ที่บริเวณหน้าลานห้าง แม้ว่าตอนนี้จะเพิ่งเข้าสู่่ต้นเดือนมีนาคมแต่หลินลั่วตงกลับรู้สึกว่าริมฝีปากของตัวเองแห้งผากไปหมด เพียงแค่เวลาสั้นๆไม่กี่นาที แต่เขากลับรู้สึกเหมือนกับต้องทนรับมือกับงูั์มานานหลายปีมือที่จับกระบองไม้ของเขาสั่นเทาขึ้นมา
หรงตงหลินและเหยียนเฟิงนั้น แม้ว่าจะมีอายุที่มากกว่าหลินลั่วตงแต่พวกเขาก็เป็เพียงนักศึกษาธรรมดาๆ พวกเขาอยู่ในโลกที่เต็มไปด้วยวิทยาศาสตร์และไม่เชื่อเื่พวกนี้นี่เป็ครั้งแรกที่เขาได้เห็นการขยายใหญ่ขึ้นที่ดูผิดแปลกไปจากปกติแบบนี้ท่ามกลางความกลัวและความมึนงง พวกเขาได้แค่คิดว่านี่ตัวเองได้พบกับสัตว์กลายพันธุ์ในหนังของอเมริกาหรือว่ามันคือสัตว์ประหลาดที่…อยู่ในตำนานของประเทศจีนกันแน่?
เมื่อเทียบกันกับความตื่นเต้นราวกับมีของดีตกลงมาจากฟ้าของผู้สื่อข่าวแล้วมีเพียงแค่พวกเขาทั้งสามคนเท่านั้นที่เต็มไปด้วยความรู้สึกไร้ซึ่งหนทางและความกลัวราวกับเ้างูั์จงใจจะแกล้งพวกเขา มันกระดิกหางบ้าง เคลื่อนตัวไปมาบ้างแต่กลับไม่พุ่งตรงเข้ามาทำร้าย
สถานีโทรทัศน์ช่อง 2 แห่งเมืองหรงเฉิงมีอิทธิพลในพื้นที่แห่งนี้มากอีกทั้งนี่ไม่ใช่เพียงการบอกเล่า แต่เป็การถ่ายทอดภาพจริงจากสถานที่เกิดเหตุดังนั้นจึงไม่ได้เพียงแค่ผู้คนในบริเวณตัวเมือง แต่แม้เมืองที่อยู่ในบริเวณรอบๆต่างก็พากันตื่นตัวขึ้นมา
ตอนนั้นเจิงเทียนกำลังประชุมอยู่ เมื่อได้ยินเสียงร้องใจากภายนอกเขาก็สั่งให้เลขาออกไปดู เมื่อได้ยินเื่ราวแล้ว เขาก็อดที่จะออกมาดูสถานการณ์ด้วยตัวเองไม่ได้เขาฝึกศาสตร์มาตั้งนานแล้ว แต่ก็ยังไม่เคยได้พบกับสัตว์ประหลาดจริงๆ เลยสักครั้งดังนั้นเขาจึงรู้สึกประหลาดใจเป็อย่างมาก
จนกระทั่งเมื่อกล้องถ่ายเข้าไปที่ใบหน้าของหรงตงหลินเจิงเทียนก็ขมวดคิ้วเข้าหากัน ถ้าหากว่าเห็นเพียงแค่หรงตงหลินเขาก็อาจจะคิดพิจารณาว่าควรจะไปหาผลประโยชน์จากการช่วยเหลือครั้งนี้หรือไม่แต่เมื่อเห็นหลินลั่วตง มือทั้งสองของเขาก็กำเข้าหากันแน่นโดยไม่ทันได้รู้ตัว
นี่คือการพนันอย่างหนึ่ง หากชนะนอกจากที่เขาจะสามารถรักษารอยแตกที่เกิดขึ้นในความสัมพันธ์ของเขาและอาจารย์พี่หลินได้เขาที่เป็ผู้ฝึกศาสตร์ไร้สํานักก็อาจจะมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้นกับตระกูลหลินได้
แต่หากว่าแพ้ เขาก็ต้องตาย
เจิงเทียนคิดพิจารณาอยู่ไม่กี่วินาที สุดท้ายเขาก็วิ่งออกไปที่ด้านนอกเขาชนเข้ากับเอกสารบนโต๊ะจนมันร่วงหล่นกระจายลงมาเต็มพื้น การฝึกศาสตร์ไม่ง่ายเลยแต่ความจริงแล้ว บนโลกใบนี้มีอะไรที่มันง่ายด้วยเหรอ? แน่นอนว่าการเป็นักลงทุนก็เช่นกันเพื่อที่จะมีรายได้ที่มั่นคง พ่อของตัวเองก็มั่นใจที่จะออกจากงานมาสร้างกิจการได้แล้วทำไมเขาถึงจะไม่ลองเสี่ยงดูล่ะ?
