“อาหารไม่อร่อยเหรอ” ชายหนุ่มเอ่ยถาม
“เปล่าค่ะ พิมพ์แค่คิดถึงพ่อกับแม่ ป่านนี้ไม่รู้ว่าท่านเป็ไงบ้าง” คำตอบของหญิงสาวทำให้เทวทิณณ์นึกแปลกใจขึ้นมา ในเมื่อพ่อแม่ของเธอเสียชีวิตแล้ว แต่เธอทำราวกับท่านยังมีชีวิตอยู่
“อาหารมาแล้วค่ะ” พนักงานเดินเข้ามาขัดจังหวะทำให้ชายหนุ่มเลือกที่จะเก็บความสงสัยนั้นไว้ แล้วหันมาตักอาหารใส่จานให้เธอแทนเป็การปลอบโลม
“กินเยอะ ๆ และอย่าคิดอะไรที่ไม่สบายใจ” พิมพ์มาดาเลื่อนสายตามองชายหนุ่มหล่อเหลาตรงหน้า เธอไม่อาจเก็บความสงสัยไว้ได้อีก จึงเอ่ยปากถามความจริงจากเขาในที่สุด
“พี่ทิณณ์ทำแบบนี้ทำไมคะ”
“ทำอะไร”
“ก็ทั้งหมดที่ทำอยู่ตอนนี้” ชายหนุ่มวางช้อน แล้วจับจ้องมองใบหน้าเดียงสา ก่อนจะยกมือขึ้นลูบศีรษะเธออย่างอ่อนโยน
“ทั้งหมดที่ทำ พี่ไม่เคยทำให้ใคร” คำตอบสั้น ๆ ของเขาทำให้พิมพ์มาดาชะงักนิ่ง จับจ้องมองดวงหน้าเขาด้วยหัวใจหวั่นไหวอย่างที่ถึงสุด
“แล้วทำไมพี่ทิณณ์ถึง...”
“ไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นตอนไหน ไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นเมื่อไหร่ แต่รู้ว่าความรู้สึกที่พี่มีให้เธอ มันมากมายและรวดเร็วเหลือเกิน เธอไม่ใช่แค่คนที่เข้ามา แล้วจะผ่านไปเหมือนคนอื่น แต่เธอคือคนพิเศษของพี่” คำตอบของเขาทำให้พิมพ์มาดากะพริบตาถี่ ๆ อย่างไม่ทันตั้งตัว
“เธอล่ะ รู้สึกยังไงกับพี่ แต่โดยปกติแล้ว ไม่มีผู้หญิงคนไหนกล้าปฏิเสธคนอย่างพี่หรอกนะ จะบอกให้” เขาทำท่าหลงตัวเองอย่างถึงที่สุด พร้อมกับทอดสายตามองมายังหญิงสาวหมายเอาคำตอบ
“ว่าไง รู้สึกยังไงกับพี่”
“พิมพ์....” หญิงสาวอ้ำอึ้ง
“ไม่ต้องตอบพี่ตอนนี้ก็ได้นะ แต่ให้เธอรู้ไว้ก็พอ ว่าตอนนี้เธออยู่ในสถานะแฟนของพี่ และสถานะนี้เธอต้องเป็ไปตลอด จนกว่าพี่จะเบื่อ ซึ่งก็คงไม่มีวันนั้น” เขาพูดพร้อมกับตักอาหารใส่ปาก ด้วยความมั่นใจ นั่นทำให้พิมพ์มาดาเข้าใจอย่างง่ายดาย
หลังจากทานอาหารเสร็จแล้ว เขาก็จับมือเธอเดินไปยังร้านขายเครื่องประดับ พิมพ์มาดาดึงมือเขาแล้วไม่ยอมก้าวเข้าไป เมื่อรู้ว่าเทวทิณณ์คิดจะทำอะไร
“พี่ทิณณ์คะ พาพิมพ์มาที่นี่ทำไมคะ”
“มาร้านเครื่องประดับ ก็ต้องซื้อเครื่องประดับสิ”
“ไม่ค่ะ มันมากเกินไป”
“สำหรับแฟนของพี่ ไม่มีอะไรที่มากเกินไปหรอกนะ” ถึงแม้เขาจะพูดเกลี้ยกล่อมอย่างไร พิมพ์มาดายังคงดื้อดึงที่จะไม่รับของมีราคาเ่าั้ ก่อนที่เทวทิณณ์จะยื่นคำขาด เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายดึงดันและปฏิเสธเสียงแข็ง
