“ช่วยด้วย!! แมลงพวกนี้มันกัดได้ด้วย ข้ารู้สึกปวดมากหรือว่ามันจะมีพิษ ใครมียาแก้พิษเอามาให้ข้าที”เสียงเด็กหนุ่มดังขึ้น
“พวกเราถอยออกมาก่อนอย่าเพิ่งเข้าไปใกล้ ใครมียาแก้พิษก็ให้เพื่อนกินไปก่อน”
“พวกเราหนีออกมาก่อน อันตรายแมลงพวกนี้มีพิษ”เสียงร้องะโโวยวายลั่นสวนผักไปหมด ทุกคนวิ่งออกมาจากสวนผัก
“กะตั๊กกะต๊าก กุ๊กๆ!”
เสียงไก่ที่ดังขึ้นทำให้ทุกคนรีบหันไปดู เห็นเป็ไก่ตัวใหญ่มากจึงได้พากันวิ่งหนีกับที่พัก แบบไม่คิดชีวิต ทิ้งให้จู๋จื่อยืนอยู่กลางสวนแปลงผักผู้เดียว
“เอ๊ะ!ไก่มาจิกกินแมลงนี่ มันไม่ได้ตั้งใจมาทำลายสวนผักของชาวบ้าน แต่มันต้องเหยียบผักพวกนี้เพื่อกินแมลง ถ้าชาวบ้านฆ่าไก่ไป จะมีสัตว์อะไรมาจิกกินแมลงพวกนี้ล่ะ พวกมันจะไม่เพิ่มจำนวนขึ้นอีกหรือ”
“หวังว่ากลุ่มอื่นจะวิ่งหนีแมลงเหมือนกัน โดยที่ยังไม่ได้ฆ่าไก่ แล้วนั่นกระต่ายมันมาหากินหัวผักที่โดนไก่เหยียบ กระต่ายน่าจะเป็อสูรประดับหนึ่งเท่านั้น ทำไมมาถึงชอบผักที่ไม่ได้ต้มอวบอ้วนพวกนี้กันนะ”
“ผักพวกนี้อร่อยยังงั้นรึ เสียดายที่หนูดำไม่ได้มาด้วย ไม่อย่างนั้นมันคงจะสอบถามให้รู้เื่แล้ว แสดงว่าผู้ร้ายตัวจริงคือแมลงพวกนั้นมันมาจากที่ไหนกันนะ”
“หรือจะใช้สมุนไพรรมควันพวกมันทั้งหมด พอมันตายก็ให้ไก่จิกกินต่อ แมลงพวกนี้มีพิษไก่ยังกินได้ แสดงว่าถ้ามันตายด้วยพิษรมควันไปก็ไม่น่าจะเป็อะไร ถ้าไก่ตายก็แค่เป็อาหารของชาวบ้านเท่านั้น”
จู๋จื่อคิดแล้วก็ลงมือทำเลย จุดไฟเผาสมุนไพรแล้วใช้พลังธาตุลมเป่าให้ไฟลุกแรงขึ้น หอบควันไฟพิษไปยังตรงที่แมลงอยู่ พอโดนควันพิษไปพวกแมลงก็ล้มตัวลงกับพื้น ไก่ที่ตอนนี้มีมากถึงสิบสี่ตัว พากันไล่จิกกินแมลงที่ร่วงหล่นลงพื้น
“ตรงนี้เป็ที่ทำสวนทำไร่ ก่อนหน้านี้ไม่มีสัตว์มารบกวน นี่แค่ไก่และกระต่ายที่ไม่ได้เป็สัตว์ดุร้ายยังมีเยอะขนาดนี้แล้วสัตว์อย่างอื่นล่ะ หรือว่าชาวบ้านบอกไม่หมดว่ามีสัตว์ร้ายอย่างอื่นอยู่ด้วย”
