หลงเหยียนนิ่งเงียบลงชั่วครู่ เขากัดฟันแน่น พยายามข่มความรู้สึกของตนเอาไว้อย่างสุดความสามารถ
“ลุงเทียน สำนักมารกับข้ามีความแค้นที่มากจนไม่อาจอยู่ร่วมโลกกันได้ พวกเขาเกือบจะทำให้ตระกูลของข้าต้องล่มสลาย ท่านปู่กับบิดาของข้าก็เกือบตายเพราะน้ำมือของพวกมัน อีกทั้งลูกพี่ลูกน้องของข้าก็ถูกพวกมันฆ่าตายไปเสียหลายคน”
“ข้าสนิทกับผู้หญิงที่พวกมันจับตัวมาในครั้งนี้มาก จะว่าไปแล้ว นางยังเป็...” หลงเหยียนชะงักลงเล็กน้อย “เอาเป็ว่า ที่นางถูกจับมาที่นี่ก็เพราะข้าทั้งนั้น เพื่อนางแล้ว ต่อให้ต้องตายข้าก็ไม่มีวันกลับไปเด็ดขาด”
บทสนทนาของพวกเขาทำให้สือพั่วเทียนดูออกว่าหลงเหยียนกับผู้หญิงที่ว่าสนิทสนมและมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมากจริงๆ
คืนวันพรุ่งนี้ก็เป็พิธีบูชาโลหิตแล้ว เมื่อถึงตอนนั้น ผู้นำแห่งสำนักมารต้องมีพลังแข็งแกร่งมากขึ้นอย่างแน่นอน
ในตอนที่ทั้งสามกำลังปรึกษากันว่าควรจะช่วยปลดปล่อยดวงิญญาเ่าั้อย่างไรดี อยู่ๆ เงาของใครคนหนึ่งก็พุ่งตรงลงไปด้านล่างอย่างรวดเร็ว เงานั้นเคลื่อนไหวด้วยความเร็วสูงที่มากจนแทบจะมองไม่ทันเลยทีเดียว
จากนั้นก็มีเสียงะโกับร้องอุทานดังขึ้น
“แย่แล้ว มีคนบุกเข้ามาในนี้”
ทันใดนั้น ทั้งสามรับรู้ได้ว่ามีเสียงฝีเท้าจำนวนมากดังขึ้นที่ด้านนอก ตามด้วยเสียงฮือฮาที่แสนวุ่นวาย ทั้งหมดนั้นทำให้หลงเหยียนตื่นตระหนกเป็อย่างมาก
“อะไรกัน? พวกมันสังเกตเห็นเราได้อย่างไรกัน?”
หลงเหยียนหันกลับไปมองด้านหลัง ทว่ากลับไม่พบแม้แต่เงาของผู้ใด
สือพั่วเทียนยื่นมือเข้ามาจับไหล่ของหลงเหยียนเอาไว้ “อย่าเพิ่งตื่นกลัวไป ดูเหมือนเสียงนั้นจะไม่ได้มาทางเรา”
ระหว่างที่กำลังสนทนากันอยู่ หลงเหยียนพบว่าเงาของใครคนหนึ่งพุ่งลงไปด้านล่างเป็ที่เรียบร้อยแล้ว คนผู้นั้นถือดาบสีทองเอาไว้ในมือ เพียงมอง หลงเหยียนก็เชื่ออย่างสนิทใจว่าดาบเล่มนั้นต้องคมเฉียบมากแน่
“ขวางเขาเอาไว้ ขวางเขาเร็ว” ศิษย์ของสำนักมารไล่ตามมาจากด้านหลัง เพียงพริบตาเดียว ศิษย์สำนักมารนับสิบก็พุ่งตามชายคนนั้นไปติดๆ แล้ว
อีกด้านหนึ่ง เมื่อเห็นว่าชายคนนั้นพุ่งตรงเข้าไปหาผู้นำแห่งสำนักมาร ราชันทั้งสี่ก็พุ่งเข้ามาหาเขาเช่นกัน
หลงเหยียนเพ่งมองร่างนั้นชัดๆ พบว่าเป็ชายที่ดื่มจนเมามายเมื่อครู่นั่นเอง เพราะพื้นที่ด้านล่างเป็พื้นที่ต้องห้ามของเขามิวายชนม์ ศิษย์ในสำนักที่ตามไล่หลังมาจึงไม่กล้ารุกรานเข้าไป ได้แค่มองชายคนนั้นจากที่ไกลๆ เท่านั้น