เจิงเทียนไร้ซึ่งความลังเล เขาเลือกแล้วที่จะลองพนันดูสักครั้ง!
เขานั้นฝึกศาสตร์มาก่อนและไม่เหมือนกับผู้เป็พ่อและเป่าเจียก่อนหน้านี้เขาจ่ายเงินและทรัพย์สินมากมายของเจิงชื่อไปรวมทั้งต้องตั้งใจและขยันถึงได้ฝึกออกมาได้แบบนี้ เขามีความสามารถที่ไม่ดีนักมันก็เพียงแค่ได้มาตรฐานของการรับลูกศิษย์ของบางสำนักดังนั้นการได้เรียนวิชาภายนอกมาแบบนี้ก็ถือว่าดีมากแล้วตอนนี้เขาจึงไม่ได้เลือกที่จะขับรถออกมาแต่กลับเลือกที่จะวิ่งผ่าสายรถที่ติดกันอยู่ในเมืองหรงเฉิงออกไป
...
วันนี้เป็่วันหยุดสุดสัปดาห์หลินลั่วตงสามารถไปเที่ยวเล่นกับหรงตงหลินได้แต่หวงเวยเจี้ยนกลับกำลังถือถุงกระสอบเก็บขยะอยู่ค่าเช่าห้องพักนั้นขาดอยู่อีกไม่มาก แต่การใช้ชีวิตก็ยังคงบีบรัดเขาอยู่ดีดังนั้นด้วยสถานการณ์ในตอนนี้ หวงเวยเจี้ยนจึงไม่สามารถหยุดพักในวันหยุดสุดสัปดาห์ได้
ในขณะเดียวกัน เพราะว่าเป็วันหยุดสุดสัปดาห์ดังนั้นวันนี้หวงเวยเจี้ยจึงเก็บของได้มากขึ้นเขาแบกเอาถุงขยะกลับบ้านไปไม่รู้ตั้งกี่ถุงแล้วตอนนี้เขากำลังถือถุงกระสอบเดินไปยังบริเวณลานห้าง ในวันหยุดสุดสัปดาห์ที่นี่มักจะมีคนเข้ามาท่องเที่ยวมากมาย ดังนั้นเขาจึงสามารถเก็บของได้มากขึ้น
บริเวณหน้าร้านขายเสื้อผ้าร้านหนึ่งถูกมุมเต็มไปด้วยผู้คนเขาได้ยินเสียงร้องใที่ดังขึ้นหวงเวยเจี้ยนจึงอดที่จะเหลือบสายตาเข้าไปมองโทรทัศน์ไม่ได้ ทั้งที่ดูไม่มีอะไรมากแต่เขากลับรู้สึกราวกับถูกต่อยเข้ามา...ใบหน้านั้นคือใบหน้าของคนที่มักจะเข้ามาแสดงความเห็นใจและให้ความสนใจจนทำให้เขารู้สึกรำคาญอย่างหลินลั่วตง
เ้าคนน่ารังเกียจ...หวงเวยเจี้ยนเดินต่อไปด้วยใบหน้าไร้ซึ่งความรู้สึกหลังจากเดินไปได้สองก้าว เขาก็อดที่จะลูบลงที่กระเป๋าผ้าใบของตัวเองขึ้นมาไม่ได้
ทุกคนต่างก็เป็เพื่อนร่วมชั้นเรียนกัน ไม่สามารถที่จะละทิ้งกันได้หรอกเขาพยายามหาข้ออ้างให้กับตัวเอง แต่กลับมองข้ามไปว่าสำหรับเขานั้นหลินลั่วตงไม่ใช่เพียงแค่เพื่อนร่วมชั้นเรียนคนหนึ่ง
แม้ว่าจะเ็ามากเท่าไร แต่ความจริงหวงเวยเจี้ยนก็เป็เพียงเด็กอายุสิบสองปีเท่านั้นการที่หลินลั่วตงออกมาช่วยเหลือเขา ยอมทนการรุมต่อยของพวกหม่าิความจริงมันส่งผลต่อตัวของเขา มากกว่าที่ตัวเขาคาดไว้มากทีเดียว
หวงเวยเจี้ยนถือถุงกระสอบวิ่งตรงไปยังลานหน้าห้างด้วยความรวดเร็ว
...
