บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียด กังวลและกระวนกระวาย
ซุนเฟยยืนเอามือกอดอกอยู่คนเดียว มุมปากของเขาค่อยๆ ยกยิ้มขึ้นมานิดๆ อย่างสนใจ ไม่มีใครกล้าเปิดประเด็นขึ้นมาก่อน
“ฮึๆๆๆ ในเมื่อไม่มีใครยอมเปิดปากพูดออกมาก่อน ถ้าอย่างนั้นข้าจะเป็คนพูดก่อนก็ได้” ในฐานะที่เป็ตัวตั้งตัวตีในการสร้างข้อตกลงในการกวาดล้างกองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิต แพรีสจึงเดินออกมาข้างหน้าสองสามก้าวเพื่อเปิดประเด็นขึ้นมาทำลายบรรยากาศที่แสนกดดันนั่นทิ้งไป นางมีคุณสมบัติเหมาะที่สุดที่จะลุกขึ้นมาพูด
แม่มดสาวแพรีสกวาดสายมองไปรอบๆ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างของซุนเฟยแล้วพูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้มว่า “อเล็กซานเดอร์ ข้าจะแนะนำทุกคนให้ท่านรู้จักก็แล้วกัน ฮึๆๆ ท่านนี้คือท่านนักบวชที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตากรุณา ท่านนักบวชบาเรซี ท่านเป็นักบวชระดับสูงที่มาจากเทือกเขาศักดิ์สิทธิ์ ครั้งนี้ท่านได้ติดตามท่านกาก้า 'บุตรแห่งพระเ้า' มาเที่ยวชมเมืองหลวงเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กและจะพำนักที่เมืองหลวงชั่วคราว…”
ซุนเฟยพยักหน้า แต่ในใจกลับตื่นตระหนก
ก่อนหน้านี้ ตัวเองใช้ 'โหมดพาลาดิน' เพื่อเลียนแบบ 'บุตรแห่งพระเ้า' ตบตานักบวชแมซโซลา แต่เขาก็คาดไม่ถึงจริงๆ ว่าในเมืองหลวงจะมี 'บุตรแห่งพระเ้า' ตัวจริงพำนักอยู่ที่นี่ ด้วยฐานะ 'บุตรแห่งพระเ้า' แห่งโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์ พวกเขาไม่น่าเห็นสมบัติของกองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตอยู่ในสายตาเลย แต่ไม่รู้ทำไม พวกเขาถึงได้เข้ามามีส่วนร่วมในการแบ่งสรรผลประโยชน์ในครั้งนี้ด้วย เมื่อนึกขึ้นได้ว่าในวันที่ตัวเองกับอัศวินผู้ตัดสินลำดับที่เจ็ด 'อัศวินโลหิต' ประลองกัน คนจากโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์ก็เข้ามาแสดงท่าทีมีไมตรีจิตด้วย การกระทำของพวกเขาทำให้ซุนเฟยรู้สึกตื่นตัวขึ้นมา
เมื่อได้ยินแพรีสแนะนำตัวเอง ท่านนักบวชบาเรซีผู้มีใบหน้าโศกเศร้าก็ผงกหัวให้กับซุนเฟยด้วยท่าทางสงบเยือกเย็น
“ส่วนนี่คือยอดฝีมืออันดับหนึ่งในกองกำลัง 'หอกทองสัมฤทธิ์' ที่อยู่ในสังกัดตระกูลเฟล็นส์ ท่านเคิร์ด...” แพรีสชี้ไปยังนักรบที่สวมชุดเกราะโลหะคนหนึ่ง
ตระกูลเฟล็นส์เป็หนึ่งในกองกำลังที่ให้การสนับสนุนกองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิต คิดไม่ถึงจริงๆ ว่าพวกเขาจะยอมตัดหางปล่อยวัดกองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิต คาดว่าคงโดนกดดันจนข้อมือแทบหักเลยล่ะสิ ถึงแม้แพรีสจะยืนยันว่าตระกูลเฟล็นส์ไม่ได้มีส่วนร่วมในการสนับสนุนให้กองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตล่าทาส แต่ไม่ว่าจะพูดอย่างไร ซุนเฟยก็ไม่มีความรู้สึกดีๆ ให้กับตระกูลเฟล็นส์อยู่ดี