หลงเหยียนเข้าใจต้นสายปลายเหตุของเื่แล้ว เขาพบว่า แม้ร่างของชายผู้นั้นจะโซซัดโซเซเพราะความมึนเมา ทว่าเขากลับเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องแคล่วและว่องไวนัก
ศิษย์คนหนึ่งของสำนักมารปรากฏตัวขึ้นที่เื้ัของหลงเหยียนกับพรรคพวกั้แ่เมื่อใดก็ไม่ทราบ
“นี่ๆ พวกเ้าสามคนนี่มันยังไงกันแน่ ใครใช้ให้พวกเ้าเข้ามาในนี้กัน ไม่รู้หรือว่าที่นี่เป็เขตหวงห้าม? เมื่อครู่พวกเ้าก็เห็นเ้าบ้านั่นวิ่งผ่านไปนี่ เหตุใดถึงไม่ขวางเขาเอาไว้”
หลงเหยียนประกายรอยยิ้มชั่วร้ายออกมา เมื่อเห็นว่าชายผู้นั้นมาเพียงลำพัง ไม่มีใครตามมาด้วย เขาก็เคลื่อนไหวร่างกาย ใช้กริชทลายจิตปาดผ่านลำคอของอีกฝ่ายด้วยความว่องไว
เขาเคลื่อนไหวด้วยความเร็วที่แม้แต่สองสามีภรรยาก็ยังตั้งตัวไม่ทันเลยทีเดียว เมื่อทั้งสองได้สติกลับมาและรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น หลงเหยียนก็เก็บศพของชายผู้นั้นเข้าไปในถุงผ้าเฉียนคุนเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
สือพั่วเทียนอดตกตะลึงกับฝีมือของหลงเหยียนไม่ได้
“น้องชาย ฝีมือไม่เลวเลยนี่ ถึงเคลื่อนไหวด้วยความเร็วปานนั้นได้”
หลงเหยียนหัวเราะขึ้นเบาๆ มองชายขี้เมาในลานตรงหน้า
“คิดไม่ถึงเลยจริงๆ ชายผู้นั้นดูตัวใหญ่ ทั้งยังเต็มไปด้วยพลังมารแท้ๆ กลับเป็คนภายนอกที่แฝงตัวเข้ามาหรือนี่ แค่ด้วยพลังแค่ระดับชีพัขั้นที่เก้า เขาไม่มีทางเอาชีวิตรอดจากน้ำมือของราชันทั้งสี่ได้หรอก”
ราชันทั้งสี่พุ่งเข้ามาต่อสู้กับชายผู้นั้นอย่างรวดเร็ว เพียงไม่กี่อึดใจ ชายขี้เมาก็ล้มลงไปนอนอยู่กับพื้นดินในสภาพลมหายใจโรยรินเสียแล้ว
โชคยังดีที่การต่อสู้ในครั้งนี้พิสูจน์บางสิ่งให้เห็นแล้ว พลังจิตในตัวทำให้หลงเหยียนพอจะประเมินระดับพลังของราชันทั้งสี่ได้โดยคร่าวแล้ว
หากต้องสู้กันจริงๆ ตนคงรับมือได้แค่คนเดียวเท่านั้น
“คืน... คืนภรรยาของข้ามา ข้าจะสังหารพวกเ้าให้หมด พวกเ้ามันเป็ปีศาจ เป็ปีศาจชัดๆ!” ชายผู้นั้นเหลือบไปเห็นใบหน้าที่โผล่ออกมาจากไหสุราใบหนึ่ง มันเป็ใบหน้าที่เขาคุ้นเคยกว่าใคร เป็ใบหน้าของภรรยาเขานั่นเอง
ใบหน้าที่ทรมานของดวงิญญาดวงนั้นทำให้ชายขี้เมาเ็ปคล้ายกับว่ามีใครเอามีดมากรีดหัวใจ...
