บทที่ 6 เชื้อปาฏิหาริย์และขุมทรัพย์กลางไพร
ชายป่าด้านหลังหมู่บ้านชิงสุ่ย, ยามเช้าตรู่
ม่านหมอกสีขาวหม่นปกคลุมยอดเขาดุจผ้าคลุมผืนหนาที่์จงใจปิดบังความลับของพฤกษาพรรณ กลิ่นดินชื้นแฉะและไอเย็นจัดของยอดเขาปะทะใบหน้าของหญิงสาวที่ยืนอยู่นิ่งสนิทราวกับรูปสลัก เซียวฉิง ในชุดผ้าฝ้ายสีซีดที่ถูกปะชุนอย่างประณีตโดยฝีมือของแม่ ยืนจ้องมองเข้าไปในป่าเงาจันทร์ พื้นที่สีเขียวขจีที่ชาวบ้านต่างพากันหวาดกลัวและขนานนามว่าเป็เขตต้องห้าม
"ชิงเอ๋อร์... ลูกจะเข้าป่าไปจริงๆ หรือ?" เซียวหรัน เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า มือของนางกำสายกระเป๋าผ้าใบเก่าของลูกสาวไว้แน่น
"เขาว่ากันว่าข้างในนั้นมีผีป่าเ้าเขา ใครเข้าไปมักไม่ได้กลับออกมา หรือถ้ากลับมาได้ก็เสียสติไปทุกคน"
เซียวฉิงหันไปมองแม่ แววตาที่เคยแข็งกร้าวอ่อนแสงลงครู่หนึ่ง เธอเอื้อมมือไปกุมมือนางไว้
"แม่คะ... คนกลัวผีมักอดตาย คนกลัวความจนย่อมสู้จนตัวตาย หนูไม่ได้เข้าไปหาเื่ใส่ตัว แต่หนูจะไปทวงคืนความมั่งคั่งที่์ซ่อนไว้ให้พวกเราค่ะ"
"เจี่ยเจีย! (พี่สาว) ผมอยากไปด้วย!" เซียวหยวน ะโบอกพลางคว้าแขนเสื้อพี่สาว
"ไม่ได้จ้ะหยวนหยวน น้องต้องอยู่ดูแลแม่ที่บ้าน พี่ไปไม่นาน... สัญญาว่าจะกลับมาพร้อมกับของอร่อย" เซียวฉิงยิ้มบางๆ ก่อนจะหันหลังก้าวเท้าเข้าสู่พงหนามที่รกชัฏ ทิ้งแววตาที่กังวลของแม่ไว้เื้ั
[ระบบเนบิวลา: เริ่มต้นโหมดสำรวจระดับลึก]
ทันทีที่ฝีเท้าของเธอย่ำลงบนใบไม้แห้งในเขตป่าลึก รหัสสีเขียวมรกตพลันพุ่งพล่านในดวงตา หน้าจอโฮโลแกรมเสมือนจริงที่คนภายนอกมองไม่เห็นเริ่มกางออก แผนที่สามมิติของป่ารอบตัวถูกสร้างขึ้นในชั่วพริบตา
[วิเคราะห์สภาพแวดล้อม: ป่าดิบชื้นระดับสูง (Primary Forest) ] [ระดับออกซิเจน: 22% | ความชื้น: 85% | ตรวจพบไอระเหยของแก๊สไข่เน่าจางๆ จากซากพืช] [คำเตือน: ตรวจพบคลื่นความร้อนจากสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ ห่างออกไป 1.2 กิโลเมตร ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ]
‘ไอระเหยพวกนี้แหละที่ชาวบ้านคิดว่าเป็ควันผี’ เซียวฉิงคิดในใจ มุมปากหยักขึ้นเป็รอยยิ้มหยัน ‘ที่แท้มันก็แค่กระบวนการย่อยสลายทางชีวภาพที่รุนแรงกว่าปกติ ในเมื่อฉันมีระบบแล้ว ทุกอย่างล้วนอยู่ภายใต้การควบคุมของฉันทั้งหมด’
เธอก้าวเดินไปตามทางที่ระบบระบุว่ามีความหนาแน่นของจุลินทรีย์สูงที่สุด ตลอดทางเธอเห็นพืชพรรณแปลกตาที่นักพฤกษศาสตร์ปี 1980 คงยังไม่รู้จัก แต่สำหรับเธอ... มันคือห้องแล็บมีชีวิตดีๆ นี่เอง
เป้าหมายหลักของเซียวฉิงคือการหา "แม่เชื้อ" ของเห็ดเป๋าฮื้อสายพันธุ์โบราณที่ระบบระบุว่ามีคุณสมบัติในการรักษาเซลล์และเติบโตได้ในสภาวะเลวร้าย ซึ่งเป็หัวใจหลักของธุรกิจแรกของเธอ
[ตรวจพบ: เส้นใยเชื้อรา (Mycelium) สายพันธุ์ ‘Albino Pleurotus’] [พิกัด: ใต้โคนต้นหม่อนพันปี ห่างออกไป 500 เมตร]
เซียวฉิงเร่งฝีเท้า ฝ่าดงไม้ที่เถาวัลย์พันกันยุ่งเหยิง จนมาถึงต้นไม้ใหญ่ั์ที่แผ่กิ่งก้านสาขาปกคลุมพื้นที่จนมืดครึ้ม ที่โคนต้นนั้นมีก้อนกลมๆ สีขาวนวลคล้ายไข่มุกซ่อนตัวอยู่ใต้ใบไม้เน่า
[วิเคราะห์พันธุกรรม: พบยีนเด่นด้านการสังเคราะห์โปรตีนระดับสูง] [ข้อเสนอจากระบบ: ้าทำการดัดแปลงโครงสร้างระดับโมเลกุลเพื่อเร่งอัตราการเติบโต 500% หรือไม่?]
