ยอดฝีมือขั้นสถิติญญาโกรธเกรี้ยวเป็อย่างมาก พลังที่ปล่อยออกมาแข็งแกร่งมากราวกับัวายุที่กำลังคุ้มคลั่ง ยอดฝีมือบางส่วนของสำนักชิงซานยังตกตะลึง
“อย่างเ้าน่ะหรือ ที่ข้าต้องคุกเข่าให้?” เต้าหลิงจ้องมองอีกฝ่ายอย่างพินิจพิจารณา พลางกล่าวเสียงเย็นออกมา “เ้ายังไม่คู่ควร”
“บัดซบ รนหาที่ตาย!” เฉียนหลงบันดาลโทสะ เขานั้นเป็ถึงคนของสำนักซิงเฉิน ในครั้งนี้เขาได้รับมอบหมายให้มาจัดการเื่การรับสมัครศิษย์ แต่เ้าเด็กนี่กลับหาญกล้ามาพูดจากับเขาเช่นนี้?
ตูม!
คลื่นพลังกล้าแกร่งกลายเป็หมอกควันสีขาวลอยคละคลุ้งทั่วท้องฟ้า เต้าหลิงรู้สึกราวกับโดนูเาลูกใหญ่กดทับหลังเอาไว้ กระดูกทั่วร่างส่งเสียงดังอึกทึกจวนจะะเิ
เต้าหลิงััถึงพลังหนักหน่วงที่ทำให้เขาหายใจไม่ออก แต่ทว่าภายใต้แรงกดดันเช่นนี้ กล้ามเนื้อภายในร่างของเขากลับสั่นไหว คลื่นพลังดุร้ายที่ถูกกดทับเอาไว้พุ่งทะลัก ก่อนที่มันจะถูกแรงบีบอัดทำให้ะเิพลังออก พลังนั้นได้เปลี่ยนกลายเป็สายน้ำที่ไหลเชี่ยว
เมื่อรับรู้ได้ถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนั้น ภายในใจของเต้าหลิงก็เกิดความประหลาดใจและดีใจขึ้นมา เขาััได้ว่าแรงกดดันส่งผลให้พลังศักยภาพที่อยู่ในร่างถูกบีบออกมา
“แข็งแกร่งขึ้นอีก!” หมัดทั้งสองของเต้าหลิงกำแน่น เืลมโคจรอยู่ภายในร่างอย่างต่อเนื่อง เพื่ออาศัยแรงกดดันนี้กลั่นหลอมร่างกายของเขา!
“ฮึ ข้าล่ะอยากจะรู้จริงๆ ว่าเขาจะตายอย่างไร?”
ปรากฏเสียงทุ้มต่ำนิ่ง แขนเสื้อของเย่วิ่นปลิวไสว ชายกระโปรงพลิ้วไหวไปกับลม ใบหน้าสวยเผยประกายความเ็าขึ้น นางเดินเข้ามานิ่งๆ ชั่วพริบตาเดียว นางก็เข้ามาถึงบริเวณนี้ แม้ระยะทางจะห่างถึงหนึ่งร้อยจ้าง (1 จ้าง = 3 เมตร)
เมื่อเห็นคนที่ย่างก้าวเข้ามา ใบหน้าของเฉียนหลงก็พลันบิดเบี้ยว เขารู้จักสตรีนางนี้ นางเป็ผู้มีชื่อเสียงเลื่องลือแห่งสำนักซิงเฉิน มีพลังกล้าแกร่ง เป็ยอดฝีมือโดยแท้ อีกทั้งเขายังได้ยินมาว่านางเป็ผู้หญิงของชิงอี้เฟย!
ชิงอี้เฟยคือใคร? อัจฉริยะแห่งแคว้นชิง ทั้งยังเป็แนวหน้าของคนหนุ่มสาวสมัยนี้ ความน่าเกรงขามของชิงอี้เฟยแผ่กระจายไปทั่วทั้งแคว้นชิง ยอดฝีมือรุ่นาุโก็ยังให้ความเคารพ ว่ากันว่าพลังของเขาลึกล้ำเสียจนไม่อาจทดสอบได้
เขายังเป็ที่หมายปองของแคว้นอื่นที่้าจะ่ชิงตัวไป แน่นอนว่าเฉียนหลงไม่มีทางจะเทียบชั้นได้เลย!
