สีหน้าที่หวาดกลัวของเซี่ยหยวนไป๋เมื่อครู่ค่อยๆกลับมาเป็ใบหน้ามืดมน เพราะมันแสดงให้เห็นถึงความหวาดกลัวต่อหน้าหญิงสาวที่มากับมัน
"ไอ้สารเลว! เ้ากล้าทำให้ข้าขายหน้างั้นรึ!" เซี่ยหยวนไป๋ที่โกรธจัดยกมือส่งสัญญาณแก่บุคคลด้านหลังพร้อมกับเสียงตะคอก "ล้อมมันไว้!"
"พรึ่บ!"
"พรึ่บ!"
ชายชราและชายวัยกลางคนในชุดคลุมสีฟ้ากระจายวงปิดกั้นเส้นทางซ้ายขวาของไป๋เฉินไว้พร้อมกับอาวุธที่ปรากฏขึ้นพร้อมสำหรับการจู่โจม
ดวงตาสีเืของไป๋เฉินกลอกมองทั้งสอง มุมปากที่ราบเรียบค่อยๆขดเป็รอยยิ้มแสยะ!
"จัดการมัน!"
สิ้นสุดเสียงสั่งการของเซี่ยหยวนไป๋ ทันใดนั้นชายทั้งสองก็พุ่งเข้าหาไป๋เฉินด้วยดาบอ่อนแทงตรงไปยังไป๋เฉินอย่างป่าเถื่อน
แสงสีเืส่องประกายในรูม่านตา มือขวาไป๋เฉินพลันคว้ากริชสีดำทมึนขึ้นมาด้วยกระแสปราณที่บ้าคลั่ง!
"หยุดเดี๋ยวนี้!"
ไม่ทันที่ไป๋เฉินจะได้ขยับฝีเท้า กลับมีเสียงตะคอกกร้าวของหญิงสาวดังขึ้นด้านหลังด้วยแรงกดดันที่ทำให้ชายทั้งสองต่างต้องหยุดฝีเท้าชะงัก
ทิศทางของเสียงพลันปรากฏให้เห็นร่างเพรียวบางของหญิงสาวในกี่เพ้าสีเหลืองอ่อนที่ค่อยๆลอยลงมายังเบื้องหน้าของไป๋เฉินเพื่อปิดกั้นเส้นทางไว้
ไป๋เฉินอดไม่ได้ที่จะประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าหญิงสาวที่ปรากฏตรงหน้าเขาคือหญิงสาวที่รับแขกในห้องโถงประมูลหยวนเปาเมื่อครู่นี้
คิ้วของเซี่ยหยวนไป๋ขมวดอย่างหนักเมื่อเห็นร่างของหญิงสาวที่ปรากฏขึ้น "เหม่ยหลิน เ้ากำลังทำอะไร?"
เหม่ยหลินค่อยๆเดินไปข้างหน้าสาวก้าวและกางแขนออกทำท่าเหมือนจะพยายามปกป้องไป๋เฉินด้วยสีหน้าเคร่งขรึม "นายน้อยท่านนี้คือแขกผู้มีเกียรติของหยวนเปา หากเ้าลงมือกับเขา แม้แต่ปู่ของเ้าก็มิอาจช่วยเ้าได้!"
"แขกผู้มีเกียรติ?" สีหน้าของเซี่ยหยวนไป๋มืดลงครั้นได้ยินดังนั้น มันกำลังหนักใจว่าจะต่อต้านเหม่ยหลินดีหรือไม่
สถานะแขกผู้มีเกียรติของห้องโถงประมูลหยวนเปานั้นบ่งบอกถึงบุคคลสำคัญที่มาจากอาณาจักรเทียนหยวนเท่านั้น!
แม้แต่ตระกูลเ้าเมืองเทียนเหล่ยก็ยังไม่มีคุณสมบัติในการเข้าสู่ห้องส่วนตัวของแขกผู้มีเกียรติด้วยซ้ำ!
