ยุคดึกดำบรรพ์ยังพอมีร่องรอยให้สืบค้น ทว่ายุคโบราณกาลที่เก่าแก่ยิ่งกว่ายุคดึกดำบรรพ์กลับไม่มีเบาะแสใดให้สืบต่อ คล้ายกับเื่ราวเ่าั้สิ้นสุดไปในชั่วข้ามคืน
่เวลาที่จูชิงปรากฏตัวครั้งแรกน่าจะเป็ในยุคโบราณกาล แต่รายละเอียดเป็เช่นไรนั้น ซั่งกวานซงก็ไม่รู้ชัดแจ้ง เื่นี้เป็เื่ที่เขารู้มาจากเ้าสำนักคนก่อน
อย่างไรก็ตาม เ้าสำนักขุนเขากระบี่วนเทียนหยวนในอดีตได้คาดเดาเกี่ยวกับการล่มสลายอย่างกะทันหันของยุคโบราณกาลเอาไว้ บ้างก็เดาว่าสาเหตุของการล่มสลายนั้นมีความข้องเกี่ยวกับการปรากฏตัวของจูชิง
เกาะหลัวโหวไม่ได้เป็เพียงโบราณสถาน มีความเป็ไปได้สูงว่ามันอาจอยู่มาั้แ่ยุคสมัยโบราณกาล
ทั้งนี้ทั้งนั้นนั่นก็เป็เพียงการคาดเดาของพวกเขา ไม่มีหลักฐานใดพิสูจน์ว่าการคาดเดาของพวกเขานั้นถูกต้อง
หน้าที่ของขุนเขากระบี่เทียนหยวนนั้นสืบทอดต่อกันมาหลายยุคหลายสมัย ไม่ต้องสงสัยเลยว่าหน้าที่ผู้เฝ้าสุสานนั้นสำคัญเพียงใด
เมื่อซั่งกวานซงรู้ว่าจูชิงมาจากเกาะหลัวโหว เขาตื่นเต้นมากจนเกินบรรยาย ในที่สุดการรอคอยของขุนเขากระบี่เทียนหยวนก็เป็ผลสำเร็จ
ทว่าด้วยเหตุผลต่างๆ นาๆ ทำให้ซั่งกวานซงไม่สามารถไปหาจูชิงได้ในตอนนั้น ทำได้เพียงมอบสถานะศิษย์เพื่อให้จูชิงอยู่ในขุนเขากระบี่เทียนหยวน หลังจากจัดการธุระเสร็จสรรพ พอกลับมาถึงก็พบว่าจูชิงสำแดงพลานุภาพสยบสามขุมพลังอำนาจไปแล้ว
ซั่งกวานซงตระหนักรู้ถึงความน่ากลัวของสามขุมพลังอำนาจเป็อย่างดี หากจูชิงยังอยู่ในทวีปเฉียนหยวนต่อ เขาจะต้องตกอยู่ในอันตราย ดังนั้นเขาจึงส่งจูชิงไปที่ต่างดินแดน
ทว่าซั่งกวานซงคิดไม่ถึงว่าจูชิงจะกลับมาที่ทวีปเฉียนหยวนอีกครั้งในเวลาเพียง 2 ปี ทั้งยังก่อเื่อึกทึกจนทำให้เขาต้องนำกองกำลังทั้งหมดของขุนเขากระบี่เทียนหยวนไปที่นั่นเพื่อช่วยจูชิง
จูชิงเบิกตาทั้งสองกว้างด้วยความตกตะลึง เขาคิดมาเสมอว่าตัวเองเป็เพียงเด็กหนุ่มทั่วไป ถ้าสิ่งที่ซั่งกวานซงพูดเป็ความจริง บางทีอายุของเขาอาจแก่กว่าที่เขาจินตนาการก็เป็ได้
“ถ้าอย่างนั้น ท่านรู้หรือไม่ว่าใครฝังข้าไว้ในเกาะหลัวโหว?” จูชิงถามอย่างร้อนรน
หากขุนเขากระบี่เทียนหยวนเป็คนเฝ้าสุสาน พวกเขาต้องรู้แน่ว่าใครเป็คนฝังเขาไว้ในเกาะหลัวโหว บางทีคนๆ นั้นอาจเป็ครอบครัวของเขาก็ได้
“ข้าไม่รู้” ซั่งกวานซงส่ายหัว
ไม่ใช่แค่ซั่งกวานซงเท่านั้น กระทั่งเ้าสำนักขุนเขากระบี่เทียนหยวนคนก่อนๆ ก็ไม่รู้เช่นกัน ถ้าเคยมีใครเห็นคนๆ นั้นก็เดาว่าคงมีแค่ปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งขุนเขากระบี่เทียนหยวน แต่ปรมาจารย์ไม่เคยบอกอะไรที่เกี่ยวข้องกับเื่นั้นเลย