‘จัดมา... แต่ขอแบบที่ธรรมชาติยังรับได้นะ อย่าให้มันกลายเป็เห็ดปีศาจล่ะ’ เซียวฉิงสั่งการในใจ
หน้าจอสีเขียวพุ่งเข้าใส่ก้อนเชื้อนั้น แสงเลเซอร์จางๆ ที่มีเพียงเธอที่เห็น เริ่มทำการ ตัดต่อ ข้อมูลทางชีวภาพในระดับอะตอม นี่คือความมหัศจรรย์ของเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าโลกปัจจุบันไปเกือบครึ่งศตวรรษ
ในขณะที่เธอกำลังบรรจุก้อนเชื้อลงในขวดแก้วที่เตรียมมา ระบบแจ้งเตือนก็ส่งสัญญาณสีแดงรัวๆ พร้อมเสียงเตือนที่ดังสนั่นในหัว
[แจ้งเตือนวิกฤต! (Critical Alert!) ] [ตรวจพบสารประกอบ ‘Ginsenosides’ เข้มข้นผิดปกติ] [พิกัด: หน้าผาหินทิศตะวันออก ห่างออกไป 15 เมตร] [การประเมินค่า: โสมคนสายพันธุ์ป่าแท้ (Wild Ginseng) อายุประเมิน... 150 ปี+]
เซียวฉิงหัวใจเต้นรัวแรงยิ่งกว่าครั้งที่เซ็นสัญญาระดับพันล้านในอดีต เธอค่อยๆ คลานเข้าไปยังพุ่มไม้หนาข้างหน้าผา ที่นั่น... ท่ามกลางซอกหินที่มีน้ำซึมออกมาตลอดเวลา มีต้นไม้เล็กๆ ที่มีใบห้าแฉกสีเขียวเข้มและช่อผลสีแดงสดดุจเืนกตั้งตระหง่านอยู่
"โสมร้อยปี..." เธอพึมพำ น้ำเสียงสั่นเครือ
นี่ไม่ใช่แค่ต้นไม้ แต่มันคือ เงินทุนตั้งต้น ที่จะเปลี่ยนกระท่อมผุพังให้กลายเป็คฤหาสน์ได้ในพริบตา ในยุคปี 80 โสมป่าอายุกว่าร้อยปีมีค่าเท่ากับทองคำแท่งหลายกิโลกรัม
เธอมิได้บุ่มบ่ามขุด แต่ใช้ระบบ AI สแกนรากทั้งหมดเพื่อหลีกเลี่ยงการทำลายเส้นใยที่บอบบาง
[แสดงภาพ 3 มิติ: โครงสร้างรากคล้ายร่างมนุษย์ที่สมบูรณ์แบบ]
เซียวฉิงใช้มีดพกขนาดเล็กค่อยๆ แซะดินออกทีละนิดด้วยความใจเย็น ราวกับกำลังผ่าตัดหัวใจคนไข้ เหงื่อเม็ดเป้งไหลซึมตามไรผม แต่ดวงตายังคงแน่วแน่
ผ่านไปกว่าสองชั่วโมง โสมคนขนาดใหญ่เท่าแขนเด็กทารกที่มีรากฝอยยาวระยิบระยับก็ปรากฏสู่สายตา มันงดงามและมีกลิ่นหอมซ่านใจอย่างประหลาด
"ขอบคุณเ้าที่รอฉันมา 150 ปี" เธอห่อโสมด้วยมอสชื้นและผ้าอย่างบรรจง
ในขณะที่เธอกำลังจะเดินทางกลับ เสียงขู่คำรามต่ำๆ ก็ดังมาจากเงามืดทางด้านหลัง
[คำเตือน: ตรวจพบสิ่งมีชีวิตตระกูลแมวใหญ่ (เสือโคร่งไซบีเรียใต้) ระยะ 10 เมตร!]