“จัดการแมลงพวกนี้ก่อนก็แล้วกัน ถ้าตัวไหนมันบินกลับรังแล้วเอาพิษไปด้วยล่ะ มันน่าจะตายยกรัง งั้นก็หยุดรมควันพวกมัน กลัวว่าจะตายหมดเสียก่อน แค่ไก่กินไปก็เยอะแล้ว”
จู๋จื่อยืนมามองฝูงแมลงที่เหลือรอดจากการเป็อาหารไก่ พากันบินกลับรังด้วยสภาพที่เจอยาพิษเข้าไป บางตัวบินไปได้ไม่ไกลก็ตกลงพื้น “หยุดรมควันแล้วนี่นา มันจะมีตัวที่ไปถึงรังไหมนะ”
“ท้องฟ้าเริ่มมืดแล้วกลับที่พักดีกว่า คนอื่นน่าจะนอนกันหมดแล้ว คนที่ถูกกัดจะมียาพิษแก้ไหมนะ ช่างเถอะพวกเขาไล่เราเอง ปล่อยให้อยู่แบบเจ็บและทรมานอย่างนั้นแหละ”
จู๋จื่อมาถึงใต้ต้นไม้ ม้าหงจงนอนอยู่ใต้ต้น นางจึงหยิบสมุนไพรไล่แมลงออกมาวางไว้ใกล้ๆ “นี่คือสมุนไพรไล่แมลงไม่ให้มากัดเ้า อย่าเผลอกินไปล่ะ”บอกกล่าวมาเรียบร้อยแล้วนางก็ปีนขึ้นไปอยู่บนต้นไม้
“บรู๊วววว!”
กลางดึกมีเสียงสุนัขหมาป่าเห่าหอนอย่างโหยหวนและน่ากลัว เสียงช้างร้องก็มาแต่ไกล “หือ! ในป่านี้มีสัตว์ป่าเยอะขนาดนี้เลย ตอนอยู่ในป่าวงกตแทบจะไม่ได้ยินเสียงสัตว์ร้อง หรือเป็เพราะว่าอยู่ใกล้กับระดับสูงอย่างหนูดำ”
“พวกมันคงจะไม่บุกเข้ามาตอนดึกใช่ไหม ม้าอยู่ใต้ต้นไม้จะปลอดภัยไหมนะ แล้วพวกที่ตั้งกระโจมอยู่ตรงนั้นล่ะไม่เห็นก่อไฟมีให้แสงสว่าง ช่างเถอะพวกเขาต่างเก่งกันทั้งนั้น อย่าให้สัตว์มาตรงนี้เป็พอ”
กลางดึกขณะที่จู๋จื่อกำลังหลับอยู่บนต้นไม้ ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือมาจากกระโจม ของทั้งสิบเอ็ดหนุ่ม
“ช่วยข้าด้วยเร็วเข้ากระโจมของข้ามีงู นอกกระโจมมีสุนัขหมาป่าอยู่ ใครก็ได้มาช่วยพวกข้าก่อน”
“ตอนนี้ช่วยตัวเองไปก่อน พวกเราก็โดนเหมือนกัน ไม่มีใครสามารถช่วยใครได้ตอนนี้”เสียงอู๋ห่าวดังขึ้นพร้อมเสียงต่อสู้ที่ดังมาเป็ระยะ
จู๋จื่อมองลงมาที่ม้า ยังนอนอยู่เดิม “แสดงว่าตอนนี้ที่บุกเข้ามายังเป็สัตว์ธรรมดา เพราะมันไม่เข้ามาใกล้ม้าหงจง ถ้าดึกกว่านี้ กลัวว่าทุกคนต้องลำบากแน่”
เมื่อคิดว่าเป็สัตว์ธรรมดาจู่โจม จู๋จื่อก็ล้มตัวลงนอนต่อไม่ได้สนใจเพราะนางกำลังง่วง “เชิญพวกเ้าสบายเถอะข้าขอนอนก่อนละ”