เหรียญตราที่จูชิงนำกลับมาแม้ว่าจะมีวรยุทธ์กับวิชาของปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งทิ้งเอาไว้เป็จำนวนมาก แต่ไม่มีการกล่าวถึงที่มาของจูชิงเลย
“นายน้อย โปรดพาพวกเราเข้าไปในเกาะหลัวโหวด้วยเถอะ!” ซั่งกวานซงคุกเข่าต่อหน้าจูชิง
“ท่านทำอะไร รีบลุกขึ้นเถอะ” จูชิงตะลึงงัน เขาเป็ศิษย์ขุนเขากระบี่เทียนหยวน ส่วนซั่งกวานซงเป็เ้าสำนักขุนเขากระบี่เทียนหยวน จะให้ซั่งกวานซงคุกเข่าให้เขาเช่นนี้ได้อย่างไร
“นายน้อย ความสัมพันธ์ระหว่างท่านกับข้าถูกจำกัดไว้แค่ในห้องลับแห่งนี้เท่านั้น เมื่อออกไปจากห้องลับ ท่านก็คือศิษย์ขุนเขากระบี่เทียนหยวน ข้าก็คือเ้าสำนักขุนเขากระบี่เทียนหยวน” ซั่งกวานซงกล่าวอย่างตรงไปตรงมา
ซั่งกวานซงทำเช่นนี้ก็เพื่อปกป้องจูชิง ถ้าตัวตนที่แท้จริงของจูชิงถูกเปิดเผยจะต้องเกิดขึ้นปัญหาไม่รู้จบ ขุนเขากระบี่เทียนหยวนมิได้คลื่นสงัดลมสงบอย่างที่เห็น ขุมพลังอำนาจอื่นๆ ต่างก็วางเบี้ยเอาไว้ในขุนเขากระบี่เทียนหยวนมานานแล้ว
“เข้าไปในเกาะหลัวโหว?” จูชิงขมวดคิ้วราวกับนึกเื่อะไรออก
“หินโลหิตถูกใช้จนหมดแล้ว หากหาหินโลหิตจำนวนมากมาไม่ได้ในเร็ววัน ฐานพลังของขุนเขากระบี่เทียนหยวนก็จะเสื่อมลงอย่างรวดเร็ว” ซั่งกวานซงกล่าว
ขุนเขากระบี่เทียนหยวนทุ่มเทกำลังทั้งหมดเพื่อช่วยจูชิง พูดกันตามหลักแล้ว เขาไม่ควรที่จะปฏิเสธ
ยิ่งไปกว่านั้นขุนเขากระบี่เทียนหยวนทำหน้าที่คนเฝ้าสุสานปกป้องเขามาหนึ่งยุคสมัย ลำพังแค่บุญคุณนี้ตอบแทนชั่วชีวิตก็ยังไม่พอ
“เกาะหลัวโหว” จูชิงลูบแหวนเอกภพ ข้างในมีป้ายหยกอยู่อันหนึ่ง หลังจากที่เข้าไปในสถานโบราณของเกาะหลัวโหว ภายใต้การกลั่นหลอมของแสงโลหิต บัลลังก์หยกของเ้าปีศาจหลัวโหวก็แปรเปลี่ยนเป็ป้ายหยก
เฒ่าปีศาจไม่ได้บอกว่าป้ายหยกเอาไว้ใช้ทำอะไร ทว่ามันเป็ของของเ้าปีศาจหลัวโหว เดาว่าไม่น่าจะใช่ของธรรมดา
“เ้าหนู ไม่ต้องบอกเื่ข้าน่าจะดีกว่า” เฒ่าปีศาจกล่าว
จูชิงพยักหน้า หลังจากรู้ตัวตนที่แท้จริงของเฒ่าปีศาจ จูชิงยังรู้สึกว่าเื่ราวน่าตกแสนพรรณนา ถ้าเื่นี้แพร่งพรายออกไปจะต้องกลายเป็ปัญหาใหญ่เป็แน่
“ป้ายหยกนั่นสามารถใช้เปิดเขตต้องห้ามบริเวณรอบเกาะหลัวโหวได้” เฒ่าปีศาจพูด
“ขนาดนั้นเชียว?” จูชิงเป็ปีติ เดิมทีเขตต้องห้ามรอบเกาะหลัวโหวจะเปิดในเวลาที่กำหนดเท่านั้น ถ้าเป็ปกติคิดจะเข้าไปในเกาะหลัวโหว อย่างน้อยก็ต้องใช้เวลาหลายปี ซึ่ง่ระยะเวลานั้น เหล่าจอมยุทธ์ขุนเขากระบี่เทียนหยวนคงดับสิ้นวายชีวากันไปหมดแล้ว
