ยามเช้าของวันต่อมาอากาศช่างแจ่มใสไม่น้อย หลังจากรับสำรับยามเช้าเรียบร้อยแล้ว ลั่วหนิงฮวาก็ออกมาสูดอากาศบริสุทธิ์ที่ริมระเบียง
"ที่นี่อากาศดีหรือไม่?"
เสียงเอ่ยทักทายที่หวานใสทำให้ลั่วหนิงฮวาต้องหันไปมอง นางย่อกายทำความเคารพโจวอวี้หลันเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยตอบ
"ดีมากเลยเพคะ"
"อืม ข้าได้ปรึกษากับท่านหมอเทวดาแล้ว อีกสองวันเขาจะทำการตรวจจับชีพจรให้เ้าเพื่อหาสาเหตุและพิษชนิดที่เ้าได้รับ จากนั้นจะหาทางรักษาเ้าให้หาย"
"ขอบพระทัยองค์หญิงมากนะเพคะ"
"ช่างเถิดเื่เล็กน้อยเพียงเท่านั้น"
"หนิงเอ๋อร์"
ลั่วหนิงฮวาและโจวอวี้หลันได้ยินเสียงเรียกจึงหันไปมอง ก็พบกับลั่วจินหยางที่เดินเข้ามาพอดี โจวอวี้หลันที่เห็นเช่นนั้นใบหน้าก็แดงระเรื่ออย่างห้ามไม่อยู่
นางยังจำท่อนเอ็นหรรษาของเขาได้ไม่ลืม
อยากอมจัง!!!
ไม่ใช่สิ!!!
"เอ่อ พวกเ้าพี่น้องคงมีเื่อยากพูดคุยกัน เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน"
โจวอวี้หลันเอ่ยเพียงเท่านั้นก่อนจะเดินจากไป ลั่วจินหยางมองตามนางด้วยสายตาอาลัยอาวรณ์ ลั่วหนิงฮวาที่ได้เห็นท่าทีของคนทั้งสองก็หรี่ตามองพี่ชายอย่างรู้ทัน
"พี่ใหญ่หลงรักนางหรือ?"
"เอ่อ อย่าพูดจาส่งเดช นางเป็ถึงองค์หญิง"
"แสดงว่ารักนางสินะ"
"หนิงเอ๋อร์ หยุดเอ่ยวาจาเหลวไหลเสียที ที่พี่มาหาเ้าเพราะอยากจะเอ่ยถามเ้าสักเื่หนึ่ง"
"เอ่ยถามเื่ใดหรือเ้าคะ?"
"หากเ้าหายป่วยแล้ว มิสู้กลับจวนตระกูลลั่วดีหรือไม่ พี่จะพาเ้ากลับไปพร้อมกับพี่ เ้าไม่ต้องกลัวนะ พี่จะเอ่ยกับท่านพ่อเอง ส่วนนางสตรีชั่วช้าผู้นั้น พี่จะไม่ยอมให้นางมาทำสิ่งใดเ้าได้อีก"
ลั่วจินหยางเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน ลั่วหนิงฮวาที่ได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกอบอุ่นในใจเป็อย่างยิ่ง
เฮ้อ! พี่ใหญ่ ข้ามิใช่น้องสาวผู้อ่อนแอเหมือนแต่ก่อนอีกแล้ว หากใครกล้าทำร้ายข้า ข้าสัญญาจะทำให้มันทรมานเป็ร้อยเท่าพันทวี!
