ตอนที่ 4 หน้าที่นางบำเรอ
แสงแดดยามสายที่ลอดผ่านม่านผืนหนาเข้ามาตกกระทบเปลือกตา ทำให้ ม่านฟ้า รู้สึกตัวตื่นขึ้น ความรู้สึกแรกที่ถาโถมเข้ามาคือความปวดร้าวไปทั่วสรรพางค์กาย โดยเฉพาะ่ล่างและริมฝีปากที่บวมเจ่อจนรู้สึกได้
เธอค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นนั่ง ผ้าห่มนวมผืนหนาเลื่อนลงไปกองที่เอว เผยให้เห็นร่องรอยสีกุหลาบแดงช้ำที่กระจายอยู่ทั่วผิวขาวเนียน ทั้งที่เนินอก ลำคอ และหัวไหล่ ร่องรอยแห่งการตีตราจองที่ อคิน ฝากเอาไว้เมื่อคืน... อย่างป่าเถื่อนและเอาแต่ใจ
"ตื่นแล้วเหรอ..."
เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นจากมุมห้อง ม่านฟ้าสะดุ้งสุดตัว รีบดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างจนมิดคอ เธอมองไปทางต้นเสียงด้วยแววตาหวาดระแวง
อคินนั่งอยู่บนโซฟาหนังตัวใหญ่ เขาอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวปลดกระดุมบน พับแขนเสื้อขึ้นอย่างสบายๆ มือข้างหนึ่งถือแก้วกาแฟ อีกข้างถือแท็บเล็ตเช็กข่าวหุ้น ดูสดชื่นและทรงพลัง แตกต่างกับเธอที่สภาพเหมือนตุ๊กตาที่ถูกฉีกทึ้งอย่างสิ้นเชิง
"ทำไมทำหน้าเหมือนเห็นผี? เมื่อคืนเธอยังครางชื่อฉันไม่หยุดเลยนี่" อคินวางแก้วกาแฟลงแล้วลุกเดินเข้ามาที่เตียง รอยยิ้มร้ายกาจประดับอยู่บนมุมปาก
"คุณ... คุณมันคนเลว" ม่านฟ้ากัดริมฝีปากแน่น น้ำตาคลอเบ้าด้วยความเจ็บใจ
"เก็บคำด่าไว้เถอะม่านฟ้า เพราะเธอยังต้องอยู่กับ 'คนเลว' คนนี้ไปอีกนาน" เขานั่งลงบนขอบเตียง เอื้อมมือมาปัดไรผมที่ปรกหน้าเธอออก ม่านฟ้าเบี่ยงหน้าหนีแต่ถูกมือหนาล็อคปลายคางไว้
"ฟังนะ... หน้าที่ของเธอไม่ได้จบแค่บนเตียง" อคินจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวย "ที่นี่ไม่มีแม่บ้านส่วนตัวในห้องนอนฉัน เพราะฉะนั้น ทุกอย่างที่เป็เื่ส่วนตัวของฉัน... เธอต้องเป็คนทำ"
"หมายความว่ายังไงคะ"
"ตื่นมาเตรียมน้ำให้อาบ เตรียมชุด เลือกเนกไท ชงกาแฟ และอาหารเช้า... นั่นคืองานของเธอ เริ่มั้แ่วันนี้ เดี๋ยวนี้"
"แต่ฉันเจ็บ... ฉันลุกไม่ไหว" ม่านฟ้าแย้งเสียงสั่น ร่างกายเธอบอบช้ำเกินกว่าจะขยับตัวทำอะไรได้คล่องแคล่ว
อคินกวาดสายตามองเรือนร่างภายใต้ผ้าห่ม แววตาอ่อนลงวูบหนึ่งเมื่อเห็นรอยช้ำที่ตัวเองทำไว้ แต่เพียงเสี้ยววินาทีก็กลับมาแข็งกร้าวเหมือนเดิม
"อย่าสำออย... ถ้าเมื่อคืนเธอรับแรงกระแทกจากฉันไหว งานแค่นี้เธอก็ต้องทำได้ ลุกไปอาบน้ำซะ ฉันให้เวลาสิบห้านาที ถ้าช้ากว่านั้น... ฉันจะทบยอด 'รอบเช้า' เพิ่มอีกดอก"
คำขู่นั้นได้ผลชะงัด ม่านฟ้ากัดฟันข่มความเ็ป พยุงร่างอันบอบช้ำลุกขึ้นจากเตียง ขาสั่นพั่บๆ จนแทบทรุด แต่อคินก็นั่งกอดอกมองดูเฉยๆ ไม่คิดจะยื่นมือเข้ามาช่วย
...
ครึ่งชั่วโมงต่อมา
ม่านฟ้าในชุดลำลองของอคิน (เสื้อเชิ้ตตัวโคร่งที่ยาวคลุมเข่า เพราะเสื้อผ้าเธอยังไม่มาส่ง) กำลังยืนมือสั่นเทาขณะพยายามผูกเนกไทให้ชายหนุ่มร่างสูงตรงหน้า
กลิ่นกายหอมกรุ่นหลังอาบน้ำของเขา ทำให้ภาพความเร่าร้อนเมื่อคืนย้อนกลับมาในหัว ม่านฟ้าหน้าแดงซ่าน มือไม้เกะกะไปหมด ยิ่งอคินจ้องหน้าเธอนิ่งๆ เธอก็ยิ่งประหม่า
"ช้า..." อคินบ่นพึมพำ แต่ก็ยอมยืนนิ่งๆ ให้เธอทำให้เสร็จ
เมื่อปมเนกไทเรียบร้อย เขาก็รวบเอวบางเข้าหาตัวจนชิด ก้มลงสูดดมความหอมจากซอกคอขาวเนียนที่โผล่พ้นปกเสื้อเชิ้ต
"อ๊ะ! คุณอคิน ปล่อยค่ะ เดี๋ยวสาย" ม่านฟ้าดันอกเขาไว้
"ตัวหอมดีนี่... เสื้อเชิ้ตฉัน พออยู่บนตัวเธอแล้วมันดูน่า... ถอดมากกว่าใส่" เสียงกระซิบแหบพร่าทำเอาม่านฟ้าขนลุก
"คุณบอกให้ฉันไปชงกาแฟ" เธอรีบอ้างคำสั่งเขา
อคินหัวเราะในลำคอ ยอมคลายอ้อมกอดออก "ไปชงมา แล้วก็จำไว้... ห้ามก้าวเท้าออกจากห้องนี้จนกว่าฉันจะกลับมา ถ้าฉันรู้ว่าเธอหนี หรือแอบโทรหาใคร... เธอจะโดนล่ามโซ่ไว้กับเตียงแน่ เข้าใจไหม?"
"ค่ะ..." ม่านฟ้ารับคำเสียงแ่
อคินเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้ม่านฟ้ายืนคว้างอยู่กลางห้องกว้างเพียงลำพัง เธอมองประตูที่ปิดลง น้ำตาเม็ดโตไหลรินลงมาอาบแก้ม
ชีวิตของ 'ม่านฟ้า' คนเดิมได้ตายไปแล้ว ตอนนี้เหลือเพียง 'นางบำเรอขัดดอก' ของซาตานร้ายที่ชื่ออคินเท่านั้น และดูเหมือนขุมนรกนี้จะเพิ่งเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น
*************
