หลังจากส่งตวนมู่เหยาออกไปแล้ว หานอวิ๋นซีที่กำลังจะกลับ ก็ถูกอี้ไท่เฟยเรียกไว้ “อวิ๋นซี มากับข้าหน่อย”
แม้ว่าอี้ไท่เฟยจะใช้น้ำเสียงไพเราะ แต่หานอวิ๋นซีก็รู้ดีว่าคงไม่ใช่เื่ดีๆ อย่างแน่นอน นางตามอี้ไท่เฟยไปที่ลานดอกโบตั๋น
ความจริงแล้ว อี้ไท่เฟยไม่ได้พูด นางก็รู้ว่าอี้ไท่เฟย้าพูดอะไร เมื่อทั้งสองนั่งลงที่ลานบ้าน อี้ไท่เฟยและกุ้ยมามาก็ต่างเบือนหน้าหนีนาง
“อวิ๋นซี เมื่อครู่เ้าออกไปกับเฟยเยี่ยหรือ?” อี้ไท่เฟยถาม
ั้แ่ที่หานอวิ๋นซีที่อาศัยอยู่ในลานดอกบัว และไม่ได้ถูกหลงเฟยเยี่ยไล่ออกไป ในใจของอี้ไท่เฟยจึงมีความคิดต่างๆ นานาไม่น้อย แต่ก่อนหน้านี้นางไม่เคยสนใจท่าทีของบุตรชาย คิดเพียงว่าจะทำให้สตรีผู้นี้ออกไปจากจวนฉินอ๋องโดยเร็วที่สุด
ตอนนี้ ถือได้ว่านางยอมรับลูกสะใภ้ผู้นี้แล้ว แน่นอนว่าก็ต้องใส่ใจกับเื่บางอย่างบ้าง
“เปล่าเพคะ เราพบกันโดยบังเอิญตอนที่กลับมาพอดีเพคะ” หานอวิ๋นซีก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองจะโกหกไปเพื่ออะไร บางทีมันอาจจะเป็การเติมเต็มคำโกหกก่อนหน้านั้น ที่นางบอกว่าคืนนี้นางมีนัด
อี้ไท่เฟยพยักหน้าอย่างครุ่นคิด หากหานอวิ๋นซีตอบว่า “ใช่” นางเองก็คงไม่กล้าที่จะเชื่อเช่นกัน แม้ว่าเฟยเยี่ยจะไม่ปฏิเสธสตรีผู้นี้เหมือนเมื่อก่อน แต่ก็เป็ไปไม่ได้ที่จะมีข้อยกเว้นมากเกินไปสำหรับสตรีผู้นี้
หว่านหรูเคยช่วยนางถามมาก่อน เหตุผลที่เฟยเยี่ยไม่ปฏิเสธสตรีผู้นี้ก็ไม่ได้มีอะไรมาก แค่นางเก่งเื่พิษ และสามารถใช้ประโยชน์ได้ ทั้งยังช่วยได้อย่างมาก
ความสามารถของหานอวิ๋นซีนั้นไม่น้อย แต่เมื่อเทียบกับเฟยเยี่ยแล้ว ก็ยังคงต่างกันราวฟ้ากับเหว ไม่มีทางเทียบกันได้อยู่ดี
กล่าวอีกนัยหนึ่ง หานอวิ๋นซีไม่ได้เก่งกาจขนาดนั้น!
