หูต้าเซียนเห็นลู่เต้าดูท่าทางอายุเพียงสิบเจ็ดสิบแปดปี หรืออย่างมากก็แค่ยี่สิบต้นๆ คงเพิ่งเข้ามาในยุทธภพได้ไม่นาน คิดว่าเพียงแค่ไว้ชีวิตแล้วยกย่องให้เป็แขกผู้มีเกียรติ แค่แสดงความเมตตาเล็กน้อยก็ทำให้เขายอมศิโรราบ และเปิดเผยความลับออกมาอย่างหมดเปลือกได้
หากเป็ลู่เต้าที่เพิ่งเข้าสู่ยุทธภพ บางทีอาจจะเปิดเผยทุกอย่างตามที่เขา้าจริงๆ แต่ลู่เต้าได้ออกท่องยุทธภพกับไป๋เสียมา่หนึ่งแล้ว ทั้งสองคนอยู่ด้วยกันตลอดเวลา เขาจึงซึมซับและเข้าใจในเส้นทางแห่งยุทธภพที่เต็มไปด้วยภยันตรายอยู่บ้าง
หากไม่บอกวิธีใช้ แม้ขลุ่ยสะกดมารและขวดน้ำเต้าจะอยู่ในมือหูต้าเซียน ก็ไม่ต่างอะไรกับของไร้ค่า เมื่อลู่เต้าเห็นแววตาโลภและปรารถนาในสมบัติของอีกฝ่าย เขาก็รู้ว่าก่อนจะเค้นเอาเคล็ดวิชาจากปากตนเอง อีกฝ่ายคงจะไว้ชีวิตเขาเอาไว้ และลู่เต้าก็ต้องใช้่เวลานี้คิดหาวิธีปลุกไป๋เสียให้ตื่นขึ้น
หูต้าเซียนเห็นว่าไม่เพียงแต่ซื้อใจลู่เต้าไม่ได้ ยังโดนอีกฝ่ายดูถูกอีก จึงอดขุ่นเคืองไม่ได้ แต่เมื่อคิดทบทวน คนอื่นยังอยู่ใน่ฝึกวิชา แต่วิชายุทธของเ้าหนูผู้นี้ถึงขั้นกล้าท่องยุทธภพเพียงลำพัง จิตใจคงจะสุขุมกว่าคนรุ่นราวคราวเดียวกัน
หูต้าเซียนไม่ได้เดือดดาลจนตัวสั่น แต่กลับสงบสติอารมณ์แล้วเอ่ยว่า “สมแล้วที่เป็ผู้กล้ารุ่นเยาว์”
หลังจากลู่เต้าอิ่มหมีพีมัน แม้การฟื้นฟูจะไม่รวดเร็วเท่ากับลูกกวาด แต่พลังที่ถูกดูดไปก็ฟื้นกลับมาไม่น้อย พลังปราณในทะเลปราณยังคงไหลเวียนไปทั่วร่างกายไม่ได้
ตุ๊กตากระดาษที่รินเหล้าอยู่ข้างๆ จู่ๆ ก็หยุดการไหวเคลื่อน ไหเหล้าในมือว่างเปล่า และเตรียมจะไปหยิบไหเหล้าใหม่ที่อยู่ด้านข้าง
“ไม่ต้องแล้ว” จู่ๆ หูต้าเซียนก็เรียกตุ๊กตากระดาษเอาไว้ มือเหยียดออกเป็กรงเล็บแล้วคว้าไหเหล้าใหม่ ไหเหล้าถูกแรงดูดลอยมาหาเขา เขายกไหเหล้าขึ้นดื่มรวดเดียวก่อนถามว่า “ฝ่ามือดูดิญญาของข้าเป็อย่างไรบ้าง”
“ก็งั้นๆ” ลู่เต้ากล่าว
“เมื่อครู่เ้าก็พ่ายแพ้ให้กับวิชาที่งั้นๆ ของข้านี่แหละ” หูต้าเซียนกล่าว
“เป็ไปไม่ได้! ข้าพ่ายแพ้เพราะเ้าดูดพลังของข้าไปต่างหาก”
“ฝ่ามือดูดิญญามีสามขั้น การคว้าจับสิ่งของจากระยะไกลเป็เพียงขั้นแรกของ ‘ฝ่ามือดูดิญญา’ ชื่อวิชาจะเปลี่ยนไปตามขั้น ส่วนวิชาที่เอาชนะเ้าเมื่อครู่เป็วิชาขั้นที่สอง ชื่อว่า ‘ฝ่ามือดูดมาร’ สามารถดูดพลังปราณของผู้อื่นมาเป็ของตนเองได้ด้วยการัั ก่อนที่ข้าจะาเ็ วรยุทธยังไม่เสื่อมถอย ข้าฝึกฝ่ามือดูดิญญาจนถึงขั้นสูงสุด นั่นคือขั้นที่สาม ‘ฝ่ามือดูดมารแท้จริง’ สามารถดูดพลังปราณของผู้อื่นจากระยะไกลได้โดยไร้ร่องรอย”
