"งานเลี้ยงเต้นรำ?" เอเลน่าทวนคำพลางทำตาโตแบบเด็กน้อยผู้ไร้เดียงสา ทั้งที่ในหัวสมองระดับ CEO กำลังประมวลผลข้อมูลอย่างรวดเร็ว 'งานเลี้ยงงั้นเหรอ... สนามรบของพวกชนชั้นสูงชัดๆ'
เซเรน่าที่กำลังพลิกแผนที่ชะงักมือลง เธอหันมามองเด็กทั้งสองที่กำลังกระซิบกระซาบกัน แม้ลึกๆ จะดีใจที่เห็นลูกชายเข้าหาคนอื่น แต่ในฐานะอาจารย์เธอก็ต้องรักษาบทบาทไว้เสียหน่อย
"ไอแซค เอเลน่า... ดูเหมือนประวัติศาสตร์จักรวรรดิจะน่าสนใจน้อยกว่าบทสนทนาระหว่างพี่น้องสินะ?" เซเรน่าหรี่ตาลงพลางดุแบบไม่จริงจังนัก
"ฉันสอนถึงเื่สายเืโซลาริส แต่พวกเธอกลับไปคุยเื่งานเลี้ยงเสียแล้ว"
"ขออภัยครับท่านแม่ ผมเป็คนชวนเอเลน่าคุยเอง" ไอแซคยืดตัวตรงแล้วยอมรับผิดแทนอย่างรวดเร็ว แววตาภายใต้กรอบแว่นนิ่งสนิท
"ผมแค่กังวลเื่งานเต้นรำที่กำลังจะถึง... เพราะดูเหมือนเอเลน่าจะยังไม่รู้ตัวว่าต้องเตรียมตัวหนักแค่ไหน"
เซเรน่านิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะเคาะนิ้วลงบนโต๊ะราวกับเพิ่งนึกขึ้นได้
"จริงสิ ฉันเกือบลืมไปเลย... ปีนี้เอเลน่าอายุครบ 8 ขวบแล้ว ตามธรรมเนียมของจักรวรรดิออเรเลีย บุตรหลานขุนนางที่มีสายเืโดยตรงเมื่อถึงเกณฑ์นี้ จะต้องเข้าร่วมงานเลี้ยงเต้นรำฤดูใบไม้ผลิเพื่อเป็การเปิดตัวต่อหน้าพระพักตร์ครั้งแรก"
เธอมองใบหน้าที่ดูใสซื่อของเอเลน่าแล้วถอนหายใจยาว
"ในเมื่อเป็เช่นนี้ กำหนดการเรียนประวัติศาสตร์คงต้องพักไว้ก่อนชั่วคราว เรามีเวลาอีกไม่มากนัก และฉันจะยอมให้คนในตระกูลอาเชนวาลด์ไปยืนเก้ๆ กังๆ กลางฟลอร์เต้นรำให้พวกขุนนางคนอื่นขบขันไม่ได้เด็ดขาด"
เอเลน่าแสร้งทำท่าทางตื่นตระหนกเล็กน้อย
"ต้องพักเื่เรียนเพื่อไปฝึกมารยาทกับเต้นรำเลยหรือคะท่านอา?"