เฉียนหลงไม่เอ่ยปาก เย่วิ่นไม่ใช่คนที่เขาจะไปมีเื่ด้วยได้ พลังทั่วร่างของเฉียนหลงสลายไปพลางยิ้มแล้วกล่าวออกมา “ที่แท้ก็เป็ศิษย์พี่หญิงเย่วิ่น เื่เมื่อครู่เป็เื่เข้าใจผิด ท่านอย่าได้ใส่ใจ”
“ศิษย์พี่หญิง?” มุมปากเย่วิ่นกระตุกยิ้มขึ้น นางไม่ได้เห็นเฉียนหลงอยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย ั์ตาใสมองไปที่เต้าหลิงที่มีท่าทีสะบักสะบอม ทันใดนั้น ดวงตาทั้งสองของนางก็ทอประกายแสงแห่งโทสะออกมา ทว่าเมื่อเห็นผู้คนที่นอนร้องโอดครวญอยู่บนพื้น ภายในใจของนางก็เข้าใจได้ทันทีว่าเกิดเื่อะไรขึ้น นางเดินเข้าไปพลางกล่าวถามขึ้นว่า “เ้าไม่เป็อะไรใช่หรือไม่”
“ข้าไม่เป็ไร” เต้าหลิงยักไหล่ ภายในใจก็อดเสียดายไม่ได้ที่นางเข้ามาขัดจังหวะ เมื่อครู่เขานั้นอาศัยแรงกดดันที่รุนแรงของเฉียนหลงกลั่นหลอมกาย ซึ่งนั่นช่วยทำให้เขาประหยัดเวลาลงไปได้ไม่น้อยเลย
“ไม่เป็ไรก็ดี พวกเราไปเถอะ” เย่วิ่นพยักหน้ารับคำพลางเดินนำหน้าไป ผิวขาวเนียนละเอียดดุจเนื้อหยก เส้นผมเส้นเล็กพลิ้วไสว สายตาเหล่มองเฉียนหลงแวบหนึ่ง ก่อนที่จะหันหน้าเดินจากไป
เฉียนหลงมองร่างทั้งสองที่เดินจากไป สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็สีตับหมู ภายในใจขบฟันกรอดพลางกล่าวออกมาด้วยความโกรธเกรี้ยว “เ้าเดรัจฉาน รอข้าก่อนเถอะ เ้าอยู่ได้อีกไม่นานหรอก!”
สีหน้าของเฉียนหลินเต็มไปด้วยความตกตะลึง เย่วิ่นเป็ใครกันแน่ เหตุใดเฉียนหลงจึงได้หวาดกลัวนาง?
เต้าหลิงมองไปที่สีหน้านิ่งเฉยของเย่วิ่นด้วยความประหลาดใจ พลางถามขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ “ทำไมเขาถึงเรียกท่านว่าศิษย์พี่หญิง? ท่านมีความสัมพันธ์อย่างไรกับเขา?”
“ถึงแม้ข้าจะเป็อาจารย์อยู่ที่นี่ ทว่าข้าเองก็เป็คนของสำนักซิงเฉิน” ั์ตาของเย่วิ่นทอประกายความซับซ้อนออกมา นางกล่าวเสียงต่ำต่อว่า “คนเมื่อครู่ ถึงข้าจะไม่เคยเห็นมาก่อน ทว่าเขาเองก็น่าจะเป็คนของสำนักซิงเฉิน ภายภาคหน้าเ้าจะต้องระวังให้ดี อย่างไรเสีย เ้าก็ยังไม่ได้ทะลวงเข้าสู่ขั้นสถิติญญา เ้าไม่อาจจะต่อกรกับเขาได้”
“เื่นั้นข้ารู้ดี จะว่าไป หากข้าเข้าสำนักซิงเฉินได้แล้ว เช่นนั้น ข้าก็สามารถเรียกท่านว่าศิษย์พี่หญิงได้ใช่หรือไม่?” เต้าหลิงกล่าวออกมาด้วยความดีใจ ทว่าในใจก็ยังคงอดสงสัยไม่ได้ ในเมื่อเย่วิ่นเป็คนของสำนักซิงเฉิน แล้วนางมาทำอะไรที่นี่?
