อาคารเสินหวังที่สองเริ่มต้นก่อสร้างอย่างเป็ทางการ ลูกน้องของหวังเค่อทั้งหมดมีประสบการณ์มาแล้ว ดังนั้นแห่งที่สองยิ่งคุ้นเคย
ภายใต้อานุภาพกระบี่บินของจางเจิ้งเต้าที่เหาะผ่านสิบหมื่นมหาบรรพต
คนของตระกูลหวังในเจ็ดสิบสองเมืองเซียนต่างรับทราบข่าวจากหวังเค่อ
คนงานอพยพเริ่มต้นออกเดินทางอีกครั้ง
โรงงานผลิตวัสดุอุปกรณ์ทั้งหลายในเจ็ดสิบสองเมืองต่างก็เริ่มเร่งกำลังการผลิตเต็มสูบ
ผลิตสิ่งของอุปกรณ์สารพัดเพื่ออาคารเสินหวังทั้งกลางวันกลางคืน
เดือนต่อมา ทั้งหิน ทราย ปูน เหล็ก
รวมทั้งวัสดุก่อสร้างสารพันก่อกองตั้งตระหง่านกลางจัตุรัสชุมนุมประตูั
ทุกคนในเมืองหลงเซียนต่างต้องเบิกตาค้าง
แม้ชาวเมืองจะมีคำวิพากษ์วิจารณ์อัดอก
แต่หวังเค่อเสนอหน้าออกมาแจ้งเื่ราวล่วงหน้า ทั้งยังมีเงินค่าเวนคืนที่ดิน
รวมกับข้ออ้างที่ว่าจะสร้างอาคารเพื่อส่งเสริมการออกกำลังกายแก่ชาวเมือง
ชาวบ้านหลงเซียนไหนเลยจะมีการประท้วง ที่สำคัญกว่าคือไม่มีปัญญาประท้วงได้
เนื่องเพราะบรรดาพรรคสำนักเซียนทั้งหลายล้วนประกาศไว้
แล้วใครหน้าไหนจะกล้าก่อเื่?
เถี่ยหลิวหยุน จ้าวซื่อ
รวมทั้งคนอื่นต่างก็ช่วยกันวิ่งเต้นรอบใหญ่ สำนักเซียนต่างๆ ไม่มีใครชื่นชอบไอเดียอาคารใหม่นี้นัก
แต่สุดท้ายด้วยการเอาหนังหน้าไว้เป็เดิมพัน พวกมันไม่มีใครโผล่ออกมาหาเื่
ตูมมม!
แผ่นดินถูกปรับเรียบ ถมสร้าง
เทคอนกรีตทับ สร้างที่พักคนงาน ทั้งหมดทั้งมวล
ล้วนก่อร่างสร้างขึ้นท่ามกลางเสียงอึกทึกครึกโครม
นอกเมืองหลงเซียนตอนนี้ โม่ซันซันยืนอยู่บนยอดเขา
มองดูคนงานก่อสร้างที่ขยันขันแข็งกลางจัตุรัสชุมุนมประตูัจากที่ไกล
ใบหน้าสั่นกระตุกเป็ระยะ
“ข้าตาฝาดหรือไง? นั่นมันที่จัดงานชุมนุมประตูัใช่มั้ย?” โม่ซันซันเอ่ยสีหน้าพิกล
“ใช่ ใช่แล้ว
ผู้น้อยเคยจะแอบเข้าไปสืบความดู ปรากฏว่าถูกหัวหน้าคนงานห้ามปรามไว้
บอกว่าพวกใบอนุญาตก่อสร้างทั้งหลายแปะไว้ทางด้านนอกทั้งหมด ให้ไปดูที่ตรงนั้น!
มีทั้งสัญญาซื้อขายที่ดินและใบอนุญาตก่อสร้างอย่างถูกต้อง หลักฐานแ่า!