ตอนนี้ หว่านหรูต้องแต่งงานออกเรือนแล้ว อี้ไท่เฟยคิดว่าหานอวิ๋นซีเก่งในการฝังเข็ม ดังนั้นหานอวิ๋นซีจึงเป็ตัวเลือกที่ดีคนหนึ่งที่สามารถอยู่เคียงข้างและรับใช้นางไปได้ตลอดชีวิต
หากเฟยเยี่ยสามารถอภิเษกกับเหยาเหยาได้ นางก็ไม่้าเรียกร้องอะไรอีกแล้ว รอแค่อุ้มหลานเท่านั้น
ลูกสะใภ้คนหนึ่งคอยอยู่เคียงข้างรับใช้นาง ส่วนลูกสะใภ้อีกคนก็เป็หน้าเป็ตาให้กับฉินอ๋อง เป็หน้าให้กับจวนฉินอ๋อง
เมื่อถึงเวลานั้น ก็ให้หานอวิ๋นซีย้ายออกจากลานดอกบัวเพื่อไปอยู่กับนาง และให้เหยาเหยามาอาศัยอยู่ในลานดอกบัว หากมีนางอยู่ ลูกสะใภ้สองคนจะไม่มีทางสร้างปัญหาใหญ่ใดๆ อย่างแน่นอน
นอกจากนี้ หานอวิ๋นซีก็ไม่มีทุนมากพอที่จะไปวุ่นวายกับเหยาเหยา
“อวิ๋นซี เ้าคิดอย่างไรเกี่ยวกับการที่องค์หญิงหรงเล่อจะอภิเษกเข้าจวนฉินอ๋อง?” อี้ไท่เฟยถามคำถามนี้อย่างจริงจัง
หานอวิ๋นซียิ้มและตอบว่า “เื่นี้ หมู่เฟยและท่านอ๋องเป็คนตัดสินใจจะดีกว่าเพคะ”
“อวิ๋นซี วันนี้เ้า...ไม่สุภาพเอามากๆ” อี้ไท่เฟยอย่างพูดตรงไปตรงมา
พูดอย่างตรงไปตรงมาแบบนี้ เป็การพยายามที่จะเตือนนางล่วงหน้าหรือไม่?
“หมู่เฟย องค์หญิงหรงเล่อเป็ดั่งกิ่งทองใบหยก ทั้งยังมาที่นี่เพราะการอภิเษก มีสถานะพิเศษ แน่นอนว่าข้าเข้าใจถึงความสำคัญดี ไม่กล้าทำอะไรโดยพลการและสร้างปัญหาอย่างแน่นอน”
หานอวิ๋นซีจริงจังอย่างมาก หลังจากได้ยินสิ่งนี้ อี้ไท่เฟยก็ค่อนข้างพอใจ พลางคิดในใจว่าสาวน้อยผู้นี้รู้ตัวเองดี ไม่จำเป็ต้องให้นางเสียเวลาพูด
“ในเมื่อเ้าเข้าใจแล้ว เช่นนั้นเวลาเจอกันคราวหลังก็...”
โดยไม่คาดคิด ก่อนที่อี้ไท่เฟยจะพูดจบประโยค หานอวิ๋นซีก็ขัดจังหวะขึ้นมา “หมู่เฟย แม้ว่าข้าจะมาจากภูมิหลังที่ต่ำต้อย ทว่าก็มักจะถูกรังแกได้ง่าย ข้าเพียง้ามีที่ลงหลักปักฐานในจวน ไม่้าที่จะต่อสู้ใดๆ ทั้งสิ้น แต่ถ้ามีใครยั่วยุข้า ข้าก็คงทำได้แค่เอาคืนถึงที่สุดเช่นกัน”
ทันทีที่คำพูดนี้ออกมา อี้ไท่เฟยก็หรี่ตาลง ดูเหมือนว่าสตรีผู้นี้ยังคงไม่เข้าใจความหมายจริงๆ
นิสัยของตวนมู่เหยานั้นโดยเนื้อแท้ไม่ได้ดีอยู่แล้ว อีกทั้งนางมีความคับแค้นกับหานอวิ๋นซี เนื่องด้วยการตามหายาในหุบเขายาผี และการต่อสู้บทกวีในสวนดอกเหมย รวมไปถึงเหตุการณ์ในวันนี้เช่นกัน หากอภิเษกเข้าจวนมา แต่ละวันของหานอวิ๋นซีต้องผ่านไปอย่างยากลำบากอย่างแน่นอน
ความหมายของอี้ไท่เฟย ไม่เพียงขอให้หานอวิ๋นซีสงบสติอารมณ์และไม่สร้างปัญหา แต่ยัง้าให้หานอวิ๋นซีอดกลั้นความโกรธไว้ และหลีกทางให้ตวนมู่เหยาไม่ว่าจะเื่อะไรก็ตาม
อี้ไท่เฟยก้มหน้าลงและถามอย่างเ็าว่า “หานอวิ๋นซี เ้ามีคุณสมบัติอะไรที่จะไปเอาคืน?”
สตรีผู้นี้ ่นี้ข้าให้ความสนใจนางเล็กน้อย นางก็คิดว่าตัวเองสำคัญอย่างนั้นหรือ?