“โชคดีที่ข้าเป็ขั้นหลอมลมปราณยังเข้าไปในเกาะหลัวโหวได้” จูชิงถอนหายใจเล็กน้อย
เกาะหลัวโหวตั้งอยู่ต่างดินแดน อีกทั้งนอกเกาะหลัวโหวยังมีราชันดึกดำบรรพ์อย่างัสมุทรอัษฎาเนตรพิทักษ์อยู่ แม้จะมีคนอยากเข้าไปในเกาะหลัวโหวก็ไม่อาจผ่านด่านัสมุทรอัษฎาเนตรได้ มันจะขับไล่ทุกคนยกเว้นว่าเป็คนของขุนเขากระบี่เทียนหยวน ซึ่งนั่นนับว่าเป็สิทธิพิเศษของคนเฝ้าสุสาน
“ถ้าแค่เข้าไปในเกาะหลัวโหว ข้าช่วยได้ ทว่าต้องเป็ข้าแค่คนเดียว” จูชิงพูด
“ไม่อันตรายไปหน่อยรึ!” ซั่งกวานซงขมวดคิ้ว
เขาเผชิญกับอันตรายนับไม่ถ้วนบนเกาะหลัวโหว อีกทั้งเมื่อเข้าไปในเกาะ ขั้นบำเพ็ญเพียรจะถูกยับยั้งเหลือเพียงขั้นเคลื่อนย้ายลมปราณ ด้วยขั้นพลังนั้น หากดันไปเจอเข้ากับสัตว์อสูรบนเกาะหลัวโหวย่อมเป็อันตรายโดยไม่ต้องสงสัย
“ไม่ต้องกังวล ข้ามีวิธีของข้า ช่วยพาข้าไปส่งที่เกาะหลัวโหวที” จูชิงกล่าว
ซั่งกวานซงพยักหน้า สำหรับเขาที่ฝึกฝน《เงาร่างแสงถวิล》การพาคนข้ามผ่านระยะทางเพียงเท่านี้ไม่ใช่เื่ยากอะไร
ซั่งกวานซงพาจูชิงไปจากที่นี่โดยที่ไม่มีใครสังเกตเห็น!
ครั้นพวกจูชิงปรากฏกายเหนือเกาะหลัวโหว จูชิงถึงกับใจหายวาบอย่างอดไม่ได้《เงาร่างแสงถวิล》ช่างเป็มหาวิชาที่ทรงพลังยิ่งนัก ซั่งกวานซงสามารถเปิดรูหนอนนำทางไปยังเกาะหลัวโหวได้โดยตรง
จูชิงเคยอ่านหนังสือครึ่งหนึ่งในหอคัมภีร์ของหอสุราลัยจึงพอเข้าใจเื่รูหนอนอยู่บ้าง
รูหนอนเป็วิธีที่จอมยุทธ์ในทวีปเฉียนหยวนใช้ในการเคลื่อนย้ายในระยะไกล หรือจะบอกว่าเป็วิธีเดียวก็ไม่ผิด
ขอบเขตของหนึ่งมหาทวีปกว้างใหญ่สุดแสน การเดินทางข้ามผ่านหนึ่งมหาทวีปนั้นไม่ใช่เื่ง่าย ถึงเป็จอมยุทธ์ขั้นเหินนภาก็ตาม
ในยุคดึกดำบรรพ์เองก็มีค่ายกลอักขระิญญาที่สามารถเคลื่อนย้ายไปในระยะไกลได้เหมือนกับรูหนอน
ดังนั้นแม้ว่ายุคดึกดำบรรพ์จะล่มสลายไปแล้ว ทว่าก็ยังมีค่ายกลรูหนอนหลงเหลืออยู่ ขุมพลังอำนาจชั้นสูงบางแห่งสร้างรูหนอนไว้สำหรับกรณีฉุกเฉิน
ทว่าทั้งหมดนั้นขึ้นอยู่พลังของค่ายกลอักขระิญญา ทุกครั้งที่เปิดรูหนอนต้องใช้หินปราณหรือปราณบริสุทธิ์จำนวนมาก แม้แต่ขุมพลังอำนาจใหญ่เฉกเช่นขุนเขากระบี่เทียนหยวนยังไม่สามารถใช้ติดต่อกันได้นาน
อย่างไรก็ตามซั่งกวานซงเปิดรูหนอนด้วยพลังของตัวเองเพียงอย่างเดียว มันไม่ได้ข้องเกี่ยวอะไรกับความแข็งแกร่ง ทั้งหมดนี้นั้นเป็เพราะพลัง《เงาร่างแสงถวิล》
จูชิงคิดไม่ถึงว่า《เงาร่างแสงถวิล》ระดับสูงจะทรงพลังขนาดนี้
การเปิดรูหนอนนั้นเพลานี้ยังไม่เกี่ยวอะไรกับจูชิง เพราะเขายังอยู่ในขั้นไร้เงา
