ค่ำคืนในหุบเขาเงียบผิดปกติ
ซูเยียนกำลังเก็บสมุนไพรอยู่ริมลำธารแสงจันทร์สะท้อนผิวน้ำเป็ประกายเงินแต่ทันใดนั้น
ลมเย็นวูบหนึ่งพัดผ่าน
กลิ่นบางอย่าง…คุ้นเคยอย่างประหลาดทั้งเย็นเยียบและเร่าร้อนในเวลาเดียวกัน
“ระวังตัวไว้หน่อยเถิด แม่นาง”เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นจากเงาไม้
ชายหนุ่มในอาภรณ์สีดำสนิทก้าวออกมาเส้นผมยาวปล่อยสยาย ดวงตาสีเข้มลึกล้ำราวราตรีต่างจากเทียนอวี้โดยสิ้นเชิงคนผู้นี้แผ่กลิ่นอายอันตรายโดยไม่คิดปกปิดซูเยียนถอยหลังหนึ่งก้าว
“ท่านเป็ใคร”
มุมปากของชายผู้นั้นยกขึ้นเล็กน้อย
“คนที่ตามหาเ้ามานาน”
หัวใจของนางกระตุกแรงโดยไม่รู้เหตุผลทันใดนั้น
เทียนอวี้ปรากฏตัวระหว่างทั้งสองแววตาเย็นเฉียบกว่าครั้งใด
“ออกไปจากที่นี่”
เสียงเรียบ แต่แฝงแรงกดดันมหาศาลชายชุดดำหัวเราะในลำคอ
“ท่านเทพผู้สูงส่ง…ลดตัวลงมาถึงเพียงนี้เชียวหรือ”
คำเรียกนั้นทำให้ซูเยียนชะงัก
เทพ…บุตร?เทียนอวี้ไม่ตอบแต่สายตาที่มองอีกฝ่ายเต็มไปด้วยการเตือน
“นางไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับาเดิม”
ชายชุดดำเดินวนช้า ๆ รอบตัวซูเยียนสายตาจับจ้องราวกับกำลังมองสิ่งล้ำค่า
“ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง?” เขาแค่นเสียง “ท่านแน่ใจหรือว่าเศษิญญามารในตัวนางจะสงบนิ่งตลอดไป”ซูเยียนหน้าซีด
“พวกท่าน…พูดเื่อะไรกัน”
ทันใดนั้น ลมแรงพัดหมุนพลังสีดำจาง ๆ แผ่ออกมาจากกลางอกของนางโดยไม่ตั้งใจดวงตาของชายชุดดำสว่างวาบ
“เห็นหรือยัง เทียนอวี้” เขาพึมพำ “นางไม่เคยหายไปไหน”
เทียนอวี้กำหมัดแน่นเขาพยายามกดพลังเทพของตนเองไว้
แต่หากอีกฝ่ายลงมือเขาจำเป็ต้องปกป้องนาง
“เ้า้าอะไร” เทียนอวี้ถามเสียงต่ำ
ชายชุดดำหยุดเดินสายตาหันไปมองซูเยียนอีกครั้ง
“ข้าเพียง้าพานางกลับที่ที่ควรอยู่”
คำว่า “กลับ” ทำให้หัวใจของนางบีบรัด
ภาพหิมะสีแดงวาบผ่านในความคิดอีกครั้งเสียงกระบี่เสียงเรียกชื่อที่ไม่ใช่ “ซูเยียน”นางทรุดลงเล็กน้อยเทียนอวี้รีบประคองไว้แต่ทันทีที่ัั
พลังเทพในกายเขาสั่นะเืิญญาของนางกำลังตื่นชายชุดดำยิ้มบาง ๆ
“ท่านคิดหรือว่าปกปิดตัวตน แล้วจะเปลี่ยนชะตาได้”
ลมหมุนวนแรงขึ้นเงาจันทร์ถูกเมฆดำกลืนกินและในแววตาของซูเยียนประกายสีแดงแวบหนึ่งปรากฏขึ้น…ก่อนจะจางหาย
าที่ควรจบลงเมื่อสามร้อยปีก่อนกำลังจะเริ่มต้นอีกครั้ง
แต่ครั้งนี้
ไม่ใช่เพราะคำทำนายหากเพราะหัวใจของผู้ที่ไม่อาจตัดขาดกันได้