หนึ่งในราชันทั้งสี่ถีบจนศีรษะของชายขี้เมาแหลกกระจายในพริบตา จากนั้นก็เก็บดาบสีทองขึ้นมาจากพื้น สังหารชายขี้เมาด้วยดาบของเขาเอง ชายขี้เมาสิ้นชีพลงด้วยวิธีที่อำมหิตและโหดร้าย ทั้งยังถูกแยกชิ้นส่วนออกจากกันอย่างเืเย็น
ไม่ใช่เพียงเท่านั้น หนึ่งในราชันทั้งสี่ยังใช้ลิ้นเลียโลหิตสดบนดาบอย่างวิปริต และปรายตามายังทิศของหลงเหยียนกับพวกด้วยสายตาเย็นะเื
สือพั่วเทียนหนาวสั่นไปทั้งตัว รีบดึงหลงเหยียนกับภรรยากลับไปด้านหลังอย่างร้อนรน
“เดรัจฉานพวกนั้นต้องเห็นพวกเราแล้วแน่ ทว่าอย่าได้เกรงกลัว ดูเหมือนวันนี้พวกเราจะไม่มีโอกาสลงมือกันแล้ว หากออกไปตอนนี้ก็มีแค่ตายกับตาย”
ราชันทั้งสี่มีพลังมากกว่าระดับชีพธรณีขั้นต่ำกันทุกคน ทั้งยังเป็ยอดฝีมือที่แข็งแกร่งไม่น้อยไปกว่าเทียนหลางเลย หลงเหยียนรับมือกับคนเ่าั้ได้เพียงคนเดียวเท่านั้น ทว่าตอนนี้ผู้นำของสำนักมารที่กำลังฝึกพลังอยู่กลับมียอดฝีมือคอยปกป้องถึงสี่คน หลงเหยียนหาวิธีเข้าใกล้เขาไม่ได้จริงๆ
อย่างน้อยก็จนกว่าจะถึงพิธีบูชาโลหิตในวันพรุ่งนี้ หลงเหยียนกับพวกก็ไม่มีโอกาสลงมืออีกแล้ว ในเมื่อลงมือไม่ได้ เช่นนั้นก็ต้องตามหาหลี่เมิ่งเหยากับคนอื่นๆ ให้เจอ นางต้องถูกซ่อนอยู่ในสถานที่ที่ ลับตาและหายากมากเป็แน่
หลงเหยียนกับพรรคพวกหมอบติดพื้น พวกมันมองไปรอบด้านอย่างระแวดระวัง ศิษย์นับสิบของสำนักมารที่เพิ่งตามเข้ามากลับออกไปลาดตระเวนที่ด้านนอกอีกครั้ง โชคยังดีที่หลงเหยียนฆ่าเ้าคนนั้นจนตายแล้ว ไม่เช่นนั้น พวกเขาต้องถูกจับได้แน่ๆ
อีกด้านหนึ่ง หลงเหยียนพบว่าอยู่ๆ ผู้นำเฒ่าก็ร่างกายสั่นเทาขึ้นอย่างแ่เบา เมื่อค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง รอยเหี่ยวย่นบนใบหน้าของเขากลับลดลงมากอย่างเห็นได้ชัดทีเดียว
เขาดูหนุ่มขึ้นมาก ดูเหมือนเพิ่งมีอายุเท่ากับผู้าุโของตระกูลหลงเท่านั้น ชายชราะเิกลิ่นอายแห่งพลังที่แข็งแกร่งออกมา ก่อนจะแหงนหน้าขึ้นไปมองดวงจันทร์ทรงกลมที่ลอยอยู่กลางนภา
เขาหัวเราะเสียงดังราวกับคนสติฟั่นเฟือน เพียงแค่หมุนตัวอยู่กับที่เบาๆ แสงจันทร์ที่อยู่รอบด้านก็พุ่งเข้าไปในร่างของเขาอย่างพร้อมเพรียง
