ชูเฟินกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในฝ่ามือ ความแค้นจากการถูกฆ่าตายในชาติก่อน และความอัปยศที่หย่าลี่ได้รับในชาตินี้หลอมรวมกันเป็ไฟแห่งความมุ่งมั่น
เหวินเหวิน... ในเมื่อแกพรากความสำเร็จของฉันไปในชาตินั้น ์คงส่งฉันมาที่นี่เพื่อให้ฉันเริ่มต้นใหม่จากศูนย์
เธอขยับยิ้มที่มุมปาก เป็รอยยิ้มของดีไซเนอร์สาวผู้ไม่เคยยอมแพ้ต่อโชคชะตา แม้ในยุค 80 ที่เทคโนโลยีจะยังล้าหลัง แต่สำหรับเธอที่มาจากอนาคต... ที่นี่คือขุมทองแห่งโอกาส
"ต้าหรง ชิงชิง... พวกลูกหิวไหม?"
เด็กทั้งสองพยักหน้าพร้อมกันโดยสัญชาตญาณ ต้าหรงกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก
"รอแม่ตรงนี้ แม่จะเข้าไปในครัวดูว่ามีอะไรเหลือบ้าง" ชูเฟินลุกขึ้นยืนด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป มันไม่ใช่ดวงตาที่เศร้าหมองของหย่าลี่คนเดิมอีกต่อไป แต่มันคือดวงตาของ "ชูเฟิน" ผู้ที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าวงการแฟชั่นยุค 80 ให้สั่นะเื
แต่ก่อนที่เธอจะก้าวเท้าออกไป เสียงฝีเท้าหนักๆ ของรองเท้าบูททหารก็ดังขึ้นที่หน้าบ้าน พร้อมกับเสียงประตูปรับเปิดออกอย่างแรง
"หย่าลี่! นี่คุณยังไม่ออกไปทำงานอีกเหรอ?"
เสียงทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยอำนาจนั้นทำให้เด็กๆ สะดุ้งโหยงและรีบหลบไปหลังตู้ทันที ชูเฟินหันไปมองชายหนุ่มในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวมะกอกที่ยืนตระหง่านอยู่ตรงประตู แววตาของเขาคมกริบและเ็าดุจน้ำแข็งที่ขั้วโลก
นั่นคือ หลงอี้เฉิน สามีของเธอ... และบททดสอบแรกที่เธอต้องข้ามไปให้ได้
แสงอาทิตย์ยามบ่ายที่ลอดผ่านรอยแตกของฝาบ้านไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศภายในอบอุ่นขึ้นเลยแม้แต่น้อย เมื่อร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวมะกอกก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามา หลงอี้เฉิน ยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น ใบหน้าคมเข้มราวกับรูปสลักหินแกรนิตดูบึ้งตึง ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองไปรอบๆ ห้องด้วยความระเหิดระเหินใจ
กลิ่นอับของบ้านและความเงียบสงัดที่ผิดปกติทำให้เขาขมวดคิ้วแน่น
"หย่าลี่! นี่คุณยังไม่ออกไปทำงานอีกเหรอ?" เสียงทุ้มต่ำทรงพลังตวาดก้อง ทำให้เด็กน้อยสองคนที่ซ่อนตัวอยู่หลังตู้สะดุ้งสุดตัวจนไหล่สั่น
ชูเฟินในร่างของหย่าลี่ค่อยๆ หันกลับไปมองชายที่ชื่อว่าเป็ 'สามี' ของเ้าของร่างเดิม เธอพิจารณาเขาด้วยสายตาของดีไซเนอร์ระดับโลก... โครงสร้างใบหน้าสมบูรณ์แบบ ไหล่กว้างตั้งตรงรับกับชุดเครื่องแบบที่รีดจนเรียบกริบ (ซึ่งเธอเดาว่าเขาคงรีดเอง) บุคลิกของเขาแผ่ซ่านไปด้วยกลิ่นอายของระเบียบวินัยและความเข้มงวด แต่น่าเสียดายที่ดวงตาคู่นั้นไม่มีร่องรอยของความเมตตาเหลืออยู่เลย
"ฉันอยู่นี่" เธอตอบสั้นๆ น้ำเสียงเรียบนิ่งอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
อี้เฉินชะงักไปเล็กน้อย ปกติแล้วหากเขาตะคอกเช่นนี้ หย่าลี่จะต้องทำหน้าตื่นตระหนก ร้องไห้ฟูมฟาย หรือไม่ก็หลบตาด้วยความขี้ขลาด แต่หญิงสาวตรงหน้ากลับยืนนิ่ง หลังเหยียดตรง ดวงตาที่เคยโศกเศร้าบัดนี้กลับใสกระจ่างและดูเยือกเย็นจนน่าประหลาดใจ
เขากวาดสายตาไปเห็นเด็กๆ ที่แอบอยู่มุมมืด ต้าหรงมีรอยเปื้อนดินที่แก้ม ส่วนชิงชิงตัวสั่นเทา ความโกรธในอกของอี้เฉินปะทุขึ้นมาทันที
"ดูสภาพลูกๆ สิหย่าลี่!" เขาเดินก้าวพรวดเข้ามากระชากแขนเธอ แต่ชูเฟินเบี่ยงตัวหลบได้อย่างหวุดหวิด ทำให้อี้เฉินคว้าได้เพียงอากาศ "เสื้อผ้าขาดกะรุ่งกะริ่ง หน้าตามอมแมม นี่คุณปล่อยให้ลูกอดอยากในขณะที่คุณนั่งใจลอยอยู่อย่างนั้นเหรอ? ผมให้เงินเดือนคุณไปไม่น้อย แต่มันหายไปไหนหมด!"