จนกระทั่งถึงยามโฉ่ว (01:00-03:00 น)ก็มีเสียงเอะอะโวยวายอยู่ใต้ต้นไม้ที่นางนอนอยู่
“ จู๋จื่อช่วยพวกข้าด้วย สัตว์ป่าพวกนั้นบุกทำลายกระโจมของพวกเราหมดแล้ว มีหลายคนได้รับาเ็”
จู๋จื่อที่เพิ่งตื่นมองลงไปด้านล่าง เห็นเด็กหนุ่มทั้งสิบเอ็ดคนยืนอยู่ใต้ต้นไม้ หันหน้าออกไปด้านนอก มีม้าหงจงนอนอยู่ที่เดิม
พวกเขาเห็นตรงนี้ไม่มีสัตว์เข้ามาบุกรุกเลย ต่างกับกระโจมของพวกเขามีทั้งสัตว์พิษเข้าไปทำร้าย และสัตว์ตัวใหญ่อย่างช้างทำลายกระโจมพวกเขาทิ้งไปหมด
“ข้ากำลังนอนหลับสบาย พวกเ้าจะมารบกวนข้าทำไม ไม่เห็นหรือว่าถ้าเป็แค่เด็กผู้หญิงคนหนึ่งเท่านั้น จะไปช่วยอะไรพวกเ้าได้”จูู๋จื่อร้องะโมาจากบนต้นไม้
“กรรซ์ๆๆ”
สิ่งที่มาปรากฏตัวตรงหน้าพวกเขา คือหมาป่าตัวใหญ่มันเป็หมาป่าอสูรระดับหนึ่ง จำนวนห้าตัวด้วยกัน
“มะ…หมาป่าอสูร ระดับหนึ่งพวกเราเอายังไงดี พลังธาตุไฟก็ใช้ไม่ได้มีแล้ว ไหนจะผู้าเ็มีกลิ่นคาวเือีกพวกเราคงไม่รอดแน่วันนี้”เสียงโอดครวญดังมาจากใต้ต้นไม้
“เฮ้อ! มีแต่คนเก่งๆทั้งนั้น ทำไมถึงทำท่าจนตรอกแบบนี้ล่ะ ความเก่งกล้าสามารถหายไปไหนกันหมด และที่เล่าเรียนมาพวกเ้าส่งคืนอาจารย์หมดแล้วรึ”
“ข้าจะช่วยพวกเ้าก็ได้ แต่พวกเ้าต้องยอมรับความอ่อนแอพ่ายแพ้ในครั้งนี้ แล้วเรียกข้าว่าศิษย์พี่ ไม่อย่างนั้นก็ตัวใครตัวมัน ข้าไม่เดือดร้อนอยู่แล้ว อยากดูถูกข้าดีนัก”ท้ายเสียงนางพูดด้วยเสียงอันเบา
“โฮกกก!!”
“สะ…เสือโคร่งตัวใหญ่เท่าม้า ทำไมมีแต่สัตว์อสูรอยู่เต็มไปหมด แย่แน่พวกเราเอายังไงกันดี แค่หมาป่าก็สู้ไม่ไหวแล้วยังมาเจอเสือโคร่งอีก”
“ศิษย์พี่จู๋จื่อช่วยพวกเราด้วย สัตว์อสูรในป่ากำลังเดินทางมาที่นี่ทั้งหมด พวกเราคงไม่รอดแน่ช่วยพวกเราด้วยศิษย์พี่”
“พวกเ้าว่าอะไรนะ? ข้าได้ยินไม่ชัด แล้วมีตั้งสิบเอ็ดคนทำไมถึงได้ยินเสียงแค่คนเดียว หรือว่าข้าจะช่วยแค่คนเดียวก็พอ โดยเฉพาะเฉิงหย่งข้าไม่ได้ยินเสียงของเ้า”
