บริเวณรอบวังยมบาล
ตรงกลางูเาสูงขนาดใหญ่ั์สามแห่งที่ยาวหลายพันเมตร หลุมลึกดำมืดแห่งหนึ่งที่ยุบลงไปจากพื้นดินมีปราณปีศาจลอยกรุ่นออกมาอย่างต่อเนื่อง
ปราณปีศาจที่ลอยออกมาจากในหลุมแห่งนั้นได้แผ่อบอวลไปรอบด้าน ทำให้รัศมีหลายสิบเมตรของที่แห่งนี้ไม่มีปราณิญญาใดๆ หลงเหลืออีก
“อู้!”
น้ำวนปราณปีศาจที่ลอยจากสำนักภูตผีซึ่งห่อหุ้มภูตผีปีศาจจำนวนมากเอาไว้พลันลอยมาถึง
น้ำวนปราณปีศาจขนาดใหญ่ั์นั้นหยุดลงข้างหลุมใหญ่ ภูตผีปีศาจชั้นต่ำจำนวนนับไม่ถ้วนพุ่งพรวดออกมาจากน้ำวนแล้วรวมตัวกันอยู่ข้างหลุมดำลึก
ภูตผีปีศาจชั้นสูงที่มีจื่อเหลียน ข่าหลัว และเก๋อหลู่เท่อเป็หัวหน้าต่างก็ออกจากยอดของน้ำวนมายืนอยู่ข้างหลุมเช่นกัน
หลุมดำที่มีปราณปีศาจลอยออกมาตลอดเวลา ด้านในมีคลื่นแห่งมิติที่เข้มข้นไหลกรากคล้ายเชื่อมโยงไปยังฟ้าดินของอาณาจักรอีกแห่งหนึ่ง
“ประตู์เปิดขึ้น รอยปริแยกสามแห่งที่ทอดยาวไปยังอาณาจักรปีศาจได้เกิดขึ้นแล้ว” จื่อเหลียนจ้องเขม็งไปยังหลุมลึกแห่งนั้นด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไม่ได้รู้สึกหดหู่กับความล้มเหลวในอาณาจักรหลีเทียน “การปรากฏขึ้นของประตู์ การสืบทอดของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว การ่ชิงระหว่างอาณาจักรปีศาจและพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น”
“รอยแยกสามแห่งถูกปรมาจารย์ของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวปิดผนึกไว้เมื่อเนิ่นนานมาแล้ว”
“ตอนนี้เมื่อรอยแยกทั้งสามปรากฏขึ้น ลำพังเพียงแค่ผู้ฝึกลมปราณของเก้าอาณาจักรในดินแดนดาวตก เกรงว่าคงไม่สามารถปิดผนึกรอยแยกทั้งสามนี้ได้อีก”
“มีเพียงผู้ที่ได้รับคาถาสะเก็ดดาวต้นกลางท้ายสามบทเท่านั้นถึงจะสามารถใช้เวทลับของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวมาชักนำพลังของทางช้างเผือกเพื่อปิดผนึกรอยแยกนั่นอีกครั้ง”
กล่าวมาถึงตรงนี้จื่อเหลียนก็หันไปมองูเาใหญ่ั์สามลูกที่อยู่ใกล้หลุมลึก
นางรู้ดีว่าูเาั์ทั้งสามนี้มิได้เกิดขึ้นมาเองตามธรรมชาติ แต่ปรมาจารย์ของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวได้เคลื่อนย้ายพวกมันมาจากเทือกเขาอื่นๆ ในอาณาจักรหลีเทียน
และในูเาั์ทั้งสามนั้นก็มีค่ายกลลึกลับที่น่าหวาดกลัวดำรงอยู่ ทุกค่ายกลต่างก็เป็จุดศูนย์กลางในการเชื่อมต่อ
มีเพียงผู้ที่ได้นาบตราประทับคาถาสะเก็ดดาวเท่านั้นถึงจะสามารถใช้ตราประทับทั้งสามมาเปิดค่ายกลใหญ่ในูเาทั้งสามอีกครั้ง จากนั้นก็ดึงเอาพลังแห่งทางช้างเผือกที่อยู่ห่างไกลมาปิดผนึกรอยแยกที่ปริแตกออกอีกครั้ง
