บนกิ่งไม้ใหญ่สูงตระหง่านที่แผ่กิ่งก้านสาขาโอบล้อมระเบียงห้องนอนของเอเลน่า ร่างสูงใหญ่สมส่วนของบุรุษผู้หนึ่งนั่งพาดขาไขว้ห้างอย่างสบายอารมณ์ เขามี เรือนผมสีดำยาวสลวย ดำสนิทเสียจนกลืนหายไปกับความมืดมิดของรัตติกาล เส้นผมพริ้วไหวเบาๆ ราวกับอยู่ในสูญญากาศ แม้ไม่มีลมพัด สอดรับกับ ดวงตาสีดำลุ่มลึก ที่ทอประกายเย็นเยียบและว่างเปล่า ราวกับห้วงอวกาศที่ไร้จุดสิ้นสุด บนใบหน้าที่หล่อเหลาไร้ที่ติประดุจรูปสลักนั้น ประดับด้วยรอยยิ้มบางเบาที่ไม่ได้สื่อถึงความสุข ทว่ากลับเป็รอยยิ้มแห่งความขบขัน
เขาคือผู้เฝ้ามอง...ผู้มาเยือนในทุกราตรี เพียงเพื่อ 'ความบันเทิง'
ในทุกคืนที่ผ่านมา เขามักจะเห็นเด็กหญิงเ้าของ เรือนผมสีทอง ในห้องนั้นละเมอเดินไปมาในความมืดอย่างไม่รู้สึกตัว ราวกับิญญาที่ถูกกักขัง แต่วันนี้... สิ่งที่เห็นกลับผิดแปลกไป
เอเลน่าเดินออกมาอย่างมั่นคงทว่าไร้ิญญา ดวงตาสีแดงประดุจทับทิมของเธอเปิดกว้างอยู่ แต่มันกลับว่างเปล่า ไร้แววตา ไร้จุดโฟกัส ราวกับว่าจิติญญาภายในไม่ได้ควบคุมร่างกายนี้อยู่ เธอเดินมาจนถึงขอบระเบียงแล้วเริ่มปีนป่ายราวกั้นอย่างน่าหวาดเสียว
"ดูนั่นสิ..." บุรุษลึกลับพึมพำกับตัวเอง เสียงของเขาแหบพร่าและเ็าจนยากจะจับต้องได้ แต่แฝงด้วยความรู้สึกสนุกสนานอย่างน่าประหลาด
"ดูเหมือนเด็กตัวน้อยจะสนุกกับการเดินในความฝันเสียจนเกือบจะตกเสียแล้วนะ... ฮ่าๆๆ"
เอเลน่าปีนขึ้นไปยืนบนขอบราวกั้นระเบียงได้อย่างหวุดหวิด ร่างกายเล็กๆ โอนเอนไปมาอย่างน่าหวาดเสียว
บุรุษปริศนามองดูภาพนั้นอย่างไม่เร่งรีบ รอยยิ้มเยือกเย็นยังคงประดับอยู่บนริมฝีปากบางเฉียบของเขา ดวงตาสีดำลึกไร้ก้นบึ้งจ้องมองราวกับกำลังเฝ้ารอจุดจบของละครฉากหนึ่ง โดยไร้ซึ่งความตั้งใจที่จะยื่นมือเข้าช่วย
"ตกไปสิ... ตกไปเลยนังหนู... แล้วเ้าจะได้รู้ว่าโลกหลังความตายนั้นมันว่างเปล่าและไร้ซึ่งความปรานีเพียงใด และโลกใบนี้จะล่มสลายอีกครั้งหรือไม่"
เอเลน่ายืนแกว่งไปมาอยู่บนขอบราวกั้นชั่วอึดใจ ก่อนที่ร่างของเธอจะเสียการทรงตัวอย่างสมบูรณ์ และ ร่วงหล่นลงมา จากความสูงของชั้นสอง
เวลาดูเหมือนจะชะลอตัวลง ร่างเล็กๆ ของเอเลน่าดิ่งลงสู่พื้นดินด้านล่างที่มืดมิดอย่างรวดเร็ว...
