สนามรางวัลของหุบเขาเสินหนงตั้งอยู่ที่ยอดเขาทางฝั่งทิศใต้ เรียกได้ว่าเป็การมีอยู่ที่พิเศษที่สุดของหุบเขาเสินหนง
สิ่งที่เรียกว่ารางวัลสมุนไพรคือการใช้รางวัลสมุนไพรราคาสูงมาให้อาจารย์แพทย์ตามหาสมุนไพรที่ตนเอง้า เมื่ออาจารย์แพทย์ทำการรับรางวัลนี้แล้วจะต้องอุทิศตนตามหาให้ถึงที่สุด หากว่าตามหาสมุนไพรไม่พบตามระยะเวลาที่กำหนด อาจารย์แพทย์ผู้นั้นจะต้องทำการชดเชยค่าเสียหายจากราคาของรางวัลถึงสามเท่า นับั้แ่ที่สนามรางวัลถูกเปิดตัวเมื่อสิบปีก่อน ไม่เคยมีบันทึกความล้มเหลวเลยแม้แต่ครั้งเดียว
เนื่องด้วยอาจารย์แพทย์ในหุบเขาเสินหนงมีจำกัด การตามหาสมุนไพรก็ค่อนข้างจะใช้เวลานาน จำนวนผู้ที่ให้เข้าไปในสนามรางวัลในแต่ละวันจึงถูกจำกัดไว้จนเป็เื่ปกติ คนที่สามารถเข้าไปได้จะอยู่ด้านในติดต่อกันหลายวัน เมื่อเจอ่เวลาที่มีคนจำนวนมาก ต่อให้เสนอราคาสูงแต่ก็ต้องเป็เด็กดีคอยต่อแถวเข้าไป
กูเฟยเยี่ยนกับจวินจิ่วเฉินถามที่เชิงเขามาก่อนหน้านี้แล้ว วันนี้โชคดีที่ยังมีจำนวนอีกสองที่ พวกเขาจึงรีบขึ้นไปบนยอดเขาโดยเร็วที่สุด แต่เมื่อพวกเขามาถึงด้านหลังก็มีคนอีกสองคนตามมาเช่นกัน
สองคนนี้เป็บุรุษหนึ่งคนสตรีหนึ่งคน อายุไม่มากนัก บุรุษมีใบหน้าที่ละเอียดอ่อนอีกทั้งยังมีการแต่งองค์ทรงเครื่อง มองดูแล้วให้ความรู้สึกราวกับสตรี เขาแต่งกายด้วยอาภรณ์สีสดใสจนเรียกได้ว่างามหยาดเยิ้ม! ทางด้านของสตรีนั้นให้ความรู้สึกสะดุดตา ท่วงท่าสง่างามอ่อนโยนประหนึ่งกุลสตรีที่มาจากตระกูลใหญ่ที่มีฐานะ
“ท่านชาย เข้าไปกัน เร็ว! ”
กูเฟยเยี่ยนชำเลืองตามองพวกเขาพลางก้าวเดินไปที่หน้าประตูใหญ่ของสนามรางวัล
แม้ว่าจำนวนของสนามรางวัลจะเหลืออยู่สองที่ แต่ว่ามันก็เพียงพอต่อพวกเขาแล้ว นาง้าเสนอลิ่วตันซางลู่เป็ของรางวัล อีกทั้งยัง้าเสนอผงยาชุดนั้นเป็รางวัล เพราะจุดประสงค์ที่ใหญ่ที่สุดในการเดินทางมาที่นี่ของพวกเขาคือการหยั่งเชิงปฏิกิริยาตอบสนองต่อของเหล่านี้ของอาจารย์แพทย์แห่งหุบเขาเสินหนง
จำนวนหนึ่งที่สามารถเสนอรางวัลสมุนไพรได้เพียงหนึ่งชนิด จำนวนที่เหลือสองที่ในวันนี้ พวกเขาต้องได้มันมาเพราะในวันพรุ่งนี้จะยังมีที่เหลือหรือไม่? ไม่มีใครสามารถมั่นใจได้
กูเฟยเยี่ยนก้าวเท้าไปที่หน้าประตูสนามรางวัล จากนั้นไม่นานบุรุษที่มีใบหน้าละเอียดอ่อนก็วิ่งตามมา และวิ่งได้เร็วกว่ากูเฟยเยี่ยนเสียอีก ทั้งสองคนแทบจะวิ่งเข้าประตูมาในเวลาเดียวกัน
