เมื่อวานหลังจากกลับมาก็ปลอบเพื่อน ๆ อยู่นานพอสมควร และก็ฝึกฝนการแทงหอก เขารู้สึกว่ามันค่อนข้างนิ่งขึ้นในการแทงแต่ละครั้ง เมื่อฝึกฝนเสร็จ ก็อาบน้ำ กินข้าว แล้วนอนหลับ
วันนี้ไทนี่มาปลุกเขาตอนทำกับข้าวเสร็จแล้ว บิลโบ้ก็วิ่งไปเอาขนมปังที่กองรักษาการณ์แล้วเรียบร้อย ตัวเขามีหน้าที่แค่ตื่นมาล้างหน้าล้างตา กินข้าว แล้วก็ทำหน้าที่ที่ทำในแต่ละวัน วันนี้ในตอนแรก เด็กชายตั้งใจจะคุยเื่พริกไทยแห้งกับทางกิลด์ แต่คิดไปคิดมาดึงเวลาไว้ดีกว่า เดี๋ยวโรนัลด์ต้องไปประชุมที่คฤหาสน์เ้าเมืองอยู่แล้ว ก็คงจะได้กินในสักวัน และคงต้องสอบถามทางคฤหาสน์แน่นอน แล้วทางกิลด์ก็จะเรียกตัวเขาไป ซึ่งในตอนนั้นเอง ก็จะเป็ตัวเขาเองที่มีภาษีที่ดีกว่า
วันนี้แนชจึงตัดสินใจจะสอบถามเื่เวทมนตร์กาลเวลากับอาจารย์ของเขาเสียหน่อย จะได้สร้างพวกของหมักของดองได้อย่างรวดเร็ว
รับเงินและเกลือเสร็จแล้วก็เดินออกมา ในขณะที่เดินออกมาจากคฤหาสน์เ้าเมือง แนชนึกไปเรื่อย ๆ ถึงเื่การทำน้ำปลา และการทำซีอิ๊ว เรื่อยมาจนกระทั่งถึงกิลด์การค้า
" สวัสดีพี่เบียทริกซ์ " แนชยิ้มและเอ่ยทัก
" อื้ม " เธอยิ้มและตอบกลับ และยื่นใบสั่งซื้อให้เด็กชาย " เมื่อวานขอบคุณนะ และก็เสียใจด้วยกับเหตุการณ์เมื่อวาน "
" ขอบคุณครับ " แนชยิ้มแห้ง ๆ ให้เธอ ไอเสียใจพอเข้าใจได้ แต่ขอบคุณเื่อะไรหว่า อย่าบอกนะเธอจะรู้ แต่คงไม่มั้ง เขาไม่ได้ร่ายเวทย์ด้วยซ้ำ
แนชเขียนเสร็จก็เดินไปหาเอพริล
" สวัสดีครับพี่เอพริล " แนชทักทายและยื่นใบสั่งซื้อของเมื่อวานและของวันนี้ที่ไปรับมาจากเบียทริกซ์ยื่นให้เธอ พร้อมกับสั่งซื้อของตามปกติเฉกเช่นทุกวัน
เอพริลก็ได้กล่าวแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์เมื่อวานเช่นกัน
ในระหว่างที่จะคิดเงิน แนชสังเกตุมานานแล้วว่าเวลาคิดเงินเหมือนว่าพนักงานทุกคนจะก้มทำอะไรสักอย่าง
" พี่ก้มทำอะไรหรอครับกดเครื่องคิดเลขหรอครับ " แนชถามขึ้น
" มันคืออะไรล่ะ เ้าเครื่องคิดเลข ? " เอพริลเงยหน้ามาถาม " พี่แค่เขียนว่าเ้าสั่งอะไรราคาเท่าไร่แค่นั้น จะได้คิดราคาได้ " เธอตอบ
" ไม่มีเครื่องอะไรที่ใช้คิดเลขหรอครับ ? " แนชถาม