พวกมันไม่ให้ข้าเข้าไปดูข้างในด้วยซ้ำ!” ลูกน้องรายงาน
“ผายลม
ใครบังอาจออกใบอนุญาตให้พวกมัน? ยังมี
ที่ดินของมันไปซื้อจากใครมา กว้านซื้อได้ขนาดนี้?” โม่ซันซันโกรธา
“ข้าไปอ่านสัญญาซื้อขายมาแล้ว
ทั้งหมดถูกซื้อจากตระกูลใหญ่ในเมืองหลงเซียน
เ้าของทั้งหมดล้วนลงนามประทับตรายืนยัน!” ลูกน้องของมันกล่าวรายงาน
“พื้นที่จัดงานชุมนุมประตูัไม่ใช่ของพวกมันด้วยซ้ำ
ลงนามประทับตราผายลมอันใด? แล้วมันไม่รู้หรือว่าที่ตรงนี้คืออะไร?
นี่มันสถานที่จัดงานชุมนุมประตูันะ! ทุกครั้งที่จัดงานจะมีการปะทะของธรรมะอธรรม
าเ็ล้มตายมหาศาล นี่มันสนามรบชัดๆ!
นอกจากเป็สถานที่ในการเลือกรับศิษย์เข้าสำนัก ยังเป็สถานที่ให้เหล่าธรรมะและอธรรมมาฉีกเนื้อเข่นฆ่ากันแต่โบราณ!
มัน มันสร้างอาคารตรงกลางสนามรบ? มันคิดอะไรอยู่?” โม่ซันซันมองด้วยสายตาพิศวง
นี่ไม่ต่างจากระหว่างสองกองทัพคุมเชิงกันอยู่
ขณะกำลังจะเข้าประจัญบาน ดันมีคนแล่นไปหว่างกลางเพื่อสร้างร้าน? เปิดร้านค้าขาย? นี่ สมองลัดวงจรหรือไง?
“ผู้น้อย ผู้น้อยไม่ทราบ!”
ลูกน้องของมันตอบเสียงพิกล
“ไม่มีใครสร้างปัญหาให้มันเลยหรือ?”
โม่ซันซันสูดลมหายใจลึก
“ไม่มี!” ลูกน้องตอบ
โม่ซันซันกุมหัว บ้าเอ๊ย
ชุมนุมประตูั มหาศึกธรรมะและอธรรม เื่ราวถึงเืถึงเนื้อ
มาโดนหวังเค่อปั่นกลายเป็งานสังสรรค์เริงร่า ฟ้าดินเบิกบานอะไรกันเนี่ย?
“ตึกที่สร้างสูงกี่ชั้น?”
โม่ซันซันถาม
“ข้าไปดูใบอนุญาตก่อสร้างที่แขวนอยู่ข้างนอกมาแล้ว
มันบอกว่าจะสร้างสูงสามสิบชั้น
ลักษณะเหมือนอาคารเสินหวังในเมืองหลางเซียนไม่ผิดเพี้ยน!” ลูกน้องให้คำตอบ
เปลือกตาโม่ซันสั่นกระตุกพลิ้ว
“สามสิบชั้น? กลางเมืองหลงเซียนจัตุรัสประตูั?
นี่มิใช่ว่าที่เตรียมการเอาไว้ต้องเสียหายหมดหรือ?”
“หือ?” ลูกน้องของมันต้องครางเสียงถาม
“เอาเถอะ เ้าไปได้
ข้าจะจัดการเอง!” โม่ซันซันเอ่ยเสียงหนัก
“ขอรับ!”
ลูกน้องล่าถอยไปอย่างเคารพ
งานก่อสร้างผ่านไปหนึ่งเดือน!