เซียวฉิงแข็งทื่อไปชั่วขณะ ร่างกายนี้ยังอ่อนแอเกินกว่าจะสู้กับสัตว์ร้ายด้วยกำลังกายเพียวๆ
‘ทำไมไม่เตือนก่อนล่วงหน้านะ ระบบ! คำนวณวิธีรอดชีวิตด่วน!’
[คำแนะนำ: ปล่อยคลื่นความถี่อัลตราโซนิก (Ultrasonic) รบกวนโสตประสาทของสัตว์นักล่า และสร้างภาพโฮโลแกรมลวงตาขนาดใหญ่]
วินาทีที่เงาดำมหึมากระโจนทะลุพุ่มไม้ เสือโคร่งตัวเขื่องคำรามกึกก้อง เซียวฉิงแทบไม่ทันคิด นางเรียกคำสั่งลงไปโดยสัญชาตญาณ!
“เปิดโหมดเอาตัวรอดระดับสูงสุด! ดำเนินการทันที!”
ร่างจำลองของนางปรากฏขึ้นห่างออกไปสามเมตร กรงเล็บแหลมคมฟาดลงใส่อย่างไม่ปรานี เสียงอากาศแหวกขาดดังสนั่น ขณะเดียวกันเสียงหวีดแหลมไร้รูปก็ปะทุขึ้น คนธรรมดาไม่อาจได้ยิน ทว่าเสือร้ายกลับคำรามลั่น ศีรษะสะบัดอย่างแรง ร่างมหึมาเสียหลักล้มคว่ำ กลิ้งไปกับพื้นอย่างมึนงง
โอกาสเดียว!
เซียวฉิงไม่รอให้มันตั้งตัว นางพุ่งตัวออกไปสุดแรง ฝ่าโขดหินคดเคี้ยว ร่างบางเฉียดผ่านกรงเล็บที่ฟาดใส่ซอกหินจนเศษหินแตกกระจาย เสียงคำรามไล่หลังใกล้เข้ามาทุกขณะ
ในห้วงเสี้ยววินาที เส้นทางหลบหนีถูกคำนวณขึ้นใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทุกก้าว ทุกการหักเลี้ยว ล้วนถูก AI ปรับแก้แบบวินาทีต่อวินาที ราวกับเดินอยู่บนเส้นด้ายแห่งความเป็ความตาย
สุดท้าย ร่างของนางหายลับเข้าไปในรอยแยกหินแคบเฉียบ เสียงคำรามกราดเกรี้ยวดังสะท้อนอยู่ด้านหลัง…เซียวฉิงรอดมาได้อย่างเฉียดฉิว
ทว่าเพียงก้าวพ้นเงาเสือ ร่างกายของเซียวฉิงก็ทรุดฮวบลงราวกับถูกดึงิญญาออกไป
ลมหายใจขาดห้วง แขนขาสั่นระริก หัวใจเต้นแรงจนหูอื้อ ภาพตรงหน้าพร่าเลือน นางพยายามฝืนยืนขึ้นอีกครั้ง ทว่าเข่ากลับอ่อนยวบ ไร้เรี่ยวแรงจะรับน้ำหนักของตนเอง
ร่างกายนี้… ถึงขีดจำกัดแล้ว
พลังงานที่หลงเหลือถูกรีดออกไปจนหยดสุดท้ายในเสี้ยววินาทีเมื่อครู่ ความหนาวเย็นไต่ขึ้นจากปลายเท้า มือซีดขาวจนแทบไม่รู้สึก
เสียงเตือนของระบบดังขึ้นแ่เบาในหู
[พลังงานร่างกายต่ำกว่าระดับปลอดภัย]
[เสี่ยงหมดสติภายในไม่กี่นาที]
เซียวฉิงกัดฟันแน่น พยายามยันกายพิงผนังหิน หัวใจเต้นโครมครามราวจะทะลุออกมานอกอก
ลมหายใจของเซียวฉิงเริ่มขาดเป็่ ๆ ราวกับปอดไม่ยอมเชื่อฟังอีกต่อไป มือเท้าเย็นเฉียบ เืเหมือนไม่ไหลเวียน ปลายนิ้วชาเสียจนแม้แต่จะกำหมัดยังทำไม่ได้
ภาพตรงหน้ากระตุกวูบหายเป็่ ๆ
ป่าเขียวชอุ่มพลันซีดขาว แสงแดดแตกกระจายเป็จุดพร่า
นางกะพริบตาแรง ๆ แต่โลกกลับเอียงหมุน เสียงหัวใจเต้นดังกลบทุกอย่าง
