ตอนที่ 5 เสบียงล้นคลัง
เข็มนาฬิกาสีทองที่ลอยเด่นอยู่ในมโนสำนึกของ หลินชิงเซวียน ขยับเตือนอย่างบ้าคลั่ง
[ 5 วัน : 21:10:05 ]
บรรยากาศภายในโกดังหมายเลข 9 ร้อนระอุไปด้วยความเร่งรีบ รถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ขนาดใหญ่เกือบยี่สิบคันจอดเรียงรายปิดทางเข้าออกราวกับกำแพงเหล็ก
หลินชิงเซวียนยืนกอดอกอยู่บนแท่นยกระดับ สายตาคมกริบดุจมีดผ่าตัดกวาดมองรายการสินค้าในไอแพดสลับกับของจริงที่อยู่เบื้องหน้าที่ทยอยมาส่งไม่ขาดสาย หลินชิงเซวียนครุ่นคิดในใจว่า... แม้เงินทองนับพันล้านจะสามารถซื้อ ูเาเสบียง นี้ได้ในโลกปัจจุบัน แต่ในยุคที่บัตรปันส่วนมีค่ามากกว่าชีวิตมนุษย์ สิ่งเหล่านี้คือ เกราะกำบัง ที่จะช่วยให้ลูก ๆ ของเธอไม่ต้องหลั่งน้ำตาเพราะความหิวโหยอีกต่อไป
"อาจารย์หลินครับ! ข้าวสารหอมมะลิเกรดพรีเมียม 500 ตัน, ข้าวสาลี 300 ตัน, และธัญพืชรวมอีก 200 ตัน ครบตามจำนวนครับ!" หลี่เว่ย วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามารายงาน ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยหยดเหงื่อ หลี่เว่ยแอบสบถในใจว่า...
“ต่อให้เปิดร้านขายข้าวสารทั่วทั้งประเทศยังไม่ต้องสต็อกของเยอะขนาดนี้เลย อาจารย์หลินไปกินยาผิดขนานมาหรือไงกันนะ?”
"น้ำมันพืช เกลือ และน้ำตาลล่ะ?" หลินชิงเซวียนเอ่ยถามโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า
"น้ำมันถั่วเหลืองหมื่นลัง, เกลือสมุทรบริสุทธิ์ห้าพันกระสอบ, และน้ำตาลทรายแดงอีกแปดพันลัง กำลังทยอยลงจากรถครับ"
ทว่า... จิตใต้สำนึกกลับขัดแย้งอย่างรุนแรง แม้ปริมาณจะมหาศาลเพียงใด แต่ความรู้สึกพรั่นพรึงลึก ๆ ในใจกลับบอกเธอว่ายังไม่พอ ในยุค 70 เกลือและน้ำตาลคือสิ่งของต้องห้ามที่ถูกควบคุมอย่างเข้มงวด การมีสิ่งเหล่านี้ไว้ในเปรียบเสมือนการมีธนาคารส่วนตัว
ในขณะที่การขนถ่ายกำลังดำเนินไปอย่างราบรื่น เสียงเครื่องยนต์รถยุโรปคันหรูที่คุ้นเคยก็ดังแทรกเข้ามา รถเมอร์เซเดส-เบนซ์สีเงินจอดกะทันหันที่หน้าโกดัง ร่างหญิงสาววัยกลางคนในชุดแบรนด์เนมหัวจรดเท้าเดินลงมาด้วยท่าทางเย่อหยิ่ง เธอคือ หลินเหม่ยเหลียน อาสะใภ้จากตระกูลหลินสายรองที่จ้องจะฮุบมรดกของหลินชิงเซวียนมาตลอด
สายตาของหลินเหม่ยเหลียนฉายแววดูแคลนขณะที่คิดว่า...