และเห็นได้ชัดว่าเคิร์ด ยอดฝีมืออันดับหนึ่งของกองกำลัง 'หอกทองสัมฤทธิ์' ที่สวมหน้ากากคริสตัลก็ไม่ได้มีความรู้สึกดีๆ อะไรให้กับซุนเฟยเลยสักนิด เขาแค่นเสียงออกมาอย่างเ็า
ซุนเฟยเองก็ไม่สนใจเขาเหมือนกัน แค่หันมาพยักหน้าให้แพรีสน้อยๆ เท่านั้น
“ส่วนคนอื่นอย่างหัวหน้าอัศวินปัฟลูย์เชนโคและสาวน้อยชุุดม่วง ท่านก็น่าจะรู้จักพวกเขาดีอยู่แล้ว ส่วนนี่คือองค์ชายสี่คริสโตเฟอร์ ส่วนสุภาพสตรีผู้งดงามที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็คือคุณหนูบียอนเซ่ ทายาทของตระกูลบีเกิ้ล อเล็กซานเดอร์ ท่านน่าจะคุ้นเคยกับนางนะ เพราะนางเคยไปดูท่านประลองฝีมือกับอัศวินผู้ตัดสินลำดับที่เจ็ดถึงสนามประลองดาบหมายเลขหนึ่งมาแล้ว…” ท่าทางของแพรีสที่แสดงออกมาราวกับเป็คนรักของซุนเฟยก็ไม่ปาน นางยืนอยู่ข้างกายของซุนเฟยอย่างใกล้ชิดขณะที่แนะนำคนอื่นๆ ให้รู้จัก “ส่วนคนพวกนี้ก็เป็หัวหน้าของกองกำลังทหารรับจ้างที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหลวง และท่านนี้ก็คือท่านลอเดอโน่ ผู้พิทักษ์ของหอการค้าโซรอสแห่งเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก”
ตอนนี้เอง องค์ชายคริสโตเฟอร์ถึงได้รู้ว่า ชายหนุ่มที่กล้าทำโอหังใส่เขาเมื่อครู่นี้เป็ใคร ที่แท้เขาก็คือาาแซมบอร์ดที่กำลังมีชื่อเสียงโด่งดังอยู่ในตอนนี้นี่เอง เมื่อนึกขึ้นได้ว่าชายคนนี้กล้าลุกขึ้นมาต่อต้านอัศวินผู้ตัดสินแบบซึ่งๆ หน้าเช่นนั้น ดังนั้นมันก็ไม่ใช่เื่แปลกอะไรนัก ถ้าผู้ชายคนนี้จะกล้าแข็งข้อใส่เขา
เมื่อเขาได้รู้ฐานะที่แท้จริงของซุนเฟยแล้ว ความรู้สึกอยากเอาชนะก็ถูกกระตุ้นขึ้นมา
ในฐานะที่ทั้งสองคนเป็คนรุ่นเดียวกัน เพียงแค่ว่าเขาคาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิดเป็องค์ชายแห่งราชอาณาจักร ส่วนาาแซมบอร์ดกลับเป็ได้แค่องค์ชายจากอาณาจักรบริวาร คริสโตเฟอร์ได้ยินแต่เสียงชื่นชมสรรเสริญตัวเองมาตลอดทั้งชีวิต ซึ่งสิ่งเหล่านี้ได้บ่มเพาะนิสัยของเขาให้กลายเป็คนที่ชอบเอาชนะและหยิ่งยโส ดังนั้นเขาไม่มีทางยอมให้าาบ้านนอกมากดหัวเขาได้อย่างแน่นอน
ทันใดนั้น ดวงตาของคริสโตเฟอร์ก็ฉายแววชั่วร้ายออกมา
“ตามข้อตกลงที่พวกเราพูดคุยกันก่อนหน้านี้ หลังจากที่กองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตถูกทำลาย ทรัพย์สินเงินทองทั้งหมดของกองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตจะถูกแบ่งออกดังนี้ สามสิบเปอร์เซ็นต์เป็ของาาเมืองแซมบอร์ด สิบห้าเปอร์เซ็นต์เป็ขององค์ชายอาร์ชาวินกับองค์ชายโดมิงเกวซ สิบเปอร์เซ็นต์เป็ของท่านนักบวชบาเรซี สิบเปอร์เซ็นต์เป็ของตระกูลเฟล็นส์ ส่วนองค์ชายสี่กับตระกูลบีเกิ้ลคนละสิบเปอร์เซ็นต์ หอการค้าโซรอสกับกองกำลังอื่นคนละสิบเปอร์เซ็นต์ ข้อตกลงนี้มีใครสงสัยอะไรไหม?”