ได้ยินดังนั้น เย่วิ่นก็อึ้งไป นางมองไปที่เต้าหลิงที่เดินอยู่ข้างหลังก่อนจะย่นจมูกแล้วกล่าวออกมา “ศิษย์น้องเล็ก ไปกันเถอะ”
“ขอรับ ศิษย์พี่หญิงเล็ก” เต้าหลิงกล่าวอย่างหน้าหนาพลางเดินตีเสมอนางขึ้นไป
“ศิษย์พี่หญิงเล็ก?” เย่วิ่นจ้องเขม็งพลางกำมือเรียวสวยแน่น เ้านี่จงใจจะกวนประสาทนางอย่างนั้นหรือ?
คลื่นพลังเย็นซัดสาดเข้ามา ทำให้เต้าหลิงสะดุ้งเฮือกพลางกล่าวออกมาต่อว่า “ถ้าเช่นนั้น ศิษย์พี่หญิงใหญ่เล่า?”
“ข้าดูแก่มากเลยอย่างนั้นหรือ?” เย่วิ่นขมวดคิ้ว น้ำเสียงของนางดูไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าใดนัก
“มาก…” ั์ตาสีดำสนิทของเต้าหลิงมองไปที่ที่ไม่ควรมองพลางกล่าวพึมพำออกมาอย่างไม่ใส่ใจนัก
ดวงตาเรียวยาวของเย่วิ่นเบิกกว้างขึ้น ข้าแก่ขนาดนั้นเลยหรือ? ทว่าเมื่อนางเห็นสายตาของเขาที่จ้องมาที่นาง พลางย้อนนึกไปถึงคำพูดที่เขาเอ่ยออกมาเมื่อครู่ พวงแก้มสวยก็พลันแดงขึ้นในทันที
“รอก่อนเถอะ เ้าได้เห็นดีแน่” เย่วิ่นส่งเสียงคำรามออกมาในใจ พวกเขาทั้งสองได้เดินมาถึงลานกว้างแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็จุดที่ผู้คนเข้ามารวมตัวกัน
เสียงพูดคุยดังไปทั่วลาน ผู้คนราวสี่สิบคนล้วนมีใบหน้าที่ตื่นเต้น เมืองชิงโจวเป็เมืองที่ใหญ่ที่สุดในแคว้นชิง มีความเจริญรุ่งเรืองหาที่เปรียบไม่ได้ ทั้งยังเป็สถานที่รวบรวมผู้แข็งแกร่งเอาไว้
อีกทั้งใต้พื้นดินของเมืองชิงโจวยังเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังงานหลากหลายชนิด ส่งผลให้พลังฟ้าดินในเมืองชิงโจวนั้นสมบูรณ์เป็อย่างมาก ว่ากันว่าหากฝึกฝนที่เมืองชิงโจวเพียงหนึ่งวันก็เท่ากับฝึกฝนอยู่ที่นี่หลายวัน
ทว่าก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถไปที่เมืองชิงโจวได้ จากที่ได้ฟังมาหาก้าเข้าไปจะต้องมีเงินมหาศาลหรือไม่ก็ต้องเข้าสำนักซิงเฉินให้ได้เสียก่อน จึงจะสามารถอยู่ที่เมืองชิงโจวได้
ในโลกนี้มีการแบ่งชนชั้นวรรณะ ยิ่งพลังแข็งแกร่งเท่าใดก็ยิ่งเป็ที่ได้เปรียบ หากผู้ใดที่ไม่อาจย่างเท้าเข้ามาในเมืองชิงโจวได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่อื่นเลย เพราะที่นั่นเป็พื้นที่สำหรับผู้แข็งแกร่งที่ต้องต่อสู้แย่งชิงมาเท่านั้น!