กูเฟยเยี่ยนขมวดคิ้วเป็ปมพลางหันไปมองชายผู้นั้น นางวิ่งต่อไปโดยไม่สนใจอะไรทั้งนั้น หญิงสาววิ่งเข้ามาด้านในจนแทบจะปะทะเข้ากับฐานโต๊ะด้านหน้า
ผู้ที่มาเสนอรางวัลทำได้เพียงหยุดอยู่ตรงนี้ แล้วเขียนสมุนไพรที่้าพร้อมกับราคามอบให้เด็กที่ดูแลยาหน้าฐานโต๊ะ จากนั้นมันจะถูกส่งต่อไปให้อาจารย์แพทย์ที่ว่างรับงานตามลำดับขั้น เมื่อมีอาจารย์แพทย์รับงานแล้ว เด็กที่ดูแลยาจะมาแจ้งผลตอบรับต่อผู้ที่เสนอรางวัล
กระบวนการดังกล่าวสามารถรักษาความลับของผู้ที่เสนอรางวัลได้อย่างไม่ต้องสงสัย แม้แต่อาจารย์แพทย์ที่รับงานรางวัลไปก็ไม่ทราบตัวตนผู้มอบรางวัล แน่นอนว่าหากผู้ที่มอบรางวัลเต็มใจที่จะเปิดเผยตัวตน นั่นก็เป็ข้อยกเว้นได้
ในครั้งนี้กูเฟยเยี่ยนมีโอกาสไปยืนอยู่ที่หน้าฐานโต๊ะก่อน นางถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ไม่ช้านางก็ได้รีบพูดกับเด็กที่ดูแลยา “จำนวนสองที่ ที่เหลืออยู่ ข้ารับไว้ทั้งหมด”
บุรุษที่มีใบหน้าละเอียดอ่อนเกิดความใ “อะไรนะ? เหลืออยู่แค่สองที่หรือ? ”
กูเฟยเยี่ยนไม่สนใจเขา นางส่งรอยยิ้มงดงามไปให้เด็กที่ดูแลยาพร้อมกับยื่นมือชูสองนิ้วออกไปแล้วเน้นย้ำ “สองที่! รับทั้งหมด! ”
เด็กที่ดูแลยายังไม่ทันได้พูดอะไร บุรุษที่มีใบหน้าละเอียดอ่อนก็ผลักกูเฟยเยี่ยนออก พลันซักถามด้วยสีหน้าหม่นหมอง “นังหนูอย่างเ้าทำไมถึงเป็เช่นนี้ ทั้งที่รู้ว่าเหลืออยู่สองที่ยังจะเจตนาแย่งเปิ่นกงจื่อ [1] อีก? ”
กูเฟยเยี่ยนเกือบจะล้มลง นางพินิจพิเคราะห์บุรุษตรงหน้าที่คล้ายคลึงสตรีอย่างไม่เชื่อสายตาตนเอง คิดไม่ถึงเลยว่าเขาที่ดูอ้อนแอ้นจะมีเรี่ยวแรงมากเพียงนี้ ไหล่ของนางที่ถูกเขากระแทกล้วนปวดไปหมด
นางโต้เถียงกลับไปด้วยความเ็า “เ้าทำแบบนี้ได้อย่างไร? ทั้งที่รู้ว่าข้าเป็สตรี เ้ายังกล้าที่จะลงไม้ลงมือ? เ้าใช่บุรุษหรือไม่? ข้ามาถึงยอดเขาเร็วกว่าเ้าหนึ่งก้าวและมาถึงที่หน้าฐานโต๊ะเร็วกว่าเ้า ไม่ว่าจะเื่อะไรก็ตามล้วนพิจารณาจากการมาก่อนได้ก่อนเสมอ เ้าไม่เข้าใจหรือ? สนามรางวัลไม่เคยมีกฎเกณฑ์ว่าห้ามขอจำนวนสองที่พร้อมกัน ข้าไปเจตนาแย่งเ้าได้อย่างไร? ”
สิ่งที่ผู้ชายเกลียดที่สุดในชีวิตก็คือมีคนสงสัยในเพศของเขา ทันใดนั้นเขาก็หรี่ตาลงพลางเดินเข้าไปหากูเฟยเยี่ยนทีละก้าว
กูเฟยเยี่ยนถอยหลังไปโดยไม่รู้ตัว นางมีความรู้สึกหวาดหวั่นเล็กน้อย นางไม่ได้ใกับการกระทำของชายผู้นี้ แต่ใกับแววตาชั่วร้ายของเขาในขณะนี้ ความชั่วร้ายแบบนั้นราวกับว่าสามารถแก้แค้นโดยไม่สนใจสิ่งใดทั้งสิ้น และเป็ความชั่วร้ายที่้าเอาชีวิต
ต้องขนาดนี้เชียวหรือ?