"ใช่จ้ะ" เซเรน่าพยักหน้าหน้ายืนยัน
"ั้แ่วันนี้ฉันจะสอนมารยาทชนชั้นสูงขั้นสูงให้เธอเอง รวมถึงการวางตัว... แต่นั่นยังไม่ใช่ปัญหาใหญ่ ปัญหาคือการเต้นรำนำเปิดตัว ซึ่งเธอต้องมีคู่เต้นที่สมน้ำสมเนื้อ"
"เื่นั้น... ให้เป็หน้าที่ผมครับ" ไอแซคเอ่ยแทรกขึ้นมาทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด เขาหันมาสบตาสีแดงของเอเลน่าด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความดื้อรั้น
"ผมจะเป็คู่เต้นรำให้เอเลน่าเอง ท่านแม่ไม่ต้องไปลำบากหาบุตรชายตระกูลอื่นมาให้วุ่นวายหรอกครับ"
เซเรน่าเลิกคิ้วมองลูกชายอย่างไม่อยากเชื่อหู
"ปกติลูกเกลียดงานสังคมยิ่งกว่าอะไรดีไม่ใช่หรือไอแซค? ปีที่แล้วแม่แทบจะกราบกรานให้ลูกไป ลูกยังปฏิเสธเลยนะ"
"...." ไอแซคไม่ตอบพลางขยับแว่น แต่สายตากลับจดจ้องอยู่ที่คนข้างตัว
"แต่ปีนี้... ผมคงปล่อยให้เธอไปเหยียบเท้าคนอื่นจนตระกูลเราขายหน้าไม่ได้"
แม้คำพูดจะฟังดูเ็าตามนิสัยของเขา แต่เอเลน่าััได้ถึงกระแสความหวงแหนที่แผ่ออกมา ไอแซคไม่ได้แค่จะช่วยเต้นรำ แต่เขากำลังประกาศตัวเป็ 'เกราะป้องกัน' ไม่ให้ใครหน้าไหนเข้าใกล้เธอในงานเลี้ยงที่แสนอันตรายนั่นต่างหาก
'ฮึ เ้าเด็กนี่ ซึนเดระหรอ?' แล้วเมื่อก่อนทำไมไม่คุยไม่สนใจเอเลน่าตัวจริงละ มาสนตอนนี้มีจุดประสงค์อะไรกัน ความคิดเพียงชั่วครู่ของเอเลน่า ก็ได้หยุดลงเมื่อเสียงจากคนตรงหน้าดังขึ้น
"ตกลงตามนี้!" เซเรน่าตบมือเข้าด้วยกันอย่างพอใจ
"ถ้าอย่างนั้น พรุ่งนี้เราจะเริ่มบทเรียนกัน ไอแซค... แม่หวังว่าลูกจะช่วยประคองเธอให้ดี อย่าให้ล้มเสียก่อนล่ะ"
ไอแซคไม่ตอบ แต่เขากลับก้มหน้าลงอ่านตำราต่อ
หลังจบคาบเรียนที่ตึงเครียด เอเลน่าแยกจากไอแซคและเซเรน่าเพื่อเดินทางกลับตึกพักของตนเอง แสงแดดยามบ่ายแก่ๆ ทอแสงสีส้มรำไรชวนให้บรรยากาศดูเงียบสงบ แต่สำหรับคนที่ผ่านสมรภูมิธุรกิจมานับครั้งไม่ถ้วนอย่างเธอ ความเงียบนี้มักจะเป็สัญญาณของพายุเสมอ
เอเลน่าตัดสินใจแวะนั่งพักที่ม้านั่งหินอ่อนในสวนลับหลังพุ่มไม้สูงทึบ เพื่อประมวลผลเื่งานเต้นรำที่กำลังจะมาถึง
‘งานเลี้ยงเต้นรำเปิดตัวตอนอายุ 8 ขวบ... สถานที่รวมตัวของขุนนางเขี้ยวลากดิน เธอเอนหลังพิงพนักพลางคิดในใจ ‘การมีไอแซคเป็คู่เต้นนับว่าประหยัดแรงไปได้มาก’
ในขณะที่กำลังจมอยู่ในภวังค์ เสียงฝีเท้าหนักๆ และเสียงถกเถียงที่คุ้นหูก็ดังมาจากอีกฝั่งของกำแพงต้นไม้ เอเลน่านิ่งค้าง สัญชาตญาณสั่งให้เธอหุบปากฉับและเงี่ยหูฟัง
"บอกมาสิอเดล! เธอแอบไปตกลงอะไรกับนังเด็กนั่นไว้!" เสียงของเฮเลนที่สั่นพร่าด้วยความโกรธดังขึ้น ตามด้วยเสียงกระชากสาบเสื้อ
"ใจเย็นๆ พวกเธอใจเย็นๆก่อนสิ" เสียงของอเดลสั่นเครือเล็กน้อย มีร่องรอยของความหวาดกลัวปนอยู่ แต่เธอก็พยายามรักษามาดไว้
"ที่ฉันใส่เข็มกลัดนี่... ไม่ใช่เพราะฉันย้ายข้างหรอกนะ แต่มันคือเหยื่อล่อต่างหาก!"
