คังอิงถือวิทยุติดตามตัวเดินออกมาช้าๆ โดยไม่มีทีท่าว่าจะตอบกลับทันที สือเจียงหย่วนมองด้วยความแปลกใจ ก่อนถามขึ้น
“ใครเหรอครับ? หรือว่าเป็ข้อความรบกวน? เฮ้อ ่นี้ทางบริษัทเพจเจอร์ต้องจัดการอะไรสักอย่างแล้ว พวกเขาส่งข้อความโฆษณามาให้บ่อยมาก”
คังอิงถึงกับหัวเราะไม่ออก แท้จริงแล้ววิทยุติดตามตัวก็มีข้อความสแปมด้วยเหรอเนี่ย?
เมื่อได้ยินสือเจียงหย่วนเอ่ยถาม คังอิงก็ไม่ได้ปิดบังอะไร เธอกล่าวว่า “ผู้จัดการไช่น่ะค่ะ เขาถามเื่เวลาส่งสินค้าล็อตแรก”
สือเจียงหย่วนขมวดคิ้วแล้วพูดว่า “เื่พวกนี้ถามตอนกลางวันก็ได้ ทำไมต้องส่งข้อความมาหาคุณตอนดึกๆ ด้วย?”
“เพราะแบบนั้นฉันเลยว่าจะโทรกลับหาเขาในเวลาทำการพรุ่งนี้เช้าค่ะ” คังอิงบอก
เธอััได้ถึงบรรยากาศแปลกๆ จากการส่งข้อความมาหาเธอตอนดึกๆ แบบนี้
ผู้ชายบางคนก็เป็แบบนี้ พวกเขามักจะโยนหินถามทาง ใช้ข้ออ้างเื่งานมาตีสนิท จากนั้นก็ค่อยๆ รุกล้ำพื้นที่ส่วนตัวของเธอทีละเล็กทีละน้อย พอเธอถูกเขารุกล้ำพื้นที่ส่วนตัวแล้ว ขอบเขตระหว่างเื่งานและเื่ส่วนตัวก็เริ่มเลือนราง หลังจากนั้นเื่ต่างๆ ก็จะเป็ไปอย่างราบรื่น
ที่คังอิงบอกว่าจะติดต่อกลับหาเขาในเวลาทำการวันรุ่งขึ้น ก็เป็การดึงความสัมพันธ์ที่คลุมเครือระหว่างเธอกับผู้จัดการไช่ให้กลับเข้าสู่เส้นทางที่ถูกต้อง
สือเจียงหย่วนได้ฟังก็รู้สึกพอใจมาก แต่พอนึกว่าพรุ่งนี้เช้าคังอิงจะโทรกลับหาอีกฝ่าย ก็อดคิดไม่ได้ว่าชายคนนั้นจะหน้าด้านแล้วพูดเื่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับคังอิงอยู่หรือเปล่า
ดังนั้นสือเจียงหย่วนจึงบอกด้วยน้ำเสียงเ็าว่า “เดี๋ยวผมโทรกลับหาเขาเอง”
คังอิงกำลังจะบอกว่าไม่เหมาะสม สือเจียงหย่วนก็บอกขึ้นมาอีกว่า “ผมก็เป็ผู้รับผิดชอบห้างสรรพสินค้า การที่ผมโทรกลับหาเขาด้วยเื่งานก็คงไม่แปลกอะไรนี่?”
พอคังอิงได้ฟังก็รู้สึกว่ามเหตุผล ในแวดวงธุรกิจนั้นผู้หญิงมักจะเป็ฝ่ายเสียเปรียบ โดยเฉพาะผู้หญิงสวยๆ การทำธุรกิจอย่างตรงไปตรงมาแบบนี้ ทำให้ทั้งสองฝ่ายต่างก็ได้กำไร และพอใจกันทั้งคู่
แต่ผู้ชายบางคนในหัวมีแต่เื่อย่างว่า ฉวยโอกาสหาผลประโยชน์จาก่เวลาชุลมุน พวกนี้ชอบขัดขวางอีกฝ่ายใน่เวลาสำคัญๆ
จากสถานการณ์ในตอนนี้อาจกล่าวได้ว่า ผู้จัดการไช่เป็ผู้ชายแบบนั้นจริงๆ แต่ถึงอย่างไร ตอนนี้ยังเป็แค่สัญญาณเริ่มต้น หากสือเจียงหย่วนสามารถตัดไฟั้แ่ต้นลมได้ก็จะเป็การดีที่สุด
คังอิงหยิบโทรศัพท์ไร้สายยื่นให้สือเจียงหย่วนพลางบอกว่า “ได้ค่ะ งั้นคุณโทรกลับหาเขาก็แล้วกัน”
สือเจียงหย่วนคิดไม่ถึงว่าคังอิงจะเป็คนที่เปิดเผยขนาดนี้ แถมยังยินยอมอย่างง่ายดาย เหมือนกับเธอเชื่อใจเขามากๆ สือเจียงหย่วนรู้สึกอิ่มเอมใจขึ้นมาทันที ทำให้ความโกรธที่เกิดจากการที่ผู้จัดการไช่โทรหาคังอิงตอนดึกๆ จางหายไปไม่น้อย
เขาหยิบวิทยุติดตามตัวของคังอิงขึ้นมา แล้วกดเบอร์โทรศัพท์ของผู้จัดการไช่ ก่อนจะโทรหาเขาด้วยโทรศัพท์ไร้สาย แล้วยังเปิดลำโพงเพื่อให้คังอิงได้ยินเสียงสนทนาด้วย
ทันทีที่กดโทรออก อีกฝ่ายก็รับสายทันที ทำให้สือเจียงหย่วนโมโหขึ้นมาอีกครั้งอย่างไม่รู้ตัว
