สำหรับผู้คนในยุคนี้ เฉินเฟิงนับว่าเป็ผู้ที่อยู่แถวหน้าของยุคสมัย มองย้อนกลับไปเขาคิดว่าในยุคทศวรรษ 90 นี้ สภาพแวดล้อมเป็สิ่งสำคัญอย่างยิ่ง หากคนคนหนึ่งถูกเลี้ยงดูและเติบโตมาในสภาพแวดล้อมแบบไหน คนผู้นั้นก็จะถูกหล่อหลอมออกมาตามสภาพแวดล้อมนั้นๆ ปัจจุบันนี้เฉินเฟิงประสบความสำเร็จเป็อย่างยิ่งในแวดวงการเงิน แต่ในงานเลี้ยงที่ผับแห่งหนึ่งกลับมีข่าวดังะเิว่ามีแฮกเกอร์บุกเข้าระบบรักษาความปลอดภัยของผับ แฮกเกอร์ได้ทำการแฮกเข้ากล้องวงจรปิดและขโมยสมบัติล้ำค่าประจำร้านไป นั่นคือสร้อยคอดวงดาวแห่งจักรวาล
นับั้แ่จิ้งเซี่ยงตกลงร่วมงานกับเฉินเฟิง เฉินเฟิงก็รีบจัดหาผู้บริจาคไขกระดูกให้น้องสาวของจิ้งเซี่ยงทันที โดยไม่ต้องให้จิ้งเซี่ยงเสียค่าใช้จ่ายแม้สตางค์เดียว เมื่อเห็นอาการน้องสาวตนค่อยๆ ดีขึ้น จิ้งเซี่ยงจึงไม่เคยคิดอย่างอื่นนอกจาก้าตอบแทนบุญคุณเฉินเฟิงด้วยทุกอย่างที่เขามี
แต่สิ่งเหล่านี้ยังไม่พอ เฉินเฟิงอาศัยจังหวะที่อินเทอร์เน็ตกำลังอยู่ใน่แพร่หลาย ต่อยอดความรู้ด้านการเขียนโปรแกรมจากชาติก่อน ออกแบบโปรแกรมเกมออนไลน์ต่างๆ ขึ้นมามากมาย ่เวลานี้เป็ยุคเริ่มต้นของวงการเกมในประเทศพอดี เกมจากนิยายแนวเทพเซียนหรือแนวฝึกตนต่อสู้ก็ถูกพัฒนาออกมาบ้างแล้ว เฉินเฟิงผู้มีอินเทอร์เน็ตอยู่แล้วจึงผสานมันเข้ากับเกมออนไลน์ แล้วดัดแปลงให้เป็เกมคอมที่เล่นได้เฉพาะบนพีซีเท่านั้น
ด้วยระดับการพึ่งพาคอมพิวเตอร์จากต่างประเทศของเศรษฐีในประเทศ เกมพีซีที่เฉินเฟิงพัฒนาขึ้นสามารถดาวน์โหลดลงคอมได้เลย ขอแค่มีลิขสิทธิ์การพัฒนาเกมเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม สิ่งเหล่านี้ก็ยังไม่เพียงพอ ในเมื่อมีคอมพิวเตอร์จากต่างชาติที่ทะลักเข้ามาในประเทศอย่างไม่ขาดสาย เราก็สามารถนำพวกมันมาเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและเริ่มฉายภาพยนตร์และรายการต่างๆ ได้ มีนักแสดงาุโหลายท่านที่มีฝีมือการแสดงดี แต่เพราะไม่มีเงื่อนไขเพียงพอสำหรับการออกอากาศ ทำให้พวกเขาไม่เป็ที่รู้จักและแทบไม่มีใครเข้าใจสถานการณ์ของพวกเขาได้
เฉินเฟิงเริ่มลงทุนในการดัดแปลงนิยายต่างๆ เป็ภาพยนตร์ กำกับและแสดงละครเกี่ยวกับาต่อต้านญี่ปุ่น นำเงินที่หามาได้ก่อนหน้านี้ไปลงทุนพัฒนาวงการบันเทิง เฉินเฟิงเข้าใจดีว่าภาพยนตร์เป็ผลผลิตของเทคโนโลยีสมัยใหม่และกิจกรรมทางธุรกิจ เป็การหลอมรวมระหว่างศิลปะกับพาณิชย์ การลงทุนในอุตสาหกรรมบันเทิงจะสามารถช่วยเขาเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมทางประวัติศาสตร์ไปสู่มวลชนได้ ทั้งยังช่วยเพิ่มยอดขายสินค้าได้อีกด้วย เรียกว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเลยทีเดียว
ต่อมา เฉินเฟิงเริ่มเปิดตัวชิวชิวออนไลน์ โดยใช้ระบบการลงข้อมูลข่าวสารสุดแสนทันสมัย ข่าวสารและการประกาศต่างๆ จะถูกแสดงบนชิวชิวทั้งหมด ขยายอาณาเขตการติดต่อสื่อสารระหว่างผู้คนให้กว้างขึ้น
ยิ่งไปกว่านั้น เขายังพัฒนาให้สั่งอาหารผ่านมือถือได้ บริการจัดส่งอย่างรวดเร็วและตรงจุด เท่านั้นยังไม่พอ เฉินเฟิงยังคงลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อย่างต่อเนื่อง
หลังจากเกิดการเคลื่อนไหวเล็กๆ น้อยๆ จากจินอวี่กรุ๊ป ผู้คนต่างพบว่าเครือบริษัททั้งหลายนั้นเหมาะที่จะเป็รัฐวิสาหกิจ พวกเขาจึงสนับสนุนให้ธุรกิจด้านการเงินของเฉินเฟิงกลายเป็รัฐวิสาหกิจ เพื่อขยายการค้าสู่ต่างประเทศ แสดงถึงความยิ่งใหญ่ของประเทศ
ภายหลังการคลี่คลายวิกฤติการเงินได้แล้ว ปัจจุบันแต่ละบริษัทกำลังอยู่ใน่ฟื้นตัว ในขณะที่ธุรกิจการเงินที่กำลังเฟื่องฟูยังคงเปล่งประกายไม่หยุด เฉินเฟิงอาศัยจังหวะที่บริษัทใหญ่ต่างๆ กำลังเสียเืเนื้อครั้งใหญ่เริ่มร่วมมือกับการค้าระหว่างประเทศไปแล้ว
โดยเริ่มจากบริษัทั์ใหญ่ในวงการอินเทอร์เน็ตแห่งหนึ่ง ระหว่างที่ทุกอย่างกำลังดำเนินไปอย่างราบรื่น พนักงานแกนหลักของแผนกอินเทอร์เน็ตกลับถูกบริษัทอื่นแย่งตัวไป เมื่อเฉินเฟิงต้องเผชิญกับโรงงานว่างเปล่าไร้งาน ใครๆ ต่างก็หยิบยื่นความร่วมมือจอมปลอมให้
ใครไหนเลยจะเรียกว่าความช่วยเหลือ เห็นอยู่ชัดๆ ว่าพวกเขาหวังจะให้เฉินเฟิงเอาเงินของโรงงานไปร่วมหุ้นต่างหาก แต่เฉินเฟิงไม่ท้อแม้แต่น้อย เขายอมรับคำเชิญงานเลี้ยงจากผู้ใหญ่หลายราย ทุกคนรอรับชมว่าเฉินเฟิงจะถูกตบหน้าอย่างไรบ้าง แต่เฉินเฟิงกลับเอาฝีมือระดับหัวกะทิออกมาโชว์ทำเอาทุกคนต้องอ้าปากค้างตาแทบถลน ที่แท้ก็คือตัวพวกเขาเองนั่นแหละที่เป็ฝ่ายโดนตบหน้าเข้าอย่างจัง
แต่เดิมคิดว่าเฉินเฟิงคงจะได้เป็ผู้นั่งเก้าอี้ CEO ของบริษัทั์ใหญ่ในวงการอินเทอร์เน็ตแบบมั่นคงแล้ว ไม่นึกเลยว่าคู่แข่งในตลาดนี้สองสามเ้านั้นจะทนเห็นเฉินเฟิงเจริญรุ่งเรืองไม่ได้ พวกเขาเลยร่วมมือกันลับหลัง ใช้กลโกงใต้ดินจนบริษัทใหญ่ของเฉินเฟิงเกือบล้มละลาย เฉินเฟิงจำต้องเจรจาขอความร่วมมือข้ามธุรกิจกับพ่อค้ารายใหญ่ภายนอก อาศัยความร่วมมือหลากหลายด้านจนก้าวขึ้นเป็กิจการธุรกิจที่ไม่อาจสั่นคลอนได้สำเร็จ
ในจังหวะที่เฉินเฟิงคิดว่าทุกอย่างกำลังลงตัวแล้ว เขากลับนึกขึ้นได้ถึงปัญหาใหญ่อย่างหนึ่ง นั่นก็คือมีอินเทอร์เน็ตแล้วจะมีประโยชน์อะไรถ้าไม่มีมือถือ แค่นี้ยังไม่พอ ดังนั้นสิ่งที่ต้องทำโดยด่วนที่สุดคือฉวยโอกาสนี้โปรโมตให้มือถือเป็ที่แพร่หลาย