แพรีสที่กำลังลูบกลีบกุหลาบในมือเล่น นางกล่าวออกมาอย่างช้าๆ พลางกวาดสายตามองไปที่ใบหน้าของทุกคน
“พวกข้าไม่มีข้อสงสัย” โรมัน ปัฟลูย์เชนโคตอบกลับมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม เขาหันมาพูดกับซุนเฟยด้วยรอยยิ้มว่า “ฝ่าา ไม่ได้พบกันนานเลยนะขอรับ ตอนนี้ท่านได้กลายเป็บุคคลที่มีชื่อเสียงไปแล้ว ยินดีด้วยกับการแก้แค้นในวันนี้”
สาวงามในชุดสีม่วงที่ยืนอยู่ข้างๆ ปัฟลูย์เชนโคอย่างเงียบๆ มาโดยตลอดก็ยิ้มออกมาเล็กน้อย ใบหน้าที่แสนเ็าผุดรอยยิ้มที่แสนสดใสราวกับพระอาทิตย์ที่หลอมละลายหิมะบนยอดเขา ทำให้ทุกคนที่อยู่ในห้องโถงพากันตกตะลึง นางผงกหัวแสดงความยินดีให้ซุนเฟย
ซุนเฟยยิ้มออกมาเล็กน้อย “ไม่เป็ไร”
“พระเ้าเคยกล่าวไว้ว่า ความโลภคือบาปอย่างหนึ่ง…พ่อไม่มีข้อสงสัยใดๆ” นักบวชบาเรซีที่ยังก้มหน้ามองพื้นก็พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ฮึ!” เคิร์ด ยอดฝีมืออันดับหนึ่งในกองกำลัง 'หอกทองสัมฤทธิ์' ที่อยู่ในสังกัดของตระกูลเฟล็นส์แค่นเสียงออกมาอย่างเ็า เขารู้สึกไม่พอใจเป็อย่างมาก กองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตเดิมทีก็เป็กองกำลังที่อยู่ใต้สังกัดของตระกูลเฟล็นส์ แต่วันนี้ต้องมาถูกทำลายลงและยังมีคนมาร่วมแบ่งสมบัติพวกนี้อีก แล้วจะให้พวกเขารู้สึกอย่างไรเล่า เคิร์ดมองซุนเฟยด้วยสายตาเ็า ข้อตกลงบัดซบนี้ทุกกองกำลังต่างก็เห็นด้วย แล้วจะให้เขากล้าคิดต่างได้อย่างไร
“พวกข้าหอการค้าโซรอสชอบข้อตกลงนี้” ลอเดอโน่ ผู้พิทักษ์ของหอการค้าโซรอสแห่งเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กผงกหัวไปทางซุนเฟยด้วยท่าทางเป็มิตร ชายชราคนนี้มีรูปร่างผอมสูงและมีกลิ่นอายที่เฉียบคม
ปัฟลูย์เชนโคเป็ตัวแทนขององค์ชายอาร์ชาวิน นักบวชบาเรซีเป็ตัวแทนของโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์ ลอเดอโน่เป็ตัวแทนของหอการค้าโซรอส และแพรีสที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็เป็ตัวแทนขององค์ชายโดมิงเกวซ ทั้งสี่ฝ่ายนี้เป็กองกำลังหลักที่วางแผนทำลายกองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิต ในเมื่อพวกเขาทั้งสี่ต่างมีความคิดเห็นไปในทางเดียวกัน และทางตระกูลเฟล็นส์ก็ไม่ได้แสดงความคิดเห็นคัดค้านอะไรออกมา ดูเหมือนว่าเื่นี้ได้ข้อสรุปแล้ว