อาคารเสินหวังที่ดำเนินการก่อสร้างตระหง่านขึ้นเป็อาคารห้าชั้นแล้วในตอนนี้
หวังเค่อมาคอยดูแลการก่อสร้างสม่ำเสมอ วันนี้จางเจิ้งเต้าเองจู่ๆ ก็นึกอยากมาด้วย
“โอย หวังเค่อ
่นี้ข้าวิ่งเต้นไปมาจนเหนื่อยสายตัวแทบขาดแล้ว!” จางเจิ้งเต้าโอดครวญ
“มีเงินให้ถือยังจะบ่นว่าเหนื่อยแทบตายอีก?”
หวังเค่อถลึงตา
“เอาที่ไหนมาไม่เหนื่อย?
ต้องวิ่งไปมาระหว่างเมืองเซียน แถมยังต้องขนของของแต่ละที่อีก!”
จางเจิ้งเต้าเอ่ยอย่างขุ่นเคือง
“เ้าขนผายลมอันใด
วัสดุพื้นฐานทั้งหมดเราส่งให้กับธุรกิจหลอมสกัดในเมืองหลงเซียนรับผิดชอบขนส่ง
ของประดับตกแต่งทั้งหลายก็ยังไม่ถึงเวลาใช้ โรงงานหลอมสกัดตามหัวเมืองเซียนต่างๆ
ก็เป็คนรับผิดชอบขนส่งมาเองทั้งนั้น ของที่เ้าขนมีแต่ของกระจุกกระจิก
ยังกล้าป่าวประกาศว่าเหนื่อยสายตัวแทบขาดหรือ?” หวังเค่อเหยียด
“ถึงตอนนี้ข้ายังไม่หายเหนื่อยเลยด้วยซ้ำ
เื่จริงนะ!” จางเจิ้งเต้ายืนกราน
“พอแล้วๆ เลิกพล่าม
มีใครเหน็ดเหนื่อยเท่าเ้าบ้าง? เ้าเหน็ดเหนื่อยลงแรง
เงินในมือยิ่งมาก! ตอนนี้ที่สำคัญที่สุดคือให้พวกที่ซื้อประกันข้าหลบออกจากเมืองหลงเซียนไปให้ไวที่สุด
ห้ามตาย ไม่งั้นเราเสียเงินไม่น้อยแน่!” หวังเค่อเอ่ยเสียงหนัก
“ข้าบอกพวกมันไปแล้ว!”
“ยังไม่พอ
เ้าแค่ไปบอกพวกมันยังไม่พอ ต้องขู่พวกมันด้วย! เ้าไปหาพวกมัน ชวนกันไปสังสรรค์
แล้วก็คอยกรอกหูพวกมันไว้ว่ามารร้ายคร่ากุมคนน่าหวาดหวั่นขนาดไหน
เล่าเื่น่ากลัวๆ ของพวกมารจับคนที่แต่งเองไปบ้าง! ไม่งั้น ถ้าพวกมันตาย
ข้าจะหักเงินจากค่าคอมของเ้าด้วย!” หวังเค่อคาดโทษ
“อะไรนะ? หักค่าคอมข้า? ฝันไปเถอะ!”
จางเจิ้งเต้าตะครุบกระเป๋าตัวเองทันควัน
“งั้นเ้าก็ไปขู่พวกมันซะ”
หวังเค่อถลึงตา
“วางใจเถอะ ข้าจะไปพรุ่งนี้!
แต่นี่เ้าคิดอะไรอยู่? กล้าสร้างอาคารหลังที่สองกลางจัตุรัสชุมนุมประตูั?
ข้าไปข่าวมาว่าพวกศิษย์ฝ่ายธรรมะทางหนึ่งไว้หน้าเถี่ยหลิวหยุน
ไม่มากวนใจเ้า แต่อีกทางพวกมันกำลังรอหัวเราะเยาะเ้าอยู่!” จางเจิ้งเต้าเอ่ย
“รอหัวเราะข้า?” หวังเค่อชะงัก
“ใช่ พวกมันว่า
พวกมันว่างานชุมนุมประตูัคือสถานที่เปิดศึกของธรรมะและอธรรม
เ้าทะลึ่งมาสร้างตึกตรงกลาง พวกมันตะลุมบอนทีไรตึกเ้าก็พังทีนั้น!