ผู้ชายคนนี้ร้อนอกร้อนใจขนาดไหนกัน? บางทีหลังจากส่งข้อความมาแล้ว เขาคงนั่งรอคังอิงโทรกลับอย่างใจจดใจจ่อ
ดังนั้นสือเจียงหย่วนจึงแกล้งทำเป็เงียบ ไม่นานเขาก็ได้ยินน้ำเสียงที่ทั้งอ่อนโยนและกระตือรือร้นของผู้จัดการไช่ดังมาจากปลายสาย
“ผู้จัดการคัง สวัสดีครับ ผมไช่เฉียงนะครับ คุณจำได้ไหม? ผู้จัดการของบริษัทไห่โซงตี้น่ะ ฮ่าๆๆ ขอโทษนะครับที่รบกวนคุณตอนดึกๆ คงไม่ได้ปลุกคุณใช่ไหมครับ?”
น้ำเสียงของผู้จัดการไช่หวานอมเลี่ยนมาก ทำให้สือเจียงหย่วนรู้สึกขนลุก เขาที่อดทนต่อไปไม่ไหวจึงเอ่ยขึ้นเสียงดังว่า
“สวัสดีครับ ผู้จัดการไช่ มีเื่อะไรหรือเปล่าครับ?”
ไช่เฉียงไม่ได้คาดคิดมาก่อนว่าเขาจะได้ยินเสียงผู้ชายดังมาจากปลายสาย ตอนแรกเขาก็ใ คิดว่าตัวเองแจ้งเบอร์วิทยุติดตามตัวผิดหรือเปล่า
“คุณ…คุณเป็ใคร คุณไม่ใช่คังอิงงั้นเหรอ?”
“ผมสือเจียงหย่วนเองครับ” เสียงของสือเจียงหย่วนฟังดูเหมือนจะหัวเราะ แต่ก็ไม่เชิงหัวเราะ
“ประธานสือ สวัสดีครับ ผมส่งข้อความไปที่เพจเจอร์ของคุณงั้นเหรอ?” พอไช่เฉียงได้ยินว่าเป็คนที่เขาไม่อาจล่วงเกินได้ ก็ยิ้มแห้งๆ พลางกล่าวว่า “ผมแค่อยากจะถามผู้จัดการคังเื่การจัดส่งสินค้า แต่คิดไม่ถึงว่าจะเป็คุณที่โทรกลับ”
ไช่เฉียงยังคงไม่ยอมแพ้ ประโยคสุดท้ายเหมือนเขากำลังลองเชิงความสัมพันธ์ระหว่างสือเจียงหย่วนกับคังอิงอยู่
ต่อให้ไช่เฉียงไม่ได้คิดอะไรแปลกๆ แต่คนทั่วไปก็มักจะคิดว่า ‘เวลานี้ดึกมากแล้ว ทำไมสือเจียงหย่วนยังอยู่กับคังอิง แม้แต่การส่งข้อความหาคังอิง ก็ยังให้สือเจียงหย่วนเป็คนโทรกลับ ความสัมพันธ์ของพวกเขามันช่างไม่ธรรมดาจริงๆ …’
สือเจียงหย่วนเข้าใจดี เขาพอจะเดาความคิดของไช่เฉียงออก ทำให้อดรู้สึกยินดีไม่ได้ เขาบอกกับไช่เฉียงด้วยน้ำเสียงจริงจังทางโทรศัพท์
“ผมได้ยินเสียงเพจเจอร์ดังอยู่ที่บ้าน เป็เบอร์ของคุณ เลยคิดว่าคงเป็เื่งานเลยรีบโทรกลับ”
สือเจียงหย่วนแกล้งพูดแบบคลุมเครือเหมือนกับว่าเขาอยู่กับคังอิงจริงๆ
ที่นี่เป็บ้านของน้ารองของเขา ซึ่งถือเป็บ้านของเขาเช่นกัน ดังนั้นเขาจึงบอกว่า ‘อยู่ที่บ้าน’ ได้ คังอิงที่อยู่ข้างๆ ได้ยินแบบนั้นก็รู้สึกว่าไม่มีปัญหาอะไร
สือเจียงหย่วนจงใจพูดเช่นนี้เพื่อสยบความคิดแปลกๆ ของไช่เฉียง และบอกเป็นัยๆ กับเขาว่า คังอิงเป็คนที่เขาคอยดูแลอยู่ อย่ามายุ่งกับเธออีก
คราวที่แล้วตอนไปกินข้าวที่ในเมือง เจตนาของไช่เฉียงชัดเจนมาก เขากำลังตามจีบคังอิง
แต่หลังจากได้ยินว่าคังอิงเป็ผู้หญิงที่หย่าร้างแล้ว เขาก็ถอยทัพกลับไป
หลังจากนั้นไช่เฉียงอาจจะเสียดายความสวยของคังอิง จนอดไม่ได้ที่จะส่งข้อความมาหาเธอ
หากไช่เฉียงตามจีบคังอิงอย่างตรงไปตรงมา สือเจียงหย่วนจะรู้สึกว่ามันเป็เื่ปกติ และไม่มีอะไรให้ติเตียน แต่ไช่เฉียงกลับ้าสร้างความสัมพันธ์ที่คลุมเครือ ทำให้สือเจียงหย่วนรู้สึกไม่พอใจเป็อย่างยิ่ง
ผู้หญิงที่หย่าร้างแล้วผิดตรงไหน? คังอิงเป็คนหนุ่มสาว ฉลาดเฉลียว มีชีวิตชีวา รู้จักพึ่งพาตนเอง เธอดีกว่าผู้หญิงที่เขารู้จักเป็ร้อยเท่า
ไช่เฉียงมีสิทธิ์อะไรถึงได้มาใช้วิธีการต่ำช้ามาหลอกลวงคังอิงตอนกลางดึก?