หานอวิ๋นซีไม่้ามีความขัดแย้งมากเกินไปกับอี้ไท่เฟย อย่างไรก็ตามมันไม่ง่ายเลยที่จะลดระยะห่างความสัมพันธ์ เพียงแต่ตวนมู่เหยายังไม่ได้เข้ามาในประตูด้วยซ้ำ อี้ไท่เฟยกลับเตือนนางเช่นนี้แล้ว หากอภิเษกเข้าจวนจริงๆ นางจะไม่ถูกกินจนตายหรือไร?
นางเป็คนที่ยอมเป็หยกที่แหลกลาญ ดีกว่าเป็กระเบื้องที่สมบูรณ์แบบ[1] ในเมื่ออี้ไท่เฟยพูดออกมาแล้ว แน่นอนว่านางต้องแสดงท่าทีของนางออกไปเช่นกัน
“หมู่เฟย นิสัยของข้า ท่านเองก็ควรที่จะเข้าใจ!” หานอวิ๋นซีตอบอย่างเ็า
“เ้า!” อี้ไท่เฟยยืนขึ้นด้วยความโกรธ หานอวิ๋นซีก็ยืนขึ้นเช่นกัน “หมู่เฟย หากไม่มีเื่อะไรแล้ว ข้าขอตัวออกไปก่อน”
อี้ไท่เฟยโกรธจนพูดไม่ออก หานอวิ๋นซีสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วหันหลังเดินจากไป
หลังจากออกจากลานดอกโบตั๋นแล้ว หานอวิ๋นซีก็พูดบ่นกับตัวเองว่า “อี้ไท่เฟยนะอี้ไท่เฟย ถ้าข้าหานอวิ๋นซีปฏิบัติต่อท่านอย่างจริงใจ ท่านจะปฏิบัติต่อข้าอย่างจริงใจสักวันได้หรือไม่? หรือในสายตาของท่าน ข้าไม่ได้ต่างไปจากสาวใช้ในจวนเลยอย่างนั้นหรือ?”
ชาติกำเนิดและฐานะมันสำคัญขนาดนั้นหรือไร?
ฮ่องเต้ ขุนนาง นายพล เป็กันเพราะชาติกำเนิดหรือไร? วันหนึ่ง หานอวิ๋นซีอย่างข้าจะทำให้ท่านรู้ว่าสิ่งเหล่านี้มันไม่สำคัญ!
เมื่อกลับมาถึงลานดอกบัว หลงเฟยเยี่ยที่เข้าใจยากก็ออกไปแล้ว
ท่าทีของชายผู้นั้นไม่ชัดเจน แต่อี้ไท่เฟยและตวนมู่เหยาดูเหมือนจะมั่นใจมากเกี่ยวกับการอภิเษกหลังปีใหม่ หานอวิ๋นซีหายใจเข้าลึกๆ และบอกตัวเองว่าทั้งหมดนี้อยู่เหนือการควบคุมของนางและไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับนาง
ไม่ต้องไปคิดถึงมัน!