ถึงตอนนั้นตึกหลังนี้ไม่ใช่สร้างมาเปล่าประโยชน์หรือ? พวกมันรอดูตึกเ้าถล่ม
รอหัวเราะเยาะเ้า!” จางเจิ้งเต้าอธิบาย
“นั่นยิ่งดี!” หวังเค่อเอ่ยเหนือคาดหมาย
“ดี? สมองเ้าพังไปแล้วหรือไง?
เ้าหมายความว่าต่อให้พวกมันพังตึกเ้าทิ้งก็ไม่เป็ไร?” จางเจิ้งเต้าเอ่ยอย่างคาดไม่ถึง
“แน่นอน
ใครก็ตามที่ทำความเสียหายแก่อาคาร ข้าจะเรียกเงินชดใช้จากพวกมันเอง! ถึงสมองจะพัง
แต่ทำลายข้าวของคนอื่นมีหรือจะไม่ต้องจ่ายเงิน ไปพูดแบบนี้ที่ไหนก็ไม่มีใครเชื่อ!”
หวังเค่อถลึงตาใส่จางเจิ้งเต้า
จางเจิ้งเต้านิ่งค้างไปเนิ่นนาน
จากนั้น คนพลันเบิกตากว้าง “ซี๊ดดดด นี่เ้าตั้งใจ?”
“หืม?”
“เ้าจงใจสร้างอาคารไว้ตรงนี้เพื่อล่อคนมาลงมือ
จากนั้นเ้าก็จะได้ขูดรีดค่าเสียหายจากพวกมัน? เพิ่มรายได้เป็สองเท่าจากการสร้างตึก?
แบบนี้เ้าไม่เพียงไม่เสียเงิน แต่ยังจะทำเงินได้มหาศาล?” จางเจิ้งเต้าอุทาน
หวังเค่อปรายตามองจางเจิ้งเต้า
“สองเท่า? อาคารของข้าด้อยค่าขนาดนั้น?”
“เอ๋ สองเท่าไม่พอ? งั้นสิบเท่า?” จางเจิ้งเต้ามองดูหวังเค่อว่าจะผงกศีรษะมั้ย
นี่ นี่มันชั่วร้ายไปหน่อยมั้ย?
“เพิ่มศูนย์ไปอีกตัว
และนี่ก็แค่การเริ่มต้นเท่านั้น! เมื่อถึงเวลา ข้าบอกเท่าไหร่ พวกมันก็ต้องจ่ายเท่านั้น?
ถ้าศิษย์ฝ่ายธรรมะก่อเื่ ข้าก็จะไปหาอาจารย์มาเป็ผู้ตัดสิน
ถ้าเป็ศิษย์ฝ่ายอธรรม งั้นจะหาคนไปเชิญเนี่ย…เอ๊ย ช่างเถอะ
นี่ข้ามาพล่ามอะไรให้เ้าฟังเนี่ย!” หวังเค่อพลันรู้ตัว ไม่พูดอีก
“งั้น นี่ก็หมายความว่า
อาคารนี้ที่เ้าสร้าง สร้างมาเพื่อตบทรัพย์!
ไม่เกี่ยวกับประกันอุบัติเหตุแม้แต่น้อย! ตบทรัพย์แบบนี้โกยเงินเป็กอบเป็กำแน่!”
จางเจิ้งเต้าตาโต
จางเจิ้งเต้ารู้ดีว่าหวังเค่อรู้จักหาเงิน
แต่ ไม่คิดว่าหนทางหาเงินของมันจะล้ำลึกกว้างขวางปานนี้
“พอแล้วๆ ไปทำงานของเ้าซะ!”
