กิริยาท่าทางของหลงเหยียนเปลี่ยนไปจากตอนแรก ซูจื่อมั่วยืนอยู่ข้างหลงเหยียน จ้องซือถูหม่าตาไม่กะพริบ
ซือถูหม่ามองท่าทางที่เด็ดเดี่ยวของหลงเหยียน เหมือนไม่ได้กำลังโกหก อีกอย่างหลงเหยียนก็ไม่มีพละกำลังมากพอจะฆ่าลั่วซาง หากลั่วซางตายไปพร้อมกับผู้พิทักษ์ลิ่ง หลงเหยียนก็ไม่จำเป็ต้องปิดบัง
จากนั้นซือถูหม่าก็หยิบตราประจำตัวออกมา มันคือตราประจำตัวของลั่วซาง
“หลงเหยียน ข้าอาจกล่าวหาเ้าผิดไป บางครั้งลั่วซางอาจโชคร้าย นี่คือตราประจำตัวของเขา ทว่าข้ากลับไม่พบศพหรือกระดูกเขาเลย”
“หากวันรุ่งขึ้นเขายังไม่กลับมา พวกเราก็กลับไปกันเถิด หากเ้ากล้าโกหก อย่าโทษข้าไม่เกรงใจล่ะ!”
ซือถูหม่าพูดจบ เขาก็มองตราประจำตัวในมือพลางส่ายหน้า “เมื่อก่อนลั่วซางมีเื่กับคนไปทั่ว หรือว่าครั้งนี้จะมียอดฝีมือซุ่มอยู่ รอเขาออกจากเมืองอู่ตี้ แล้วค่อยตามมาสังหารอย่างนั้นหรือ?”
เขานึกไม่ออกจริงๆ จากนั้นก็สบถเสียงแข็ง ก่อนจะออกจากห้องหลงเหยียนไป
่เที่ยงของวันที่สอง ยังไม่มีข่าวคราวของลั่วซางอีกเช่นเคย ซือถูหม่ากับพรรคพวกหมดหนทาง จึงทำได้เพียงนั่งอินทรีกลับเมืองหยุนจง ภายใต้การมาส่งของเ้าเมืองหยุน ทว่าข่าวดีสำหรับครั้งนี้ก็คือ ภารกิจในครั้งนี้ หลงเหยียนและซูจื่อมั่วทำออกมาได้ไม่เลว ทำภารกิจสำเร็จแล้ว
อย่างไรก็ตาม คาดว่าระหว่างพวกเขาสองคน หลงเหยียนทำได้ดีกว่าเล็กน้อย…
เมื่ออินทรีบินมาถึงลานฝึกสัตว์อสูรของสำนักตงฟางแห่งตระกูลอู่ตี้ หลิงเทียนอวี่ เมิ่งเหยาและพรรคพวกมารอการกลับมาของพวกเขาแล้ว เมื่อพวกเขาเห็นหลงเหยียนกลับมาอย่างปลอดภัย ทว่ากลับไม่เห็นแม้แต่เงาของลั่วซาง สายตาที่มองหลงเหยียนคล้ายประหลาดใจ พวกเขาล้วนเป็คนที่โดดเด่นทั้งนั้น ภารกิจเสร็จสิ้น ลั่วซางไม่ได้กลับมา หลิงเทียนอวี่พอเดาเหตุการณ์ได้แล้ว
“หลงเหยียน เยี่ยมยอดจริงๆ ใต้เท้าผู้นำบอกว่าเ้าจะไม่เป็อะไร แล้วเ้าก็กลับมาอย่างปลอดภัยจริงๆ คิดว่าเ้าคงเหนื่อยล้ามากแล้ว กลับไปพักผ่อนเถิด ยังมีเื่ที่ข้าจะแจ้งเ้า”
หลงเหยียนพยักหน้า ขอตัวจากหลิงเทียนอวี่ จากนั้นก็กลับเรือนเหยากวางพร้อมซูจื่อมั่ว
สิงโตน้อยออกมาจากร่างกายของซูจื่อมั่ว เขาตกตะลึง รู้สึกเหมือนตนเพิ่งตื่นจากการหลับใหล เขานึกไม่ถึงเลยว่าร่างกายของตนจะถูกผู้อื่นเอาไปใช้