"พี่ใหญ่แน่ใจหรือ มิใช่ว่าท่านพ่อคิดว่าข้าป่วยหนัก กลับไปจะสร้างความอัปมงคลให้แก่น้องเล็กหรอกหรือ"
"เ้าอย่าเอ่ยวาจาเช่นนี้ ท่านพ่อมิเคยคิดว่าเ้าเป็ตัวอัปมงคลเลยแม้แต่น้อย หนิงเอ๋อร์ เรากลับตระกูลลั่วกันเถิด เ้าเป็ถึงบุตรสาวภรรยาเอกสายตรง อย่างไรเสียเ้าจะใช้ชีวิตอยู่นอกเมืองเช่นนี้ไปตลอดชีวิตไม่ได้ ส่วนเื่ที่ถูกยกเลิกการหมั้นหมายกับท่านอ๋องเ้าก็ทำใจเสียเถิด"
"หึ ข้าเหมือนคนเสียใจหรือ บุรุษเฮงซวยเช่นนั้นข้าไม่ใส่ใจอยู่แล้ว เอาเถิด ตกลงตามนี้ ข้าจะกลับไปกับพี่ใหญ่ แต่ว่าจะต้องนำลูกน้องของข้าตามกลับไปด้วย"
"เอ๋ ชายฉกรรจ์เ่าั้น่ะหรือ หนิงเอ๋อร์ เ้ากลับเมืองหลวงแต่มีบุรุษแปลกหน้าตามมามากมายเช่นนี้ มันจะไม่งาม"
"ช่างหัวมันสิ ข้าไม่สน นั่นเป็ลูกน้องของข้า ใครกล้าปากมาก ข้าจะฉีกปากมันออกเป็ชิ้น ๆ"
ลั่วจินหยางที่ได้ยินเช่นนั้นก็ให้รู้สึกหวาดกลัวไม่น้อย ยิ่งได้เห็นใบหน้าที่นิ่งเฉยไร้อารมณ์ของผู้เป็น้องสาวเขาก็ยิ่งหนาวเย็นไปถึงขั้วหัวใจ
คล้ายมีบางอย่างเปลี่ยนไปในตัวของลั่วหนิงฮวา
แต่ช่างเถิด นางเป็เช่นนี้ก็ดีแล้วมิใช่หรือ จะได้ไม่ถูกคนชั่วรังแกได้โดยง่ายอีกอย่างไรเล่า
ลั่วหนิงฮวาลอบยิ้มเยาะในใจ ก่อนจะครุ่นคิด
ได้เวลาสะสางบัญชีแค้นทีละคนแล้ว เ้ารอก่อนนะลั่วหนิงฮวาคนเก่า ข้าจะเอาคืนพวกมันให้เ้าอย่างสาสม เผื่อบุญกุศลในครานี้จะช่วยให้ข้าได้กลับไปยังโลกเดิมในสักวัน
"รองแม่ทัพลั่วขอรับ องค์หญิงให้มาแจ้งท่านว่า องค์รัชทายาททรงฟื้นแล้วขอรับ"
ลั่วจินหยางที่ได้ยินเช่นนั้นก็เผยรอยยิ้มออกมาเต็มใบหน้า ด้านลั่วหนิงฮวาเองแม้จะไม่ได้แสดงท่าทีใดใดออกมา แต่ในใจของนางก็แอบยินดีไม่น้อย
นี่เท่ากับว่านางมิต้องออกแรงช่วยเขา
แต่จะว่าไปก็เสียดายเงินห้าหมื่นตำลึงจริงเชียว
ภายในเรือนใหญ่ยามนี้ โจวอี้เฉินกำลังนอนลืมตามองไปโดยรอบ เขารับรู้ได้ว่าร่างกายนี้ยังมิค่อยแข็งแรงเท่าใดนัก แต่ก็ไม่ได้ถึงกับแย่จนเกินไป
"อาเฉินเ้าค่อย ๆ ลุกขึ้นมาดื่มยาก่อนเถิด"
โจวอวี้หลันประคองโจวอี้เฉินให้ลุกขึ้นมานั่งพิงหัวเตียง สองสามวันมานี้ท่านหมอเทวดาคิดค้นสูตรยาสำหรับโจวอี้เฉินได้ไม่น้อย เพราะเขายังสลบไม่สามารถป้อนยาได้ ท่านหมอเทวดาจึงใช้วิธีรมยาให้เขาได้สูดดม ยาขนานนี้จะขับพิษให้ออกมาทางเหงื่อตามร่างกาย แม้จะเห็นผลได้ไม่ดีเท่ายากิน แต่ก็ยังดีกว่าไม่ลงมือทำสิ่งใดเลย
โจวอี้เฉินรับถ้วยยามาดื่มอย่างไม่อิดออด รสชาติขมฝาดทำให้เขาถึงกับเบ้หน้าเล็กน้อย ลั่วหนิงฮวาที่ยืนดูอยู่ไม่ไกลถึงกับลอบยิ้มเยาะในใจ
ใจเสาะยิ่งนัก เพียงเท่านี้ก็ทนไม่ไหว
โจวอี้เฉินรับรู้ได้ถึงแววตาที่มองมา เขาจึงเงยหน้าไปสบตากับลั่วหนิงฮวา ก่อนจะเผยรอยยิ้มที่เจิดจ้าราวแสงอาทิตย์ให้กับนาง
เมื่อถูกรอยยิ้มชวนหลงใหลนั้นดึงดูด ใจของลั่วหนิงฮวาก็เต้นแรงอย่างบ้าคลั่งอีกครั้ง
บ้าจริง!!! เหตุใดต้องหล่อถึงเพียงนี้ด้วยนะ
ท่านหมอเทวดาลอบสังเกตเห็นท่าทีของคนทั้งสองก็ให้ยกยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะเอ่ยขึ้นมา
"แม่นางน้อย มาให้ข้าตรวจดูอาการของเ้าเสียหน่อยเถิด ได้ยินว่าถูกวางยาพิษจนใบหน้าเป็อัมพาตมิใช่หรือ"
"เ้าค่ะ"
"เช่นนั้นก็มานั่งตรงนี้เถิด"
ลั่วหนิงฮวาไม่รอช้า นางรีบทำตามที่ท่านหมอเทวดาบอกทันที ใจจริงนางก็อยากจะหายจากโรคหน้าตึงนี่เต็มทนแล้ว
ท่านหมอเทวดาใช้เวลาไม่นานก็ตรวจหาสาเหตุพบ เขาไม่เอ่ยสิ่งใดให้มากความเพียงหยิบยาเม็ดหนึ่งส่งให้ลั่วหนิงฮวา
"สิ่งนี้คือ?"