หวังเค่อกระตุ้น
ขณะที่หวังเค่อกำลังจะเริ่มตรวจสอบการก่อสร้างต่อ
ศิษย์ตระกูลหวังคนหนึ่งก็วิ่งมา
“ท่านประมุข
กลุ่มคนชุดดำกำลังมุ่งมาทางด้านนี้ ขัดขวางการก่อสร้างอาคารของเรา
ทั้งยังทำร้ายคนงานบางส่วน!” ศิษย์ตระกูลหวังรายงานอย่างลนลาน
“มาหาเื่? กลุ่มคนชุดดำ?” จางเจิ้งเต้าผงะ
หวังเค่อหรี่ตา
“ฝั่งคนเมืองหลงเซียนกับพวกฝ่ายธรรมะพวกเราที่จริงไปทักทายมาก่อนแล้ว
ถ้ามีคนมาหาเื่อีก ก็น่าจะพวกลัทธิมาร?”
“ลัทธิมาร?” จางเจิ้งเต้าใบหน้าเคร่งขรึม
“ไป ไปดูกัน!”
หวังเค่อเอ่ยเสียงหนักแน่น
หวังเค่อก้าวเดินออกไป
ส่วนจางเจิ้งเต้าหดหัวไปทางด้านข้าง ล้อกันเล่นน่า พวกลัทธิมารมาหาเื่
ข้าจะเสนอหน้าทำไม หากเกิดอันตรายอะไร ข้าค่อยไปตามฝ่ายธรรมะมาช่วย
หวังเค่อเดินไปทางด้านหนึ่งของไซต์ก่อสร้าง
ตอนนี้เอง บรรดาคนชุดดำพวกนั้นก็มาถึงพอดี
กลุ่มคนชุดดำเมืองหลงเซียนยิ่งมายิ่งมากกำลังรวมตัวที่นี่
“หยุด หยุด
ใครใช้ให้เ้ามาสร้างตึกแถวนี้? อยากตายหรือ?” เสียงเ็าเสียงหนึ่งดังขึ้น
พรึ่บ!
บุรุษชุดดำเสียงเย็นยะเยียบะเิพลังปราณทรงพลัง
ทันใดนั้น กลุ่มคนงานก่อสร้างต้องแตกตื่นจนล่าถอยติดต่อกัน
“เซียนดวงธาตุทองคำ?” หนึ่งในคนงานที่ล้มลงอุทานออกมา
หวังเค่อสืบเท้าไปด้านหน้า
พยุงคนงานลุกขึ้น ตบบ่าของมัน “ไม่เป็ไร ข้าจัดการเอง พวกเ้าไปพักก่อน!”
“ประมุขหวัง? ตกลงๆ ข้ามาจากเมืองจูเซียน ข้าเชื่อประมุขหวัง”
คนงานก้าวหลบไปทางด้านข้าง อกสั่นขวัญแขวน
หวังเค่อก้าวออกไปด้านหน้า
ลูกน้องของหวังเค่อรีบยกเก้าอี้มาทันที
จากนั้นเคลียร์พื้นที่ ให้คนงานรอบๆ ถอยออกไปไกล
กลุ่มคนชุดดำยิ่งมายิ่งมาก
พวกมันพร้อมหาเื่ ส่งผลให้จัตุรัสชุมนุมประตูัที่สะดุดตาอยู่แล้ว
ตอนนี้ดึงดูดสายตาจากคนทั่วทุกทิศ
เถี่ยหลิวหยุนและจ้าวซื่อที่ไกลออกไปเองก็ได้ข่าว
สีหน้าพวกมันแปรเปลี่ยน รีบออกไปทันที
“ศิษย์ลัทธิมาร? แน่นอน พี่หวังถูกพวกมันระแวงสงสัยในฐานะ พวกเราสมควรไปช่วยพี่หวังหรือไม่?”