เื่หลังจากนั้น หลงเหยียนไม่จำเป็ต้องกังวล ไม่ว่าอย่างไรก็ยังมีซือถูหม่า เขายังต้องกลับไปรายงานแก่ใต้เท้าผู้นำ ส่วนเื่การวิพากษ์วิจารณ์ หลงเหยียนไม่สนใจหรอก เพราะอีกหน่อยเขามีโอกาสแสดงความสามารถอยู่แล้ว
แสงอาทิตย์ในยามบ่ายผ่านไปเร็วยิ่งนัก ขณะที่หลงเหยียนทำสมาธิฝึกวิชาอยู่นั้น ใน่ดึก ห้องของหลงเหยียนก็ถูกเปิดออกโดยสาวใช้ที่ชื่อเมิ่งเหยา
ในมือนางมีเสื้อผ้าหลายชุด ทำมาจากผ้าแพรสีทอง
“นี่ให้เ้า ใต้เท้าผู้นำให้ข้าเป็คนนำมาให้เ้า อีกหน่อย เรือนเหยากวางก็คือบ้านของเ้า วันนี้ ใต้เท้าผู้นำได้ยินว่าเ้าทำภารกิจสำเร็จก็ยินดีอย่างยิ่ง คิดว่าเ้าเองก็คงเสียสละไปไม่น้อย หากมีเวลาก็ไปที่ห้องโทษรางวัล ดูว่ามีของที่เ้า้าหรือไม่ หากผลงานยังไม่พอ เ้าก็ไปรับภารกิจที่ห้องรางวัลทุกเดือนได้”
เมิ่งเหยาพูดด้วยสีหน้าจริงจัง หลังจากฟังแล้วหลงเหยียนก็พยักหน้า
“ข้ารู้แล้วพี่เมิ่งเหยา!”
ขณะที่นางพูดจบ หลี่เมิ่งเหยาก็ไม่ได้จากไป ทันใดนั้น หลงเหยียนััได้ถึงพลังอันแข็งแกร่งของระดับชีพธรณี
ทันใดนั้น พลังที่แข็งแกร่งกดลงบนตัวหลงเหยียน หากไม่ใช่เพราะหลงเหยียนใช้พละกำลังระดับชีพมนุษย์ของตน เกรงว่าแรงกดที่มหาศาลคงทำให้ตนคุกเข่าลงไปแล้ว
หลงเหยียนนึกไม่ถึงว่านางจะโหดร้ายเพียงนี้ อยู่ๆ ก็ลงมือโดยไม่มีกล่าวเตือน
“พี่เมิ่งเหยา นี่ท่าน…”
หลี่เมิ่งเหยาประกายรอยยิ้มบนใบหน้า เดินไปปิดประตูห้องแล้วมองหลงเหยียน “นึกไม่ถึงจริงๆ ว่าพลังเ้าจะมาถึงระดับชีพมนุษย์แล้ว หากไม่ใช่เพราะท่านผู้นำเป็คนบอก ข้าคงไม่อยากเชื่อจริงๆ ตอนนี้ กระทั่งข้าก็ต้องยอมรับในพร์ของเ้า”
ขณะที่เมิ่งเหยาพูด ร่างกายนางก็ขยับเข้าใกล้หลงเหยียนอย่างช้าๆ สัดส่วนที่น่าหลงใหล ทำให้นางดูเย้ายวนเหลือเกิน
หลงเหยียนค่อยๆ ถอยหลัง เขาแทบไม่สามารถกดทับความ้าได้อีกแล้ว อยากจัดการนางเสียทันที
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เมิ่งเหยาหยอกหลงเหยียนเช่นนี้ หลงเหยียนพยายามอดกลั้น รู้ว่านางน่ากลัวมากเพียงใด ต่อให้ตอนนี้มีความคิดเกินเลยกับนาง ถึงอย่างไรก็ลงมือทำไม่ได้เด็ดขาด
ทันใดนั้น เมิ่งเหยาผลักหลงเหยียนถอยไปจนถึงเตียงผ้าแพรสีทองก่อนจะเอ่ยถาม “ทำไม? เ้ากล้าฆ่าลั่วซาง กลับไม่กล้ามองข้า?”
หลงเหยียนใจกระตุกวูบ “เปล่า ข้า ข้าไม่ได้ฆ่าเขา! พี่เมิ่งเหยา ท่าน ท่านไปฟังใครพูดมา อยากทำอะไรกันแน่!”