“นังเด็กกำพร้าคนนี้คงบ้าไปแล้วจริงๆ ถึงได้เทขายหุ้นโรงพยาบาลทิ้งเพื่อมาซื้อข้าวสารพะเนินเทินทึกแบบนี้ หรือว่าข่าวลือที่ว่าเธอเสียสติเพราะงานหนักจะเป็เื่จริง? ดี! ถ้าเธอเป็บ้า ทรัพย์สินที่เหลือทั้งหมดต้องตกเป็ของบ้านเรา!”
"ชิงเซวียน! นี่มันเื่ตลกอะไรกัน?" หลินเหม่ยเหลียนเดินบีบจมูกฝ่าฝุ่นข้าวเข้ามา "อาได้ข่าวว่าหลานขายหุ้นทิ้งทั้งหมดเพื่อมาเปิดโกดังข้าวสารราคาถูกแบบนี้เหรอ? คิดอะไรอยู่กันแน่ เสียชื่อตระกูลหลินหมด!”
หลินชิงเซวียนปรายตามองอาสะใภ้เพียงแวบเดียว รอยยิ้มเย็นเยียบผุดขึ้นที่มุมปาก ความรู้สึกนึกคิดหนึ่งวาบขึ้นมาในใจ... ช่างน่าขันที่คนเรามักห่วงหน้าตา มากกว่า กระเพาะอาหาร ในยามที่พายุใหญ่กำลังจะมาถึง
"อาสะใภ้รอง..." หลินชิงเซวียนเอ่ยเสียงเรียบ
"ถ้าการซื้อข้าวสารเลี้ยงคนมันเสียชื่อตระกูล งั้นการที่คุณเที่ยวไปเที่ยวมาด้วยเงินปันผลจากโรงพยาบาลที่ฉันเป็คนบริหาร... มันเรียกว่าอะไรล่ะคะ? กาฝากเกรดพรีเมียม งั้นเหรอ?"
"แก! กล้าดียังไงมาพูดกับฉันแบบนี้!" หลินเหม่ยเหลียนหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ
"ฉันมีเวลาให้คุณแค่สามสิบวินาที" หลินชิงเซวียนยกเครื่องคิดเลขดิจิทัลในไอแพดขึ้นมา
"ถ้าจะมาขอกู้เงินไปถอยกระเป๋าหนังราคาแพงเพื่อถมรูโหว่ในปมด้อยตัวเองล่ะก็... เชิญไสหัวออกไปซะ แต่ถ้าจะมาดูว่าฉันเป็บ้าหรือเปล่า ก็ใช้ดวงตาที่หนักด้วยอายไลเนอร์ของคุณมองให้ชัดๆ เพราะในวันที่พายุพัดผ่าน... แม้แต่เม็ดข้าวที่ตกข้างทางที่พื้นดินยังรังเกียจ คุณก็อาจจะไม่มีปัญญาแม้แต่จะคุกเข่าเพื่อแลกมันมาด้วยชีวิต"
หลินเหม่ยเหลียนร่างสั่นเทิ้มด้วยเพลิงโทสะทว่ากลับระคนไปด้วยความหวาดสะพรึง... สายตาที่จ้องมองมานั้นแหลมคมและเย็นเยียบดุจมีดผ่าตัดที่พร้อมจะกรีดกระชากความมั่นใจของเธอออกเป็ชิ้นๆ ไอเย็นที่แทรกซึมอยู่ในน้ำเสียงของหลินชิงเซวียนรุนแรงเสียจนเธอรู้สึกเหมือนถูกสาบให้แข็งค้าง ไม่กล้าแม้แต่จะขยับปลายนิ้วไปชั่วขณะ
"หลี่เว่ย ส่งแขก" หลินชิงเซวียนสั่งการทิ้งท้าย ก่อนจะหันหลังกลับไปคุมงานต่ออย่างไม่ใยดี
