(จบแล้ว) [ย้อนยุค ร.๕] วิศวกรสาวหลงไทย พลิกเกมด้วยก้อนอิฐ คว้าหัวใจนายทหารหน้าหิน

สารบัญ
ปรับตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
-
+
สีพื้นหลัง
A
A
A
A
A
รีเซ็ต
แชร์

หลังจากชำระล้างร่างกายจนหอมฟุ้งด้วยน้ำอบ (ที่เอื้องขวัญแอบบ่นว่ากลิ่นเหมือนงานศพ) ป้าจวงก็พาคุณหนูเอื้องขวัญลงมาที่ชานเรือนกว้าง ซึ่งบัดนี้ถูกจัดเตรียมไว้สำหรับมื้อค่ำ

กลิ่นหอมยั่วน้ำลายลอยมาแตะจมูก กลิ่นกะทิ กลิ่นเครื่องแกง และกลิ่นปลาย่าง ทำเอาพยาธิในท้องของวิศวกรสาวเต้นระบำ

ที่กลางวงสำรับ มีชายหญิงวัยกลางคนนั่งรออยู่ก่อนแล้ว

ฝ่ายชายรูปร่างท้วม ผิวขาวจัดแบบคนเชื้อสายจีน ใบหน้ายิ้มแย้มใจดี สวมเสื้อกุยเฮงกางเกงแพรสีน้ำเงิน นี่คือ เ๯้าสัวเฮง” พ่อบังเกิดเกล้าของเ๯้าของร่างนี้

ส่วนฝ่ายหญิง... เอื้องขวัญเห็นแล้วต้องลอบกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่

หญิงร่างโปร่งระหงในชุดไทยห่มสไบเฉียงสีม่วงเม็ดมะปราง ใบหน้าคมคายแต่ติดจะดุ โดยเฉพาะสายตาคมกริบที่มองลอดแว่นสายตากรอบทองออกมา นั่นคือ “แม่นายจันทร์” คุณแม่ผู้เคร่งครัดในขนบธรรมเนียม

“มาแล้วรึแม่ตัวดี? หายเจ็บหายไข้แล้วก็รีบลงมา อย่าให้ผู้หลักผู้ใหญ่ต้องรอนาน” แม่นายจันทร์เอ่ยเสียงเรียบ แต่ทรงพลังอำนาจ

“ขอ... ขอโทษเ๯้าค่ะคุณแม่” เอื้องขวัญพนมมือไหว้สวยๆ (ตามความทรงจำของกล้ามเนื้อที่ยังหลงเหลืออยู่) แล้วค่อยๆ คลานเข่าเข้าไปนั่งพับเพียบที่มุมหนึ่งของวง

บนโตกหวายมีอาหารละลานตา แกงเผ็ดเป็ดย่าง สีแดงฉานน่ากิน น้ำพริกลงเรือ เคียงผักสดแกะสลักสวยงาม หมูหวาน และ ต้มจืดตำลึง ร้อนๆ

เอื้องขวัญตาลุกวาว รีบมองหา “อาวุธ” ประจำกาย

ซ้าย... ขวา... หน้า... หลัง...

ไม่มี!

ไม่มีช้อน ไม่มีส้อม ไม่มีแม้แต่ช้อนกลาง! มีเพียงขันน้ำล้างมือและผ้าเช็ดมือวางอยู่ข้างๆ

‘งานเข้า... อย่าบอกนะว่าต้องใช้สกิล เปิบมือ?’

เอื้องขวัญเหงื่อตก เธอเคยเห็นแต่ในละครบุพเพฯ ไม่นึกว่าจะต้องมาเจอของจริง

“กินเสียสิลูก เดี๋ยวแกงจะเย็นชืดหมด” เ๯้าสัวเฮงบอกอย่างใจดี พลางใช้มือขยุ้มข้าวสวยร้อนๆ ใส่ปากอย่างชำนาญ

เอื้องขวัญสูดหายใจลึก ‘เอาวะ! คนอื่นทำได้ วิศวกรเกียรตินิยมอย่างเราก็ต้องทำได้!’

เธอค่อยๆ เอื้อมมือสั่นๆ ไปที่โถข้าว ตักข้าวมาใส่จานตัวเอง... ร้อน! ข้าวสวยหุงใหม่ๆ ร้อนจี๋จนสะดุ้ง

จากนั้น เธอเล็งไปที่น่องเป็ดในชามแกง พยายามใช้นิ้วคีบมันขึ้นมา...

แพละ!

น่องเป็ดลื่นหลุดจากนิ้ว ตกลงกระแทกน้ำแกงสาดกระจาย กระเด็นไปเลอะชายสไบของแม่นายจันทร์เป็๲ดวง

“ว้าย! ตาเถรตกน้ำ!” บ่าวไพร่ร้องเสียงหลง

แม่นายจันทร์วางมือลงตักดังป้าบ “แม่เอื้องขวัญ! นี่หล่อนไปอดอยากปากแห้งมาจากนรกขุมไหน? ไยจึงเปิบข้าวตะกละตะกลามเยี่ยงนี้!”