" เครื่องมือไม่มีนะ คิดเอาในหัวจ้ะ " เอพริลตอบ
" ลำบากแย่เลย " แนชบอกเธอ
เอพริลยิ้มให้เด็กชายแล้วนำสินค้าส่งให้เด็กชาย แนชก็เอาของเขาช่องเก็บของแล้วขอตัวลาออกมา แล้ววิ่งไปหอคอยเวทมนตร์ทันที
เมื่อมาถึงแนชก็กล่าวคำทักทายผู้หลักผู้ใหญ่ทั้ง 2 แล้วนำอาหารออกมาวางไว้
" ไอเด็กนี่ ถ้าไม่ได้อยู่เมืองนี้ นี่น่าจะโดนลักพาตัวไปนานแล้วนะ " โซวิโลมองแนชที่เอาอาหารออกมาจากเวทย์ช่องเก็บของ
" หืม ทำไมอะครับ ผมหน้าตาดีหรอ ? " แนชถาม " ลุงตาแหลมนะนี่ "
" หน้าตาเอ็งมันทุเรศจนอยากเอาไปทำอาหารให้หมูกิน " โซวิโลพูดขึ้นแบบเซ็ง ๆ
" โถ่ว ไม่ชมกันเลย " แนชบ่น
" เ้าเล่นเอาของใส่มิติเก็บของแบบนี้โต้ง ๆ เลยเวลาซื้อของที่กิลด์การค้า เหมือนเชื้อเชิญให้ไอพวกลักพาตัวว่า ให้มาลักพาตัวข้าได้เลยนะ ข้าเป็เด็กกำพร้าและข้าก็ใช้เวทย์ช่องเก็บของได้ด้วยนะ " โซวิโลพูดล้อเลียน
" หืม ลุงรู้ได้ไงล่ะ ? " แนชสงสัย
" จะรู้ได้อย่างไรมันเื่ของข้าโว้ย แต่หัดระวังไว้บ้าง ก็ดีนะ ถึงจะอยู่ที่นี่ ก็ไม่แน่เสมอไปเว้ย " โซวิโลแหกปาก
" อืม เป็เช่นนั้นแหละศิษย์ตัวน้อย ระมัดระวังตัวไว้ก็ดี ละเอียดรอบคอบเช่นไหนก็จะกลายเป็เกราะป้องกันตัวของเ้าที่ดีเช่นนั้น " กาบรินัสกล่าว
" ค้าบ ขอโทษค้าบ " แนชพูดเสียงอ่อย
" ไอเื่นี้ มันไม่ทันแล้วล่ะ ถ้าโซวิโลรู้ได้ คนอื่น ๆ ก็ย่อมต้องรู้ได้เช่นกัน แต่เื่อื่น ๆ หลังจากนี้ อาจารย์อยากให้เ้าคิดให้ละเอียดถี่ถ้วนมากกว่านี้ " กาบรินัสพูดขึ้น " เอาละ กินอาหารดีกว่า "
แนชก็จัดแจงวางให้ เขาเห็นอาจารย์ดีดนิ้ว ก็กำลังเอ่ยปากถามขึ้น
" หลักการเดียวกันกับการวาร์ปหรือเทเลพอร์ต " กาบรินัสเอ่ยขึ้น
" อาจารย์รู้ได้ไง ว่าผมจะถามอะไร ? " แนชถามด้วยความสงสัย
" ถ้าเ้ามีชีวิตอยู่ยาวนาน เ้าก็จะรู้ได้เอง โฮ่ โฮ่ " กาบรินัสหัวเราะ
" ลองทำมั่งดีกว่า " แนชพูดแล้วเดินไปนั่งข้าง ๆ อาจารย์ " เอาอะไรดีนะ " เด็กชายนึกในใจ พลันนึกขึ้นได้ " อืม ๆ เอามาโผล่บนพื้นตรงนี้ดีกว่า " บนโต๊ะดูจะไม่เหมาะ
ตึงงง !! เสียงของหนักกระแทกพื้น
" เห้ย !! " เสียงผู้าุโทั้ง 2 แหกปากขึ้นจากการใ