นั่นหมายความว่าหากมันลงมือกับไป๋เฉินจริงๆอาจจะเกิดการต่อสู้ครั้งใหญ่ที่อาจจะทำให้ตระกูลเซี่ยของมันเดือดร้อนก็เป็ได้
และมันเองก็ไม่รู้ว่าไป๋เฉินมีภูมิหลังอย่างไร ยิ่งสังเกตจากดวงตาสีเืที่ฉายไปด้วยเจตนาฆ่าแล้ว มันรู้ว่าหากสมุนของมันโจมตีเมื่อครู่ ไป๋เฉินจะตอบโต้กลับมาโดยไม่ลังเล
การแสดงออกของเซี่ยหยวนไป๋ปรากฏร่องรอยไตร่ตรองอย่างหนัก ก่อนที่มันจะกัดฟันและสะบัดเสื้อคลุมพลันหันหลังจากไปอย่างไม่สบอารมณ์
การจะทำให้แขกผู้มีเกียรติขุ่นเคืองเพียงเพื่อปิ่นปักผมชิ้นเดียวนั้นเป็การกระทำที่โง่เขลาที่สุด ยิ่งมันไม่รู้จักภูมิหลังของไป๋เฉินแล้วก็ยิ่งมีโอกาสที่มันอาจจะเตะแผ่นเหล็กเข้าอย่างจัง
แต่เมื่อมันห่างจากไป๋เฉินได้สิบก้าวมันกลับกระซิบกับชายชราข้างกายด้วยสีหน้าเดือดดาล "สืบหาข้อมูลของมัน! ข้าอยากให้มันตาย!"
ชายชราที่ยืนเคียงข้างผงกศีรษะเป็คำตอบ ก่อนที่พวกมันจะแยกทางจากกันไปคนละทิศคนละทาง
เหม่ยหลินที่เห็นว่าเซี่ยหยวนไป๋จากไปก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจยาว นางหันกลับไปมองไป๋เฉินพลางส่ายหน้าด้วยรอยยิ้มขมขื่น
แต่ก่อนที่นางจะได้ปริปากกล่าวไป๋เฉินกลับชูกำปั้นและกล่าวอย่างนุ่มนวล "ขอบคุณแม่นางที่เข้าช่วยเหลือ"
เหม่ยหลินเพียงส่ายหน้าเล็กน้อย "นายน้อยเป็แขกผู้มีเกียรติของหยวนเปา ดังนั้นนั่นคือหน้าที่ที่ข้าต้องทำ"
แม้นนางจะเอ่ยเช่นนั้น แต่นางก็ไม่ได้หมายความตามนั้นจริงๆ
เมื่อครู่นี้นางรู้ดีว่าหากนางไม่ห้ามปรามไป๋เฉินไว้ ทั้งสี่คนที่มาด้วยกันจะกลายเป็ร่างไร้ิญญาในอีกสองลมหายใจนับจากนี้!
แม้นจะไม่เข้าใจว่าเหตุใดจึงมีความรู้สึกนั้นแวบเข้ามา แต่สิ่งที่นางรู้สึกนั้นนางไม่ได้คิดไปเอง
แม้นดวงตาของไป๋เฉินจะฉายแววอบอุ่นและอ่อนโยน แต่มีบางสิ่งบอกกับนางว่าห้ามทำให้บุคคลตรงหน้าขุ่นเคืองเป็อันขาดไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม
เหม่ยหลินพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆก่อนจะปั้นหน้ายิ้มและเอ่ยเชิญชวน "นายน้อยท่านนี้ หากท่านกำลังว่าง ข้าสามารถดื่มเป็เพื่อนท่านได้"
"โอ้?" สีหน้าของไป๋เฉินแลดูประหลาดใจ จากนั้นเขาจึงรีบตอบกลับด้วยรอยยิ้มว่า "ข้าเองก็ไร้จุดมุ่งหมาย การมีหญิงสาวผู้งดงามดุจดอกไม้อยู่ข้างกายก็ดีเช่นกัน"
เหม่ยหลินอดไม่ได้ที่จะหัวเราะคิกคักอย่างมีเสน่ห์ "นายน้อยกำลังเยินยอข้าอยู่หรือไม่?"