“ฝ่าา รอยแยกอีกสองแห่งอยู่ในอาณาจักรเสวียนเทียนและอาณาจักรเชียนเจวี๋ย ผู้แข็งแกร่งเผ่ามนุษย์ของอาณาจักรเสวียนเทียนและอาณาจักรเชียนเจวี๋ยต่างก็มีฝีมือมากกว่าอาณาจักรหลีเทียนหนึ่งระดับ ต่อให้เป็พวกเขาเองก็ไม่มีความสามารถมาสกัดกั้นการไหลซึมของปราณปีศาจได้อย่างนั้นหรือ?” ข่าหลัวที่มีเกราะปกคลุมทั้งร่างเอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัย
“ถูกต้อง” จื่อเหลียนกล่าวด้วยสีหน้าภาคภูมิใจ “หากผู้แข็งแกร่งของอาณาจักรเสวียนเทียนและอาณาจักรเชียนเจวี๋ยมีความสามารถในการปิดผนึกรอยแยกอีกครั้งก็คงไม่พยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อเข้าไปในประตู์และ่ชิงการสืบทอดจากคาถาทั้งสามบทของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวมาอย่างแน่นอน”
“ที่ตระกูลใหญ่ตระกูลอื่นในอาณาจักรปีศาจไม่ได้บุกเข้าไปในอาณาจักรเสวียนเทียนและอาณาจักรเชียนเจวี๋ยก็เพราะในสถานที่ที่เต็มไปด้วยปราณิญญา หากคิดจะต่อสู้กับผู้แข็งแกร่งของอาณาจักรเสวียนเทียนและอาณาจักรเชียนเจวี๋ยก็ไม่มีความเป็ไปได้ที่จะชนะมากนัก”
“ทว่าผู้แข็งแกร่งเผ่ามนุษย์ของดินแดนดาวตกก็ไม่กล้าใช้รอยแยกทั้งสามนั่นเดินทางมายังอาณาจักรหลีเทียนของพวกเราเช่นกัน”
“ครั้งนี้ที่พวกเราเลือกมาอาณาจักรหลีเทียนก็เพราะอาณาจักรหลีเทียนนั้นอ่อนแอ ไม่สามารถต้านทานพวกเราได้”
“การต่อสู้ระหว่างอาณาจักรปีศาจและดินแดนดาวตกก็ได้เริ่มขึ้นั้แ่นาทีที่รอยแยกทั้งสามปริแตกออกแล้ว”
“การปริแตกของรอยแยกทั้งสามจะทำให้ปราณปีศาจรั่วไหลอย่างต่อเนื่อง แค่เวลาเพียงสามสิบถึงห้าสิบปี ตลอดทั้งอาณาจักรเสวียนเทียน อาณาจักรเชียนเจวี๋ย และอาณาจักรหลีเทียนก็จะเต็มไปด้วยปราณปีศาจ ปราณิญญาฟ้าดินทั้งหมดจะถูกทำให้สกปรก”
“เมื่อถึงเวลานั้น พวกเราค่อยเข้าไปในรอยแยกทั้งสาม และเปิดฉากต่อสู้กับอาณาจักรทั้งสามที่เต็มไปด้วยปราณปีศาจใหม่อีกครั้ง และพวกเราก็จะเป็ฝ่ายที่ได้เปรียบ”
“เวลานั้นถึงจะเป็การต่อสู้ที่แท้จริงระหว่างพวกเราและดินแดนดาวตก”
ข่าหลัวขมวดคิ้ว กล่าว “ผู้แข็งแกร่งของดินแดนดาวตกก็น่าจะรู้เื่นี้ด้วย พวกเขาย่อมคิดหาวิธีรวบรวมตราประทับทั้งสามบทที่มาจากพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวแน่นอน และหากรวบรวมทั้งสามบทได้เมื่อไหร่ก็สามารถปิดรอยแยกของอาณาจักรเสวียนเทียน อาณาจักรเชียนเจวี๋ย และอาณาจักรหลีเทียนได้ เมื่อเป็เช่นนี้ จะกลายเป็ว่าพวกเราหมดโอกาสหรือไม่?”
“ไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก” จื่อเหลียนหัวเราะเบาๆ หนึ่งครั้ง “เผ่ามนุษย์ของดินแดนดาวตกไม่ได้สามัคคีกันต้านทานศัตรูภายนอก ระหว่างพวกเขาก็แก่งแย่งเข่นฆ่ากันเองเช่นกัน ถ้าไม่อย่างนั้นเหตุใดพวกเรามาที่อาณาจักรหลีเทียนตั้งนานแล้ว ถึงไม่เห็นผู้แข็งแกร่งของอีกแปดอาณาจักรยื่นมือมาช่วยเหลือเลยเล่า?”
“แล้วนับประสาอะไรกับตราประทับทั้งสามบทที่จำเป็ต้องรวมกันเป็หนึ่ง ผู้ที่ได้ตราประทับทั้งสามนั้นจำเป็ต้องผสานมันเข้าด้วยกัน ฝีมือของตัวเขาเองก็ต้องแข็งแกร่งมากพอถึงจะสามารถใช้ตราประทับทั้งสามมาเปิดค่ายกลลึกลับที่พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวทิ้งไว้ได้”
“ทุกคนที่ได้รับตราประทับย่อมไม่ยอมส่งมอบให้ใครแต่โดยดีแน่นอน ลำพังเพียงแค่ตราประทับทั้งสามนั้นก็มากพอจะทำให้ดินแดนดาวตกปั่นป่วนไปได้่เวลาหนึ่งเลยล่ะ”
“หลังจากที่พวกเรากลับไป ต้าจวินหลายท่านยังต้องใช้เวทลับแห่งสายเืมาเพิ่มความเร็วในการรั่วไหลของปราณปีศาจด้วย”
“ขอแค่คนเ่าั้ลงมือ อาจไม่จำเป็ต้องรอถึงสามสิบห้าสิบปี บางทีเวลาแค่สิบปีปราณปีศาจที่รั่วไหลออกมาจากรอยแยกขนาดใหญ่ทั้งสามก็คงมากพอจะทำให้อาณาจักรเสวียนเทียน อาณาจักรเชียนเจวี๋ย และอาณาจักรหลีเทียนกลายมาเป็ดินแดนสุขาวดีสำหรับพวกเราได้แล้ว”
“สักวันอาณาจักรทั้งเก้าในดินแดนดาวตกก็ต้องกลายมาเป็สถานที่เลี้ยงสัตว์ของอาณาจักรปีศาจเรา ตระกูลใหญ่หลายแห่งจ้องเขมือบดินแดนดาวตกตาเป็มันมานาน ย่อมไม่มีทางรามือง่ายๆ แน่”
กล่าวจบจื่อเหลียนก็ยกมือขึ้นเบาๆ “กลับบ้านกันเถอะ”
ประโยคนั้นดังจบน้ำวนปราณปีศาจขนาดใหญ่ั์ลูกนั้นก็ห่อหุ้มร่างของภูตผีปีศาจชั้นต่ำและภูตผีปีศาจชั้นสูงทั้งหมดไว้อีกครั้งแล้วร่วงหล่นลงไปในหลุมดำ ค่อยๆ หายไปท่ามกลางคลื่น
......