" แหะ ๆ ขอโทษครับ " แนชขอโทษเมื่อเห็นผู้าุโทั้งคู่หันมาจ้องมองด้วยสายตาเหมือนจะกินเืกินเนื้อ
แนชเอาหินแกะสลักที่ตนเองแกะสลักไว้ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าเคลื่อนย้ายมาที่นี่ เขาจะเอามาเก็บลายละเอียดในขณะรออาจารย์ของเขากินอาหารเสร็จ
" เ้าเอาอะไรมา ไปขโมยรูปปั้นใครมาอีกละที่นี้ ไอตัวป่วนนี่ " โซวิโลถามขึ้น " ดูมัน คิดจะทำก็ทำได้เลย "
" ขโมยอะไรที่ไหนล่ะลุง นี่ผมทำการแกะสลักเองกับมือ " แนชพูดแบบงอล ๆ
" เ้าสร้างอะไร ๆ จากดินได้ไม่ใช่หรือไง ทำไมที่นี้ดันลงทุนแกะสลักเอง " โซวิโลถามในขณะที่มองผลงานแกะสลักชิ้นนี้
" ลุงนี่ ไม่อาร์ทเลย ศิลปินต้องสร้างศิลปะขึ้นจากความรู้สึกและจิติญญาซิครับ เหมือนลุงอะ เวลาตีดาบก็ใส่หัวใจและจิติญญาลงไปด้วยนี่ครับ เลยทำให้ดาบของลุง คนอื่น ๆ เขาถึงเรียกว่าศิลปะไงเพราะมันต่างจากช่างตีดาบคนอื่นที่จะตีแต่ดาบ ๆ จิ จิ อะไรกันเนี่ย ไม่รู้อะไรเสียเลย " แนชพูดขึ้นพลางหลับตาและทำท่าทางอย่างผู้ทรงภูมิ
โป้ก !!
" โอ้ยย !! ลุงเขกหัวผมทำไมเนี่ย " แนชบ่นพร้อมกับเอามือจับหัวตนเอง
" ข้าหมั่นไส้ ศิลปินผู้ยิ่งใหญ่ " โซวิโลพูดขึ้น
" โด่วว อาจารย์ก็ไม่ช่วยผมเลย นั่งยิ้มอยู่ได้ " แนชบ่น
" อาจารย์ก็หมั่นไส้ โฮ่ โฮ่ " กาบรินัสหัวเราะท่าทางของเด็กน้อย
" ง่ะ ไม่สนใจแล้ว ผมแกะสลักต่อดีกว่า " แนชหันกลับไปสนใจงานของตนเองต่อ
" เ้าแกะสลักท่านแม็กน่าใช่หรือไม่ ? เหมือนพอสมควรเลยนะ " กาบรินัสถาม
" ใช่แล้วครับ " แนชนึกถึงผู้มีพระคุณของเขาคนแรกในโลกนี้ " ผมว่าจะแกะเอาไว้อธิฐานตอนเช้า ๆ กับก่อนนอน นะครับ " เด็กชายตอบ
" เคยไปโบสถ์ของเขามาแล้วหรือ ? " กาบรินัสถามขึ้น
" ยังเลยครับ ผมยังไม่รู้เลยว่าอยู่ตรงไหนในเมือง " ปากตอบ แต่มือก็ขยับด้วยเช่นกัน
" แล้วทำไมถึงแกะสลักออกมาได้ถึงขนาดนี้ล่ะ แม้ท่าทางจะคนละท่าทาง แต่รายละเอียดที่เหลือคือแทบจะเหมือนกันเลย " กาบรินัสลูบเครา
" แถมมีรายละเอียดเป็เคราทำให้ดูว่าเป็ผู้ที่มีอายุแล้วด้วย " โซวิโลพูดสมทบ