ไม่นานคนชราก็พ่นลมหายใจหนักๆ ออกมา สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้หลงเหยียนใจนพูดไม่ออกแล้ว
“ตา... ตาแก่นั่นกำลังดูดกลืนแสงจันทร์อยู่หรือ?” หากไม่ได้เห็นด้วยตาของตัวเอง คงไม่มีใครเชื่อว่าจะเกิดเื่ที่เหลือเชื่อเช่นนี้ขึ้นจริงๆ
เมื่อเห็นว่าผู้นำชราได้สติกลับมาแล้ว ราชันทั้งสี่ก็คุกเข่าลงกับพื้นอย่างพร้อมเพรียง
“ยินดีกับท่านผู้นำที่เลื่อนพลังไปอีกขั้นขอรับ”
ผู้นำชรายืนตระหง่านอยู่ตรงหน้าราชันทั้งสี่ที่มีพลังอยู่ในระดับชีพธรณี ก่อนจะะเิกลิ่นอายแห่งพลังที่ยิ่งใหญ่ออกมา เขาแหงนหน้าขึ้นแล้วหัวเราะเสียงดัง “พรุ่งนี้ก็เป็พิธีบูชาโลหิตแล้ว ข้าไม่อนุญาตให้เกิดข้อผิดพลาดใดๆ ขึ้นเป็อันขาด พวกเ้าต้องระวังและเตรียมการให้ดี หลังจากพิธีในวันพรุ่งนี้ สำนักมารของเราจะมีพลังแข็งแกร่งขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน เชื่อว่าอีกไม่นาน ข้าก็จะก้าวข้ามจากระดับชีพธรณีขึ้นไปอยู่ในระดับชีพิญญาได้แล้ว อีกไม่กี่ปี สำนักมารของเราต้องกลายเป็มหาอำนาจอันดับหนึ่งในเมืองหยุนจงได้อย่างแน่นอน”
พูดจบก็ปรายตามายังทิศของหลงเหยียนกับพรรคพวกด้วยสายตาแข็งกร้าว กลิ่นอายเยือกเย็นกับความพิศวงที่กระจายออกมาจากแววตาคู่นั้นทำให้หลงเหยียนกับพวกใไปตามๆ กัน
เพราะหลงเหยียนรู้ดีว่าตาแก่นั่นเป็หลานของเ้าสำนักหยุนเฟิงนั่นเอง ตอนนี้สำนักหยุนเฟิงน่าจะมีอายุหลายร้อยปีแล้วกระมัง ใครๆ ต่างก็ยกย่องว่าเขาเป็ผู้ที่แข็งแกร่งจนเหนือเทพกันทั้งนั้น
เขาหัวเราะเสียงดังก่อนจะกวาดมือผ่านไหขนาดั์เพื่อเปิดฝาที่ปิดปากไหออก สัตว์ประหลาดคอยาวที่มีเขี้ยวแหลมคมชะโงกศีรษะออกมาจากปากไห มันส่งเสียงคำรามต่ำขึ้น ร่างสีทมิฬหมอบคลานอยู่บนพื้นแล้วมองไปยังผู้นำเฒ่า
“ทูตคุมิญญา ดูแลดวงิญญาพวกนี้ให้ดี หากทำดวงิญญาในนี้หายละก็ ข้าจะทำให้เ้าเจ็บเหมือนตายทั้งเป็เลยคอยดู” เขาสั่งด้วยเสียงเย็นเฉียบ อีกด้านหนึ่ง ทูตคุมิญญาได้ยินดังนั้นก็รีบพยักหน้าด้วยท่าทีหวาดกลัว
--------------------