“พิมพ์เป็แฟนของพี่ และพี่ก็เต็มใจซื้อให้ อย่าให้เป็เื่ใหญ่ได้ไหม อย่างน้อยก็เห็นใจพี่พนักงานหน่อย เขาเปิดประตูรอจนเมื่อยแล้ว” พิมพ์มาดาเลื่อนสายตาไปยังพนักงานผู้หญิงที่ส่งยิ้มอ่อนให้ ในขณที่เปิดประตูรอรับคล้ายกดดันกลาย ๆ
“ก็แค่นี้แหละ” เมื่ออีกฝ่ายดูเหมือนจะอ่อนลง เทวทิณณ์ก็จูงมือเธอเข้ามาในร้าน ที่มีเครื่องประดับวางเรียงราย หลายราคาให้เลือก เทวทิณณ์เดินตรงไปยังกำไลข้อมือขนาดพอดี แล้วหันใบหน้าหล่อเหลากลับมายังพิมพ์มาดา
“เธอชอบอันไหน” หญิงสาวเห็นความตั้งใจของเขา เธอจึงเลื่อนสายตามองเครื่องประดับพวกนั้น แล้วชี้ไปยังกำไลข้อมือรูปดาว
“อันนี้ค่ะ”
“ชอบมากกว่าทุกอันหรือเปล่า” เขาถามย้ำ ก่อนที่เธอจะพยักหน้า
“อันนี้เท่าไหร่ครับ”
“ตัวนี้อยู่ที่เจ็ดแสนค่ะ” พิมพ์มาดาได้ยินราคาดังนั้น จึงเบิกตากว้าง แล้วรีบกระตุกชายเสื้อชายหนุ่มทันที
“พิมพ์ไม่เอาแล้วค่ะ เรากลับกันเถอะ”
“งั้นผมเอาอันนี้ครับ” คำขอร้องของหญิงสาว ไม่ทำให้เทวทิณณ์ถอดใจ เขาตั้งมั่นซื้อกำไลข้อมือนั้นเพื่อเป็สิ่งแทนใจว่าเขาชอบเธอมากแค่ไหน หลังจากขึ้นรถแล้ว อยู่ ๆ เทวทิณณ์ก็แบมือขอบางอย่างจากเธอ
“คะ” หญิงสาวทำหน้าไม่เข้าใจ
“เอามือมา” น้ำเสียงอบอุ่นเอ่ยขึ้น ก่อนที่พิมพ์มาดาจะทำตามอย่างว่าง่าย เธอยื่นมือให้เขาแล้วมองเทวทิณณ์สวมกำไลข้อมือราคาแพงนั้นให้ด้วยกิริยาอ่อนโยน
“จากนี้ไปอย่าถอดออกได้ไหม” เขาพูดคล้ายกับขอร้อง
“กำไลข้อมืออันนี้แพงมาก พี่ไม่ควรเสียเงินมากมายเพื่อทำอะไรแบบนี้เลยค่ะ เสียเงินตั้งหลายแสน แต่ได้มาแค่กำไลวงเดียวเท่านั้น” หญิงสาวพูดแล้วนึกเสียดายแทนเขา ก่อนที่ชายหนุ่มจะปล่อยยิ้มอ่อน แล้วอธิบายต่อในมุมของเขา
“พี่แค่อยากให้ความสัมพันธ์ของเราเป็อะไรที่พิเศษ ถ้าเธอไม่สบายใจก็อย่าคิดถึงราคามันสิ ดูนี่...” อยู่ ๆ เทวทิณณ์ก็ชูมือเขาขึ้นมา เผยให้เห็นสร้อยข้อมือสีดำ ที่หญิงสาวซื้อให้ในวันเกิด
“สร้อยที่พิมพ์ซื้อให้นี่คะ ราคาไม่ถึงร้อยเลยด้วยซ้ำ น่าอายจังเลยค่ะ”
“แต่มันมีคุณค่าทางใจสำหรับพี่นะ มีค่ามากที่สุด พี่อยากให้พิมพ์ใส่กำไลที่พี่ซื้อให้ไปตลอดเลยนะ ส่วนพี่ก็จะใส่สร้อยข้อมือที่พิมพ์ซื้อให้ไปตลอดเหมือนกัน” คำพูดอบอุ่นของเขาทำให้พิมพ์มาดาเผยรอยยิ้มหวานออกมา ก่อนจะพยักหน้าตอบรับ แล้วค่อย ๆ เลื่อนดูกำไลราคาแพงนั้นด้วยความสุขใจ
นับจากที่เขาประกาศคบกับเธออย่างเป็ทางการ หลายอย่างในชีวิตของพิมพ์มาดาเปลี่ยนไป เธอเป็ที่รู้จักมากขึ้นในฐานะแฟนของเทวทิณณ์ ข่าวด้านลบที่เคยมีก็ค่อย ๆ จางหายไปในที่สุด ไม่ว่าจะเป็มือถือ หรือกระเป๋าราคาแพง เขาก็หามาให้โดยที่หญิงสาวไม่เคยเอ่ยปาก เป็ที่อิจฉาของนักศึกษาหญิงทุกคน รวมถึงปุยนุ่นที่เข้ามาตีสนิทด้วยในเวลาต่อมา