เพียงเห็นเด็กหนุ่มย่างเท้าเข้ามา คนบริเวณในลานจำนวนไม่น้อยก็เกิดอาการแตกตื่นขึ้น สีหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความประหลาดใจ ใครๆ ต่างก็คิดไม่ถึงว่าเทพแห่งการนอนก็จะผ่านการทดสอบขั้นแรกด้วย
“ฮึ ก็แค่เทพแห่งการนอน ถึงเขาจะลงชื่อเข้ามาได้ แต่ถ้าถึงตอนสอบจริง เดาว่าคงจะเอาชีวิตมาทิ้งอย่างแน่นอน”
“ข้าได้ยินมาว่า การสอบนั้นอันตรายมาก มีหลายคนที่ตายไปเพราะการสอบ ก็มีแต่คนที่ไม่รู้จักเจียมเนื้อเจียมตัวละนะ” มีบางคนกล่าวเหยียดหยาม เพราะไม่พอใจเป็อย่างมากที่เทพแห่งการนอนมายืนอยู่กับพวกเขา เต้าหลิงอยู่ในระดับเดียวกันกับพวกเขาอย่างนั้นหรือ?
เบื้องหน้ากลุ่มคน สายตาที่เย็นะเืของหวังย่ามองไปที่เต้าหลิง ฝ่ามือพลันกำแน่น นางคิดไม่ถึงเลยว่าเทพแห่งการนอนจะยังไม่ตาย และเื่ที่นางเก็บซ่อนผลึกหินฟ้าเอาไว้ ทำให้นางคิดว่าเต้าหลิงคงมีความคิดเพ้อฝันที่จะกลับมาคืนดีกับนาง
เต้าหลิงััได้ถึงสายตาที่จ้องมา เขาใช้สายตานิ่งๆ มองสวนกลับไป มองแค่แวบหนึ่ง เขาก็เบนสายตาไปทางอื่น แค้นนี้เขาจะต้องจัดการด้วยมือของเขาเอง
“ฮึ ยังคิดให้ข้าไปเป็ผู้หญิงของเ้าอีกหรือ ละเมอเพ้อฝันเสียจริง!” หวังย่ายิ้มเยาะอยู่ในใจ นางคิดว่าอีกฝ่ายจะต้องแกล้งทำท่าทีนิ่งเฉยใส่นางเป็แน่
หวังหลิ่งเองก็คิดออกมาในใจเช่นเดียวกัน ‘ที่ไม่ปากมากพูดเื่ผลึกหินฟ้าออกไปคงเพราะกลัวตระกูลหวังของข้า คิดจะเอาความลับมาขู่ข้างั้นหรือ ฝันไปซะเถอะ ความลับนี้จะต้องตายไปพร้อมกับเ้าตลอดกาล!’
“รอก่อนเถอะ ถึงตอนสอบเมื่อใด เมื่อนั้นก็จะเป็วันตายของเ้า” ฝ่ามือเย็นของหวังหลิ่งคลำไปที่กระเป๋าของตน ภายในใจลุกโชนราวกับเพลิง ในนี้มีสมบัติล้ำค่าอยู่ชิ้นหนึ่ง ซึ่งเขาสามารถใช้ผลึกหินฟ้ามาเพิ่มพลังแบบก้าวะโได้!
