เห็นได้ชัดแจ้งว่าั์ตนนี้มีบารมีสูงส่งยวดยิ่งในเผ่า ทันทีที่เขาก้าวเข้าไปในเผ่า ยักษีตนหนึ่งก็รีบเอาน้ำสะอาดมาให้
“มนุษย์ มีมนุษย์มาหาพวกเราอีกแล้วรึ?” ครั้นเห็นจูชิงนั่งอยู่บนหัว ยักษีพลันเอ่ยด้วยความประหลาดใจ
“ใช่แล้ว มายาที่รัก มนุษย์กลับมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ตัวเล็กจิ๋วกว่าก่อน” ั์ตนนั้นพูด
ไม่ว่าจะเป็ร่างกายหรือพละกำลัง อย่างน้อยเมื่อเทียบกับั์เหล่านี้ เขาก็เป็คนตัวเล็กจริงๆ
“สวัสดีเพื่อนมนุษย์ ข้าชื่อว่ามายาเป็ภรรยาของชายคนที่เ้านั่งอยู่บนหัว หากเ้ามีอะไรดีๆ สามารถนำมาแลกเปลี่ยนกับพวกเราได้” มายาพูดกับจูชิง
“แลกเปลี่ยน?” ในหัวของจูชิงเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม เขาไม่เข้าใจว่ายักษีกำลังพูดถึงเื่อะไร
ใครเล่าจะรู้ว่าประโยคนั้นของมายาจะทำให้ั์ผู้เป็สามีโกรธมาก “มายา เ้าพูดเช่นนั้นได้อย่างไร คนในเผ่ารอวันนี้มาตั้งนาน เหตุใดถึงทำผิดกฎเสียเองเล่า?”
เอาละ สับสนงงงวยกันไปหมด จูชิงไม่เข้าใจโลกของั์เลย ทว่าเขาก็ไม่กล้าทำอะไร เพียงนั่งอยู่เงียบๆ อยู่บนหัวั์ตัวโต
ในเผ่าั์มีั์หลายร้อยตน ขั้นบำเพ็ญเพียรต่ำสุดคือขั้นนิพพาน แค่ใครคนใดคนหนึ่งก็สามารถบดขยี้เขาให้ตายได้ในพริบตา เกรงว่าแค่ย่ำเท้าลงมาจากท้องฟ้าก็สามารถฆ่าเขาได้เช่นเดียวกัน
“ข้าขอแนะนำตัวสักหน่อย ข้าคือซูเก๋อ หัวหน้าเผ่าค้ำ์!” ั์ตนนั้นนั่งลง ตัวใหญ่ั์ประหนึ่งขุนเขา
“เผ่าค้ำ์...” จูชิงใจสั่นสะท้านราวกับความทรงจำที่ฝังอยู่ในจิติญญาถูกกระตุ้น
“เฒ่าปีศาจ ทวีปเฉียนหยวนมีเผ่าค้ำ์อะไรนี่ด้วยรึ?” จูชิงอดถามไม่ได้
เฒ่าปีศาจกลอกตา “จะไปมีได้อย่างไรล่ะ อีกอย่างที่นี่ไม่ใช่ทวีปเฉียนหยวน”
“เผ่าค้ำ์!” สือจึตะลึงงัน เผ่าค้ำ์ตกต่ำถึงเพียงนี้เชียวรึ
สือจึไม่ได้บอกจูชิงว่าการล่มสลายของเผ่าค้ำ์นั้นข้องเกี่ยวกับตระกูลจู ไม่รู้ว่าถ้าเผ่าค้ำ์รู้ว่าจูชิงเป็ใครจะเกิดเื่อะไรขึ้นบ้าง ตอนนี้ยังไม่บอกจูชิงจะดีกว่า
“ก่อนหน้านี้ที่เ้าบอกว่าอยากแลกเปลี่ยน แลกเปลี่ยนอะไรงั้นรึ?” จูชิงเอ่ยถาม
“ศัสตราวุธกับยาโอสถของมนุษย์!” ซูเก๋อกล่าว
จูชิงเหลือบมองซูเก๋อ ศัสตราวุธที่เหมาะสมกับร่างกายเช่นนั้นคงมีไม่มาก ส่วนยาโอสถของมนุษย์ก็น่าจะใช้ไม่ได้ผลเช่นเดียวกัน
ครั้นซูเก๋อยื่นสิ่งที่้าที่เขียนอยู่ในกระดาษให้กับจูชิง เขาจับจ้องมองรายการเ่าั้โดยไม่สามารถละสายตาได้อีกต่อไป