บุรุษใบหน้าละเอียดอ่อนเดินข้าวมาทีละก้าว กูเฟยเยี่ยนก็ถอยหลังไปทีละก้าว
ทันใดนั้นก็มีเสียงลมรุนแรงดังขึ้นมา แทบจะในเวลาเดียวกันที่มีจี้หยกลอยมาจากด้านข้างโดยกระแทกลงบนไหล่ของชายผู้นั้นด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ
“อ้าก…”
ชายผู้นั้นไม่ทราบว่าร้องเสียงดังด้วยความใหรือความเ็ป เขารีบหันไปมองทันที กูเฟยเยี่ยนก็รีบหันไปมองเช่นกัน นางพบว่าจิ้งหวางเตี้ยนเซี่ยได้เสด็จเข้ามาแล้ว ผู้ที่ลงมือก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็จิ้งหวางเตี้ยนเซี่ยนั่นเอง
“เ้ากล้าทำร้ายเปิ่นกงจื่อ เ้าก็…”
บุรุษใบหน้าละเอียดอ่อนยังพูดไม่จบ แต่เมื่อถูกสายตาเ็าของจวินจิ่วเฉินเพ่งมองเข้าไป เขาก็หยุดพูดทันทีราวกับว่าตกตะลึงตาค้างแล้ว
เมื่อเห็นเช่นนี้จวินจิ่วเฉินจึงได้เอ่ยออกมา “เยี่ยนเอ๋อร์ มานี่! ”
เยี่ยนเอ๋อร์..
กูเฟยเยี่ยนตกตะลึงมาก นางแทบจะคิดว่าตนเองได้ยินผิดไป
อันที่จริงหลังจากที่ออกมาจากเมืองจิ้นหยางพวกเขาก็ได้พูดคุยกันก่อนแล้วว่าเขาแสดงเป็ท่านชายตระกูลสูงศักดิ์ ส่วนนางแสดงเป็หญิงรับใช้ส่วนตัวของเขา ไม่เรียกแพทย์หญิง ไม่เรียกเตี้ยนเซี่ย และไม่เปิดเผยตัวตน นางเรียกเขาว่าท่านชายได้อย่างคล่องปาก แต่เมื่อได้ยินเขาเรียกนางว่า “เยี่ยนเอ๋อร์” นางก็รู้สึกได้ถึงความไม่เป็ตัวของตัวเองที่ไม่อาจอธิบายได้ ราวกับใที่ได้รับการโปรดปรานแต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด
เมื่อเห็นว่ากูเฟยเยี่ยนยังไม่มาอีก แววตาของจวินจิ่วเฉินก็เกิดความไม่พอใจ เขาไม่ได้เรียก “เยี่ยนเอ๋อร์” แล้ว แต่เรียกให้ “มานี่! ” ด้วยน้ำเสียงเ็าแฝงไปด้วยความพาลเล็กน้อย
“เ้าค่ะ! ”
กูเฟยเยี่ยนจึงวิ่งเข้าไปยืนอยู่เคียงข้างเขา นางมองไปที่จี้หยกที่แตกละเอียดอยู่บนพื้นแล้วจำได้ทันทีว่านี่คือจี้หยกที่จิ้งหวางเตี้ยนเซี่ยมักจะพกติดตัวอยู่ตลอด มันมีราคาที่ไม่ธรรมดาเลยนะ! นางจะไปทราบได้อย่างไรว่าเมื่อจวินจิ่วเฉินเห็นนางถูกรังแก เขาจะโยนสิ่งของที่สามารถโยนออกมาได้โดยไม่คิดสักนิด นางเ็ปใจมากเหลือเกิน ภายในใจคิดว่าหากเซี่ยเสี่ยวหม่านผู้ที่มีความละเอียดอ่อนและประณีตรับรู้เข้า เขาคงจะเกลียดนางไปอีกหลายวันใช่หรือไม่?