ชูเฟินมองแขนตัวเองที่เกือบถูกจับ แล้วเงยหน้าสบตาเขาตรงๆ "เงินเหรอ? คุณก็น่าจะรู้ดีว่าเงินเ่าั้ไปอยู่ที่ไหน ถ้าไม่ใช่ในกระเป๋าของแม่เลี้ยงฉันที่แวะมา 'เยี่ยม' ทุกต้นเดือน"
"นั่นมันปัญหาของคุณที่คุณจัดการครอบครัวตัวเองไม่ได้!" อี้เฉินเสียงดังขึ้นอีก "หน้าที่ของภรรยาทหารคือการดูแลบ้านและลูกให้ดี แต่สิ่งเดียวที่คุณทำคือการนั่งคร่ำครวญถึงอดีตและทำตัวเป็ภาระไปวันๆ คุณรู้ไหมว่าคนในกองพลเขาพูดถึงคุณว่ายังไง?"
"ฉันไม่แคร์ว่าใครจะพูดอะไร" ชูเฟินขยับยิ้มเย็นที่มุมปาก "และฉันก็ไม่ได้อยากเป็ภาระของใครทั้งนั้น"
"เหอะ! พูดง่ายดีนี่" อี้เฉินแค่นหัวเราะอย่างดูแคลน เขาเดินไปที่โต๊ะไม้ เห็นหมั่นโถวบูดๆ ครึ่งซีกวางอยู่ "นี่น่ะเหรออาหารที่แม่ผู้ประเสริฐเตรียมไว้ให้ลูก? คุณมันเห็นแก่ตัวหย่าลี่ ถ้าผมไม่ต้องติดค้างบุญคุณพ่อของคุณ ผมคงไม่..."
"คงไม่แต่งงานกับฉัน?" ชูเฟินต่อประโยคให้ด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ฉันรู้ดีอี้เฉิน คุณถูกบังคับให้รับผิดชอบก้อนกรวดอย่างฉัน แทนที่จะได้ไปไขว่คว้าเพชรพลอยอย่างแม่ลูกสาวนักการเมืองนั่น"
อี้เฉินหน้าตึงขึ้นทันทีเมื่อถูกแทงใจดำ "อย่าเอาคนอื่นมาเกี่ยว เื่นี้เป็เื่ความบกพร่องของคุณล้วนๆ ดูสิ... ลูกๆ กลัวคุณจนไม่กล้าขยับตัวแล้ว!"
เขาหันไปหาเด็กๆ แล้วกวักมือเรียก "ต้าหรง ชิงชิง มาหาพ่อมา"
เด็กทั้งสองวิ่งโผเข้าหาอี้เฉินราวกับเห็นผู้วิเศษที่จะมาช่วยชีวิต ชิงชิงกอดขาพ่อไว้แน่นแล้วสะอื้นเบาๆ "คุณพ่อ... แม้บอกว่าจะไม่ตีหนูแล้ว แต่หนูหิว..."
คำพูดของลูกสาวเหมือนเข็มที่แทงเข้าไปในใจของอี้เฉิน และมันก็ทำหน้าที่ปะาความรู้สึกของชูเฟินเช่นกัน เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ระงับความโกรธที่เ้าของร่างเดิมทิ้งไว้ให้
"อี้เฉิน ฟังนะ" เธอเรียกชื่อเขาตรงๆ ทำให้อีกฝ่ายขมวดคิ้วเพราะปกติเธอจะเรียกเขาว่า 'พี่อี้เฉิน' ด้วยท่าทางออดอ้อน "ฉันยอมรับว่าที่ผ่านมาฉันไม่ใช่แม่ที่ดี และไม่ใช่ภรรยาที่คุณภูมิใจ แต่จากวินาทีนี้ไป ทุกอย่างจะเปลี่ยนไป"
อี้เฉินอุ้มชิงชิงขึ้นมาแนบอก แววตาที่มองภรรยายังคงเต็มไปด้วยความไม่เชื่อถือ "เปลี่ยนเหรอ? คุณพูดคำนี้มาเป็ร้อยครั้งแล้วหย่าลี่ สุดท้ายคุณก็กลับไปนั่งซึมเศร้าและใช้เงินหมดไปกับของไร้สาระ หรือไม่ก็ยอมให้แม่เลี้ยงคุณปล้นเงินไปจนเกลี้ยง"
"ครั้งนี้ไม่เหมือนเดิม" ชูเฟินก้าวเข้าไปใกล้เขา แม้จะตัวเล็กกว่ามากแต่รังสีความกดดันที่เธอแผ่ออกมาทำให้ชายหนุ่มผู้ผ่านสมรภูมิมานักต่อนักถึงกับต้องนิ่งฟัง "ฉัน้าเวลาแค่หนึ่งอาทิตย์ ฉันจะทำให้บ้านหลังนี้เป็บ้านจริงๆ และฉันจะพิสูจน์ให้คุณเห็นว่า ฉันเลี้ยงลูกได้ดีกว่าที่คุณคิด"