ผมเคยคุยกับเขาครับ จะบ้าหรือไงใครจะพูด " เอิ่ม ผมเคยเห็นของคนในหมู่บ้านนะครับ แต่ของเขาเป็ไม้แกะสลักไม้ใหญ่มาก ผมเลยเดารายละเอียดเอาครับ ไม่คิดว่าจะเหมือนกับที่โบสถ์เลยนะนี่ แหะ แหะ " เวรละ ลืมไปคุยกับคนฉลาด
" เอ็งนี่มีฝีมือนะเนี่ย พร์ของเอ็งเกี่ยวกับศิลปะด้วยรึ ? " โซวิโลเอ่ยขึ้น
" ผมจะไปรู้ได้ไงเล่า แต่พวกนักบวชเขารู้ได้ไงว่า ท่านแม็กน่ารูปร่างลักษณะเป็ยังไงครับ " แนชถามทั้งคู่
" มีเื่เล่าต่อ ๆ กันมาว่าในอดีตเมื่อนานมาแล้ว เหล่าผู้ที่มีความสามารถในการใช้เวทย์ศักดิ์สิทธิ์ จะฝันเห็นแสงสีขาวนวลสว่างจ้าที่มีรูปร่างและลักษณะก็เป็ดั่งที่เห็นในทุกวันนี้ ยืนทำท่าอำนวยพรให้พวกเขาอยู่ หลังจากตื่นมาก็ได้คุยกันและพบว่าทุกคนฝันคล้าย ๆ กัน "
" อ่อ โปรโมตตัวเอง แล้วหลังจากนั้นก็ให้ดาวน์ไลน์ตัวเองโปรโมตให้ " แนชคิดในใจ
" พวกเขาจึงจ้างนักแกะสลักมาสร้างรูปแกะสลักถึงตัวตนที่พวกเขาฝันถึง ไว้ในสถานที่พบปะของผู้ใช้เวทมนตร์ธาตุแสง และตั้งชื่อว่าท่านแม็กน่า รูปปั้นนั้นสูงใหญ่มากทีเดียวเชียว " กาบรินัสอธิบาย
" สงสัยไม่อินกับชื่อนี้ " เด็กชายคิดในใจ
" โห เื่นี้ผ่านมานานมากแค่ไหนแล้วครับ " แนชถามขึ้น
" เป็ 1000 ปีแล้ว " กาบรินัสบอก
" นานแท้เหลา " แนชพึมพัม " แล้วตอนนี้รูปปั้นนั้นยังอยู่ไหมครับ ? " เด็กชายถามขึ้น
" ยังอยู่ที่อารามหลวง ในนครศักดิ์สิทธิ์ " กาบรินัสตอบ
" เอ่อ นครศักดิ์สิทธิ์อยู่ตรงไหนครับ " แนชถามขึ้นอีก
" ฮ่า ฮ่า ฮ่า ไอเด็กนี่ ขี้สงสัยจริง ๆ ได้ถามทีไร ถามไม่หยุด " โซวิโลพูดขึ้น " เอ็งโตไปเป็คนยอดเยี่ยมแน่นอน ขี้สงสัยเหมือนคนแคระ "
" แต่ไม่น่ารำคาญเท่าเ้านะ " กาบรินัสพูดขึ้น
" ไอเด็กนี่ไม่น่ารำคาญตรงไหน สำหรับข้า ถ้ามันเอ่ยร้องขออะไรที ข้าอยากจะเอาค้อนทุบมันเสียจริง " โซวิโลพูดขึ้น
" อยู่ติดตรงทิศเหนือของเมืองหลวงเลย เรียกว่าเป็เมืองอีกเมืองที่ติดเมืองหลวงเลย เป็เมืองของเหล่านักบวชและผู้ใช้เวทมนตร์ธาตุศักดิ์สิทธิ์ " กาบรินัสพูดต่อโดยไม่สนใจสหายของตน
" เป็ที่ ๆ ไร้สีสันจริง ๆ แค่คิดก็น่าเบื่อแล้ว " โซวิโลพูด
" อืม แค่คิดก็สว่างจนแสบตาแล้ว " เด็กชายนึกถึงภาพเมืองที่มีแต่โบสถ์ ตึก สถาปัตยกรรม ที่ทุกสิ่งทุกอย่างเป็สีขาว
