่ยหลงที่กำลังคิดจะจรลีหนีไป ถูกเงาของชายหนุ่มคนหนึ่งกระโจนมาตะครุบไว้ เป็เงาของคนกางแขนสองข้างทว่าราวกับกำลังสยายปีก ท่าทางดั่งเหยี่ยวที่กำลังจะขย้ำเหยื่อ!
และขณะนั้น เฝ่ยหลงที่หายใจเหนื่อยหอบรู้สึกราวกับว่าตัวเองกำลังถูกเหยี่ยวั์กระโจนมาขย้ำร่าง พลังอันดุดันน่าเกรงขามนั้น ทำให้รู้สึกถึงเหยี่ยวั์จริงๆ ไม่ใช่แค่รูปร่างคล้าย แต่จิตที่ส่งออกมาก็เหมือนเหยี่ยวมาก
“โครม!”
การโจมตีนี้ราวกับเป็ของอสูรเหยี่ยวั์ไม่ปาน เฝ่ยหลงถูกตะครุบไว้อย่างแรง จากนั้นร่างของเขาก็ถูกพาเหินไปบินฟ้าสูงประมาณสิบเมตร จากนั้นก็ถูกทุ่มปล่อยตกลงมาที่ยอดของต้นไม้ที่สูงใหญ่ต้นหนึ่ง ต้นไม้ต้นนั้นหักร้าวแยกเป็ท่อนๆ บริเวณรอบต้นไม้ก็ได้รับแรงกระแทกไปด้วยจนเกิดรอยร้าว พลังอานุภาพร้ายแรงนี้ราวกับพายุหมุนซัดใส่โดยตรง
“ซู่ๆ!”
ในบริเวณแนวเขาด้านหลัง กลุ่มคนที่ตามไล่ฆ่ามาที่อยู่ด้านหลัง ทั้งกลุ่มนักล่าอสูรเสือดาวขาวและนักล่าอสูรอื่นๆ จำนวนไม่น้อย ก็สะดุ้งหยุดฝีเท้าไม่กล้าก้าวต่อไปข้างหน้า ร่างของเฝ่ยหลงที่ฌานอยู่ถึงขั้นเบิกนภาในระดับขั้นถึงฟากฝั่งตกลงสู่พื้น ชายหนุ่มคนนั้นช่างแข็งแกร่งเหลือเกิน
“ปึง!”
ตู้เซ่าฝู่เดินไปข้างๆ กายของเฝ่ยหลงที่าเ็สาหัส เหลือเพียงลมหายใจแ่เบา เขาปล่อยหมัดใส่อีกครั้ง ทำให้เฝ่ยหลงไม่หลงเหลือแรงที่จะดิ้นรนขัดขืนอีกต่อไป เขาลงมือได้รุนแรงและเฉียบขาด พวกกลุ่มคนที่ตามมาราวีตู้เซ่าฝู่ที่อยู่ไม่ไกลต่างก็ทำสีหน้าตะลึง ขนาดหัวหน้ากลุ่มสองของกลุ่มนักล่าอสูรเสือดาวขาว เฝ่ยหลงที่มีฌานถึงขั้นเบิกนภาในระดับขั้นถึงฟากฝั่ง กลับถูกเด็กหนุ่มที่อยู่ต่อหน้าเขาสังหารได้พ่ายแพ้อย่างยับเยิน
เสียงโห่ร้องะโขู่ไล่ฆ่าหายไป บริเวณโดยรอบเงียบกริบ ั์ตาของแต่ละคนสั่นไหวเบาๆ นักล่าอสูรของกลุ่มเสือดาวขาวที่ไล่ตามมาทั้งหมด เมื่อได้เห็นหัวหน้ากลุ่มสองเฝ่ยหลงถูกเด็กหนุ่มคนนี้สังหารได้อย่างเืเย็น ก็ไม่กล้าเดินหน้าต่อไปอีก อยากหลบก็แทบจะหลบไม่ทัน
ตู้เซ่าฝู่ค้นตัวของเฝ่ยหลงสักครู่ นำของทั้งหมดที่เขานำไปได้ใส่เข้าไปในเสื้อกลางอก