เธอกวาดสายตามองกองพับผ้าขนาดั์ที่เพิ่งถูกลำเลียงมาส่งอย่างเป็ระเบียบ ผ้าฝ้ายเนื้อหนาสีน้ำเงินเข้ม สีเทา และสีดำเขม่า ถูกจัดเรียงไว้เป็หมวดหมู่ดูทะมัดทะแมง
ในฐานะศัลยแพทย์มือหนึ่ง สมองของเธอประมวลผลความเสี่ยงออกมาเป็ฉากๆ สัญชาตญาณเตือนว่าในยุคที่ไร้เครื่องมือแพทย์ทันสมัย อุบัติเหตุเพียงเล็กน้อยจากวัสดุที่ไม่ได้มาตรฐานอาจนำไปสู่การติดเชื้อลุกลามจนต้องสูญเสียอวัยวะ แต่ภาพที่ซ้อนทับเข้ามาในมโนสำนึกกลับเป็ภาพเด็กน้อยสามคนที่ร่างกายสั่นเทา เสื้อผ้าเ่าั้ไม่ได้เป็เพียงแค่ผ้า แต่มันคือเกราะป้องกันชีวิต ที่จะช่วยโอบอุ้มผิวบางๆ ของลูกๆ จากพายุหิมะที่โหดร้ายในหมู่บ้านหมอกเมฆา
"เถ้าแก่เฉิน" หลินชิงเซวียนเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่กดดันจนคู่สนทนาต้องยืดตัวตรง
"ผ้าที่ฉันสั่งไปทั้งหมด เป็เส้นใยธรรมชาติร้อยเปอร์เซ็นต์ใช่ไหม? ฉันไม่เอาพวกใยสังเคราะห์ (Polyester) แม้แต่เส้นเดียว"
เถ้าแก่เฉินชะงักไปเล็กน้อย ขณะที่หลินชิงเซวียนขยับเข้าไปใกล้พลางใช้นิ้วเรียวยาวััเนื้อผ้าอย่างละเอียด
"สำหรับคนอื่น มันอาจจะแค่ใส่สบาย แต่สำหรับฉัน... ใยสังเคราะห์คืออันตราย เพราะนอกจากจะระบายอากาศได้แย่จนทำให้เด็กๆ ป่วยไข้แล้ว หากเกิดอุบัติเหตุไฟไหม้เพียงนิดเดียว พลาสติกในผ้าจะละลายติดิัจนดึงไม่ออก และนั่นหมายถึงโศกนาฏกรรมที่ฉันจะไม่ยอมให้เกิดขึ้นเด็ดขาด"
"ครับหมอหลิน! ผ้าฝ้ายเกรดดีที่สุดหนึ่งพันพับ และผ้าห่มนวมบุขนสัตว์หนาพิเศษอีกห้าพันผืนตามที่สั่งครับ ผมยังแถมชุดด้ายและเข็มเย็บผ้าเกรดอุตสาหกรรมให้อีกร้อยลังด้วย!" เถ้าแก่เฉินตอบอย่างนอบน้อม ภายใต้ใบหน้าที่นิ่งเฉย เถ้าแก่เฉินกำลังกรีดร้องด้วยความทึ่ง...
“หมอคนนี้ละเอียดหยิบยังกับจะไปเปิดโรงงานทอผ้าที่ดาวอังคาร!”
หลินชิงเซวียนเดินเข้าไปััเนื้อผ้า ลึกเข้าไปในมโนสำนึก... เธอเห็นภาพตัวเองในชุดเก่าขาดจนเห็นิั มือที่หยาบกร้านพยายามปะชุนเสื้อผ้าให้ลูก ๆ ท่ามกลางลมหนาว
“ยิ่วเฉียนสื่อกุ่ยทุยโม - มีเงินใช้ผีโม่แป้งได้” เธอกระซิบสุภาษิตจีนออกมาเบา ๆ “ในโลกปัจจุบันฉันไม่มีครอบครัวให้ห่วงหา แต่ในโลกนั้น... ฉันมีหัวใจสามดวงที่ต้องดูแล ต่อให้ต้องขนผ้าไปจนท่วมฟ้า ฉันก็จะทำ!”
