ซือถูหม่ามองซูจื่อมั่วที่ก้มหน้าลง ร่างสั่นสะท้าน เพียงเท่านี้ก็รู้แล้วว่าไม่ได้พูดความจริง จึงประทับฝ่ามือทำให้ซูจื่อมั่วสลบไป
จากนั้นก็มองไปทางหลงเหยียน รู้ดีว่าต่อให้ถามซ้ำ คำตอบที่ได้ก็คงเหมือนเดิม ซูจื่อมั่วกำลังกลัวอะไร? นี่คือสิ่งที่เขาไม่เข้าใจ
“ช่างเถอะ ข้าเชื่อว่าด้วยพละกำลังของลั่วซาง รับมือกับผู้พิทักษ์ลิ่งคงไม่ใช่ปัญหา ตอนนี้เราปล่อยคนออกมาได้พอประมาณแล้ว พวกเราควรรีบกลับกันสักที บอกเื่นี้กับเ้าเมืองหยุน ส่วนเื่จะจัดการกับคนตระกูลเจียงอย่างไร คงไม่ใช่เื่ของเราแล้ว”
ขณะที่เขากำลังพูด ซือถูหม่าก็รับรู้ได้ถึงรังสีพลังที่อ่อนแอระลอกหนึ่ง จึงหันไปมองเจียงอวี่เจ๋อที่นอนอยู่ในพุ่มหญ้า
“เขายังมีชีวิตอยู่ หลงเหยียน เ้าไปถามหน่อยว่าเขาร่วมมือกับสำนักมารได้อย่างไร หลังจากกลับเมืองหยุนจงแล้ว เข้ารายงานข้าก็พอ”
เมื่อซือถูหม่าพูดจบ น้ำเสียงเขาแลดูสงสัย ก่อนจากไปยังหันกลับมามองซูจื่อมั่วบนพื้นครู่หนึ่ง
“ส่วนไอ้คนไร้น้ำยานั่น อย่าลืมแบกกลับไปด้วยล่ะ” ตอนนี้ลั่วซางไม่อยู่แล้ว แน่นอนว่าเขาเองก็เกลียดหลงเหยียนเหมือนกัน ถึงอย่างไรก็ยังไม่จำเป็ต้องลงมือตอนนี้ ไม่ว่าอย่างไรอนาคตเขาก็มีโอกาสเลือกตำแหน่งอยู่แล้ว คนที่เกลียดหลงเหยียนจริงๆ คือลั่วซาง
หลงเหยียนพยักหน้าแรงๆ “ใต้เท้าซือหม่า เช่นนั้นท่านกลับไปเถิด ข้าจะอยู่สะสางที่นี่ก่อน จะรีบตามท่านไปทันที”
เสี่ยวซูเห็นเจียงอวี่เจ๋อที่นอนอยู่ไกลๆ ความโมโหก็พุ่งขึ้นสูง ทว่าเพราะมีซือถูหม่าอยู่ด้วยจึงไม่กล้าะเิโทสะ เมื่อครู่เขาสังหารคนตระกูลเจียงและคนสำนักมารไปหลายคนแล้ว เวลานี้ หญิงสาวที่อยู่กลางอกเขาถึงจะเป็คนที่สำคัญที่สุด
หลังจากซือถูหม่าจากไปแล้ว คิดว่าลั่วซางคงจะกลับไปหาเขาที่จวนเ้าเมืองเอง หลงเหยียนมองเขาจากไปพร้อมประกายรอยยิ้มที่เ้าเล่ห์
ขณะที่หลงเหยียนกำลังจะเดินไปหาเจียงอวี่เจ๋อ สิงโตน้อยที่อยู่ก็ตื่นขึ้นมามองซูจื่อมั่วที่สลบอยู่
“พี่เหยียน เ้าหมอนี่สลบไปได้อย่างไร พอดีเลย ข้าสามารถยืมร่างเขาได้ ออกมาเคลื่อนไหวสักหน่อย”
สิงโตน้อยคือราชสีห์หิรัณย์ เป็ระดับสัตว์เทพ เพราะตอนนั้นถูกผู้สูงส่งท่านหนึ่งหลอมพลังไปเท่านั้น ตอนนี้ราชสีห์ติดตามหลงเหยียน เป็ดั่งการเกิดใหม่ นิสัยชั่วร้ายและบ้าคลั่งเปลี่ยนไปมากแล้ว ตอนนี้เขาเป็สัตว์เทพระดับทองคำขั้นที่เก้า ความสามารถในตอนนี้คือการอ่านความคิดผู้อื่น และใช้จิติญญาประทับร่างผู้ฝึกยุทธ์ได้
เมื่อพูดจบ สิงโตน้อยไม่สนว่าหลงเหยียนจะรับปากหรือไม่ ใช้จิติญญาประทับร่างซูจื่อมั่วทันที จากนั้นซูจื่อมั่วก็ลืมตาขึ้น ประกายรอยยิ้มที่มุมปากเล็กๆ
“ิญญาของเขาถูกิญญาข้าผนึกไว้แล้ว จะว่าไป ร่างกายนี้ก็ไม่เลวเลย!”