ไป๋เฉินผายมือ "สตรีมีไว้ให้เชยชม มันเป็เื่ปกติหากพบเจอสตรีงดงามเช่นแม่นาง ข้าเองก็อยากสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันเล็กน้อย"
สีหน้าของเหม่ยหลินเริ่มปรากฏรอยแดงจางๆ แม้นว่าใบหน้าของไป๋เฉินจะแลดูธรรมดาไม่มีอะไรพิเศษ แต่ด้วยเหตุผลบางอย่างนางกลับมองว่าบุคคลตรงหน้ากลับมีแรงดึงดูดแปลกๆที่ทำให้หลงใหลเพียงแค่ได้พูดคุย
ไป๋เฉินสะบัดข้อมือเก็บกริชกลับคืนพร้อมกับกล่าวว่า "เชิญแม่นางนำทางเถิด"
"เรียกข้าว่าเหม่ยหลินก็ได้" เหม่ยหลินผงกศีรษะเบาๆก่อนจะผายมือไปยังทิศทางของด้านหลังห้องโถงประมูล "นายน้อยไป๋ เชิญทางนี้"
ทั้งสองเดินไปยังเื้ัของห้องโถงประมูลที่ซึ่งเป็โรงเตี๊ยมที่อยู่ในขอบเขตของห้องโถงประมูล
ทุกสายตาที่กำลังจับจ้องไป๋เฉินก็อดไม่ได้ที่จะอิจฉาตาร้อน
"แม่นางเหม่ยพูดคุยสุภาพกับชายหนุ่มผู้นั้นจริงๆหรือ?"
"เขาเป็ใครกันแน่? เหตุใดแม่นางเหม่ยจึงได้ดูเป็มิตรกับเขาถึงเพียงนี้?"
"ฮ่าย~ น่าอิจฉาจริงๆ"
.
.
.
ทั้งสองเดินเข้าไปในโรงเตี๊ยมโดยมีเหม่ยหลินนำทางก่อนจะโบกมือส่งสัญญาณไปยังบริกรพร้อมกับนำทางไป๋เฉินไปนั่งลงที่โต๊ะว่างโต๊ะหนึ่ง
เมื่อหย่อนก้นลงนั่งอย่างสุภาพ เหม่ยหลินจ้องมองใบหน้าไป๋เฉินก่อนจะกล่าวถามด้วยรอยยิ้มที่งดงามแต่กลับมีพลังปราณสีชมพูอ่อนๆแผ่ซ่านออกมาจากฝ่ามือ "ไม่ทราบว่านายน้อยมาจากตระกูลใดกัน? เมื่อเห็นความสง่างามที่ท่านแสดงออกมาคงเป็ไปไม่ได้ใช่หรือไม่ที่ท่านจะมาจากตระกูลไร้ชื่อ?"
เมื่อสิ้นสุดประโยค จู่ๆไป๋เฉินกลับััได้ถึงความรู้สึกแปลกประหลาดที่ทำให้หัวใจเต้นถี่อย่างไม่มีสาเหตุ ราวกับว่ามีมนต์สะกดทำให้ทำให้จิติญญาคล้อยตามไปตามคำถามที่นางเอ่ยถามออกมา
ทันใดนั้นไป๋เฉินมองเห็นฉากๆหนึ่ง ที่ฉางเอ๋อร์ค่อยๆเดินเข้ามาหาเขาพร้อมกับรอยยิ้มเย้าแหย่ โดยมีชิ้วนี้กำลังดันคางของเขาขึ้นอย่างช้าๆ แสงในรูม่านตาของนางช่างน่าหลงใหลดุจเทพยดาก็มิปาน "สามี ตอบข้าที..."
ในขณะที่ไป๋เฉินกำลังจะเอ่ยตอบตามความจริงเพราะคนในภาพลวงตาคือฉางเอ๋อร์ จู่ๆกลับมีเสียงตะคอกดังขึ้นในจิตใต้สำนึก "เ้าหนู! หญิงสาวผู้นี้กำลังใช้ทักษะภาพลวงตา อย่าได้หลงกลนางเป็อันขาด!"