หูต้าเซียนอาศัยฝ่ามือดูดมารแท้จริงท่องยุทธภพ ทำให้ผู้คนหวาดผวากันทั่ว เขาดูดพลังของผู้คนมากมายจนกลายเป็ร่างซูบผอมโดยไร้ร่องรอย จนได้รับฉายาว่าวิถีมารเร้นลับ แต่สุดท้ายวิถีมารเร้นลับกลับพ่ายแพ้ให้กับบุคคลผู้หนึ่ง คนผู้นั้นทำให้เขาาเ็สาหัสจนต้องหาสถานที่หลบซ่อนเพื่อรักษาตัว
“เ้าบอกเื่พวกนี้กับข้าทำไม” ลู่เต้ากล่าวด้วยท่าทีระแวดระวัง
หูต้าเซียนถาม “ขอแค่เ้าคุกเข่าคำนับข้าสามครั้ง แล้วคารวะข้าเป็อาจารย์ ข้าก็จะถ่ายทอดเคล็ดวิชาฝ่ามือดูดิญญาให้เ้า”
ลู่เต้ารู้ทันความคิดของอีกฝ่าย เขาคิดว่าหากเก็บตนไว้เป็ศิษย์ สักวันก็ต้องถามคำตอบออกมาได้ จึงกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ “ไม่สนใจ”
หูต้าเซียนที่ถูกปฏิเสธซ้ำแล้วซ้ำเล่าอดกลั้นความโกรธไว้ “เช่นนั้นเ้าสนใจสิ่งใดกันแน่”
ลู่เต้ามองไปรอบๆ แล้วถาม “พวกสตรีที่ถูกส่งขึ้นเขามาหายไปไหนหมด ทำไมข้าไม่เห็นสักคน”
“เ้าเห็นแล้ว” หูต้าเซียนกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “และตอนนี้อยู่รอบตัวพวกเราทั้งนั้น”
“ที่ไหนกัน” ลู่เต้ามองไปรอบๆ อีกครั้ง เห็นเพียงตุ๊กตากระดาษกำลังวุ่นอยู่ ไม่เห็นหญิงสาวแม้แต่คนเดียว ทันใดนั้น... ลู่เต้าก็รู้สึกถึงลางร้าย
เมื่อเห็นสีหน้าของอีกฝ่ายเปลี่ยนไป หูต้าเซียนคาดเดาว่าลู่เต้ารู้ความจริงแล้วจึงกล่าวว่า “พวกนางถูกข้ากลั่นเป็ยาเม็ดพรหมจารีเพื่อรักษาอาการาเ็ ส่วนิญญาก็ถูกผนึกไว้ในตุ๊กตากระดาษเพื่อใช้งานอย่างไรเล่า”
“อะ...อะไรนะ” ลู่เต้าตกตะลึง “มิใช่ว่าให้พวกนางมาปรนนิบัติเ้าหรือ”
“ข้าแค่ยืมร่างกายอันบริสุทธิ์ของพวกนางมาใช้กลั่นยาเท่านั้น อีกอย่างตอนนี้พวกนางก็กำลังปรนนิบัติข้าอยู่นี่”
นึกไม่ถึงว่าบนโลกนี้จะมีคนชั่วช้าสามานย์เช่นนี้ เพื่อกลั่นยาและรักษาอาการาเ็ ถึงกับสังหารหญิงสาวผู้บริสุทธิ์อย่างโเี้ แล้วยังผนึกิญญาพวกนางไว้ในตุ๊กตากระดาษเพื่อใช้เป็ทาส!
เมื่อลู่เต้าได้ยินเช่นนั้นก็บันดาลโทสะกำหมัดพุ่งเข้าใส่หูต้าเซียน แต่หูต้าเซียนไม่ตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เขายกนิ้วชี้ขึ้นมาแตะเบาๆ ก็หยุดหมัดของอีกฝ่ายเอาไว้ได้
“ตอนทะเลปราณของเ้ายังไม่ถูกผนึกก็ยังไม่ใช่คู่มือของข้า ยิ่งไม่ต้องพูดถึงตอนนี้ที่ถูกผนึกแล้ว” หูต้าเซียนดีดนิ้ว ลู่เต้ารู้สึกเหมือนนิ้วถูกกระแทกอย่างแรง จึงรีบดึงมือที่ชาไปกลับมา
“เ้ามันบ้า! ข้าไม่มีทางคารวะคนบ้าอย่างเ้าเป็อาจารย์หรอก!”
หูต้าเซียนที่ไม่เข้าใจแย้งว่า “หนึ่งในยาพิษร้ายแรงของสำนักพิษอย่าง ‘สุราบุตรี’ ก็ต้องใช้หญิงสาวบริสุทธิ์เป็ส่วนผสมเช่นกัน หากข้าเป็คนบ้า เ้าก็บ้าเช่นกัน”
“ข้าเปล่า!”