ตอนนี้เอง
“รอเดี๋ยวก่อน ข้ามีบางอย่างจะพูด” องค์ชายสี่พูดโพล่งขึ้นมา
ซุนเฟยขมวดคิ้วเล็กน้อย
แพรีสมีสีหน้าเรียบเฉย ราวกับว่านางเดาออกว่าองค์ชายสี่คนนี้จะต้องพูดแบบนี้ นางดึงกลีบกุหลาบในมือออกเบาๆ ก่อนจะปล่อยให้กลีบกุหลาบร่วงลงสู่พื้น “โอ้? ไม่ทราบว่าองค์ชายสี่ ท่าน...อยากจะพูดอะไรหรือ”
นางพูดส่งๆ คล้ายกับว่าไม่เห็นองค์ชายสี่คนนี้อยู่ในสายตา
อันที่จริงต้องพูดว่า นอกจากองค์ชายรองโดมิงเกวซแล้ว นางก็แทบไม่เคยเห็นใครอยู่ในสายตา ด้วยรูปลักษณ์ที่สวยงามราวกับแม่มดและเ้าวางแผนเหมือนกับปีศาจ ทำให้ในเมืองหลวงมีคนที่หลงรักนางไม่น้อย แต่ในขณะเดียวกันก็มีคนที่เกลียดชังนางไม่น้อยเช่นกัน เหล่าขุนนางและคนชนชั้นสูงจำนวนนับไม่ถ้วนต่างพากันหลงใหลในความงามและความน่าทะนุถนอมของนาง พวกเขาต่างวาดหวังว่าจะได้รับนางมาเป็สาวใช้อุ่นเตียงนอนกอดข้างกาย แต่ก็ไม่มีใครกล้าใช้อำนาจเพื่อพาตัวนางมา เพราะผู้ที่อยู่เื้ัของนางก็คือ 'เคราแดง' กราเนโร และยิ่งไปกว่านั้นยังมีอีกเหตุผลหนึ่งนั่นก็คือ นางยังมีองค์ชายรองโดมิงเกวซที่ชอบทำตัวบ้าๆ บอๆ ไปวันๆ คอยคุ้มครองนางไว้ ใครบ้างที่ไม่รู้ว่าองค์ชายรองโดมิงเกวซเป็บุตรคนโปรดขององค์จักรพรรดิยาซิน? หาเื่องค์ชายรองเท่ากับรนหาที่ตาย!
เมื่อเห็นนางฉีกกลีบดอกกุหลาบทิ้งลงต่อหน้า ก็ทำให้ใครหลายคนหน้าเปลี่ยนสี
แม้แต่องค์ชายสี่คริสโตเฟอร์ก็ยังต้องชะงักไปครู่หนึ่ง เขารู้ว่าการที่นางทำแบบนี้มันหมายถึงอะไร เื่เล่าที่น่ากลัวก็ผุดขึ้นมาในหัวไม่หยุดจนทำให้เขาเกิดความลังเลขึ้นมาเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็ยึดมั่นที่จะทำมันต่อไป “ตอนที่ข้าเดินเข้ามา ข้าก็เห็นาาอเล็กซานเดอร์แห่งเมืองแซมบอร์ดคนนี้ยืนอยู่ในห้องโถงนี้คนเดียว เห็นได้ชัดว่าเขามาถึงที่นี่ก่อนพวกเราตั้งนานแล้ว ไม่มีใครรู้ว่าในระหว่างที่เขาอยู่คนเดียว าาแซมบอร์ดได้ทำอะไรลงไปบ้าง”
“ความหมายของท่านคือ...” ชายวัยกลางคนที่สวมเกราะเบาและคลุมไหล่ด้วยเสื้อคลุมขนสัตว์สีดำรีบรับมุกต่อทันที ดวงตาของเขาสว่างวาบขึ้นมา