แต่ก่อนที่ร่างของเธอจะัักับพื้นดินแข็งๆ
บุรุษผมดำที่นั่งอยู่บนกิ่งไม้เมื่อครู่ก็ หายวับไปราวกับไม่เคยมีตัวตน และปรากฏขึ้นอีกครั้งในพริบตาเดียว ณ เบื้องล่าง
แขนที่แข็งแกร่งของเขาช้อนรับร่างเล็กๆ ของเอเลน่าเอาไว้ได้อย่างนุ่มนวล ราวกับรับขนนกที่ร่วงหล่น เขาอุ้มเธอไว้ในอ้อมแขนอย่างแ่เบา ใบหน้าหล่อเหลาเ็านั้นก้มมองเด็กหญิง ดวงตาสีดำลึกไร้อารมณ์ แต่รอยยิ้มเยือกเย็นยังคงไม่จางหายไป
"ฮืม... รอดไปนะ" เขากระซิบแ่เบา
เขาะโขึ้นไปยังระเบียงห้องนอนของเอเลน่าอย่างง่ายดายราวกับไร้น้ำหนัก ก่อนจะวางร่างที่ยังคงหลับใหลอย่างไม่รู้เื่ลงบนเตียงอย่างแ่เบา ชายหนุ่มโน้มตัวลงไป ปลายนิ้วชี้ของเขาจิ้มลงที่กึ่งกลางหน้าผากมนของเด็กหญิงเบาๆ ทันใดนั้นดวงตาสีแดงที่เคยเปิดค้างอย่างเลื่อนลอยก็ค่อยๆ ปิดสนิทลง ร่างเล็กผ่อนลมหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอ เข้าสู่การหลับใหลที่ลึกซึ้งและมั่นคงกว่าครั้งไหนๆ
"เ้าเป็สิ่งมีชีวิตที่น่าสนใจกว่าที่ข้าคาดไว้จริงๆ เอเลน่า... ดูเหมือนว่าเ้าจะยังมีประโยชน์ต่อความรื่นรมย์ของข้าอยู่สินะ"
ชายหนุ่มยืนมองดูใบหน้าที่สงบลงของเธอชั่วครู่ ก่อนจะเลือนหายไปในความมืดทิ้งไว้เพียงกลิ่นอายของความว่างเปล่าที่เบาบาง
"ยอดเยี่ยม... ไร้ที่ติจริงๆ"
เสียงของ เซเรน่า ดังขึ้นเบาๆ พลันหุบพัดในมือลงจ้องมองเด็กหญิงตัวน้อยตรงหน้าด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความทึ่ง วันนี้เอเลน่าอยู่ในชุดเดรสฝึกซ้อมสีฟ้าครามที่ชายกระโปรงซ้อนเลเยอร์อย่างประณีต
เอเลน่าค่อยๆ ใช้ปลายนิ้วชี้และนิ้วโป้ง จีบชายกระโปรงทั้งสองข้างขึ้นอย่างแ่เบา เธอจัดระเบียบร่างกายให้หลังตรงสง่า ก่อนจะถอยเท้าข้างหนึ่งไปด้านหลังแล้วย่อตัวลงด้วยท่วงท่าที่นุ่มนวล ทรงตัวได้อย่างมั่นคงราวกับตุ๊กตากระเบื้องเคลือบที่เคลื่อนไหวได้ ท่าทางการทำความเคารพแบบเลดี้ผู้สูงศักดิ์นั้นดูเป็ธรรมชาติเสียจนเซเรน่าแทบไม่เชื่อสายตา
"เธอทำได้ดีกว่าก่อนหน้านี้ หน้ามือเป็หลังมือเลยนะเอเลน่า" เซเรน่าพึมพำ