อีกไม่กี่วันก็จะถึงวันปีใหม่ จวนฉินอ๋องเองก็เต็มไปด้วยความคึกคัก คนรับใช้ต่างกำลังทำความสะอาดและตกแต่ง ส่วนมู่หรงหว่านหรู เนื่องด้วยเื่แต่งงาน จึงขังตัวอยู่ในห้องตลอดทั้งวัน อี้ไท่เฟยมักจะไปปลอบนางเป็ประจำ หลังจากคืนนั้น อี้ไท่เฟยก็ไม่เคยถามหาหานอวิ๋นซีอีกเลย และหานอวิ๋นซีก็ไม่ได้ไปช่วยนางฝังเข็มเช่นกัน
ความสัมพันธ์หยุดชะงักไป ทว่าก็อยู่ในความสงบทั้งสองฝ่าย
หานอวิ๋นซีที่ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับการเตรียมตัวสำหรับวันปีใหม่ นางมักจะไปที่จวนตระกูลหานอยู่บ่อยๆ เวลาที่ไม่มีอะไรทำ
ร่างกายของอี๋เหนียงเจ็ดก็ดีขึ้นอย่างมาก ความอยากอาหารก็ดีขึ้น มีเื่กังวลใจน้อยลงและสภาพจิตใจเองก็ดีขึ้นมากเช่นกัน นางอ่อนแอน้อยกว่าเมื่อก่อน เมื่อเผชิญกับปัญหาก็กล้าที่จะแสดงออกมากขึ้น
เสี่ยวอี้เอ๋อร์เองยังคงเด็กเกินไป อี๋เหนียงเจ็ดจึงเป็เสาหลักของครอบครัว และหานอวิ๋นซีมีความสุขที่สุดเมื่อเห็นการเปลี่ยนแปลงของอี๋เหนียงเจ็ด
ในเวลานี้ เสี่ยวเฉินเซียงและอี๋เหนียงเจ็ดกำลังยุ่งกับการเตรียมการสำหรับปีใหม่
หานอวิ๋นซีตรวจการบ้านของเสี่ยวอี้เอ๋อร์ในห้องตำรา อันที่จริง หานอวิ๋นซีไม่ได้ถือว่าเป็อาจารย์สอนทักษะทางการแพทย์ แต่ท้ายที่สุด นางก็เรียนหลักสูตรการแพทย์แผนจีนขั้นพื้นฐานและมีประสบการณ์ในการฝึกแพทย์ ทั้งยังเรียนรู้ตำราการแพทย์ของตระกูลหานได้เร็วกว่าเสี่ยวอี้เอ๋อร์เช่นกัน
เสี่ยวอี้เอ๋อร์อายุหกขวบ เกิดมาพร้อมกับผิวพรรณที่ดี มีนิสัยรักความสะอาด แม้ว่าเขาจะเป็คุณชายน้อย แต่เขาก็แต่งตัวเหมือนเด็กรับใช้ เวลาที่เขาตั้งใจอ่านหนังสือและก้มหน้าลง ก็จะเห็นขนตาแพยาวเรียงสวย
เมื่อไรก็ตามที่หานอวิ๋นซีแกล้งเขา เขาก็เงยหน้าขึ้น มองมาที่หานอวิ๋นซีอย่างน่ารักด้วยดวงตากลมโตใส ท่าทางสับสนของเขาทำให้หานอวิ๋นซีอยากพาเขากลับไปเลี้ยงเป็สัตว์เลี้ยง
“พี่หญิงอวิ๋น ข้าคิดว่าใบสั่งยานี้ในตำราการแพทย์...ข้าเปลี่ยนได้หรือไม่” เสี่ยวอี้เอ๋อร์ถามอย่างระมัดระวัง
หานอวิ๋นซีสงสัยเป็อย่างมาก ใบสั่งยาในตำราการแพทย์ของตระกูลหานทั้งหมดนั้น คนของตระกูลหานหลายชั่วอายุคนบันทึกลงหลังจากการไตร่ตรองหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็ส่วนประกอบหรือปริมาณ ล้วนแล้วแต่ได้รับการทดสอบครั้งแล้วครั้งเล่า
เสี่ยวอี้เอ๋อร์อายุเพียงหกขวบ เรียนหมอเพียงไม่กี่ปี คิดไม่ถึงว่าจะ้าเสนอที่จะเปลี่ยนใบสั่งยาของบรรพบุรุษ เด็กคนนี้มีความกล้าเหลือเกิน!
อย่างไรก็ตาม นางชอบลูกวัวแรกเกิดที่ไม่กลัวเสือแบบนี้ที่สุด
“พูดมาสิ จะเปลี่ยนอะไร?” หานอวิ๋นซีถามด้วยรอยยิ้ม และดื่มชาอย่างสบายๆ
เมื่อเห็นว่าพี่หญิงอวิ๋นไม่ได้ดุเขา เสี่ยวอี้เอ๋อร์ก็ยิ้มออกมา เขามีความมั่นใจขึ้นมาทันทีและรีบหยิบพู่กันกับกระดาษมาจดใบสั่งยาที่แก้แล้วของเขา
ใครจะรู้ว่าทันทีที่หานอวิ๋นซีเห็น นางก็ใอย่างมากจนชาที่เพิ่งจะดื่มเข้าไปถูกพ่นออกมา
พระเ้า!