ขณะนั้นเอง เสี่ยวไป๋ แมวขาวมงคลก็ะโขึ้นมานั่งบนลังไม้ที่บรรจุปลากระป๋องและเนื้อเค็ม
"เมี๊ยว~ (เ้านาย อย่ามัวแต่ดูผ้า! ข้าเห็นโรงงานแปรรูปอาหารทะเลกำลังจะปิดดีลกับคู่แข่งท่านนะ! ปลารมควันและเนื้อแห้งนั่นสำคัญพอ ๆ กับชีวิตข้าเลยนะ!)"
"เ้าแมวตะกละ" หลินชิงเซวียนหัวเราะเบา ๆ
"หลี่เว่ย! ไปกว้านซื้ออาหารกระป๋องที่เหลือทั้งหมดจากโรงงานใต้ และสั่งซื้อไข่ไก่สดมาทำไข่เค็มและไข่เยี่ยวม้าอีกหนึ่งล้านฟอง บรรจุในแกลบและลังไม้อย่างดี"
"หนึ่ง... หนึ่งล้านฟอง!" หลี่เว่ยแทบจะล้มทั้งยืน
"อาจารย์ครับ โกดังเราจะะเิแล้วนะครับ!"
[ 5 วัน : 15:45:00 ]
หลินชิงเซวียนทรุดตัวลงนั่งบนลังไม้ที่ยังไม่ได้เก็บ แขนขาเริ่มล้าจากการคุมงานหนัก ทว่าทำไมกัน? ยิ่งเวลาเหลือน้อยลง พลังงานในร่างกายเธอกลับยิ่งพลุ่งพล่าน ััจากน้ำพุวิเศษในมิติที่เธอแอบจิบเข้าไปช่วยชะล้างความเหนื่อยล้าให้กลายเป็ความสดชื่น
"รายการสุดท้ายของวันนี้..." เธอพึมพำ
"เครื่องปรุงรสชั้นเลิศ พริกป่นปักษ์ใต้ น้ำมันพริกเผาเสฉวน ซอสถั่วเหลืองหมักธรรมชาติ และเกลือดำที่ใช้ทางการแพทย์ได้..."
จิติญญาของเธอประหนึ่งถูกปลุกให้ตื่นขึ้นพร้อมคำถามที่ว่า... อาหารที่ขาดรสชาติคือชีวิตที่ขาดิญญา ในยุค 70 ที่ทุกอย่างจืดชืดเพียงนั้น
"น้ำซุปสูตรลับตระกูลหลิน" ที่เธอตั้งใจจะไปเปิดร้านค้าเพื่อบังหน้าและสร้างอำนาจ... จะขาดเครื่องปรุงเหล่านี้ไปได้อย่างไร?
"เมี๊ยว! (เ้านาย! มีคนแอบดูอยู่ทางมุมมืดของโกดัง!)" เสี่ยวไป๋ตั้งชันขน ลำตัวนิ่งเกร็ง
หลินชิงเซวียนหรี่ตาลง สัญชาตญาณนักล่าตื่นตัวทันที เธอหยิบมีดผ่าตัดเล่มเล็กที่ซ่อนไว้ในข้อมือออกมาอย่างว่องไว
"ใคร?" เสียงเย็นเยียบดุจน้ำแข็งของเธอสะท้อนก้องโกดัง
เงาร่างสูงโปร่งเดินออกมาจากเงามืด ชายหนุ่มในชุดสูทสีเทาบุคลิกภูมิฐานแต่มีรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม เขาคือ จ้าวซูอี้ ศัลยแพทย์หนุ่มที่เป็คู่แข่งอันดับหนึ่งของเธอในโลกปัจจุบัน
สายตาของจ้าวซูอี้ฉายแววเคลือบแคลงขณะที่คิดว่า...