หลงเหยียนไม่ได้พูดอะไร ไม่ว่าอย่างไร การที่สิงโตน้อยใช้ร่างกายซูจื่อมั่วก็ไม่ได้ทำให้เขาตาย ถือเป็การทำเพื่อชดเชยความผิดที่เขาทำไว้กับหลงเหยียน
หลงเหยียนและสิงโตน้อยมาถึงข้างกายเจียงอวี่เจ๋อ ิญญายุทธ์ที่แข็งแกร่งของหลงเหยียน ตรวจสอบิญญายุทธ์ของเขา ทำให้ในความคิดนั้นคล้ายมีความรู้สึกบางอย่างผ่านไป
เจียงอวี่เจ๋อค่อยๆ ได้สติขึ้นมา เมื่อเห็นหน้าตาของหลงเหยียน เขาก็ตื่นตระหนกจนพูดไม่ออก หลงเหยียนหยิบโอสถบำรุงออกมาให้เขากินแล้วเค้นถาม “ข้าจะถามเ้าไม่กี่คำถาม คิดว่าเ้าคงไม่ปิดบังข้าหรอกใช่หรือไม่ วางใจเถิด เื่ตระกูลเจียงของเ้าไม่เกี่ยวกับข้า ข้าแค่อยากรู้สิ่งที่ควรรู้ ไม่อย่างนั้นก็กลับไปรายงานไม่ได้”
เจียงอวี่เจ๋ออยู่ตรงหน้าหลงเหยียน เขาเสมือนมดตัวน้อยตรงหน้าช้าง จึงรีบพยักหน้าหงึกหงัก
“ท่าน ท่านอย่าฆ่าข้านะ ความจริงข้าเป็คนใจเสาะ ข้าจะบอกเื่ที่รู้กับท่านทั้งหมดอยู่แล้ว”
หลงเหยียนตบไหล่เขาเบาๆ “อืม ไม่เลวเลย ลุกขึ้นมาคุยกัยเถิด!”
พวกเขาสองคนเดินไปเรื่อยๆ หลงเหยียนก็โพล่งถามขึ้น “สำนักมารร่วมมือกับตระกูลเจียงได้อย่างไร?”
ความจริง คำถามนี้ไม่มีความหมายเลยแม้แต่น้อย แน่นอนว่าต้องเป็เพราะคนตระกูลเจียงไม่พอใจ ตระกูลหยุนปกครองเมืองอารักษ์นิทรามานาน ส่วนเื้ัตระกูลเจียงก็มีมหาอำนาจอย่างสำนักหยุนเฟิงคอยหนุน ตอนแรกพวกเขาอยากใช้การปรากฏตัวของสำนักมาร ทำให้ประชาชนในเมืองเกิดปัญหาอย่างต่อเนื่อง บีบให้คนตระกูลหยุนหมดหนทางปกครองเมืองต่อไป ทำให้คนในเมืองหมดความศรัทธากับตระกูลหยุน
มีหรือที่หลงเหยียนจะไม่เข้าใจการแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นระหว่างตระกูล?
เจียงอวี่เจ๋อพูด “ผ่านมานานนับหลายปี เ้าเมืองหยุนอายุมากแล้ว ทว่ากลับไม่ยอมปล่อยมือออกจากตำแหน่งเ้าเมือง ตอนนั้นเราสองตระกูลคุยกันแล้ว ฝ่ายที่รุ่นถัดไปประลองยุทธ์ชนะ จะได้เป็ผู้ปกครองเมืองอารักษ์นิทรา มีอำนาจในเมืองยี่สิบปี ปีนี้เข้าปีที่ยี่สิบเอ็ดแล้ว เ้าเมืองหยุนนั่นกลับไม่ยอมลงจากตำแหน่ง พวกเขาบีบตระกูลเจียงของเราจนหมดหนทาง”
“อ้อ? ที่แท้ก็เป็เช่นนี้? ดูเหมือนเ้าเมืองหยุนทำไม่ถูก อย่างไรก็ตาม คนที่พวกเ้าจับมา พวกเ้าไม่มีเจตนาทำร้ายอย่างนั้นหรือ?”