โครม โครม โครม
ทันใดนั้น เงาเสือที่ควรจะหายไปแล้วกลับปรากฏขึ้นอีกครั้ง ยืนจ้องนางจากอีกฟากของรอยแยกหิน ดวงตาสีอำพันเป็ประกายเย็นะเื
ไม่… มันไม่ควรอยู่ตรงนั้น…
เซียวฉิงรู้ดีว่านั่นคือภาพหลอน แต่ร่างกายกลับสั่นเทาโดยไม่อาจควบคุม ความกลัวผสานกับภาวะน้ำตาลต่ำทำให้สมองแยกไม่ออกระหว่างจริงกับเท็จ เสียงคำรามดังก้องในหัว แม้รอบกายจะเงียบงันสนิท
เสียงระบบดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้แ่ราวกระซิบ
[ระดับกลูโคสในเืต่ำอย่างรุนแรง]
[การรับรู้บิดเบือน เสี่ยงหมดสติทันที]
ในห้วงวินาทีสุดท้ายก่อนที่ความมืดจะกลืนกิน เซียวฉิงคิดได้เพียงอย่างเดียว
ถ้าหลับไปตอนนี้… นางอาจไม่มีวันตื่นขึ้นมาอีก
ยามอาทิตย์อัสดงสาดแสงสีส้มทองทาทับกระท่อมที่เพิ่งซ่อมแซมเสร็จ เซียวฉิงเดิน กลับมาด้วยสภาพมอมแมมแต่ดวงตากลับเป็ประกายลุกโชน
"ชิงเอ๋อร์! ลูกกลับมาแล้ว!" เซียวหรันถลาเข้ามาหาลูกสาวด้วยความโล่งอก
"เป็ยังไงบ้าง? าเ็ตรงไหนไหม? แล้วนั่น... ในห่อผ้านั่นมันคืออะไร?"
เซียวฉิงวางตะกร้าลงบนโต๊ะไม้ที่เช็ดจนสะอาด เธอหยิบขวดโหลที่มีเส้นใยเห็ดสีนวลออกมาวางหนึ่งข้าง และห่อผ้าที่มีโสมป่าออกมาวางอีกข้าง
"นี่คืออนาคต ของเราค่ะแม่" เซียวฉิงเปิดห่อผ้าออก
เมื่อเซียวหรันเห็นรากโสมที่สมบูรณ์แบบนางถึงกับทรุดลงนั่งกับพื้นดิน
"โสม... โสมคน? ของจริงหรือนี่? ชิงเอ๋อร์... ลูกไปเอามาจากไหน? ป่าเงาจันทร์นั่น... มีของแบบนี้อยู่จริงๆ หรือ?"
"แม่คะทองแท้ไม่กลัวไฟ ของดีไม่กลัวป่าลึก" เซียวฉิงพยุงแม่ขึ้นมา
"เงินที่เราจะขายโสมนี้ได้ หนูจะเอามาสร้างโรงเรือนเพาะเห็ดปาฏิหาริย์นี่ค่ะ ต่อไปนี้... ตระกูลซูจะทำได้แค่ยืนมองความรวยของเราจนอกแตกตาย!"
(เซียวหรัน: "ลูกสาวของแม่... เธอเหมือนเปลี่ยนไปเป็คนละคน แววตาที่พูดเื่ธุรกิจและพันธุกรรมอะไรนั่น ฉันไม่เข้าใจเลย... แต่เธอทำให้ฉันรู้สึกว่า ความยากจนที่กัดกินเรามาสิบปี กำลังจะถูกเธอเผาพลาญจนสิ้นซาก")
คืนนั้น ภายใต้แสงตะเกียงน้ำมันก๊าดใบเล็ก เซียวฉิงไม่ได้นอน เธอเริ่มใช้ระบบ AI วิเคราะห์การสร้างโรงเรือนเพาะเห็ดที่ประหยัดที่สุดแต่ได้ผลผลิตสูงสุด
"หยวนหยวน... พรุ่งนี้พาพี่ไปหาหัวหน้าหมู่บ้านนะ พี่มีธุรกิจที่จะเสนอให้เขา"
เซียวหยวนที่กำลังเคี้ยวลูกพุทราป่าอย่างเอร็ดอร่อยพยักหน้าหงึกๆ
"ได้ครับเจี่ยเจีย! เจี่ยเจียเก่งที่สุดในโลกเลย!"
เซียวฉิงมองออกไปที่ที่ดินห้าหมู่ที่เริ่มมืดมิด