“หลินชิงเซวียนขายทุกอย่างทิ้งเพื่อข้าวสาร? หรือว่าเธอกำลังทำฟอกเงินรายใหญ่? ถ้าฉันกุมจุดอ่อนนี้ได้ ตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลปักกิ่งต้องตกเป็ของฉันแน่นอน”
"หมอหลิน... ช่างเป็งานอดิเรกที่น่าประหลาดใจจริงๆ นะครับ กักตุนเสบียงในโกดังท่าเรือเนี่ย?" จ้าวซูอี้แสร้งยิ้มสุภาพ
"หรือว่าคุณกำลังจะไปตั้งแคมป์ไฟที่ไหนไกลๆ?"
หลินชิงเซวียนควงมีดผ่าตัดในนิ้วมืออย่างคล่องแคล่ว
"หมอจ้าว... การที่คนเราข้ามเส้นแบ่งเขตของผู้อื่นมาแบบนี้ ถ้าในห้องผ่าตัด เขาเรียกว่า สิ่งแปลกปลอม ซึ่งหน้าที่ของฉันคือ... ตัดทิ้ง ค่ะ"
"คุณหมอพูดแรงไปแล้ว ผมแค่เป็ห่วง..."
"ความห่วงใยของคุณราคาถูกเกินไป ฉันรับไว้ไม่ไหว" หลินชิงเซวียนเดินเข้าหาเขาช้า ๆ
"ถ้าไม่อยากให้ฉันแจ้งความเื่บุกรุก หรือไม่อยากให้มีดเล่มนี้สะกิดเส้นเืดำที่คอคุณเล่น... ไสหัวออกไปจากที่นี่ภายในสามวินาที"
จ้าวซูอี้ชะงักไปกับบรรยากาศกดดันที่รุนแรง เขาไม่เคยเห็นหลินชิงเซวียนในมุมที่ เหี้ยมเกรียมขนาดนี้มาก่อน ท้ายที่สุดเขาก็ยอมถอยออกไปพร้อมรอยยิ้มจาง ๆ ในมุมมืดของความคิด จ้าวซูอี้กลับรู้สึก... ราวกับเพิ่งเดินผ่านประตูนรกไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด
หลินชิงเซวียนมองตามจนเขาลับสายตา เธอกดโทรศัพท์หาบอดีการ์ดส่วนตัวทันที
"เพิ่มกำลังคนเฝ้าโกดังหมายเลข 9 เป็สองเท่า ใครที่ไม่มีบัตรอนุญาตเข้าถึง... จัดการให้เงียบที่สุด"
เธอมองตัวเลขที่ขยับวินาทีต่อวินาที
[ 5 วัน : 12:00:00 ]
"เหลือเวลาอีกครึ่งทาง..." เธอพึมพำ แววตานิ่งสงบดั่งท้องทะเลก่อนพายุใหญ่
"พรุ่งนี้คือคิวของเครื่องมือทางการแพทย์และเมล็ดพันธุ์สมุนไพร... ฉันจะใช้เงินร้อยล้านสุดท้าย เปลี่ยนที่ดินดำในมิติให้กลายเป็์โอสถ!"
"เก็บเข้ามิติ!" หลินชิงเซวียนเอ่ยเบา ๆ ในใจ
เธอกวาดมือผ่านกองสินค้าที่ตรวจสอบเสร็จแล้ว แสงสีนวลจากจี้หยกมรกตวาบขึ้นมาชั่วครู่ สินค้าทั้งหมดหายวับไปอยู่ในคลังสุญญากาศในพริบตา พื้นที่โกดังกลับมาว่างเปล่าเพื่อรอรับ คลื่นเสบียง ลูกต่อไป
เสียงนกฮูกร้องก้องมาจากท่าเรือที่มืดมิด เสี่ยวไป๋ะโขึ้นมาหมอบบนไหล่ของเธอ ราวกับพร้อมจะก้าวข้ามกาลเวลาไปพังทลายโชคชะตาด้วยกัน