นี่มันกำไร กำไรมหาศาล เผ่าค้ำ์จะจัดการเื่วัสดุในการหลอมศัสตราวุธกับวัตถุดิบที่ใช้หลอมโอสถให้ ดูจากราคาเสนอแล้ว คนขายน่าจะทำกำไรหนึ่งร้อยเท่าเป็อย่างน้อย
ยาโอสถที่เผ่าค้ำ์้ามากที่สุดก็คือโอสถลมปราณ เพียงแต่โอสถลมปราณนี้แรงกว่าโอสถลมปราณที่มนุษย์ทั่วไปใช้หมื่นเท่า มีเพียงเผ่าค้ำ์เท่านั้นที่สามารถรับพลังอันน่าพรั่นพรึงได้
ส่วนศัสตราวุธ จำนวนแร่หินที่เผ่าค้ำ์หามานั้นเพียงพอต่อการหลอมศัสตราวุธล้วนแล้วเป็เหล็กดาราคุณภาพสูง แทบจะไม่ต้องนำมาขัดเกลาเสียด้วยซ้ำก็สามารถนำมาทำเป็เป็ศัสตราวุธชั้นยอดได้ไม่ยาก
“พวกเ้า้ายาโอสถแบบนี้ใช่หรือไม่?” จูชิงหยิบโอสถลมปราณออกมาหนึ่งเม็ดพลางเอ่ยถาม
ซูเก๋อเพ่งพิศมองโอสถลมปราณขนาดเล็กจิ๋ว ถึงจะมองไม่ค่อยชัด ทว่ากลิ่นอายนั้นคุ้นเคยยวดยิ่ง เขามั่นใจว่ายาโอสถนี่คือสิ่งที่เขา้า
“แต่น่าเสียดาย ข้าไม่มียาโอสถที่เหมาะกับพวกเ้าเลย” จูชิงส่ายหัว
“เ้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อทำข้อตกลงกับพวกเราหรอกรึ?” ซูเก๋อหน้าเปลี่ยนสี มองจูชิงด้วยความตกตะลึง
“เปล่า ข้ามาที่นี่โดยบังเอิญ” จูชิงส่ายหัวอีกครั้ง
ซูเก๋อรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย เผ่าของเขาจัดเตรียมของเอาไว้สำหรับแลกเปลี่ยนเรียบร้อยแล้ว ตอนที่เจอจูชิง นึกว่าจะได้แลกเปลี่ยนทั้งหมด หากแต่ผลลัพธ์กลับเป็เฉกเช่นนี้
การแลกเปลี่ยนระหว่างมนุษย์กับเผ่าค้ำ์นั้นมีข้อจำกัด ใครมาก่อนก็ได้ก่อน เผ่าที่มาทีหลังมักจะแลกเปลี่ยนไม่ได้ของล้ำค่าใด
แร่เหล็กดารากองอยู่ด้านหนึ่ง ซากสัตว์อสูรกองพะเนินสูงเท่าขุนเขากองอยู่อีกด้านหนึ่ง
“เ้าหนู บอกพวกเขาไปสิ ว่าจะแลกเปลี่ยนกับพวกเขา” สือจึพูด
“แล้วข้าจะไปหายาโอสถมากมายขนาดนั้นมาจากไหน?” จูชิงขมวดคิ้ว
“แค่หินโลหิตก็เพียงพอแล้ว!” สือจึกล่าว
“หินโลหิต?” จูชิงตะลึงงัน เขารู้ว่าหินโลหิตสามารถกลั่นหลอมลมปราณ หากแต่มันเกี่ยวอะไรกับการแลกเปลี่ยน?
“โอสถลมปราณคือการควบแน่นลมปราณเข้าด้วยกันไม่ใช่รึ หินโลหิตสามารถกลั่นหลอมลมปราณ ทั้งยังสามารถควบแน่นลมปราณเป็หนึ่งเดียว นั่นเท่ากับว่าเป็โอสถลมปราณแล้วไม่ใช่รึ?” สือจึเอ่ย
เพียงจูชิงใช้ความคิด ลมปราณในหินโลหิตพลันเดือดพล่าน พริบตาเดียว ลมปราณบริสุทธิ์ควบแน่นกลายเป็โอสถลมปราณพลันประจักษ์ในมือของจูชิง
เพราะเป็ลมปราณบริสุทธิ์ ประสิทธิภาพจึงสูงกว่าลมปราณโอสถปกติทั่วไปมาก ทั้งร่างกายก็ยังสามารถดูดซึมได้โดยตรง
“บางทีข้าอาจพอช่วยพวกเ้าได้!” จูชิงกล่าว
“จริงหรือ!” ซูเก๋อตาเป็ประกาย!