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ข้อดีของจินจวนเป็ที่ทราบกันอย่างแพร่หลายแล้ว ตัวมันจึงเริ่มเป็ที่เล่าลือในหมู่เศรษฐี ทำให้เกิดเป็คำกล่าวที่ว่าของใหม่ย่อมมีราคาแพงเสมอ เฉินเฟิงจึง้าเผยแพร่การใช้งานจินจวนให้กว้างขวาง เขาจึงเริ่มนำเอาไปขายในชนบทในราคาถูก ทำให้เด็กที่ต้องอยู่ติดบ้านสามารถมีช่องทางติดต่อสื่อสารกับพ่อแม่ที่ไปทำงานต่างถิ่นได้ ค่อยๆ ทำลายคำกล่าวที่ว่าของใหม่ย่อมมีราคาแพงทีละเล็กทีละน้อย
ภายหลัง เฉินเฟิงเข้าซื้อหุ้นจำนวนมากที่อยู่ใน่ขาลงมานานต่อหน้าสายตาที่จับจ้องจากทุกทิศทาง ทำให้เหล่านักลงทุนพากันรังเกียจ จึงปรามาสเขาว่า ‘ถ้าอ่านกราฟไม่เป็ก็อย่ามาขายหน้าให้เราดูเลย ซื้ออะไรมั่วไปหมดแบบนั้น’ แม้ว่าเฉินเฟิงจะเผชิญหน้ากับคำเหยียดหยามจากนักลงทุนรายอื่นๆ แต่เขาก็ไม่แยแสต่อคำดูถูกพวกนั้น เขาเพียงยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย
เช้าวันถัดมาพอพวกนักลงทุนตื่นนอนก็รีบมาที่ตลาดหุ้นทันที พวกเขานั่งลงบนเก้าอี้จ้องดูราคาหุ้นที่ขยับขึ้นๆ ลงๆ เมื่อพวกเขาเห็นหุ้นที่เฉินเฟิงซื้อไปเมื่อวานมีราคาตกลงไปเรื่อยๆ ในใจก็รู้สึกโล่งอก โดยเฉพาะพวกที่พยายามจ้องจับผิดเฉินเฟิง บางหุ้นก็มีความขัดแย้งสวนทางกัน ทำให้มันรู้กันไปเลยว่าใครกันแน่ที่เป็นักลงทุนรุ่นพี่
อย่างไรก็ตาม หลังจากผ่านไปเพียงสองสามนาที เส้นสีแดงที่กำลังทรุดตัวลงนั้นก็เริ่มเปลี่ยนทิศทาง กลับถีบตัวขึ้น้าไปเสียอย่างนั้น ส่วนนักลงทุนที่ะโประณามเฉินเฟิงพวกนั้นมุมปากเริ่มสั่นเทา ขณะที่หุ้นสีฟ้าของตนที่กำลังทะยานขึ้นกลับร่วงลงอย่างเฉียบพลัน ความภูมิใจและความหยิ่งผยองเมื่อแรกเริ่มหายวับไป แทนที่ด้วยความกระวนกระวาย และความไม่สบายใจ เมื่อครู่เขายังคิดจะเยาะเย้ยเฉินเฟิงให้สนุกปาก แต่กลับเป็พวกเขาเองที่ต้องอับอายขายขี้หน้า ใบหน้าพลันเขียวคล้ำจนม่วงมัวไปหมด รีบยกเอาเสื้อมาคลุมหน้าตัวเอง
ในขณะที่เฉินเฟิงกำลังเมาหนักที่ผับและเกิดอยากเข้าห้องน้ำอยู่นั้นเอง เขาก็เจอคนแปลกหน้าใส่หมวกแก๊ปกับหน้ากากอนามัยที่ทางเดิน เฉินเฟิงที่อ่านข่าวใหญ่มาแล้วก็รู้ั้แ่แรกว่าวันนี้จะต้องมีเื่ใหญ่เกิดขึ้น เขาจึงยอมมางานเลี้ยงที่ผับซึ่งปกติเขาไม่เคยเข้าร่วมเลย คนที่รู้จักเฉินเฟิงดีต่างก็รู้กันว่าที่ไหนมีเขาที่นั่นก็ต้องมีเื่ใหญ่เกิดขึ้น
เฉินเฟิงวิ่งออกจากโรงแรมพร้อมกับแฮกเกอร์คนหนึ่งที่วิ่งตามหลังเขาไปในขณะที่ทุกคนยังไม่ทันตั้งตัว พวกเขาก็มาถึงทางแยกที่ไม่มีผู้คนด้วยความรวดเร็ว เฉินเฟิงหยุดวิ่งลงและหันหลังกลับไปเผชิญหน้ากับแฮกเกอร์คนนั้นที่วิ่งตามเขามาอย่างรวดเร็ว