“พอได้แล้ว!” หูต้าเซียนหมดความอดทน เขาจึงลุกขึ้นยืนแล้วส่ายหน้าพลางกล่าวกับตุ๊กตากระดาษว่า “พาเขากลับไปขังไว้”
ตุ๊กตากระดาษสองตนพยักหน้า แล้วก็มายืนอยู่ข้างๆ ลู่เต้าคนละข้าง จับไหล่ของเขาเอาไว้ ใครจะคิดว่าตุ๊กตาจะมีพลังมากกว่าที่เห็น มันยกเขาขึ้นเดินไปที่ประตูอย่างง่ายดาย
“ปล่อยข้า! พวกเ้าควรต่อต้านเขาสิ!” ลู่เต้าที่ทะเลปราณถูกผนึก แม้กระทั่งตุ๊กตาที่ทำจากกระดาษ เขาก็ยังไร้ทางสู้ เขาจึงถูกยกออกจากห้องโถงไปด้วยเหตุฉะนี้
เมื่อลู่เต้าถูกพาตัวออกไป หูต้าเซียนก็ะโเสียงดัง “จินเลี่ยง!”
“ขอรับ!” ศิษย์จินเลี่ยงในชุดคลุมสีเหลืองปรากฏตัวที่หน้าประตูห้องโถง ก่อนจะเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าหูต้าเซียนอย่างรวดเร็ว “ท่านอาจารย์มีสิ่งใดให้รับสั่งหรือไม่”
หูต้าเซียนพลิกขลุ่ยสะกดมารเล่นในมืออย่างหลงใหล “เพื่อค้นหาวิธีใช้สมบัติชิ้นนี้ ในอีกเจ็ดวันข้างหน้า ข้าอาจจะต้องอยู่แต่ในห้องคัมภีร์ เ้ามีหน้าที่เค้นถามเอาวิธีนำโอสถในน้ำเต้าออกมา”
จินเลี่ยงถาม “แล้วถ้าเขายังคงไม่ยอมพูดเล่าขอรับ”
“หากเ้าหนูนั่นยังคงดื้อด้าน ไม่ยอมกินเหล้าอ่อนๆ ก็ต้องให้กินเหล้าแรงๆ”
“กลั่นยาหรือ” จินเลี่ยงกล่าวอย่างสงสัย “ปีนี้พวกไพร่พวกนั้นไม่ได้ส่งหญิงสาวบริสุทธิ์ขึ้นเขามานี่ขอรับ ท่านอาจารย์”
“หึ” หูต้าเซียนหัวเราะเยาะ “ไม่มีหญิงสาวบริสุทธิ์ แต่ใช้นักพรตมากลั่น ‘ยาบำเพ็ญเพียร’ ยิ่งได้ผลดีกว่ามิใช่หรือ ส่วนโอสถในน้ำเต้าค่อยเอามาทีหลังก็ได้”
มุมปากจินเลี่ยงค่อยๆ ยกขึ้น “ข้าเข้าใจแล้วท่านอาจารย์ แบบนี้ไม่ว่าเขาจะพูดหรือไม่ อาการาเ็ของท่านก็รักษาหายได้!”
ตอนที่หูต้าเซียนอยู่ใน่พลังสูงสุด เขามีพลังระดับสี่ดารา หลังจากเส้นชีพจรได้รับาเ็ พลังจึงลดลงเหลือสามดารา หากได้ทานยาบำเพ็ญเพียร พลังของหูต้าเซียนก็จะฟื้นฟูกลับมา ฝ่ามือดูดมารก็จะกลับกลายเป็ฝ่ามือดูดมารแท้จริงที่ครั้งหนึ่งเคยโด่งดังไปทั่ว วิถีมารดูดิญญาจะกลับมาท่องยุทธภพอีกครั้ง
ตอนที่หูต้าเซียนเดินไปที่ห้องคัมภีร์ เขากล่าวอย่างหยิ่งยโสว่า “ต่อให้เขาไม่พูด ไม่ช้าก็เร็วข้าก็ต้องค้นพบเอง!”
***
“เดี๋ยวก่อน! เดี๋ยวก่อน! เบาๆ หน่อย!” ลู่เต้าถูกตุ๊กตากระดาษสองตนโยนกลับไปในห้องขังที่มืดและเหม็นอับ เนื่องจากหน้าลงพื้นก่อน ปากจึงกัดโดนหญ้าแห้งขึ้นราเข้าเต็มๆ
“ผุย! ผุย!” ลู่เต้ารีบถุยหญ้าเหม็นๆ ออก เกือบจะอดกลั้นไม่ไหวจนอาเจียนอาหารอร่อยๆ ที่เพิ่งทานเข้าไปออกมา
“ฮ่าๆๆๆ” ตุ๊กตากระดาษสองตนเห็นสภาพน่าสมเพชของลู่เต้าจึงหัวเราะออกมา พวกมันถอยหลังเตรียมจะล็อกประตูเหล็ก
“เดี๋ยวก่อน! คุณหนูทั้งสอง!” ลู่เต้าเดินมาที่หน้ากรงเหล็กแล้วะโ
ตุ๊กตากระดาษพลันหยุดการเคลื่อนไหวทันใด