“อยากทำอะไรล่ะ? กดอยู่บนตัวเ้า หรือเ้าไม่รู้สึกเลย”
“กึก!” ศีรษะของหลงเหยียนแทบะเิ สตรีที่งดงามเช่นนี้อยู่ตรงหน้า ทว่าหลงเหยียนต้องกดความวุ่นวายในใจ พยายามควบคุมสติของตัวเอง
“พี่เมิ่งเหยา ข้า ความจริงข้า ข้า…”
“จะทนไม่ไหวแล้วสินะ”
เวลาต่อมา ถุงผ้าเฉียนคุนที่แขวนอยู่บนเอวของหลงเหยียนถูกเปิดออก สิงโตน้อยพุ่งออกมาจากในนั้น ร่างกายเล็กๆ ของมัน เขี้ยวแหลมยาวในปาก ใบหน้าอวบอิ่มของมัน ดูรวมๆ แล้วน่าเอ็นดูเหลือเกิน
สิงโตน้อยเห็นท่าทางอดกลั้นของหลงเหยียน ตนก็ควบคุมไม่อยู่แล้ว วินาทีที่พุ่งออกมา เขาก็กระโจนเข้าไปกลางอกของหลี่เมิ่งเหยา
“หลงเหยียน เ้าเลี้ยงสัตว์น้อยไว้ด้วยหรือ ท่าทางน่ารักมาก”
นางพุ่งความสนใจทั้งหมดไปบนตัวสิงโตน้อย มือทั้งสองข้างกอดร่างเล็กๆ ของมันไว้ หลี่เมิ่งเหยาลงจากตัวหลงเหยียน ทำให้เขาถอนหายใจออกมาเบาๆ
‘เ้าสิงโตนี่ใจกล้าเหลือเกิน กระทั่งข้ายังไม่กล้าแตะต้อง เ้ากลับออกมาหาความรื่นเริงเสียเอง’
ทว่าเมื่อครู่นางพูดถึงเื่ของลั่วซาง ไม่มีท่าทีโมโหเลยแม้แต่น้อย กลับทำให้หลงเหยียนวางใจลงเล็กน้อย
ขณะนั้นเอง ราชสีห์หิรัณย์ในร่างสิงโตน้อย ใช้ศีรษะของมันกระแทกหน้าอกเมิ่งเหยาอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังหันมายิ้มให้กับหลงเหยียนที่ชะงักไปอย่างเ้าเล่ห์
หลงเหยียนส่ายหน้าพลางนึกในใจ ‘หลี่เมิ่งเหยา หากเ้ารู้ขึ้นมาว่าสัตว์เลี้ยงในอ้อมกอดตนกำลังคิดอะไรกับเ้าอยู่ละก็ คาดว่าเ้าคงไม่ได้ชอบมันแบบนี้แล้วล่ะ’
หลี่เมิ่งเหยาเก็บยิ้ม “ข้าขอยืมสัตว์เลี้ยงเ้าไปเล่นหน่อยแล้วกัน จะว่าไปแล้ว ข้านับถือในความสามารถเ้ามากขึ้นทุกวัน อายุน้อย เพิ่งเข้าเรือนเหยากวางได้ไม่นาน พลังก็เลื่อนมาถึงระดับชีพมนุษย์แล้ว หากไม่ใช่ท่านผู้นำที่บอก ข้าคงไม่อยากเชื่อ”
“จากผู้ฝึกวิชาอสูรระดับชีพัขั้นที่แปด ออกเดินทางเพียงสามวัน กลับมาอีกทีก็กลายเป็ชีพมนุษย์แล้ว ข้ายังไม่เคยเห็นใครที่มีพร์เช่นนี้มาก่อน เ้าคือคนแรก ท่านผู้นำไม่บอกใครเื่ที่เ้าฆ่าลั่วซางหรอก ถึงอย่างไรก็ไม่กล้ารับรองว่าข่าวจะไม่แพร่งพราย ข้าได้ยินมาว่าเทียนหลางแห่งสำนักกฎระเบียบรู้เื่นี้แล้ว เมื่อมั่นใจว่าลั่วซางตายแล้ว ป้ายประจำตัวของลั่วซางก็เปลี่ยนกลายเป็สีเทา”
หลงเหยียนขมวดคิ้ว “เทียนหลางรู้เื่นี้ได้อย่างไร?”
หลี่เมิ่งเหยาถอนหายใจ “ซือถูหม่าโยนเื่การตายของลั่วซางมาที่เ้า! จากนั้นก็บอกเทียนหลาง สหายรักของลั่วซาง”
“อะไรนะ? ซือถูหม่า เ้าคนสารเลว เทียนหลางมีพลังระดับชีพธรณีเชียวนะ ข้าคงไม่ต่างจากลูกไก่ในกำมือเขา แล้วเทียนหลางพูดอะไรบ้างหรือไม่?”
--------------------