สำนักงานของฝูหม่านโหลวอยู่ไม่ห่างจากสถานที่เกิดเหตุนักแม้แต่เสี่ยวจินยังสามารถััได้ถึงอารมณ์ยั่วยุของเ้างูั์ดังนั้นซินหยวนผิงจึงสามารถััมันได้ชัดเจนเสียยิ่งกว่า
สัตว์ประหลาดที่มีกลิ่นอายแบบนี้ หากว่าถูกหลอมละลายด้วยสระเืของเธอ มันก็น่าจะเป็ของบำรุงชั้นดีสำหรับซินหยวนผิงเลยทีเดียวดังนั้นเธอจึงไม่สามารถจะปล่อยมันไปง่ายๆ ได้
ฝูหม่านโหลวอยู่ห่างจากที่นั่นไม่ไกลมากซินหยวนผิงเองมีระดับการฝึกศาสตร์ที่สูงโดดเด่นดังนั้นเธอจึงเป็คนแรกที่มาถึงที่นี่ เดิมที่เธอตั้งใจว่าจะจัดการเ้างูประหลาดนี่เสียแต่เมื่อเห็นว่าคนที่ถูกล้อมเอาไว้คือคนของตระกูลหลินและยังมีคนไม่น้อยที่กำลังตามมาที่นี่ ซินหยวนผิงจึงเผยรอยยิ้มออกมา
เธอรู้สึกว่ามันช่างน่าสนใจ และเตรียมที่จะดูอะไรสนุกๆ ไปก่อนจึงไม่ได้ปรากฏตัวออกไปในทันที แต่กลับล่องลอยขึ้นไปยืนอยู่บนต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง
เสี่ยวจินมาถึงช้าไปกว่าซินหยวนผิงเพียงไม่กี่วินาที
แน่นอนว่ามันััได้ถึงซินหยวนผิง มันรู้สึกไม่ค่อยดีกับคนคนนี้นักแต่ว่าเมื่อมองไปยังหลินลั่วตงที่อยู่ที่พื้น มันก็บินวนอยู่สักพักก่อนจะเลือกบินต่ำลงไป
ในตอนที่ปีกของมันกางออกเต็มที่ ก็มีความยาวกว่าเจ็ดแปดเมตรเงาขนาดใหญ่ปรากฏทอดลงไปที่พื้น หลินลั่วตงที่รู้สึกคอแห้งผากมาตลอดเมื่อััได้ถึงเงามืดบนหัว เขาก็เงยหน้าขึ้นไปมองก่อนจะพบว่าเสี่ยวจินกำลังบินวนรอบอยู่ หัวใจที่เต้นระรัวของเขาจึงค่อยๆเบาสบายขึ้นมา
เอ๋ นี่มันไม่ใช้สัตว์ร้ายที่บ้านหลินเลี้ยงเอาไว้เหรอ?