จ้าวซื่อหารือ
“ไม่
ศิษย์น้องหวังเคยบอกไว้แล้วว่า หากมีพวกมารมาหาเื่ พวกเราไม่อาจไปที่นั่น
มันจะเป็คนจัดการเอง หากมันไม่สามารถ ค่อยมาตามพวกเราไป!” เถี่ยหลิวหยุนห้ามปรามทุกคนไว้
ทุกคนทอดสายตามองไปยังสถานที่ก่อสร้าง
“เ้าคือหวังเค่อ? รองเ้าตำหนักหมาป่าบูรพาพรรคเทพหมาป่า์?” หัวหน้าคนชุดดำแค่นเสียง
หวังเค่อมองดูกลุ่มคนชุดดำที่รายล้อมตนเอง
แสดงสีหน้าดูแคลน “ข้าดำเนินการมากว่าสองเดือน พวกเ้าค่อยมาหาเื่? ทำไม? พี่น้องบนเกาะเทพัไม่เคยเล่าเื่ข้า ตัวตนของข้าให้พวกเ้าฟัง?”
หวังเค่อเอ่ยวาจา ทันใดนั้นคนชุดดำคนหนึ่งก็สืบเท้ามาด้านหน้า
“พี่หวัง ตอนที่ท่านให้พวกเราเล่นไพ่นกกระจอก
ท่านบอกว่าอยากสร้างอาคารเพื่อบริการพี่น้องลัทธิมารของพวกเรา
ต่อจากนี้จะมีห้องไพ่นกกระจอกและศูนย์สันทนาการของอาคาร! พวกเราล้วนรับทราบ
และอยากช่วยท่านเหมือนกัน แต่ แต่วันนี้ข้าเองก็ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด
พวกมันกลับก่อเื่ราวขึ้นมา แล้วก็ พวกมันมิใช่คนของเ้าตำหนักจู!”
มารตนนั้นก้าวออกมาอธิบาย
“พี่น้องเกาะเทพั
ข้าเชื่อว่าพวกท่านไม่ได้มาหาเื่ข้า ที่แท้เป็คนของเ้าตำหนักท่านอื่นนี่เอง
ในเมื่อมาก็มาแล้ว สมควรรายงานสังกัดหน่อยหรือไม่? พี่น้องลัทธิมารมากมายมองดูอยู่ตอนนี้
ทำไม แค่รายงานสังกัดยังไม่กล้ารายงาน แต่กล้ามาหาเื่หรือ?” หวังเค่อแค่นเสียงเย็น
“ฮ่าฮ่า หวังเค่อ
เ้ารนหาที่ตายแท้ๆ! เ้าคือศิษย์ฝ่ายธรรมะ กล้าลอบแฝงตัวเข้าสู่พรรคมาร? ข้ารู้มาว่าเ้าสานสัมพันธ์กับพวกฝ่ายธรรมะในเมืองหลงเซียนเอาไว้
แถมยังบอกพวกมันว่าอาคารนี้ใช้ไว้จับตาพวกมาร! จริงมั้ยล่ะ?” หัวหน้าคนชุดดำเอ่ย
จางเจิ้งเต้าที่เฝ้ามองดูอยู่หน้าเปลี่ยนสี
อะไรกัน? เื่ที่หวังเค่อเอ่ยต่อเถี่ยหลิวหยุนและจ้าวซื่อไฉนรั่วไหลออกมาได้?
หวังเค่อจบสิ้นแล้ว
ทว่า
หวังเค่อที่อยู่กลางวงล้อมมารตอนนี้กลับปราศจากความตื่นเต้นใ เพียงเหยียดมุมปาก
“ข่าวลือยิ่งลือยิ่งมั่ว พอเข้าหูเ้า ก็กลายเป็เช่นนั้นไป?”
“หือ?” มารเอ่ยเสียงเย็น
“มา
เ้ามาทุบป้ายประกาศิตนี่ให้ข้าหน่อย! มา!” หวังเค่อล้วงเอาประกาศิตเทพัออกมาโยนลงบนปลายโต๊ะอีกด้าน
“ประกาศิตเทพั?” พวกมารต่างจำได้
“ก็เ้าบอกว่าข้าเป็ศิษย์ฝ่ายธรรมะลอบแฝงตัวมาในลัทธิมาร?