"เหยื่อล่อ?" แอนนาแค่นเสียงหัวเราะ
"เห็นๆ อยู่ว่าเธอเสวยสุขทิ้งให้พวกเราไปคลุกขี้ม้าอยู่คอก!"
"ฟังนะ! ยัยคุณหนูนั่นโง่จะตายไป!" อเดลรีบโพล่งออกมาพลางแอบปาดเหงื่อที่ขมับ
"เด็กนั่นกลัวพวกเราจนตัวสั่น เลยพยายามเอาอัญมณีมาซื้อใจฉัน กะจะให้ฉันไปเป็คนสนิทเพื่อปกป้องจากการโดนกลั่นแกล้งยังไงล่ะ"
เอเลน่าที่นั่งอยู่อีกฝั่งเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย 'โอ้โห... แต่งเื่เก่งจริงนะอเดล'
"จริงเหรอ?" เฮเลนถามอย่างไม่ไว้วางใจ "แล้วจะช่วยพวกเรายังไง?"
"ฉันจะหาจังหวะที่เด็กนั่นกำลังหลงกลฉัน... แล้วฉันจะสั่งให้ไปบอกคุณพ่อบ้านให้ยกเลิกบทลงโทษของพวกเธอซะ!" อเดลพ่นคำโกหกคำโตด้วยใบหน้าเชิดรั้น
"แค่รอเวลาอีกนิดเดียวเท่านั้นแหละ นังเด็กนั่นไม่มีใครคบจนต้องคว้าคนอย่างฉันไว้เป็ที่พึ่ง พวกเธอเตรียมกลับมาใส่ชุดสาวใช้สวยๆ ได้เลย"
เฮเลนและแอนนามองหน้ากัน ทั้งคู่เงียบไปครู่ใหญ่ กลิ่นสาบจากตัวพวกเธอยังคงย้ำเตือนถึงความลำบากที่ผ่านมา แม้จะยังแคลงใจในความจองหองของอเดล แต่ความปรารถนาที่จะหนีไปจากคอกม้านั้นมีมากกว่า
"แต่ฉันได้ยินมาว่าคุณหนูนั่นได้รับการศึกษาจากท่านเซเรน่่าเลยนะเธอแน่ใจเหรอว่าคุณหนูนั่นไม่มีใครคบไม่มีใครช่วย?" แอนนาพูดพลางกอดอกมองไปที่อเดลอย่างสงสัย
"เท่าที่ฉันเห็นนะ เหมือนท่านเซเลน่าต้องจำใจสอนเพราะคำสั่งของท่านดยุก เพื่อไม่ให้ขายหน้าตระกูลอื่นต่างหากหล่ะ พอเลิกเรียนทีไร แยกย้ายกลับกันทันทีไม่ทักทายกันหลังจากนั้นเลยด้วยซ้ำ" อเดลไม่ได้โกหก เพราะวันนั้นเธอเห็นเซเรน่าออกมาจากห้องท่านดยุก วันต่อมาเอเลน่าก็ได้ไปเรียนกับเธอทันที
"ก็ได้... ฉันจะเชื่อเธอแค่ครั้งนี้ไปก่อน" เฮเลนพูดรอดไรฟัน
"แต่ถ้าถึงสิ้นอาทิตย์นี้เรายังไม่ได้กลับเข้าตึก... เข็มกลัดทับทิมนั่นแหละที่จะเป็ของพวกเราแทน!"
เสียงฝีเท้าของทั้งสามแยกย้ายกันไป เอเลน่าค่อยๆ ลุกขึ้นยืนช้าๆ มุมปากยกยิ้มอย่างนึกสนุก แววตาสีแดงวาววับในเงามืด
'พยายามเข้าล่ะอเดล... สร้างความหวังให้เพื่อนรักของเธอมากๆ' เอเลน่าปัดฝุ่นที่กระโปรงเบาๆ 'เพราะเมื่อถึงเวลาที่ความหวังนั้นพังทลายลง... แรงแค้นที่พวกนั้นจะสะสางกันเอง มันคงจะหอมหวานน่าดูเลยทีเดียว'