หรงตงหลินกำกระบองไม้ในมือแน่นเขาไม่แน่ใจว่าอินทรีทองตัวนี้จะสามารถพาพวกเขาออกไปจากสถานการณ์แบบนี้ได้หรือไม่
มีเพียงแค่เหยียนเฟิงเท่านั้น ที่หลังจากใไปแล้ว ก็ได้แต่กลืนน้ำลายลงคอไป
“อินทรีวิเศษแห่งจีน...พระเ้า นกอินทรีวิเศษกำลังมาช่วยพวกเรา?”
ผู้คนที่อยู่ห่างออกไปมั่นใจชัดเสียยิ่งกว่าเหยียนเฟิงรวมทั้งผู้ประกาศข่าวของสถานีโทรทัศน์ช่อง 2 แห่งเมืองหรงเฉิงด้วยถ้าหากว่าการพบงูประหลาดก่อนหน้านี้ทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นตอนนี้เขาก็รู้สึกว่าอยากจะกลับไปกราบไหว้บรรพบุรุษของตัวเองแล้ว!
“อินทรีย์วิเศษแห่งจีน! ท่านผู้ชมทุกท่านครับตอนนี้สิ่งที่ปรากฏอยู่ต่อหน้าเราก็คืออินทรีย์วิเศษแห่งจีนที่หายไปจากสุสานซุนยัดเซ็นเมื่อก่อนหน้านี้มันมาช่วยคนใช่ไหม พระเ้า เ้างูประหลาดกำลังจะโจมตีอินทรีย์วิเศษแล้ว!”
เมื่อเ้างูั์เห็นเสี่ยวจินที่เป็ศัตรูเก่าปรากฏตัวขึ้นดวงตาของมันก็แดงก่ำขึ้นมา เสี่ยวจินไม่ได้ร่อนตัวลงที่พื้นในทันทีเ้างูั์หดตัวลงก่อนที่จะอาศัยแรงจากหางส่งให้ตัวเองะโสูงขึ้นไปกัดเข้าที่ปีกของเสี่ยวจิน
และในขณะเดียวกัน หางของเ้างูั์ก็ตวัดไปโดนที่เสาไฟจนมันหักล้มลงไปทางทั้งสามคน
รถตำรวจมาถึงแล้ว ตอนนี้ในบริเวณนั้นเต็มไปด้วยความวุ่นวาย
เสี่ยวจริงแผดเสียงร้องแหลมออกมา มันขยับปีกพัดทำให้ทั้งสามกลิ้งออกไปทั้งสามจึงออกมาจากพื้นที่การต่อสู้ของนกอินทรีและงูได้อย่างราบรื่นแม้จะได้รับาเ็กันคนละเล็กคนละน้อยก็ตาม
“ปังปังปัง” เสียงลูกะุดังขึ้นปะทะเข้ากับร่างของเ้างูั์ร่องรอยรูเืปรากฏขึ้นบนตัวของเ้างูั์ และนั่นก็ทำให้มันยิ่งโมโหขึ้นมามันบิดตัวพุ่งไปยังทางรถตำรวจเพื่อโจมตีในทันทีและมันก็เป็ทิศทางเดียวกับที่ทั้งสามกำลังหนีไป ให้ตายอีกแค่นิดเดียวก็จะหนีพ้นแล้ว อีกแค่นิดเดียว!
เสี่ยวจินยืดกรงเล็บออกไปจับเข้าที่หางของเ้างูั์ร่างยาวของมันยังคงพุ่งไปโจมตีที่บริเวณข้างรถตำรวจมันกัดเข้าที่หัวของนายตำรวจคนหนึ่ง
ร่างกายไร้หัวเดินไปมาอีกไม่กี่ก้าว ก่อนจะล้มลงที่ข้างกายของเหยียนเฟิงเมื่อเห็นเืที่ไหลทะลักออกมา นักศึกษาพูดจาไหลลื่นคนนี้ก็รู้สึกเข่าอ่อนขึ้นมา
เมื่อเห็นว่ามีคนเสียชีวิตแล้วจริงๆ คนที่พากันล้อมรอบดูอยู่ก็ค่อยๆได้สติขึ้นมาจากอาการตื่นเต้นที่ได้พบกับอินทรีวิเศษนี่มันคืองูประหลาดที่สามารถฆ่าคนได้ พวกเขาไม่ได้กำลังถ่ายละครอยู่เสียหน่อย!