"ขอบคุณค่ะท่านอา หนูแค่รู้สึกว่า่นี้ร่างกายมัน... สั่งการได้ดั่งใจน่ะค่ะ" เอเลน่าตอบเสียงเรียบ ดวงตาสีแดงประดุจทับทิม นิ่งสงบจนเดาใจไม่ออก
ไม่เพียงแค่เซเรน่าที่ตกตะลึง แม้แต่ ไอแซค ลูกพี่ลูกน้องจอมบงการที่ยืนกอดอกเฝ้าดูอยู่ก็ขมวดคิ้วสงสัย
"มานี่สิ เอเลน่า" ไอแซคเอ่ยเรียก เขาขยับกายก้าวออกมากลางฟลอร์เต้นรำ วันนี้เป็วันซ้อมเต้นจังหวะวอลซ์ที่ซับซ้อนขึ้น
"ครั้งก่อนเธอยังดูเงอะงะอยู่เลย มาดูซิว่าวันนี้ความมั่นใจของเธอจะพาไปได้ไกลแค่ไหน"
ดนตรีบรรเลงขึ้น ไอแซคยื่นมือออกไปและเอเลน่าวางมือลงอย่างนุ่มนวล ทันทีที่เริ่มขยับก้าว ไอแซคถึงกับแปลกใจ ร่างเล็กๆ ของเอเลน่าเคลื่อนไหวตามจังหวะนำของเขาได้อย่างลื่นไหลไร้รอยต่อ ไม่ว่าเขาจะจงใจเร่งจังหวะให้เร็วขึ้นเพื่อแกล้งลองใจ หรือเปลี่ยนทิศทางกะทันหัน เอเลน่ากลับสอดประสานเท้าได้อย่างสมบูรณ์แบบ ชายกระโปรงของเธอสะบัดพลิ้วเป็วงกลมอย่างสวยงามโดยที่เธอไม่เสียการทรงตัวแม้แต่นิดเดียว
ไอแซคจ้องมองเด็กหญิงตรงหน้าอย่างพิจารณา 'ยัยเด็กนี่... เปลี่ยนไปจริงๆ' เขาคิดในใจอย่างตื่นตะลึง 'จังหวะการเดินและการทรงตัวของเธอมันนิ่งเกินไป... นิ่งเหมือนคนที่มองเห็นล่วงหน้าว่าเขาจะก้าวไปทางไหน'
"เธอแอบไปฝึกมาตอนกลางคืนหรือไง?" ไอแซคถามเสียงต่ำขณะที่หมุนตัวเธอ
"ทำไมจู่ๆ ถึงได้เก่งกาจขึ้นมาผิดหูผิดตาขนาดนี้"
"หนูแค่จำได้น่ะค่ะ ทุกจังหวะที่ท่านพี่สอน มันเหมือนถูกสลักไว้ในหัวของหนูแล้ว" เอเลน่ายิ้มบางๆ
"เหลือเวลาอีกหนึ่งสัปดาห์จะถึงวันงานสำคัญ แต่ดูเหมือนเธอจะพร้อมั้แ่วันนี้แล้ว"
ไอแซคปล่อยมือเมื่อเพลงจบลง เขาหันไปสบตากับเซเรน่า
"ท่านแม่เราไม่ต้องสอนอะไรเพิ่มแล้วหล่ะครับ เธอทำได้ดีกว่าเลดี้ในงานเลี้ยงปีที่แล้วทุกคนเสียอีก"
เซเรน่าพยักหน้าเห็นด้วย "นั่นสินะ... ดูเหมือนความอัจฉริยะของอาเชนวาลด์ในตัวเธอจะตื่นขึ้นมาแล้วจริงๆ"
ในขณะที่ทั้งสองคนกำลังชื่นชมผลงาน เอเลน่ากลับนิ่งเงียบ เธอกวาดสายตาไปมอง...ใครบางคนที่ยืนแอบอยู่หลังเสาไกลๆ เป็ นีน่า นั่นเองที่ยืนตัวสั่นและทำท่าเหมือนมีเื่คอขาดบาดตายจะรายงาน
'มาแล้วสินะ... ข่าวดีจากหนูที่กำลังจะทิ้งเรือ' เอเลน่าคิดในใจพลางลอบยิ้ม.....