เขาคิดว่าคังอิงจะยอมมีความสัมพันธ์ชู้สาวกับเขาหรือ?
ในมุมมองของผู้ชาย สือเจียงหย่วนรู้สึกว่าการกระทำเช่นนี้ของผู้จัดการไช่ ถือเป็การไม่ให้เกียรติคังอิง
ถึงแม้ว่าสือเจียงหย่วนจะเป็ผู้ชายตรงๆ แต่เขาก็ทำธุรกิจมาได้ปีกว่าแล้ว ในโลกธุรกิจเขาได้เห็นเื่ฉาวโฉ่มากมาย ได้รู้ว่าผู้ชายบางคนพอมีเงินก็มักจะใช้ชีวิตอย่างเหลวไหล พอคิดว่าไช่เฉียงจะทำเื่แบบนั้นกับคังอิง เขาก็รู้สึกไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก
คำพูดของสือเจียงหย่วนทำเอาไช่เฉียงถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ แต่อีกฝ่ายก็อดไม่ได้ที่จะถามขึ้นมาว่า
“พวกคุณสองคนอยู่ด้วยกันหรือครับ?”
สมองของไช่เฉียงมันสกปรกจริงๆ ไม่ว่าคิดอะไรก็ล้วนเป็ไปในทางอย่างว่า
สือเจียงหย่วนมองคังอิงด้วยแววตาขอโทษ แล้วกล่าวว่า “บางครั้งก็ใช่ครับ”
คำพูดนี้ก็ไม่มีอะไรผิด สือเจียงหย่วนมาพักที่นี่หลายครั้งแล้ว…
น้ำเสียงของไช่เฉียงราวกับลูกโป่งที่ถูกปล่อยลม จนเสียงของเขาแ่เบาลง “โอ้...ที่แท้ก็เป็แบบนี้นี่เอง ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมคุณถึงเป็คนโทรกลับมา”
“ผู้จัดการไช่ มีอะไรจะบอกหรือเปล่าครับ?” สือเจียงหย่วนได้ยินน้ำเสียงที่ห่อเหี่ยวของไช่เฉียงแล้วก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาทันที
หากเป็ลูกค้าคนอื่น พอได้ยินแบบนี้ ไช่เฉียงคงหาเื่แล้ว เื่ใช้อำนาจหน้าที่หาผลประโยชน์ ไม่มีเื่ไหนที่เขาไม่กล้าทำ
แต่สือเจียงหย่วนนั้นต่างออกไป เขาเป็ลูกค้าคนสำคัญที่เ้านายของเขาสั่งการลงมา ไช่เฉียงจะกล้าขัดคำสั่งของเ้านายได้อย่างไร เขาจึงบอกว่า
“ฮ่าๆๆ ผมแค่อยากจะบอก ว่าสินค้าของพวกคุณจะถูกส่งออกไปตามกำหนด หากมีอะไรเพิ่มเติมก็บอกผมได้นะครับ”
ช่างน่าอายจริงๆ ไช่เฉียงรู้สึกราวกับว่าตนเองเสียฮูหยินแล้วยังเสียขุนศึก ทั้งที่ตั้งใจขโมยไก่แต่ไม่สำเร็จ แถมยังเสียข้าวเปลือกไปฟรีๆ [1] อีก
เชิงอรรถ
[1] เสียข้าวเปลือกไปฟรีๆ เป็สำนวนที่หมายถึง การมองหาผลประโยชน์ในทางไม่ชอบ แต่ทำไม่สำเร็จ และยังต้องเสียทรัพยากรอื่นไปฟรีๆ ด้วย