จูชิงพยักหน้า “ข้าขอสัตว์อสูรสักตัวสิ!”
ทันทีที่พูดจบ ศพสัตว์อสูริญญาตัวหนึ่งหล่นตุ้บข้างๆ หางตาของจูชิงพลันกระตุก ัคะนองน้ำตัวนี้ยาวเป็พันเมตร ขั้นพลังมิได้อ่อนแอ หากกลับถูกสังหาร แต่พอนึกขึ้นได้ว่าซูเก๋อเป็ขั้นมหันตก็เข้าใจกระจ่างแจ้งทันใด
จูชิงวางมือลงบนร่างของัคะนองน้ำ หินโลหิตสั่นะเื ดูดซับลมปราณของัคะนองน้ำอย่างบ้าคลั่ง แล้วควบแน่นลมปราณเป็หนึ่งเดียวกัน ผ่านไปครึ่งชั่วยาม โอสถลมปราณขนาดเท่ากับปั้นประจักษ์ตรงหน้าซูเก๋อ
ัคะนองน้ำน่าจะเป็ขั้นนิพพานเป็อย่างน้อย ลมปราณสมบูรณ์สุดแสน แม้ว่าจูชิงจะ่ชิงลมปราณมาส่วนหนึ่ง ทว่าส่วนที่เหลืออยู่ก็เพียงพอที่จะใช้หลอมโอสถลมปราณสิบห้าเม็ด
“อันนี้แหละ!” ซูเก๋อร้องะโด้วยความตื่นเต้น!
ซูเก๋อยังแทบไม่กล้าจินตนาการว่าโอสถลมปราณนี้สร้างขึ้นจากัคะนองน้ำ มันเกือบจะเป็ขีดจำกัดสูงสุดที่พวกเขาสามารถแลกเปลี่ยนได้แล้ว
“คนที่เสนอราคาพวกนี้ให้กับพวกเ้าใจร้ายมาก เขาโก่งราคาอย่างน้อยก็น่าจะหนึ่งร้อยเท่า!” จูชิงกล่าว
“ว่ายังไงนะ หนึ่งร้อยเท่า!” ซูเก๋อตะลึงงัน ไม่นานนักก็กำมือแน่นแสนโทสะ
“ไอ้มนุษย์นั่น กล้าหลอกพวกเราเผ่าค้ำ์อย่างนั้นรึ!” ซูเก๋อเดือดดาล ถ้าไม่ใช่เพราะจูชิง พวกเขาก็คงเป็กบในกะลา ไม่มีวันรู้เื่นี้ชั่วชีวิต
เผ่า์เปรียบเสมือนเผ่าพันธุ์ที่ได้รับพรจากพระเ้า หากแต่ก็เหมือนกับเผ่าพันธุ์ที่ถูก์สาปส่งเช่นกัน พวกมันมีพลังเหนือฟ้าเกินหยั่งถึง ไม่จำเป็ต้องมุ่งมั่นบำเพ็ญเพียร หากกลับได้รับพลังอันยิ่งใหญ่ แต่นั่นก็เป็สาเหตุหนึ่งที่ทำให้ดับสิ้นวายชีวา เพราะแข็งแกร่งเกินไป ภาวะเจริญพันธุ์จึงต่ำมาก ยิ่งไปกว่านั้น เด็กแรกเกิดของเผ่าค้ำ์อ่อนแอมาก เกือบ 90% จะเสียชีวิตหลังจากลืมตาดูโลกได้เพียงไม่นาน ทางเดียวที่ทำได้ก็คือต้องผสานลมปราณให้มากที่สุดเพื่อนำมาใช้เลี้ยงลูกให้เติบใหญ่ในภายภาคหน้า
ดังนั้น เมื่อเด็กเกิด พวกเขาก็จะนำโอสถลมปราณวางไว้รอบๆ เด็ก ให้ลมปราณในโอสถลมปราณหล่อเลี้ยงร่างกาย พอพ้น่ปฐมวัย เด็กเผ่าค้ำ์จะเติบโตอย่างรวดเร็วและมีพละกำลังน่าพรั่นพรึงแสนทวี
ลูกคือทรัพย์สมบัติอันเลอค่า เพราะมีลมปราณโอสถไม่มากพอ พวกเขาจึงสูญเสียอนุชนรุ่นหลังไปมากมาย!