"ยาถอนพิษ พิษชนิดนี้ต้องใช้เวลาขับถึงสองชั่วยามเ้าจึงจะหายเป็ปกติ"
"ขอบคุณท่านหมอมากนะเ้าคะ บุญคุณครั้งนี้ หนิงเอ๋อร์จะจดจำเอาไว้"
"ช่างเถิด ข้าน่ะช่วยเหลือผู้คนมาไม่น้อย เพียงเท่านี้มิใช่เื่ใหญ่มากนัก เ้ารีบกลับไปกินยาเถิด คงต้องให้สาวใช้ของเ้าดูแลอย่างเคร่งครัด เมื่อตัวยาเข้าสู่ร่างกายอาจจะทรมานไม่น้อย"
"เ้าค่ะ"
ลั่วหนิงฮวาเอ่ยเพียงเท่านั้นก่อนจะเดินกลับห้องนอนไปพร้อมกับแม่นมหยางและซือลี่
โจวอี้เฉินมองตามนางด้วยความอาลัยอาวรณ์
"องค์รัชทายาท ยามนี้ร่างกายยัง้าการฟื้นฟู พิษที่ทรงเสวยเข้าไปค่อนข้างแรงไม่น้อย ยามที่พิษกำเริบอาจจะหลับใหลเหมือนเช่นคราก่อนอีก ท่านจงระวังให้มาก"
"ขอบคุณท่านอาจารย์ยิ่งนัก"
ท่านหมอเทวดาพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะเดินออกไป ยามนี้จึงเหลือเพียงเขา โจวอวี้หลันและลั่วจินหยางเพียงสามคน
เพราะเป็สหายสนิทกัน จึงไม่มีเื่ใดที่จะต้องปิดบัง
"อาเฉิน"
"เซียวฮองเฮาเป็คนวางยาข้า พี่หญิงไม่ต้องเอ่ยสิ่งใดแล้ว"
โจวอี้เฉินเอ่ยตัดบทผู้เป็พี่สาวด้วยน้ำเสียงที่เหนื่อยล้า โจวอวี้หลันที่ได้ยินเช่นนั้นก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย
"เ้ารู้"
"อืม ตอนที่ข้าหลับไป ข้าเห็นว่านางยิ้มเยาะข้าเพียงใด ต่อไปนี้ข้าจะทำให้นางกระอักเืจนแทบอยากตาย"
"ข้าดีใจที่เ้าคิดได้เสียที ยามนี้ป้ายสั่งการทหารของเสด็จแม่อยู่ที่นาง เราต้องหาทางชิงมันกลับคืนมา"
"พี่หญิงวางใจ ข้าจะต้องชิงป้ายสั่งการทหารกลับมาแน่นอน"
เขาเอ่ยเพียงเท่านั้น ก่อนจะหันหน้าไปมองลั่วจินหยางด้วยแววตาที่ไม่พอใจเป็อย่างยิ่ง ลั่วจินหยางที่ได้เห็นเช่นนั้นก็เอ่ยถามด้วยความสงสัย
"อาเฉิน เหตุใดจึงมองข้าเช่นนี้?"
"หึ สหายบัดซบ เ้าเล่นของลับของข้า!!!"
"หา เ้าเห็นด้วยหรือ?"
"ข้าเห็นทุกอย่าง!!!"
"โธ่ อาเฉิน ก็เ้าแข็งไม่ดูเวลานี่นา ข้าน่ะเห็นใจเ้ายิ่งนัก คราแรกว่าจะถอดกางเกงเ้าออกแล้วช่วยชักให้เสียหน่อย แต่ข้าก็เกรงใจเ้าอยู่ไม่น้อย"
โจวอี้เฉินรู้สึกหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก ด้านโจวอวี้หลันที่ได้ยินเช่นนั้นใบหน้าสวยก็แดงระเรื่อขึ้นมาทันที
นี่พวกเขาลืมไปแล้วหรือว่านางยังอยู่ตรงนี้ไม่ได้ออกไปไหน?