อาณาจักรเชียนเจวี๋ย
หลุมขนาดใหญ่ั์สีดำสนิทไม่ต่างไปจากที่อาณาจักรหลีเทียนก็มีปราณปีศาจพวยพุ่งออกมาต่อเนื่องเช่นกัน
บริเวณใกล้เคียงกับถ้ำแห่งนั้นก็มีูเาขนาดใหญ่ั์สามลูกที่ยาวหลายพันจั้งตั้งตระหง่าน ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นมาเองตามธรรมชาติ
ูเาั์ทั้งสามเรียงตัวกันเป็รูปสามเหลี่ยมโอบล้อมหลุมดำเอาไว้
บนยอดเขาของูเาั์แห่งหนึ่งมีผู้แข็งแกร่งเผ่ามนุษย์หลายคนยืนอยู่ พวกเขากำลังก้มหน้าลงมองหลุมดำที่มีปราณปีศาจลอยล่องออกมาต่อเนื่องด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“ภูตผีปีศาจไม่ได้เยื้องกรายมา ไม่ได้หมายความว่าวิกฤตจะผ่านพ้นไป ขอแค่รอยแยกที่เชื่อมโยงไปยังอาณาจักรปีศาจแห่งนี้ยังไม่ปิดสนิท ปราณปีศาจก็จะรั่วไหลออกมาอยู่ตลอดเวลา หากปล่อยให้มันเป็อย่างนี้ต่อไป อีกหลายสิบปีให้หลัง อาณาจักรเชียนเจวี๋ยก็จะไม่มีปราณิญญาฟ้าดินหลงเหลืออยู่แม้แต่เส้นเดียว ถึงเวลานั้น ตระกูลใหญ่ที่แข็งแกร่งอย่างแท้จริงของอาณาจักรปีศาจก็จะพากันแห่แหนมาเปิดากับดินแดนดาวตก”
“ลูกศิษย์ของพวกเราที่เดินทางไปประตู์ ผู้ที่มีชีวิตรอดกลับมา ไม่มีสักคนที่ได้รับตราสืบทอดของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว แม้แต่วิมาน์ของอาณาจักรเสวียนเทียนก็มีเพียงหนิงหยางเท่านั้นที่ได้รับตราประทับสืบทอดไปชิ้นหนึ่ง ส่วนตราประทับอีกสองชิ้นถูกเด็กน้อยคนหนึ่งของอาณาจักรหลีเทียนได้ไปครอง ช่างเป็เื่ที่น่าแปลกใจจริงๆ”
“วิมาน์หมายจะให้ซูหลินและหนิงหยาง่ชิงตราประทับสืบทอดทั้งสามมาครอง แต่นึกไม่ถึงว่าแผนการจะล้มเหลว”
“ตราประทับทั้งสามมิอาจรวมตัวกันก็ไม่มีทางปิดผนึกรอยแยกนี่ได้ ปราณปีศาจที่ไหลมาจากอาณาจักรปีศาจก็จะทำร้ายอาณาจักรเสวียนเทียน อาณาจักรเชียนเจวี๋ย และอาณาจักรหลีเทียนอย่างต่อเนื่อง เมื่อนานวันเข้า ปราณิญญาฟ้าดินของพวกเราสามอาณาจักรก็จะลดน้อยลงไปเรื่อยๆ เมื่อถูกปราณปีศาจกลบทับ พวกเราก็จะไม่สามารถฝึกบำเพ็ญตบะได้อีกต่อไป”
“วางใจเถอะ วิมาน์ต้องร้อนใจยิ่งกว่าพวกเราอยู่แล้ว รอยแยกที่ปรากฏขึ้นในวิมาน์อยู่ใกล้กับประตูสำนักของพวกเขา หากปล่อยให้ปราณปีศาจรั่วไหลอยู่แบบนี้ต่อไป วิมาน์ก็จะต้องย้ายสำนัก พวกเขาไม่มีทางปล่อยให้ตราประทับอีกสองชิ้นกระจายอยู่ข้างนอกนานแน่”
“อืม ถ้าเช่นนั้นพวกเราก็รอข่าวจากทางวิมาน์เถอะ”
ผู้แข็งแกร่งเผ่ามนุษย์หลายคนของอาณาจักรเชียนเจวี๋ยมองหลุมดำแห่งนั้นและวิพากษ์วิจารณ์กันอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นถึงได้พากันบินจากไป
......