นี่...ใบสั่งยานี้...ไม่สิ พูดให้ชัดๆ นี่มันคือใบสั่งยาพิษใบหนึ่งเลยไม่ใช่หรือ!
เมื่อเห็นปฏิกิริยาของพี่หญิงอวิ๋น เสี่ยวอี้เอ๋อร์ก็แลบลิ้นของเขาอย่างเขินอาย และถอยกลับไปด้านข้างอย่างเชื่อฟังเหมือนเด็กซน
หานอวิ๋นซีรีบหยิบใบสั่งยาในตำราทางการแพทย์ของตระกูลหานขึ้นมา เปรียบเทียบกับใบสั่งยาที่ได้รับการแก้ไขที่เขียนโดยเสี่ยวอี้เอ๋อร์ หลังจากเปรียบเทียบแล้ว นางพบว่าเสี่ยวอี้เอ๋อร์ไม่ได้เปลี่ยนแปลงยาตัวใดเลย แค่แก้ปริมาณของยาเท่านั้น
การใช้ประโยชน์จากการส่งเสริมและการยับยั้งของการใช้ยาร่วมกัน ยาบางชนิดจะถูกผสมตามอัตราส่วนที่กำหนดเพื่อสร้างส่วนผสมของยาใหม่ บางทีส่วนผสมเหล่านี้อาจส่งเสริมประสิทธิภาพของยา หรืออาจจะทำลายประสิทธิภาพของยา จนไปถึงแม้กระทั่งผลิตพิษออกมา ส่วนผสมต่างๆ ที่ผลิตขึ้นใหม่เหล่านี้เมื่อนำมาผสมกันก็จะให้ผลที่แตกต่างกันไป
พูดเช่นนี้แล้ว เหตุผลนั้นค่อนข้างเรียบง่าย แต่ความสัมพันธ์นั้นเชื่อมโยงกันซับซ้อนอย่างมาก จนผู้คนก็มองไม่ออก
แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญอย่างหานอวิ๋นซี เมื่อเห็นใบสั่งยานี้ หากไม่พิจารณาอย่างรอบคอบ ก็คงจะไม่มีทางคิดว่าใบสั่งยาสามารถเปลี่ยนเป็ใบสั่งยาพิษได้
คิดไม่ถึงว่าเสี่ยวอี้เอ๋อร์จะเปลี่ยนมันได้ขนาดนี้
“ใครให้สิ่งนี้กับเ้า?” หานอวิ๋นซีถามเสียงดัง
เสี่ยวอี้เอ๋อร์ที่ดูเหมือนเด็กน้อยที่ทำผิด มือของเขาพันกันยุ่งเหยิง พร้อมกับก้มศีรษะลง
จากนั้นหานอวิ๋นซีจึงจะตระหนักได้ว่านางตื่นเต้นเกินไป นางรีบดึงเสี่ยวอี้เอ๋อร์มานั่งลงและพูดอย่างใจเย็นว่า “อี้เอ๋อร์ บอกข้ามาว่าใครสอนให้เ้าเปลี่ยนใบสั่งยาแบบนี้?”
“ข้าอ่านมันด้วยตัวเอง แล้วจู่ๆ ก็อยากจะเปลี่ยนมัน” เสี่ยวอี้เอ๋อร์ตอบตามความเป็จริง
หานอวิ๋นซีไม่เชื่อและถามอีกครั้งว่า “แล้วเ้ารู้ปริมาณของยาเ่าั้ได้อย่างไร?”
“ก่อนหน้านี้ ท่านพ่อสั่งให้ข้าท่องจำตำราประโยชน์และโทษของยา เล่มหนาหลายร้อยหน้า ในตอนที่ข้าเห็นใบสั่งยา จู่ๆ ก็คิดว่าจะสามารถเปลี่ยนมันได้” เสี่ยวอี้เอ๋อร์กะพริบตา ดวงตาของเขาบริสุทธิ์และไร้เดียงสาอย่างมาก
หานอวิ๋นซีรู้ว่าเขาไม่มีทางโกหก แต่ความสามารถของเด็กน้อยคนนี้จะเข้าใจสิ่งต่างๆ ดีเกินไปหรือไม่?