ผู้คนต่างพากันกระจายหนีไปหางของเ้างูั์ถูกจับกุมเอาไว้ มันตั้งใจจะหันกลับไปฉกเข้าที่เสี่ยวจินแต่เมื่อปีกอันแข็งแรงของเสี่ยวจินขยับสะบัดรอยเืก็ปรากฏขึ้นที่บริเวณลำตัวของเ้างู
“รีบไป...” หรงตงหลินเดินโซเซเข้าไปพยุงเหยียนเฟิงเ้างูั์กำลังถูกเสี่ยวจินรั้งเอาไว้ แต่มันยังคง้าจะโจมตีทั้งสามอีกครั้งเสี่ยวจินจับหางของเ้างูั์โบยบินขึ้นไปในอากาศ ซินหยวนผิงยืนยิ้มอยู่บนต้นไม้ดอกบัวสีดำปรากฏขึ้นบนมือของเธอ เมฆหมอกกระจายออกไปอย่างไร้สุ้มเสียงเสี่ยวจินรู้สึกว่าทั่วทั้งร่างของมันไร้ซึ่งแรงขึ้นมา มันพยายามจะขยับปีกออกแต่กลับบินขึ้นไปไม่ได้เลยแม้แต่น้อย
กรงเล็บของมันจิกเข้าไปในเนื้อของงูั์แต่งูั์กลับไม่ได้รู้สึกถึงอุปสรรคใดๆ จากเมฆหมอกเหล่านี้เลยเมื่อััได้ว่าบริเวณหางของตัวเองถูกปล่อยออกมันก็ลากเอาเสี่ยวจินพุ่งตรงไปทางทั้งสามคน
“กล้านักนะ เ้าสัตว์ร้าย!”
เถาวัลย์หนาของต้นหนามเหล็กขยับออกไปรั้งเข้าที่คอของเ้างูั์ผู้เป็พ่อะโข้ามผ่านหลังคารถของผู้คนมากมายเข้ามาช่วยเหลืออินทรีผู้ยิ่งใหญ่
“พ่อ!”
หลินลั่วตงะโร้องขึ้นมา หรงตงหลินพยุงเหยียนเฟิงเอาไว้ก่อนที่ดวงตาของเขาจะเบิกออกกว้าง โลกใบนี้มันเป็อะไรกันไปหมดแค่สัตว์ร้ายที่บ้านหลินเลี้ยงเอาไว้เก่งกาจขนาดนี้ก็น่าใแล้วทำไมผู้เป็พ่อที่เอาแต่ยิ้มหัวเราะอยู่ทั้งวันกลับกลายเป็คนที่มีความสามารถทางการต่อสู้มากขนาดนี้ได้
เขาไม่ทันได้คิดถึงคำว่านักฝึกศาสตร์เลยแม้แต่น้อย และเขาก็คงคิดไม่ถึงว่าวันนี้พวกนักฝึกศาสตร์ที่เก็บตัวเงียบสงบมาเนิ่นนานจะปรากฏตัวขึ้นสู่โลกอีกครั้งอย่างในอดีต
เมื่อในเวลาที่ทุกอย่างมันพอเหมาะพอดีความลับบางอย่างก็ไม่อาจที่จะปิดบังต่อไปได้
ในขณะที่ผู้คนกำลังวิ่งหนีกระจัดกระจายกันไปทั่ว เด็กชายคนหนึ่งก็วิ่งสวนเข้ามาเมื่อเห็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนของตัวเองกำลังยืนนิ่งราวกับคนโง่อยู่ที่เดิมเขาก็อดที่จะขมวดคิ้วสวยงามภายใต้เรือนผมที่ปรกลงมาที่ด้านหน้าไม่ได้