“อยากตายก็เข้ามาได้”
ตู้เซ่าฝู่พูดจบ ก็มองทุกคนที่ล้อมรอบด้วยสายตาดุดัน เปี่ยมไปด้วยจิตอาฆาต ดูแล้วน่าหวาดกลัวชวนขนหัวลุก
“แววตาน่ากลัวเหลือเกิน ราวกับเป็อสูรร้ายไม่ปาน”
เมื่อเห็นสายตาโเี้ของตู้เซ่าฝู่ หลายคนก็ถอยหลังด้วยความหวาดกลัว หลังจากที่เห็นภาพเหตุการณ์ที่เฝ่ยหลงถูกปลิดชีพแล้ว ทุกคนก็แสดงสีหน้ากลัวและประหม่า จ้องหน้ากันไปมา ไม่มีใครกล้าสบตาตู้เซ่าฝู่เลย
ตู้เซ่าฝู่กวาดสายตาขู่คนรอบๆ อีกครั้ง จากนั้นก็หมุนตัววิ่งออกไปจากตรงนั้น ทว่าไม่มีใครกล้าขัดขวางเขาเลย สภาพร่างอันยับเยินของเฝ่ยหลงเป็สิ่งที่ขู่ให้กลัวได้มากที่สุดแล้ว ที่นั่นจึงไม่มีใครกล้าผลีผลามไปมีเื่กับชายหนุ่มที่น่าขนลุกขนพองคนนั้น
หลังจากที่ตู้เซ่าฝู่จากตรงนั้นไป สีหน้าก็เริ่มซีดเผือด แม้ว่าเอาชนะเฝ่ยหลงได้ ทว่าตู้เซ่าฝู่ใช้พลังทั้งหมดของเขาไปแล้ว โดยเฉพาะเมื่อใช้หมัดคลื่นซัดสะท้านฉบับปรับปรุงสมบูรณ์ไปแล้ว ก็ราวกับว่าพลังปราณที่สะสมในจุดเสินเชวี่ยถูกใช้ไปจนหมด เขาจำเป็ต้องปลีกตัวไปที่ไกลๆ และปลอดภัยเพื่อฟื้นฟูพลังกลับมา
“เมื่อครู่อันตรายมากเลย เกือบไปแล้ว”
ตู้เซ่าฝู่พูดกับตัวเองในใจ เมื่อสักครู่หากทำให้คนของกลุ่มนักล่าอสูรเสือดาวขาวและนักล่าอสูรคนอื่นๆ ใกลัวกันไม่ได้ ผลลัพธ์ที่ตามมาน่าจะแย่ พลังใช้ไปหมดแล้ว เขาเหลือแรงสู้ต่อเพียงน้อยนิด ดีที่พวกเขาเห็นร่างของเฝ่ยหลงที่ยับเยินแล้วเสียขวัญกันไปหมด
ตู้เซ่าฝู่ยิ้มออกมา การสังหารเฝ่ยหลง คือหนึ่งในสิ่งที่ตู้เซ่าฝู่วางแผนไว้แล้ว แม้เฝ่ยหลงจะมีวิทยายุทธวิชากายและเป็ผู้ฝึกฌานขั้นเบิกนภาในระดับขั้นถึงฟากฝั่ง ทว่าตู้เซ่าฝู่ได้ความเร็วในการเคลื่อนไหวของเหยี่ยวั์ปีกทอง และวิชาฝึกฌานของเหยี่ยวั์ปีกทองมาแล้ว ทำให้เขาได้ประโยชน์จากเื่ความไว เฝ่ยหลงไม่สามารถไล่ตามเขาได้ง่ายๆ หรอก
เห็นเพียงเฝ่ยหลงตามมาทันเพียงคนเดียว รอบๆ ก็ไม่ได้มียอดฝีมือคนอื่น ดังนั้นระหว่างที่ตู้เซ่าฝู่หลบหนี จึงคิดจะสังหารเฝ่ยหลงอยู่แล้ว และผลลัพธ์ที่ออกมาก็ต่างจากที่เขาคาดไม่เท่าไร