วิมาน์อาณาจักรเสวียนเทียน
ซูหลินที่กลับมาจากประตู์และยังมีหนิงหยางที่ได้รับตราประทับดาวหกแฉกหนึ่งชิ้นนั่งคุกเข่าอยู่ในตำหนักหินขนาดใหญ่ั์แห่งหนึ่ง หลังจากเล่าประสบการณ์ที่พวกเขาพบเจอในพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวอย่างละเอียดแล้วก็ก้มหน้าไม่พูดไม่จา
ตรงกลางตำหนักหินมีเงามายาเหมือนิญญาเงาหนึ่งล่องลอยอยู่ไม่นิ่ง คล้ายสามารถหายไปได้ตลอดเวลา
หลังจากที่เขาฟังคำอธิบายของซูหลินและหนิงหยางจบก็เงียบไปครู่ใหญ่ จากนั้นถึงได้พูดขึ้นเรียบๆ ว่า “ตราประทับสามชิ้นมิอาจกลับมารวมกัน ถ้าเช่นนั้นรอยแยกทั้งสามที่ทอดยาวไปยังอาณาจักรปีศาจก็จะไม่มีวันปิดผนึก ปล่อยให้ปราณปีศาจรั่วไหล อาณาจักรหลีเทียนที่มีพื้นที่เล็กที่สุด ไม่เกินยี่สิบปีต้องถูกปราณปีศาจกลบทับสนิทแน่นอน”
“ถึงเวลานั้นอาณาจักรหลีเทียนก็จะไม่มีคุณค่าใดๆ หลงเหลืออีก คนทั้งหมดของอาณาจักรหลีเทียนก็จะพากันถอนรกรากออกมา”
“เมื่อเป็เช่นนี้ ทุกอย่างที่พวกเราทำไปก่อนหน้านี้ก็ไม่มีความหมายอีกแล้ว ข้าจะส่งข่าวไปยังอาณาจักรคุนหลัวและอาณาจักรอั้นิ ให้พวกเขาหยุดการโจมตีอาณาจักรหลีเทียนชั่วคราว พวกเ้าสองคนจงเอาป้ายคำสั่งของข้าไปที่อาณาจักรหลีเทียน ตามหาเ้าเด็กที่ได้ตราประทับอีกสองชิ้นนั่นให้เจอ แล้วรวบรวมตราประทับทั้งสามให้ครบก่อน”
ป้ายคำสั่งชิ้นหนึ่งที่จะเป็ทองก็ไม่ใช่จะเป็หยกก็ไม่เชิงลอยมาจากในร่างมายาเหมือนิญญานั้น แล้วมาหยุดอยู่ตรงหน้าหนิงหยาง
“เอาป้ายคำสั่งนี้ไปแล้วตามหาฉางเซินแห่งวังยมบาล บอกสถานการณ์ให้เขารู้แน่ชัด เขาน่าจะรู้ว่าควรทำเช่นไร”
“ศิษย์เข้าใจแล้ว” หนิงหยางและซูหลินรับคำพร้อมกัน
“หากยังทำพลาดอีก พวกเ้าก็น่าจะรู้ว่าต้องเจอกับการลงโทษแบบใด!” คนผู้นั้นแค่นเสียงเ็าหนึ่งครั้ง
บนใบหน้าที่ก้มลงต่ำของหนิงหยางและซูหลินเต็มไปด้วยความหวาดกลัวกระวนกระวาย แม้แต่ร่างก็ยังสั่นเทาน้อยๆ
-----