บุรุษใบหน้าละเอียดอ่อนพินิจพิเคราะห์จวินจิ่วเฉินอย่างจริงจังจึงสังเกตได้ว่าบารมีของจวินจิ่วเฉินไม่ธรรมดา ท่าทีของเขาไม่ได้กำเริบเสิบสานเหมือนเมื่อครู่นี้แล้ว แต่ั์ตายังคงแฝงถึงความชั่วร้าย
เขาเอ่ยถาม “เ้าเป็ใคร? แน่จริงก็บอกชื่อมาสิ! ”
ในคราวนี้มีเสียงของหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้นมาจากด้านนอกประตู “ท่านชายซู ใจเย็นก่อน ทั้งหมดล้วนเป็ความเข้าใจผิด”
ผู้ที่มาใหม่ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็หญิงสาวที่มาพร้อมกับชายผู้นี้ สตรีผู้นี้ก้าวเข้ามาขวางด้วยความร้อนใจ “เข้าใจผิด ทั้งหมดล้วนเป็ความเข้าใจผิด ท่านนี้คือท่านชายเฉินแห่งเมืองจิ้นหยาง สหายเก่าของข้า”
ท่านชายเฉินแห่งเมืองจิ้นหยาง?
สหายเก่า?
กูเฟยเยี่ยนประหลาดใจมากเหลือเกิน คิดไม่ถึงว่าจิ้งหวางเตี้ยนเซี่ยจะรู้จักกับคุณหนูคนนี้ ท่านชาย “เฉิน” พ้องเสียงกับคำว่าจวินจิ่ว “เฉิน” เห็นได้ชัดว่าหญิงสาวผู้นี้รู้ถึงตัวตนของจิ้งหวางเตี้ยนเซี่ย สตรีท่านนี้ไม่ค่อยเหมือนกับคนของเมืองจิ้นหยาง เป็เื่ยากมากเลยที่จะได้ยินว่าจิ้งหวางเตี้ยนเซี่ยทรงมีเพื่อนเป็เพศหญิง!
หญิงสาวคนนั้นพูดอีกว่า “ท่านชายเฉิน ท่านนี้คือท่านชายซู สหายข้าที่มาจากแดนตะวันออก เื่ในวันนี้เป็เื่เข้าใจผิดแน่ๆ หวังว่าท่านจะให้เกียรติแก่หน้าข้าสักนิด เปลี่ยนจากาการต่อสู้มาเป็สันติภาพ มีเื่อะไรก็พูดคุยกันดีๆ ”
ท่านชายซูที่มาจากแดนตะวันออก?
กูเฟยเยี่ยนเป็คนที่เฉลียวฉลาดมาก สตรีนางนั้นจงใจเน้นย้ำว่า “มาจากแดนตะวันออก” ซึ่งมันบ่งบอกได้ว่าชายผู้นี้ก็เป็คนใหญ่คนโต
ทิศเหนือของดินแดนเสวียนคงคือเทียนเหยียน ทิศตะวันตกคือไป๋ฉู่ ทิศตะวันออกคือว่านจิ้น ทิศใต้คือสถานที่ของตระกูลป้อมปราการหานกับตระกูลซ่างกวน ครอบครัวตระกูลขนาดใหญ่ภายในทิศเหนือ ทิศตะวันตก และทิศใต้มีน้อยมากจนสามารถนับนิ้วได้ แล้วตระกูลซูล่ะ? หรือว่าจะเป็ตระกูลที่ควบคุมการขนส่งทางน้ำของเมืองว่านจิ้น ตระกูลซูที่ร่ำรวยเทียบเท่าตัวเมืองได้?
เช่นนั้นแล้วสตรีผู้นี้เป็ใครกัน?
กูเฟยเยี่ยนรู้สึกไม่สบายใจ จากนั้นนางก็ได้ยินท่านชายซูเอ่ยออกมาด้วยความไม่เต็มใจ “ได้ วันนี้ข้าจะไว้หน้าคุณหนูสามตระกูลหานสักครั้ง เื่เมื่อสักครู่นี้เปิ่นกงจื่อไม่ถือสา แต่ว่าจำนวนที่ของสนามรางวัลนั้นไม่สามารถต่อรองได้! ”
——————
เชิงอรรถ
[1] กงจื่อ หมายถึง ท่านชาย