ภายในลานพลันเงียบสงบลง ั์ตาสีดำสนิทของเต้าหลิงมองทอดออกไป ตรงนั้นเขาเห็นคนกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามา เดาว่าน่าจะเป็คนของสำนักเจียลั่วที่จะต้องร่วมเดินทางไปที่เมืองชิงโจวพร้อมกับสำนักชิงซาน
ผู้าุโใบหน้าเคร่งขรึมคนหนึ่งเดินเข้ามา สายตาที่เปล่งประกายกวาดมองไปที่ศิษย์ของสำนักชิงซานสามสิบกว่าคนพลางแสยะยิ้มออกมา หลังจากนั้น สายตาของเขาก็มองไปที่รองเ้าสำนักแล้วหัวเราะดังออกมา“ฮ่าๆ สหายเถา ไม่ได้เจอกันหนึ่งปี สำนักชิงซานยังเหมือนเดิมเลยนะ”
“นี่คือสำนักชิงซานอย่างนั้นหรือ? ดูเหมือนว่าจะมีแค่สามสิบกว่าคน เทียบกับพวกเราสำนักเจียลั่วแล้วยังห่างไกลกันอีกมากโข”
“นั่นสิ พวกเราสำนักเจียลั่วผ่านการทดสอบขั้นแรกรวมสี่สิบกว่าคน ความห่างชั้นยังมีมากนัก”
หัวจื้อเฉิงกล่าวจบ ศิษย์ที่อยู่ด้านข้างก็พากันแสดงท่าทีดูถูกเหยียดหยาม กลุ่มศิษย์ของสำนักชิงซานล้วนมีสีหน้าที่ไม่สู้ดีนัก แม้แต่สีหน้าของรองเ้าสำนักเองก็ดูย่ำแย่ไม่แพ้กัน เขาแค่นเสียงต่ำในลำคอ “ไอ้เฒ่าปากมาก คนเยอะแล้วอย่างไร? คุณภาพย่อมสำคัญกว่า”
หัวจื้อเฉิงมองอย่างไม่แยแสแล้วกล่าวออกมาว่า “พอถึงตอนสอบก็รอดูแล้วกัน ครั้งนี้ศิษย์สำนักเจียลั่วจะต้องเข้าสำนักซิงเฉินได้มากกว่าสิบคนขึ้นไปแน่ ปีก่อนดูเหมือนพวกเ้าสำนักชิงซานจะเข้าไปได้แค่คนเดียวใช่หรือไม่?”
หัวจื้อเฉิงจงใจพูดเสียงดังทำให้ศิษย์สำนักชิงซานต่างก็แสดงสีหน้าที่ตกตะลึงออกมา สิบคนเชียวหรือ หัวใจของผู้คนก็เริ่มสั่นคลอน ดูท่าคงจะต้องย้ายสำนักเสียแล้ว
“ครั้งนี้ข้าจะต้องติดอันดับหนึ่งในร้อยแน่นอน!” เด็กหนุ่มชุดขาวคนหนึ่งลุกยืนขึ้นมา ทั่วร่างะเิคลื่นพลังที่น่ากลัว ระลอกคลื่นสีน้ำเงินกดดันไปทั่วเสียจนแทบพลิกฟ้า ก่อนที่คลื่นพลังจะซัดสาดเข้าใส่กลุ่มศิษย์ของสำนักชิงซาน
ศิษย์สำนักชิงซานหลายคนรู้สึกแน่นอกขึ้นมา ร่างกายเหมือนกับจะะเิออก แรงคลื่นพลังผลักพวกเขาให้ก้าวถอยหลังออกไป คนคนนี้น่ากลัวมาก
เด็กสาวคนหนึ่งหน้าตางดงามดังดอกไม้ ใบหน้าสวยกลายเป็สีขาวซีด ฝีเท้าของนางก้าวถอยออกไปจนทรงตัวไม่อยู่ ภายในใจของนางทั้งอับอายและโมโห เก่งบ้าอะไรกัน หากไม่ใช่เพราะว่านาง้าให้พลังในขั้นหลอมกายาสูงกว่านี้ ป่านนี้นางคงก้าวเข้าสู่ขั้นสถิติญญาไปแล้ว
ในตอนนั้นก็มีแขนหนึ่งเหวี่ยงเข้ามา ฝ่ามือขาวยื่นออกมาจากด้านในแขนเสื้อก่อนจะแตะลงที่บ่าของนาง กลางฝ่ามือที่แข็งแกร่งนั้นได้ปลดปล่อยพลังที่อบอุ่นออกมา ทำให้ร่างกายที่อ่อนแอของนางกลับมาทรงตัวได้เหมือนเดิม
ดวงตาทั้งสองของเฉิงเมี้ยวฝูทอประกายแสงออกมาด้วยความซาบซึ้ง ริมฝีปากสีแดงเม้มแน่น ในตอนที่สายตาของนางเหลือบมองไปที่ร่างที่อยู่ด้านหลัง ในตอนนั้นใบหน้าของนางก็อึ้งไป เพราะว่าคนที่ช่วยนางไว้ก็คือเทพแห่งการนอนของสำนัก…