“ศิษย์พี่ช่วยพวกเราด้วย ศิษย์พี่ช่วยด้วย ศิษย์พี่ข้าไม่ไหวแล้วเจ็บแผลมากช่วยข้าด้วย”เฉิงร้องขึ้นมา อย่างไงเขาก็แค่เด็กหนุ่มวัยสิบสามเท่านั้น เห็นสัตว์อสูรตัวใหญ่ก็กลัวจนขาสั่น คนอื่นก็ไม่ต่างกันร้องขอความช่วยเหลืออยู่ใต้ต้นไม้
เห็นว่ามีคนป่วยจู๋จื่อเอายาจากสร้อยเก็บสิ่งของ ใส่ในถุงย่ามไว้ทะยานลงมาจากกิ่งไม้ มายืนตรงหน้าผู้ป่วยที่ยืนไม่ไหวทรุดตัวลงนั่งพิงกับต้นไม้
“นี่คือยาแก้อาการาเ็เ้ารีบกินไปก่อน”
“ศิษย์พี่ข้าก็ได้รับาเ็มาเหมือนกัน เืยังไหลไม่หยุดเลย มียาใส่แผลห้ามเืหรือไม่”
“กินยานี้เข้าไปรักษาได้ทุกโรคเดี๋ยวเืก็หยุดไหลเอง”แม้พวกเขาจะไม่เชื่อแต่ตอนนี้ไม่มีทางเลือกแล้ว ต่างรับยามาและกลืนกินลงไป
“แปลกจังข้าไม่ได้รับาเ็แต่โดนพิษ กินยาเข้าไปกลับหายจากอาการเ็ปเพราะโดนแมลงกัด เป็ไปได้ยังไงกันยานี้จะดีกว่าที่ตระกูลของข้ามี”
จู๋จื่อแจกยาเสร็จก็หันไปมองหมาป่าและเสือโคร่งที่กำลังแย่เขี้ยวใส่กัน เพราะ้าแย่งเหยื่อ หมาป่าห้าตัวกับเสือโคร่งหนึ่งตัว
“อีกไม่กี่ชั่วยามน่าจะสว่างแล้ว ตอนนี้ต้องไล่สัตว์อสูรพวกนี้ไปก่อน พวกเขาถึงจะปลอดภัย”จู๋จื่อเอาธนูออกมาเตรียมพร้อมยิง ถ้ามีสัตว์ตัวไหนก้าวเดินเข้ามา
“สัตว์ในป่าก็มีตั้งเยอะ ทำไมถึงมาบุกรุกที่อยู่ของมนุษย์กัน ข้าไม่ได้้าจะสังหารพวกเ้า แต่เพื่อเป็การป้องกันตัวและเมื่อพวกเ้าตายไปแล้ว ร่างของเ้าก็จะกลายเป็อาหารของมนุษย์”
“กรรซ์!!”
สุนัขหมาป่าเลิกมองหน้าเสือโคร่ง แต่กลับหันมาแยกเขี้ยวน้ำลายไหลยืด มองหน้าจู๋จื่อด้วยดวงตาสีแดงก่ำ
“พวกเ้าอาการดีขึ้นหรือยัง มีแรงปีนขึ้นไปอยู่บนต้นไม้ไหม ข้าจะจัดการกับสัตว์พวกนี้เอง รีบปีนขึ้นไป! ขึ้นไปเดี๋ยวนี้!”ทั้งสิบเอ็ดหนุ่มได้ยิน ต่างตะเกียกตะกายปีนขึ้นบนต้นไม้ พวกเขาหวาดกลัวเสียจนแข้งขาสั่นพั่บๆ
“ม้าของหงจงเ้าระวังตัวด้วย ตัวไหนเข้ามาใกล้ก็ถีบมันกระเด็นไปเลย ข้าจะใช้ธนูสังหารพวกมันแล้ว”จู๋จื่อใช้พลังธาตุลมที่มีความไวะโขึ้นไปอยู่บนหลังม้า ปล่อยลูกธนูออกไปไม่ยั้งมือ
“ฉึกๆๆ!!พลั่ก ตุบ!”
“อ๊ากกก! อ๊อคค!!”