“ขอ... ขอโทษค่ะ! คือมันลื่น... เป็ดมันลื่นค่ะแม่!” เอื้องขวัญหน้าซีด รีบหยิบผ้ามาเช็ดถู

“แล้วนั่น... ดูมือกินข้าวของหล่อน!” แม่นายจันทร์ชี้กราด “ใครเขากางนิ้วห้านิ้วเป็๲กรงเล็บนางพญาเยี่ยงนั้น! ให้รวบนิ้วเข้าด้วยกัน ใช้หัวแม่มือดันข้าวเข้าปาก... มิใช่กอบโกยเหมือนกรรมกรแบกหาม!”

เอื้องขวัญอยากจะร้องไห้ ‘ก็มันไม่ถนัดนี่นา! ปกติใช้ช้อนตักเข้าปาก จบปิ๊ง!’

เธอพยายามใหม่อีกครั้ง คราวนี้ลองปั้นข้าวเป็๲ก้อนกลมๆ แล้วเอาน้ำพริกแปะ...

แต่ด้วยความที่กะแรงไม่ถูก ข้าวร่วนซุยจึงแตกตัวกลางอากาศ ร่วงกราวลงมาใส่ตักตัวเองบ้าง พื้นบ้าง เลอะเทอะไปหมด

น้ำแกงสีแดงเริ่มไหลย้อยจากปลายนิ้ว ลงมาที่ข้อมือ ไหลเป็๲ทางยาวลงมาถึงข้อศอก...

‘หยึย... เหนียวเหนอะหนะที่สุด!’

เอื้องขวัญทำหน้าเหมือนคนกำลังกลืนยาขม หมดกันภาพลักษณ์กุลสตรีศรีสยาม ตอนนี้สภาพเธอเหมือนเด็กสามขวบหัดกินข้าวเองครั้งแรก

“ฮ่าๆๆๆ! เอาน่าคุณพี่ ลูกมันเพิ่งหายไข้ สมองอาจจะยังมึนงง สั่งการมือไม้ไม่ถูก” เ๯้าสัวเฮงหัวเราะร่าชอบใจ “กินๆ เข้าไปเถอะลูก เลอะก็ล้างได้ อย่าไปเกร็ง”

“คุณพี่ก็ให้ท้ายลูกเยี่ยงนี้! ดูสิ... โตจนจะออกเรือนได้แล้ว ยังกินข้าวหกเรี่ยราด ไม่อายบ่าวไพร่หรือไง” แม่นายจันทร์บ่นกระปอดกระแปด แต่ก็ตัก (ด้วยมือ) เนื้อปลาทูแกะก้างแล้วมาวางโปะบนกองข้าวเละๆ ของเอื้องขวัญ

“กินเสีย... ผอมกะหร่องจนก้างจะทิ่มตาฉันอยู่แล้ว”

เอื้องขวัญชะงัก เงยหน้ามองแม่ดุๆ คนนี้

แม้ปากจะบ่นหูชา แต่ในแววตานั้นมีความห่วงใยเจืออยู่ชัดเจน

ความรู้สึกอุ่นวาบแล่นเข้ามาในอก... เธอจากบ้านมาเรียนในเมืองหลวงคนเดียวตั้งนาน นานแค่ไหนแล้วนะที่ไม่ได้กินข้าวพร้อมหน้าพ่อแม่แบบนี้ แม้จะโดนบ่นแต่ก็รู้สึกดีชะมัด

“ขอบคุณ... เ๯้าค่ะ คุณแม่” เอื้องขวัญยิ้มหวาน (ทั้งที่ปากเลอะคราบแกง)

แล้วเธอก็ลงมือโซ้ยข้าวต่อด้วยความทุลักทุเลเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือความอร่อยที่พุ่งปรี๊ด

‘อร่อย! แกงเผ็ดนี่เครื่องถึงใจสุดๆ! น้ำพริกก็แซ่บเวอร์!’

แม้จะคิดถึงช้อนส้อมใจจะขาด แต่รสชาติอาหารรสมือแม่ครัวโบราณก็พอจะเยียวยาจิตใจที่บอบช้ำจากส้วมหลุมได้บ้าง...

แต่เดี๋ยวนะ...

เอื้องขวัญเหลือบไปเห็นขันน้ำลอยดอกมะลิข้างๆ

‘เอ๊ะ... น้ำกิน กับน้ำล้างมือ... มันขันเดียวกันป่าววะ?’

วิศวกรสาวชะงักค้าง กลืนข้าวไม่ลงคอทันที เมื่อเริ่มไม่มั่นใจในสุขอนามัยของน้ำในยุคนี้!