“เ้ายัง้าเปลี่ยนอะไรอีกหรือไม่?” หานอวิ๋นซีถามอย่างรวดเร็ว
“ข้าต้องดูแล้วก็คิดมันสักพักหนึ่ง ใบสั่งยาเมื่อครู่ ข้าก็ใช้เวลาคิดมาหนึ่งวัน”
เสี่ยวอี้เอ๋อร์รู้สึกอายเล็กน้อย ใบหน้าแดงระเรื่อ แต่เขาไม่รู้ว่าการที่ตัวเองที่อายุเพียงหกขวบ ใช้เวลาหนึ่งวันในการเปลี่ยนใบสั่งยาให้เป็ใบสั่งยาพิษ มันช่างเป็ทักษะที่เหลือเชื่อ!
หานอวิ๋นซีพบว่าพร์ด้านวิชาพิษของเด็กคนนี้เทียบได้กับตัวนางเองในตอนนั้น ถ้านางขยัน ตั้งใจเรียน นางต้องมีอนาคตที่ดีแน่นอน
ต้องบอกว่าหานฉงอันมีวิสัยทัศน์ที่ไม่เลวเลยทีเดียว
ในวันนั้น หานอวิ๋นซีได้ให้คำแนะนำแก่เสี่ยวอี้เอ๋อร์เกี่ยวกับสูตรยาพิษ และบอกให้เสี่ยวอี้เอ๋อร์ตั้งใจเรียนมันและห้ามบอกคนอื่นเกี่ยวกับเื่นี้ในตอนนี้ เสี่ยวอี้เอ๋อร์ที่ได้รับการยืนยันจากพี่หญิงอวิ๋นก็เต็มไปด้วยแรงจูงใจในทันที เสี่ยวเฉินเซียงพูดว่า ผ่านไปหลายวันหลังจากที่หานอวิ๋นซีไป เขาก็ไม่เคยออกจากห้องตำราเลย
วันเวลาผ่านไปวันแล้ววันเล่า ในที่สุดวันส่งท้ายปีเก่าก็มาถึง ทั้งเมืองหลวงของอาณาจักรเทียนหนิงก็เต็มไปด้วยงานเฉลิมฉลอง
ในวันส่งท้ายปีเก่า ครอบครัวจะมารวมตัวกัน ในพระราชวัง ไท่เฮาเป็เ้าภาพในการจัดงานเลี้ยงครอบครัว อี้ไท่เฟยและฉินอ๋องรวมไปถึงมู่หรงหว่านหรูต้องมาทุกปี อย่างไรก็ตาม ปีนี้ไม่เพียงมีฉินหวังเฟยที่เพิ่มมาเท่านั้น แต่ยังมีองค์หญิงหรงเล่ออีกคน ส่วนมู่หรงหว่านหรู หลังจากเกิดเหตุการณ์เช่นนั้นขึ้นก็ไม่มีหน้าที่จะเข้าวัง อี้ไท่เฟยเองก็ไม่้าพานางไป
แม่นมจ้าวเตรียมเสื้อนวมปุยฝ้ายสั้นสีแดงสำหรับหานอวิ๋นซีโดยเฉพาะ ซึ่งแต่งด้วยขนสุนัขจิ้งจอกสีขาว ดูอบอุ่นและสง่างาม
ตอนนี้นางกำลังแต่งตัวให้หานอวิ๋นซี “หวังเฟย นี่เป็งานเลี้ยงอาหารค่ำวันส่งท้ายปีเก่าครั้งแรกของท่าน ความจริงแล้วเป็เพียงการทานอาหารร่วมกับทุกคน ดังนั้นท่านไม่ต้องกังวลเกินไปนะเพคะ”
หานอวิ๋นซีไม่ได้ประหม่าแต่อย่างใด นางเคยเห็นฮ่องเต้เทียนฮุยและฮองเฮามาก่อนแล้ว นางคิดในใจว่าคืนนี้องค์หญิงหรงเล่อก็คงไปเช่นกัน ฮ่องเต้เทียนฮุยก็คงจะพูดบางอย่างเกี่ยวกับการอภิเษกอย่างแน่นอน
--------------------------------------
[1] เป็หยกที่แหลกลาญ ดีกว่าเป็กระเบื้องที่สมบูรณ์แบบ หมายถึง ขอตายอย่างมีศักดิ์ศรี ดีกว่าต้องอยู่อย่างไร้เกียรติ