หนึ่งเสือโคร่ง ห้าสุนัขหมาป่าลงไปนอนอยู่กับพื้น ทั้งสิบเอ็ดหนุ่มอ้าปากค้างด้วยความใ พวกเขามองไม่ทันด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้น อย่างนี้ยังให้พวกเขาเรียกศิษย์พี่อยู่หรือ ให้พวกเขาจะเรียกเป็อาจารย์ก็ยังได้
“ใกล้สว่างแล้วพวกเ้าลงมาจากต้นไม้ได้ มาช่วยกันจัดกันกับซากสัตว์พวกนี้ แต่ถ้ากินเข้าไปพวกเ้าก็จะมีร่างกายที่แข็งแรงขึ้นนะ ศิษย์น้องทั้งหลาย”
ทั้งสิบเอ็ดหนุ่มได้ยินดังนั้น จึงพากันรีบปีนลงมาจากต้นไม้
“ศิษย์พี่ทำไมถึงเก่งขนาดนี้ เป็ข้าถ้าเก่งขนาดนี้ก็ไม่มาเรียนแล้ว หรือไม่ก็สมัครเป็อาจารย์ไปเลยดีกว่า”
“ขนาดข้าไปสมัครเป็ลูกศิษย์ พวกเ้ายังดูถูกข้าขนาดนี้ แล้วให้สมัครเป็อาจารย์ จะไม่โดนพวกเ้าว่ากว่านี้รึ”
“ศิษย์น้องผิดไปแล้ว ขอศิษย์พี่อย่าได้ถือสา ต่อไปพวกเราจะไม่ว่าร้ายศิษย์พี่อีกแล้ว”เฉิงหย่งพูดขึ้น
“ใกล้สว่างแล้วจัดการช่วยกันขนสัตว์อสูรพวกนี้ เข้าไปให้ชาวบ้านที่ถูกแมลงและสัตว์ป่าทำลายพืชผล ถ้าพวกเ้า้าเนื้อมันเป็อาหารก็เลือกไว้สักตัวหนึ่งก็น่าจะพอ”
“เออ! ศิษย์พี่คือว่าใกล้จะเข้าหน้าหนาวแล้ว หนังของหมาป่าและเสือมีค่ากับพวกเรามาก”หนึ่งในสิบเอ็ดคนพูดขึ้น
“ใช่แล้วศิษย์พี่พวกเราไม่ได้มีฐานะดีเหมือนอู๋ห่าวและเฉิงหย่ง ข้าขอหนังสัตว์พวกนี้แบ่งกันได้หรือไม่ ส่วนเนื้อก็แบ่งให้ชาวบ้าน”
“ถ้าอย่างนั้นก็แล้วแต่พวกเ้าเถอะ ตรงโน้นมีลำธารอยู่ลากสัตว์พวกนี้ไปชำแหละเอาหนังที่นั่น”ได้ยินดังนั้นชายหนุ่มทั้งเก้าคนก็พากันลากเสือและหมาป่าไปยังลำธารทันที
ท้องฟ้าเริ่มสว่างแล้ว ชายหนุ่มทั้งเก้าช่วยกันชำแหละหนังสัตว์อสูรระดับหนึ่งอยู่ข้างลำธาร สองหนุ่มที่เหลือก็เข้าไปดูกระโจมเก็บข้าวของที่ยังพอเหลืออยู่
พอถึงเวลา่สายมีชาวบ้าน และเ้าของสวนผักทั้งหลายเข้ามา เพราะคืนที่ผ่านมาพวกเขาได้ยินเสียงร้องของสัตว์ป่าจำนวนมาก คิดว่าลูกศิษย์สำนักตงเต๋ออาจจะโดนทำร้าย
แต่พอมาถึงสภาพที่พวกเขาเห็นต่างใ กับเนื้อสัตว์อสูรระดับหนึ่งที่กองอยู่ข้างลำธาร อยู่หลายตัวเพียงแต่หนังของมันไม่อยู่แล้วเท่านั้น
“พวกท่านมาก็ดีแล้ว ช่วยกันขนเนื้อหมาป่าอสูรและเสือโคร่งกลับไป แจกจ่ายให้กับชาวบ้านได้กินกัน แต่หนังของมันพวกข้าจะเก็บไว้”เด็กหนุ่มหนึ่งในเก้าคนพูดขึ้น
“โอ้!พวกเ้าลูกศิษย์ตงเต๋อ ช่างมีฝีมือกันเสียจริง ถึงกับสังหารสัตว์อสูรระดับหนึ่งได้ ปกติมันไม่เคยมาปรากฏตัวให้เห็นเลยน่าแปลกมาก”