มาสิ! ป้ายนี่มารอริยะเป็ผู้ประทานแก่ข้า
แต่งตั้งข้าเป็นายท้ายเทพั เ้ากำลังจะบอกว่าสายตาของมารอริยะผิดพลาด
แม้แต่ธรรมะอธรรมยังแยกไม่ออก? ข้าเป็ฝ่ายธรรมะ? มา ทุบสิ บอกพี่น้องมารของข้าไปเลยว่ามารอริยะมันไร้ั์ตา!
ตำแหน่งที่มารอริยะแต่งตั้ง เ้าเห็นเป็แค่ผายลม! มา ทุบเลย!” หวังเค่อตวาดลั่น
ทุบ? ข้าไม่อยากอยู่แล้วหรือไง
ต่อหน้ามารทั้งหลายถึงคิดทุบป้ายประกาศิตของมารอริยะ?
“ไม่กล้าทุบ? หึ ไอ้ตาขาว เ้ารู้อยู่แล้วว่าอะไรเป็อะไร! กล้าระดมคนมาหาเื่ข้าต่อหน้าทุกคน
ให้พวกศิษย์ฝ่ายธรรมะมันหัวร่อเยาะเอา?” หวังเค่อแค่นเสียงเย็น
“เ้ากล้าด่าข้า?” มารชุดดำหัวขบวนเอ่ย
“ไม่แค่กล้าด่า
แต่ข้าจะไปฟ้องร้องเ้ากับนายของเ้าด้วย!
ข้าอุตส่าห์สร้างศูนย์นันทนาการเพื่อเหล่ามาร
ตึกอาคารที่สร้างก็ออกเงินตัวเองทั้งนั้น ทั้งหมดคือเงินที่ลงทุนเพื่อลัทธิมาร!
เ้าเป็ตัวอะไรกล้ามาใส่ร้ายข้า? มีคุณสมบัติอะไรมากล่าวหาข้า?”
หวังเค่อจ้องเขม็ง
“เ้าทำแบบนี้เพื่อคอยควบคุมและจับตาดูความเคลื่อนไหวของลัทธิมาร!”
หัวขบวนเอ่ยเสียงเ็า
“ฮ่าฮ่าฮ่า ข้าจับตาดูใคร?
ทุกท่าน พวกท่านทั้งหมดในที่นี้ ใครบ้างที่ข้าจับตาดู
ช่วยแสดงตัวหน่อย? แล้วช่วยยืนยันให้หน่อยว่าข้าคอยควบคุมพวกท่านไว้
ฮ่าฮ่า ใคร ก้าวออกมา!” หวังเค่อเอ่ยพลางหัวเราะใส่หน้ามารทั้งหมด
“นายท้ายเหวิน
ท่านทำเกินไปแล้ว!” มารตนหนึ่งที่ยืนข้างหนึ่งของหวังเค่อโพล่งออกมา
นายท้ายเหวินท่านนั้นแค่นเสียงเย็น
“เ้าทำอะไร? ข่าวพวกนั้นก็เป็สายข่าวของพวกเราที่รายงานมานี่?
หวังเค่อบอกกับพี่น้องที่ปลอมตัวนั่นั้แ่เมื่อสองเดือนก่อนกว่ามันสร้างอาคารมาเพื่อจับตาดูพวกมาร!”
“อ้อ? สายข่าวปลอมตัวมากับพวกฝ่ายธรรมะ?
ปลอมได้ดี! เช่นนั้น ขอถาม มันได้รายงานคำพูดทั้งหมดของข้าหรือไม่?
หรือตัดทอนเล่นคำ บอกออกมาแค่ครึ่งเดียว? นายท้ายเหวิน?”