“อุแว้ๆๆ!” ทันใดนั้น เสียงร้องดังอึกทึกทั่วทั้งเผ่า!
ชั่วพริบตาเดียว บรรยากาศทั้งเผ่าหนักอึ้งแสนพรรณนา หมู่ชนต่างจับจ้องสายตามองบ้านที่ตั้งอยู่ตรงกลางอย่างกระวนกระวายใจ ซึ่งเสียงร้องของเด็กดังออกมาจากที่นั่น
การกำเนิดของเด็กน้อย สำหรับเผ่าค้ำ์มันคือสิ่งยิ่งใหญ่ ทว่าเพลานี้กลับไม่มีสีหน้ายินดีปรากฏบนใบหน้าของพวกเขา เพราะพวกเขาไม่มีโอสถลมปราณเหลืออยู่แล้ว แม้ว่าเด็กจะเกิดมา โอกาสรอดชีวิตน้อยนิดเพียงนับนิ้ว
“ตรงนี้มีโอสถลมปราณอยู่สิบห้าเม็ด รีบเอาไปเร็วเข้า!” ซูเก๋อสะบัดมือ จากนั้นโอสถลมปราณสิบห้าเม็ดก็ลอยเข้าไปในบ้านหลังนั้น
“โอสถลมปราณ เผ่าพันธุ์ของพวกเรามีโอสถลมปราณแล้วงั้นรึ!” เผ่าค้ำ์ดีใจยิ่งยวด
“กลายเป็แบบนี้ไปได้อย่างไร!” ทันใดนั้น เสียงอุทานร้องดังลั่นออกมาจากในบ้าน
“เกิดอะไรขึ้น!” ซูเก๋อสืบเท้าเดินเข้าไปข้างใน มองหน้าเด็กน้อยด้วยความตกตะลึง
แม้ว่าเด็กแรกเกิดจะมีโอสถลมปราณอยู่รายล้อม หากแต่สีหน้าก็ยังซีดเซียว ร่างกายของเขาไม่สามารถดูดซับลมปราณในโอสถลมปราณได้
“เปล่าประโยชน์ เด็กคนนี้ไม่รอดแล้ว” ซูเก๋อส่ายหัว เหตุการณ์เฉกเช่นนี้เกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง หากเด็กที่เกิดมาอ่อนแอกว่าปกติ แม้ว่าจะมีโอสถลมปราณก็ช่วยอะไรไม่ได้
“ติ๋ง!” ขณะนั้นเอง ของเหลวสีขาวขุ่นหยดหนึ่งหยดลงบนหน้าผากของเด็กแรกเกิดเผ่าค้ำ์
“ตู้มมม!” พลังปราณฟ้าดินน่าสะพรึงประจักษ์ หลั่งไหลเข้าไปในร่างกายของเด็กน้อยเผ่าค้ำ์ ใบหน้าขาวซีดกลายเป็สีแดงระเรื่อ!
เด็กแรกเกิดพ้นจากวิกฤติอันตราย หัวใจกลับมาเต้นอีกครั้ง!
คนเผ่าค้ำ์ที่อยู่ข้างๆ มองเด็กน้อยอย่างตื่นเต้น สำหรับพวกเขาแล้วเด็กทุกคนคือสมบัติล้ำค่า คืออนาคตของเผ่าค้ำ์!
“เ้าคือผู้มีพระคุณของเผ่าค้ำ์!” ซูเก๋อคุกเข่าลงข้างหนึ่ง กล่าวด้วยความซาบซึ้ง
สำหรับจูชิง มันเป็เพียงหยดปราณที่เจือจางหนึ่งหยดของแก่นปราณ แต่สำหรับเผ่าค้ำ์ มันคือชีวิต ชีวิตที่มีค่ายิ่งกว่าสิ่งใด
“ราชทูตวังจันทรามาถึงแล้ว เหตุใดเผ่าค้ำ์ถึงยังไม่ออกมาอีก?” เสียงหนึ่งดังออกมาจากข้างนอก คลื่นลมปราณแกร่งกล้าแพร่งพรายทั่วทั้งฟ้าดิน!