“ให้ปล่อยลงตรงนี้งั้นรึ?” ซั่งกวานซงเอ่ยถาม
“อื้อ!” จูชิงพยักหน้า
ด้วยความแข็งแกร่งของซั่งกวานซง แค่เข้าไปในขอบเขตเกาะหลัวโหวยังทำไม่ได้ เขาจึงทำได้แค่ปล่อยจูชิงไว้ด้านนอกเกาะหลัวโหว
กายาของจูชิงเข้าสู่สภาวะไร้เงากลายเป็เงาดำข้ามผ่านมหาสมุทร ป้ายหยกในมือสาดประกายแสง เขตแดนต้องห้ามรอบเกาะหลัวโหวไม่ได้ขัดขวางจูชิง หนึ่งลมหายใจเดียวเขาก็เข้าไปในเกาะหลัวโหว
“โชคดีที่ัสมุทรอัษฎาเนตรไม่อยู่!” ซั่งกวานซงที่คอยระวังัสมุทรอัษฎาเนตรถอนหายใจ ถ้าัสมุทรอัษฎาเนตรโจมตี เขาจะรีบพาจูชิงออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด ถึงขั้นบำเพ็ญเพียรของเขาจะสูงในระดับหนึ่ง แต่ก็ยังไม่สามารถประมือกับราชันอสูรดึกดำบรรพ์ได้
ใต้ล่างมหาสมุทร ัสมุทรอัษฎาเนตรที่หลับใหลอยู่ลืมตาทันใด ดวงตาทั้งแปดจ้องมองไปทางเกาะหลัวโหว จากนั้นก็หลับตาลงอีกครั้ง
“ต้องแบบนี้สิ!” จูชิงััได้ถึงพลังปราณฟ้าดินที่หลั่งไหลเข้ามาในร่างกายแล้วอ้าแขนออกอย่างอดไม่ได้
พลังปราณฟ้าดินบนเกาะหลัวโหวนั้นเข้มข้นยิ่งกว่าข้างนอกหลายเท่า อีกทั้งบนเกาะหลัวโหวยังมีกลิ่นอายที่เขาคุ้นเคยเป็อย่างดี
จูชิงเคยอยู่บนเกาะหลัวโหวมานาน พอได้กลับมาที่เก่าอีกครั้งก็ทำให้รู้สึกตื่นเต้นไม่น้อย
เขามองหลุมขนาดใหญ่หลุมหนึ่ง ยอตัวนั่งยอง ที่นี่คือที่ที่เขาปรากฏตัว เป็ที่ที่เขาเริ่มต้นชีวิตใหม่
ศิลาผนึกิญญาพิชิต์ หินโลหิตและเฒ่าปีศาจ ทั้งหมดนี่เป็สิ่งที่สำคัญยิ่งของจูชิง ทั้งหมดนี่มาจากหลุมศพ หลุมศพที่มาจากยุคโบราณกาล
“หืม!” จูชิงมองหลุมศพด้วยความประหลาดใจ เขารู้สึกได้ว่ามีลมปราณเข้มข้นไหลเวียนอยู่
“แปลกมาก ทำไมตอนนั้นข้าถึงััไม่ได้” จูชิงตะลึงงัน
“พูดบ้าอะไรของเ้า ตอนนั้นเ้าไม่ใช่จอมยุทธ์ด้วยซ้ำ จะไปััถึงลมปราณได้อย่างไร ลองขุดดูสิ” เฒ่าปีศาจเร่งเร้า
แม้จะบอกว่ามันคือซากที่เ้าปีศาจหลัวโหวสร้าง ทว่าเฒ่าปีศาจสูญเสียความทรงจำไปเกือบทั้งหมด ดังนั้นเขาจึงไม่รู้ว่าบนเกาะหลัวโหวมีอะไรอยู่
“ขุดหลุมศพของตัวเองเนี่ยนะ ไม่รู้สึกประหลาดไปหน่อยรึ” จูชิงพูดด้วยใบหน้าขมขื่น
“เ้ายังมีชีวิตอยู่ไม่ใช่หรือไร” เฒ่าปีศาจเบะปาก
“ข้าก็ยังรู้สึกไม่สบายใจอยู่ดี ยังไงเสียก็เคยนอนอยู่ในนั้นมาตั้งนาน” จูชิงกล่าว
“งั้นก็ไม่ต้อง” เฒ่าปีศาจพูด
“ได้ไงล่ะ กว่าจะมาที่นี่ได้ไม่ใช่เื่ง่าย อย่างน้อยๆ ก็ต้องลองดูว่าข้างล่างนั่นมีอะไร” จูชิงยิ้ม หยิบง้าวปีศาจิญญาอำมหิตออกมาแล้วเริ่มขุด
“เด็กบัดซบ” เฒ่าปีศาจกลอกตา