หวังเค่อหัวเราะเย็น
“มันบอกว่า…!”
“เ้าเองยังไม่แน่ใจเลย
กลับกล้ามาหาเื่ข้า? เ้ารู้หรือไม่ว่าอาคารนี้ของข้า
ใครดูแล?” หวังเค่อถลึงตา
“เ้าหมายความว่ายังไง?”
นายท้ายเหวินถาม เหนือความคาดหมาย
“พวกท่านบอกข้าหน่อย
นายท้ายเหวินท่านนี้ ที่แท้สังกัดใด?” หวังเค่อกวาดสายตามองมารโดยรอบ
“มัน? มันสังกัดเ้าตำหนักสอง!”
มารตนหนึ่งที่มักคุ้นกับหวังเค่อเอ่ย
“อ้อ? เ้าตำหนักสอง?
นายท้ายของเ้าตำหนักสองยอดเยี่ยมไร้เทียมทาน? ไม่มีเื่ราวกระทำก็แล่นมาหาเื่คน? เ้าควรรู้ไว้
ข้าหารือเื่นี้กับเ้าตำหนักสามและสี่แล้ว เมื่ออาคารของข้าเปิดตัว
พวกมันจะมาตัดริบบิ้นเปิดงาน! รู้หรือไม่?” หวังเค่อเน้นเสียง
“อะไรนะ?” สีหน้าของมารโดยรอบแปรเปลี่ยนรุนแรง
จูหงอีและจื่อปู้ฝานจะมาตัดริบบิ้น? ทำไมพวกข้าไม่เห็นรู้เื่?
“เ้า โกหก!”
นายท้ายเหวินลั่นปากไม่เชื่อถือ
“เื่พวกนี้ข้าจะโกหกเพื่ออะไร?
ปกปิดไว้ได้หรือ? หากเ้าไม่เชื่อก็ไปถามพวกมันสองคนเอง!”
หวังเค่อท้า
หวังเค่อลั่นวาจาทั้งทรงพลังทั้งสนั่นหวั่นไหว
กลุ่มมารทั้งหมดไม่อาจเข้าข้างนายท้ายเหวินได้อีก
อย่างไรเสีย
ในลัทธิมีการแบ่งส่วนงานอย่างชัดเจน ยามต่อต้านฝ่ายธรรมะรวมกำลัง ทว่าเื่ภายใน
หวังเค่อหากได้รับมอบหมายจากนายของตนเองเพื่อสร้างอาคารแล้ว ตนเองยังมาหาเื่ นั่นมิเท่ากับหาเื่กับเบื้องบน? ไม่มีเื่ก็หาเื่?
พริบตานั้น
สาวกมารล้วนย้ายมายืนหลังหวังเค่อทันควัน นี่มันต้องเข้าแถวให้เป็ระเบียบด้วย
ไม่งั้นอีกเดี๋ยวถ้าเกิดเื่เกิดราวขึ้นมา
พวกมันไม่ถูกนายเหนือเอาผิดด้วยหรอกหรือ? ข้ามานี่ก็แค่ว่างๆ จู่ๆ
จะกลายเป็เข้ามาพัวพันกับความขัดแย้งภายในของลัทธิมารไม่ได้นะ
“ข้าสร้างอาคารหลังนี้ด้วยการสนับสนุนจากสองเ้าตำหนัก
ข้าคือนายท้ายเทพัที่มารอริยะแต่งตั้ง! นับเป็ศิษย์ของมารอริยะ!
ข้ามีทั้งมารอริยะ จูหงอี และจื่อปู้ฝานหนุนหลัง!
เ้าก็ลองนับดูแล้วกันว่ากี่เท้า! แล้วข้างหลังเ้าล่ะคือใคร? มา บอกมาให้ข้าฟังดู! หรือว่าอยากก่อฏ?” หวังเค่อได้ทีขี่แพะไล่