ไป๋เฉินสะดุ้งโหยงพลันกัดลิ้นเพื่อใช้ความเ็ปให้หลุดจากภาพมายา ทันใดนั้นเจตนาฆ่าพลันพรั่งพรูจากรูม่านตาของเขาที่จดจ้องไปยังเหม่ยหลินตรงหน้า!
"วูม!"
เหม่ยหลินที่กำลังจ้องมองดวงตาของไป๋เฉินก็มีสีหน้าซีดเผือดครั้นััได้ถึงแรงกดดันประดุจดั่งาาปีศาจที่หลุดออกมาจากขุมนรก!
เนื้อตัวของเหม่ยหลินสั่นเทา ริมฝีปากของนางสั่นสะท้านอย่างหวาดกลัว ซ้ำยังใช้มือปิดปากเอาไว้ราวกับนางกำลังจะอาเจียนเมื่อััได้ถึงกลิ่นคาวของโลหิตที่คละคลุ้งตีขึ้นมา!
ทักษะลับของเหม่ยหลินคือการทะลวงเข้าสู่จิตใต้สำนึกและสร้างภาพลวงตาของบุคคลสำคัญขึ้นมาเพื่อเค้นข้อมูลจากปากของไป๋เฉิน นางจึงได้ใช้ทักษะภาพลวงตาเพื่อให้ไป๋เฉินเห็นว่านางคือฉางเอ๋อร์เพื่อที่จะหลอกถามข้อมูลเกี่ยวกับตัวตนของเขา
ทว่านางเองก็ไม่คาดคิดว่าไป๋เฉินสามารถหลุดออกจากภาพลวงตาของนางได้อย่างรวดเร็วปานนี้
ั้แ่นางใช้ทักษะลับนี้มายังไม่เคยมีผู้ใดหลุดพ้นจากทักษะภาพลวงตาของนางได้แม้แต่ผู้เดียวหากไม่ได้รับอนุญาต แต่ทักษะลับของนางกลับใช้ไม่ได้กับไป๋เฉินเสียอย่างนั้น!
[คนผู้นี้เป็ปีศาจกระหายเื!]
[ไม่ดี! ข้าต้องรีบหนี!]
ในเวลาเดียวกันกับที่เหม่ยหลินตัดสินใจจะหลบหนี เพราะเห็นว่าท่าไม่ดีหากนางจะอยู่ที่นี่ต่อไป แต่กลับมีมืออุ่นๆของไป๋เฉินคว้าแขนนางไว้พลางกล่าวอย่างนุ่มนวล "แม่นางเหม่ยจะรีบร้อนไปไหนกัน? พวกเรามีเื่ให้คุยอีกยาว"
เหม่ยหลินหน้าถอดสี แต่นางพยายามปั้นหน้ายิ้มก่อนจะเอ่ยอย่างรีบร้อน "ข้าจำได้ว่าข้ายังมีธุระที่ต้องทำ เพราะฉะนั้นข้าขอตัว"
แต่แรงบีบจากข้อมือของเขายิ่งแรงขึ้น ไป๋เฉินส่ายหน้าเล็กน้อยก่อนจะกระซิบเบาๆ "จุ๊ จุ๊ จุ๊ ข้ามีเื่อยากจะถามแม่นางสักเล็กน้อยอยู่พอดี เหตุใดไม่นั่งดื่มกันก่อนเล่า?"
เมื่อมองเห็นดวงตาสีเืในลักษณะข่มขู่ของไป๋เฉิน เหม่ยหลินกลับรู้สึกสะอิดสะเอียนราวกับกำลังจะอาเจียนอีกครั้ง แต่นางกลับหลับตาและรีบสูดลมหายใจเข้าลึกๆเพื่อสงบสติอารมณ์ ก่อนที่นางจะลืมตาขึ้นมาช้าๆและกล่าวว่า "นายน้อยไป๋อยากรู้เื่อะไร?"
"ฮิฮิฮิ เด็กดี" ไป๋เฉินเลียริมฝีปากในขณะสายตาปราดมองเรือนร่างของนางอย่างหิวกระหาย จนเหม่ยหลินอดไม่ได้ที่จะขนลุกขนชันอย่างหวาดกลัว