เขาคือโบโน่ ผู้นำกองกำลังทหารรับจ้างอันดับหนึ่งแห่งราชอาณาจักร และยังเป็บุคคลอันตรายคนหนึ่ง
เมื่อเห็นว่ามีคนอื่นรับมุกต่อ องค์ชายสี่คริสโตเฟอร์ก็ยิ่งฮึกเหิม เขารีบพูดต่อด้วยท่าทางภาคภูมิใจว่า “ก็อย่างเช่น ก่อนหน้านี้ในห้องโถงนี้อาจจะมีของล้ำค่าอย่างอื่นอยู่ แต่ก็ถูกคนที่มาก่อนฉวยโอกาสหยิบมันไป แล้วเหลือของพวกนี้ไว้ บางทีของพวกนี้อาจจะไม่ใช่ของล้ำค่าที่สุดก็ได้ ฮึๆ ตามที่ข้ารู้มา าาแซมบอร์ดมีแหวนเก็บของอยู่กับตัวไม่ใช่หรือ”
เมื่อพูดถึงตรงนี้ เขาก็จงใจปรายตามองไปที่แหวนสีดำบนนิ้วมือของซุนเฟยด้วยสายตาที่เป็คำถาม
“เื่นี้จริงหรือเปล่า? าาแซมบอร์ดท่านอยู่ที่นี่มานานแค่ไหนแล้ว?” เมื่อมีโอกาสได้ระบายอารมณ์ที่ครุกกรุ่นอยู่ในใจ ดวงตาของเคิร์ด ยอดฝีมืออันดับหนึ่งในกองกำลัง 'หอกทองสัมฤทธิ์' ที่อยู่ภายใต้หน้ากากคริสตัลก็เป็ประกายขึ้นมา เขาเป็คนแรกที่เดินเข้ามาหาองค์ชายคริสโตเฟอร์พร้อมยิงคำถามใส่
องค์ชายสี่คริสโตเฟอร์ยิ่งดีใจขึ้นไปใหญ่เมื่อเห็นว่ามีคนออกมาสนับสนุนความคิดของตัวเองเรื่อยๆ เขามองซุนเฟยด้วยรอยยิ้มเ็า “ฮึๆ นี่เป็แค่ประการแรกเท่านั้นนะ ประการที่สอง เนื้อหาของข้อตกลงที่พวกเราได้ตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้คือ พวกเราจะแบ่งทรัพย์สมบัติและโรงงานที่อยู่ภายใต้การดูแลของกองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตเท่าๆ กัน แต่ทุกท่านดูตอนนี้สิ าาแซมบอร์ดกลับใช้ให้คนของตัวเองเผาอาคารกับพื้นที่ของกองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตจนมอดไหม้ โรงงานส่วนใหญ่ก็กลายเป็เถ้าถ่านไปหมด นี่มันสร้างความสูญเสียให้แก่พวกเราอย่างมหาศาล แล้วแบบนี้าาแซมบอร์ดยังควรได้รับส่วนแบ่งสามสิบเปอร์เซ็นต์อีกหรือ”
“องค์ชายสี่ตรัสไม่ผิดจริงๆ”
“ใช่ๆๆ นี่เป็คำพูดที่สมเหตุสมผลที่สุด”
“อ่า นั่นสิ สำนักงานใหญ่กองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตถูกเผาจนเหี้ยนขนาดนี้ ยังจะเหลืออะไรให้พวกเราเก็บเกี่ยวบ้างเล่า”
ท่ามกลางเสียงที่เริ่มโต้แย้งขึ้นมา เหล่ากองกำลังทหารรับจ้างกลุ่มอื่นๆ คนจากตระกูลตระกูลเฟล็นส์และคนจากตระกูลบีเกิ้ลต่างก็พากันจงใจสรรหาคำพูดมาสนับสนุนด้วยสายตาที่เป็ประกาย
------------------------
