“หากวันนี้เ้าอยากฝึกพลังิญญา ข้าเห็นว่าเ้าควรพัก อีกสักวันสองวัน”
“เื่ที่ข้าอยากถาม ไม่ใช่เื่นั้นเ้าค่ะ” ชายหนุ่มแน่นิ่งแล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“เช่นนั้นเ้ามีเื่อะไร”
“ข้ามีเื่อยากจะถาม เกี่ยวกับเคล็ดวิชาอ่านใจเ้าค่ะ ท่านแน่ใจแล้วเหรอ ว่าข้าสำเร็จเคล็ดวิชาอ่านใจจริง ไม่มีสิ่งใดผิดพลาดใช่หรือไม่” สายตาสั่นไหวของิเยว่จับจ้องอย่างมีความหมาย ก่อนเขาจะพยักหน้าแล้วพูดขึ้น
“ข้าขอยืนยันว่าเ้าสำเร็จเคล็ดวิชาอ่านใจแล้ว” ิเยว่เอียงศีรษะแล้วนึกแปลกใจ
“เช่นนั้นเหตุใดข้าจึงอ่านใจของเทพธิดาจางซินไม่ได้”
“เ้าว่าไงนะ เ้าใช้เคล็ดวิชาอ่านใจจางซินงั้นเหรอ”
“ข้าอยากรู้ว่านางดีต่อข้าจริง หรือทำเพียงแค่เสแสร้ง จึงลองใช้เคล็ดวิชาอ่านใจนางดูถึงสองครั้งสองครา แต่ก็ไม่สามารถอ่านใจนางได้" ตงหยางยกยิ้มบางเบา ก่อนิเยว่จะขยับเข้าไปใกล้แล้วพูดขึ้นด้วยความแปลกใจ
“ท่านยิ้มอะไร”
“เคล็ดวิชาอ่านใจ จะอ่านใจได้กับคนที่มีพลังิญญาด้อยกว่าเ้า เทพธิดาจางซินมีพลังิญญาสูงกว่าเ้า ไม่แปลกที่เ้าจะอ่านใจนางไม่ได้” ิเยว่ทำตาปริบ ๆ แล้วรีบแย้งในทันที
“แต่ว่าคราวก่อน ข้ายังอ่านใจท่านได้เลย ทั้งที่ท่านมีพลังิญญาสูงกว่าข้า” สองเท้าของตงหยางเดินเข้าไปใกล้ ทอดสายตามองหญิงสาวแล้วพูดขึ้นอย่างเอ็นดู
“ที่เ้าเห็นความคิด เห็นอดีตของข้า เพราะข้าเปิดใจให้เ้าอ่าน และเคล็ดวิชานี้ใช้ได้เฉพาะผู้ที่มีพลังงิญญาอ่อนด้อยกว่า หากจะใช้กับผู้ที่มีพลังิญญาสูงกว่าต้องให้เขาเปิดใจก่อน” ิเยว่ชะงักนิ่งไปครู่หนึ่ง เมื่อทบทวนบางอย่างได้ จึงเบิกตากว้างแล้วถามเขาอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ
“เช่นนั้นท่านเคยใช้เคล็ดวิชาอ่านใจข้าบ้างหรือไม่” เขาแย้มยิ้ม พลันย่างเท้าเข้ามาหาอีกฝ่าย ก่อนที่ิเยว่จะถอยหลังหนี
“เมื่อครู่ตอนที่ข้าทายาให้เ้า ข้าก็ใช้เคล็ดวิชาอ่านใจเ้าอยู่ จึงได้รู้ว่าเ้าชอบที่ข้าใส่ใจ ชอบที่ข้าอ่อนโยนต่อเ้า” เขาพูดจบจึงเบี่ยงตัวเดินจากไป ปล่อยให้ิเยว่ยืนตะลึงงันอยู่กับที่ด้วยความใ นางทำได้เพียงกะพริบตาปริบ ๆ พร้อมหัวใจเต้นเร็วไม่เป็จังหวะ
“หากเขาอ่านใจข้า เขาก็รู้ความคิดข้า เขารู้หมดแล้วว่าคิดเช่นไรกับเขา เช่นนี้ในสายตาเขา ข้ามิแหลกสลายหมดเหรอ” หญิงสาวเดินวนไปรอบ ๆ ด้วยความกังวลใจ ก่อนชายหนุ่มจะปล่อยยิ้มกว้าง หลังจากแอบมองนางเดินวนไปมาแล้วส่ายศีรษะให้กับนิสัยเดียงสาของนาง
เทพธิดาจางซินมารอพบิเยว่ที่ตำหนักเหยาซง พร้อมเซียนซิง กับเฟิ่งหลินที่คอยอยู่รับใช้อย่างใกล้ชิด
“กลับก่อนดีหรือไม่เ้าคะ ไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหนกว่าธิดาหมิงเยว่จะกลับมา” เฟิ่งหลินพูด ก่อนจางซินจะส่ายศีรษะ พลางยกชาขึ้นดื่มอย่างใจเย็น
“ข้าจะรอนาง” คำตอบของจางซินทำให้เฟิ่งหลินพูดขึ้นด้วยความแปลกใจ
“ั้แ่ข้าทำหน้าที่คอยดูแลรับใช้ท่านมา ข้าไม่เคยเห็นท่านเสียเวลารอผู้ใดเช่นนี้มาก่อน นับจากท่านกลับจากแดนมนุษย์ ท่านก็ดูเปลี่ยนไปมากนะเ้าคะ” จางซินชะงักนิ่ง ก่อนจะค่อย ๆ วางถ้วยชาลงบนโต๊ะ แล้วถอนหายใจออกมา