“ตอนแรกตระกูลหยุนของเราไม่ได้อยากทำเช่นนี้ ต่อมาไม่รู้เพราะอะไรในเมืองถึงมียอดฝีมือเข้ามา พวกเขาทำร้ายประชาชนในเมือง จับคนไปมากมาย ตระกูลเจียงของเราและตระกูลหยุนช่วยอย่างสุดฝีมือ ต่อมาตระกูลเจียงเราพบว่าเป็คนของสำนักมาร จากนั้นเราจึงใช้สำนักมารขังคนเ่าั้ไว้ในถ้ำ”
หลงเหยียนพอเข้าใจความหมายโดยคร่าวๆ แล้ว ความจริงไม่ต้องพูดอะไรมากก็เข้าใจได้ หลงเหยียนเดาได้แล้ว อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือสำนักมาร
หลงเหยียนมองเขา หวังว่าจะได้ข้อมูลจากปากเขามากกว่านี้ จึงเอ่ยถาม “งั้นเ้ารู้หรือไม่ว่าเหตุใดคนสำนักมารถึงมาเมืองอารักษ์นิทรา?”
เจียงอวี่เจ๋อส่ายหน้า “เื่นี้ข้าไม่รู้ ทว่า่ค่ำเมื่อสองวันก่อน ด้านนอกถ้ำ ข้าได้ยินศิษย์สำนักมารสองคนคุยกัน บอกว่าพบกลิ่นอายของผู้พิทักษ์จูเก๋ออยู่ที่เนินดารา เขาหายตัวไปครึ่งเดือน ข้าเดาว่าพวกเขามาเพื่อตามหาผู้พิทักษ์จูเก๋อที่ลึกลับนั่น”
“อ้อ ที่แท้ก็ผ่านมาทางนี้? เดรัจฉานพวกนั้นสมควรตาย!” ข่าวที่หลงเหยียนได้มาทำให้เขารู้ว่าตอนนี้คนของสำนักมารกำลังตามหาพยัคฆ์ร้ายจูเก๋อ และผ่านทางมาที่นี่เท่านั้น หมายความว่าพวกเขายังไม่พบเมืองั
ฉะนั้นเมืองัยังถือว่าปลอดภัย ตอนนี้ผู้พิทักษ์กวงและผู้พิทักษ์ลิ่งตายแล้ว ศิษย์สำนักมารก็ตายไปมากกว่าครึ่ง แสร้งปล่อยคนสำนักมารกลับไปรายงาน เกรงว่าคนของสำนักมารต้องโยนภาระนี้ไปที่ตระกูลอู่ตี้แน่
ตระกูลอู่ตี้ไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่พวกเขาจะกล้ามีเื่ด้วยง่ายๆ? หลงเหยียนได้ยินแล้วก็วางใจลงมาก
เจียงอวี่เจ๋อมองหลงเหยียนด้วยความกลัวก่อนจะเอ่ยออกไป “พี่ พี่ใหญ่ ข้าบอกเื่ที่รู้กับท่านหมดแล้ว ท่านอย่าฆ่าข้าเลยนะ ตระกูลเจียงของเราก็นึกไม่ถึงเหมือนกันว่าครั้งนี้คนของสำนักมารจะจับสตรีมามากมายถึงเพียงนี้ ถึงอย่างไรพวกเราก็รับรองได้ เราไม่เคยทำร้ายพวกเขามาก่อน ส่วนพวกเราก็ทำไปเพื่ออยากให้ประชาชนหมดศรัทธากับตระกูลหยุน จากนั้นตระกูลเจียงก็ออกตัวช่วยปล่อยพวกเขากลับไป”
หลงเหยียนสบถเสียงดัง “พูดให้น่าฟังหน่อย คงเป็ถูกพวกเ้าช่วยกลับไปสินะ คนตระกูลเจียงของเ้าใสซื่อจริงๆ สำนักมารเป็สำนักที่มีชื่อเสียงชั่วช้าในเมืองหยุนจง หลายปีมานี้ พวกเขาฆ่าคนไปมากเท่าไร เกรงว่าถึงตอนนั้นคงเอาตัวคนที่จับมาได้กลับไปหลอมในสำนักมารแล้วกระมัง”
--------------------