ในเมื่อเฉินเฟิง้าขยับขยายธุรกิจในด้านเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต เขาก็จำเป็ต้องมีอุปกรณ์ที่สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ คิดแล้วอดถอนหายใจไม่ได้ การเกิดขึ้นของจินจวน เปลี่ยนแปลงประเทศไปมากทีเดียว
การที่คอมพิวเตอร์ค่อยๆ แพร่หลายเข้ามาในประเทศ ความอยากรู้อยากเห็นของประชาชนที่มีต่อคอมพิวเตอร์ก็ค่อยๆ เพิ่มสูงขึ้นด้วย การใช้งานพื้นฐานบางอย่างไม่อาจตอบสนองความ้าของเหล่าเศรษฐีได้อีกต่อไป ดังนั้นเฉินเฟิงจึงได้เริ่มพัฒนาเกมออนไลน์และวงการบันเทิง บทหนังแนวใหม่ๆ เริ่มทยอยปรากฏขึ้นต่อหน้าผู้กำกับและนักแสดงอย่างต่อเนื่อง ละครเก่าที่เคยเป็ตำนานทีละเื่สองเื่กลายเป็ตัวแทนในยุคสมัยใหม่เฉินเฟิง
เฉินเฟิงรู้ดีว่าถึงจะพัฒนาไปมากแค่ไหน แต่ถ้าเทคโนโลยีด้านสุขภาพโดยรวมของประชาชนยังต่ำเกินไป พวกเขาก็ไม่อาจเป็กำลังหลักของประเทศได้ หากอยากให้ประเทศเข้มแข็ง พวกเขาก็ต้องพึ่งพาตัวเองให้ได้ก่อน เฉินเฟิงจึงรับสมัครนักศึกษาแพทย์จบใหม่จากมหาวิทยาลัยชื่อดัง สนับสนุนนักวิทยาศาสตร์ให้คิดค้นสร้างสรรค์ พัฒนายารักษาโรคชนิดใหม่ที่มีสรรพคุณพิเศษออกมาได้
อย่างไรก็ตาม จู่ๆ ก็มีพวกโจรขโมยข้อมูลปรากฏตัวขึ้นในธุรกิจการเงินของเฉินเฟิงอย่างกะทันหัน โครงการที่ตั้งใจลงแรงพยายามมาตลอด กลับถูกคู่แข่งอย่างจินอวี่กรุ๊ปชิงเผยแพร่ออกไปก่อนหน้า โครงการนี้เมื่อถูกเปิดเผยออกไปก็ได้รับเสียงตกตะลึงและการสนับสนุนอย่างมากจากแวดวงการเงิน นี่เป็โครงการที่มีความก้าวหน้ามาก เรียกได้ว่าเป็ที่ตื่นตาตื่นใจผู้คนไม่น้อยเลย
เมื่อคนนอกเห็นว่าเฉินเฟิงแยกตัวออกไปหลังจากที่ผลงานของถูกขโมย พวกเขายิ่งเชื่อมั่นว่าครั้งนี้จินอวี่กรุ๊ปคงทำให้ธุรกิจการเงินของเฉินเฟิงล่มจมแน่ๆ แต่พอจินอวี่กรุ๊ปเทเงินก้อนโตให้ฝ่ายปฏิบัติงานเพื่อเริ่มโครงการนี้ กลับมีพนักงานรายงานกลับว่าโครงการนี้ดำเนินการไม่ได้ ค่าตอบแทนที่จินอวี่กรุ๊ปและบริษัทใหญ่ต่างๆ ร่วมกันจ่ายไว้นั้นก็พวกเขารับเอาไปหมดแล้ว แต่ตอนนี้กลับมาบอกว่าทำไม่ได้ นั่นก็แปลว่าจินอวี่กรุ๊ปเป็ผู้ผิดสัญญาและต้องแบกรับค่าปรับมหาศาล เมื่อเป็เช่นนี้จินอวี่กรุ๊ปจึงเผชิญกับความเสี่ยงที่จะล้มละลาย
แท้จริงแล้ว เฉินเฟิงรู้อยู่แก่ใจมาตลอดว่าโครงการนี้มีปัญหาั้แ่ต้น เพียงแต่เขายังไม่ทันได้แก้ไขก็ถูกคนอื่นขโมยไปซะก่อน แบบนี้ก็เท่ากับว่าชนะคู่แข่งไปโดยไม่ต้องลงมือ เฉินเฟิงทนไม่ไหวแยกตัวออกไปเหรอ? ลองกลับมาคิดทบทวนดูก็ยังรู้สึกติดขัดใจอะไรบางอย่าง ทำไมเฉินเฟิงถึงไม่มีปฏิกิริยาใดๆ เลย หรือว่าเขารู้อยู่แล้วว่าโครงการนี้มีปัญหา?