“ที่ผ่านมาข้านิสัยแย่เช่นนั้นเชียวเหรอ”
“ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้นเ้าคะ” จางซินยกยิ้มมุมปาก แล้วหันไปยังเทพรับใช้ทั้งสองอย่างวางอำนาจตามนิสัยเดิม
“เทพรับใช้เฉกเช่นพวกเ้า พอข้าดีด้วยหน่อยก็คิดเหิมเกริม พอข้าใจร้าย ก็แอบนินทาลับหลัง” เฟิ่งหลินกับเซียงซิงก้มหน้าลง ด้วยกิริยานอบน้อม
“วางใจเถอะ ข้าไม่ได้พูดถึงพวกเ้า” จางซินกำลังจะพูดต่อ ทว่าเสียงฝีเท้าของิเยว่ก็กลับเข้ามา พลันชะงักเมื่อเห็นจางซินนั่งรออยู่ ก่อนร่างของจางซินจะลุกขึ้นแล้วเดินเข้าไปจับมือิเยว่พร้อมรอยยิ้มดีใจ
“เ้าโดนประมุขตงหยางต่อว่าหรือไม่” นางรีบเอ่ยถามด้วยความเป็ห่วง ท่าทางอ่อนโยนของนางจะทำให้เฟิ่งหลินกับเซียงซินมองหน้ากันด้วยความแปลกใจ ก่อนจางซินนึกได้ จึงรีบปล่อยมือิเยว่ แล้วปั้นหน้านิ่งค่อย ๆ หันไปหาเทพรับใช้อย่างวางอำนาจ
“พวกเ้าทั้งสองออกไปก่อน ข้าอยากคุยกับิเยว่ตามลำพัง”
“เ้าค่ะ” จางซินเหลือบมองเทพรับใช้ที่ออกไป แล้วหันมาจับมือิเยว่พร้อมรอยยิ้ม
“ว่าไง ประมุขตงหยางต่อว่าเ้าหรือไม่ ถ้าเขาว่าเ้า ข้าจะไปพูดเอง ว่าเื่ทั้งหมดเกิดจากข้า” ิเยว่ยิ้มแล้วส่ายศีรษะ
“เขาไม่ได้ต่อว่า ซ้ำยังทำแผลให้ข้าด้วย” นางยื่นมือให้อีกฝ่ายดู
“นี่เ้ากำลังอวด ว่าประมุขตงหยางใส่ใจเ้ามากกว่าข้างั้นเหรอ” จางซินยกมือกอดอก ทำท่าวางอำนาจ แกล้งขู่ิเยว่ ทว่าอีกฝ่ายรู้ทันจึงยิ้มแล้วลากจางซินมานั่งยังโต๊ะน้ำชา
“โชคดีที่พวกเรากลับมาทันเวลา ทำให้ประมุขตงหยางไม่ทันได้โกรธ แล้วท่านเป็ยังไงบ้าง อาการาเ็ดีขึ้นหรือไม่ หากยังหายไม่ดี ข้าจะแอบไปยังแดนมนุษย์หาสมุนไพรมาต้มให้ดื่ม”
“ไม่ต้องแล้วล่ะ ตอนนี้ข้ารู้สึกดีขึ้นมาก จริงสิเื่ที่เกิดขึ้นกับพวกเราสองคน เ้าอย่าบอกให้ประมุขตงหยางรู้เด็ดขาด ข้าไม่อยากให้เขาไม่สบายใจ แต่ก็อดไม่คิดไม่ได้ ว่าคนพวกนั้นเป็คนของเผ่าใดกันแน่ เหตุใดจึงมุ่งร้ายเอาชีวิตข้า” ิเยว่รินชาแล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ทั่วพิภพกว้างใหญ่ มีทั้งคนดีชั่วปะปนกันไป เผ่าวิหคของข้า ท่านพ่อต้องลงโทษผู้กระทำผิดไม่เว้นแต่ละวัน แสดงให้เห็น ไม่ว่าจะเป็เทพหรือมารหากจิตใจมืดบอด ก็ยากแก้ไข” ิเยว่พูดจบ แล้วจับจ้องมองหน้าจางซินครู่หนึ่ง ก่อนพูดขึ้นอีกครั้ง
“หรือไม่คนพวกนั้นอาจผูกใจเจ็บ ท่านเป็ธิดาเผ่าเทพ มีอำนาจมากมาย อาจเคยทำให้พวกเขาเจ็บใจจึงกลับมาแก้แค้นก็เป็ได้” จางซินได้ยินดังนั้นจึงยิ้มกว้าง แล้ววางท่ามีอำนาจ
“ก็อาจจะจริงของเ้า แต่อย่าให้ข้ารู้ ว่าพวกมันเป็ใคร ข้าจะจับมาขัง แล้วขุดเอาต้นจิตของพวกมันมาเผาให้รู้แล้วรู้รอด” ิเยว่พยักหน้าอย่างเห็นด้วย ก่อนทั้งสองจะหัวเราะร่วนออกมาจากตำหนักเหยาซง
ไป๋เอ๋อที่ยืนฟังอยู่ด้านนอกกำมือแน่น แล้วหันไปยังชายหนุ่ม ที่เวลานี้อยู่ในชุดของเผ่ามารเปิดเผยหน้าตาตัวเอง พลางน้อมตัวลงเมื่ออีกฝ่ายจับจ้องมอง
“เ้าแน่ใจนะ ว่าพวกนางจำเ้าไม่ได้”
“แน่ใจขอรับ พวกข้าปิดบังหน้าตาอย่างดี ยังไงพวกนางก็จำข้าไม่ได้แน่ ๆ”
“เช่นนั้นเราไปพิสูจน์กัน ว่าพลังิญญาของิเยว่เปิดออกแล้วจริงดังเ้าว่าหรือไม่”
