สีหน้าเฟ่ยลี่ก็พลันมืดทะมึนขึ้นมาทันที
เขาไม่ได้มองไปที่เนี่ยเทียน แต่จ้องไปที่อันซืออี๋ด้วยสายตาที่เ็า “เขาเป็คนในตระกูลอันของเ้ารึ?”
ไม่รอให้อันซืออี๋ตอบกลับมา เฟ่ยลี่ก็แสยะปากยิ้มอย่างชั่วร้าย พยักหน้าให้เนี่ยเทียน “เ้าชอบด่าคนอื่นนักใช่หรือไม่? ดี ดีมาก! ข้าจะทำให้เ้ารู้ว่าลูกหลานของตระกูลใต้บังคับบัญชา กล้าด่าทอหยามเกียรติพวกเรา จะต้องได้รับการลงโทษเช่นไร!”
ประกายไฟมากมายพลันเปล่งวาบออกมาจากปลายนิ้วของเฟ่ยลี่ คลื่นพลังิญญาร้อนแผดเผาระลอกหนึ่งทะลักทะลายออกมาจากแสงไฟพวกนั้น
สถานที่แห่งนี้คือหอหลิงเป่า ด้านข้างยังมีน้องของอันซืออี๋ อันอิ่งอยู่ด้วย เขาที่ตัดสินไปแล้วว่าเนี่ยเทียนคือคนในตระกูลอัน ถึงขนาดกล้าลงมือโดยไม่สนใจสิ่งใด
“เ้ากล้าลงมือกับเขารึ?” อันอิ่งตวาดเสียงดัง “เ้าไม่กลัวเฒ่าอูฉีกเนื้อเ้าหรือไร?”
เดิมทีอันซืออี๋ก็คิดจะห้ามปราม ได้ยินเสียงอันอิ่งโวยวาย นางจึงเงียบลงทันที
เฟ่ยลี่ที่มีแสงไฟสีแดงกล่ำเป็กลุ่มก้อนพ่นออกมาจากปลายนิ้ว หลังจากได้ยินเสียงะโของอันอิ่ง หน้าก็พลันเปลี่ยนสี
“ฟู่ๆ!”
เปลวเพลิงมากมายเ่าั้ถูกเขาฝืนดึงกลับเข้าไปในร่างกาย เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ หนึ่งครั้ง กล่าว “เ้าก็คือเนี่ยเทียนผู้นั้นรึ?”
“ข้าเอง” เนี่ยเทียนพูดน้ำเสียงราบเรียบ
“อันซืออี๋เป็อะไรกับเ้า?” เฟ่ยลี่ถามทันที
“พี่สาวบุญธรรมของข้า” เนี่ยเทียนตอบอีกครั้ง
ั์ตาของเฟ่ยลี่เผยความคลางแคลงใจ เขามองอันอิ่งหนึ่งครั้ง จึงเห็นสีหน้าของอันอิ่งที่เหมือนกำลังมองเื่สนุกอยู่
เพียงแค่มองปราดเดียวเขาก็เข้าใจทันทีว่าเนี่ยเทียนที่ถูกอันอิ่งเรียกตัวมา แล้วก็รู้ถึงจุดประสงค์ของเนี่ยเทียนด้วย
“ฟ้ามืดแล้ว ข้าไม่สะดวกอยู่นาน ข้าขอตัวก่อน”
เขาขมวดคิ้ว หลังจากทิ้งประโยคนี้ไว้ก็หมุนกายจากไปทันที ไม่ได้เอาเื่เนี่ยเทียน และไม่ได้บีบให้อันซืออี๋มอบคำตอบแก่เขาต่อ
หลังจากเขากลับไปแล้ว ในลานบ้านจึงเหลือแค่เนี่ยเทียนและพี่น้องตระกูลอัน
“ขอบใจเ้ามาก” อันซืออี๋กล่าวเสียงเบา
“นับแต่วันนี้ไปท่านก็คือพี่สาวบุญธรรมของข้า ข้าจริงจังนะ” เนี่ยเทียนกล่าวอย่างจริงจัง
ดวงตาของอันซืออี๋เป็ประกาย
อันอิ่งรีบกล่าว “ท่านพี่ เนี่ยเทียนเป็ถึงลูกศิษย์ของอูจี้ ขอแค่ท่านมีความสัมพันธ์กับเขา เ้าแก่กันคังจอมทุเรศนั่นต้องไม่กล้าทำตัวกำเริบเสิบสานขนาดนั้นแน่นอน!”
เนี่ยเทียนกล่าวด้วยความสัตย์จริง “พี่หญิงอัน ไม่ว่าตอนนั้นท่านทำไปด้วยจุดประสงค์ใด ท่านก็ได้มอบรายชื่อให้ข้าได้เข้าไปในโลกมายามรกต การประลองในโลกมายามรกตทำให้ข้าได้รับผลประโยชน์อย่างมหาศาล ข้าระลึกถึงความดีของท่านเสมอ ข้าเคยพูดกับอันอิ่งว่า หากวันหนึ่งท่านมีปัญหา และข้ามีความสามารถมากพอที่จะช่วยได้ ข้าย่อมทุ่มเทอย่างเต็มที่”
“แน่นอนว่าข้าในวันนี้ยังอยู่ห่างไกลกับคำว่ามีศักยภาพมากพอ มิฉะนั้นวันนี้ข้าย่อมไม่ยอมให้เฟ่ยลี่ผู้นั้นเดินออกไปจากลานบ้านได้!”
“ตอนนี้สิ่งที่ข้าทำให้ท่านได้ก็คือหวังว่าด้วยตัวตนของข้าจะทำให้ตาแก่กันคังผู้นั้น ไม่กล้าทำตัวกำเริบเสิบสานกับท่านอีก”
ก่อนหน้าที่จะมา อันอิ่งได้เล่าให้เขาฟังแล้วว่ากันคังผู้เป็อาจารย์ของเฟ่ยลี่ก็คือช่างหลอมอาวุธคนหนึ่งของหอหลิงเป่า
สำนักผู้ฝึกลมปราณของหอหลิงเป่าไม่ค่อยเหมือนกับสำนักหลิงอวิ๋น หุบเขาเทาและอารามเสวียนอู้เท่าใดนัก ภายในของสำนักนี้ได้แบ่งออกเป็สองฝ่ายคือสำนักหลิงและหอเป่า
สำนักหลิง มีการฝึกบำเพ็ญตบะของผู้ฝึกลมปราณเป็หลัก ระบบนี้ของสำนักหลิงเหมือนกับสำนักหลิงอวิ๋น หุบเขาเทา และอารามเสวียนอู้
ส่วนหอเป่าล้วนเป็ช่างหลอมอาวุธที่ศึกษาวิจัยศาสตร์การหลอมอาวุธ พวกเขามองการหลอมอาวุธเป็เส้นทางการบำเพ็ญตบะของตัวเอง ซึ่งในหอหลิงเป่าจะมีช่างหลอมอาวุธในระดับที่แตกต่างกันออกไป
ช่างหลอมอาวุธที่แข็งแกร่งที่สุดของหอหลิงเป่าคือสหายเก่าแก่คนหนึ่งของอูจี้อาจารย์เขา คนผู้นี้หลงใหลในการหลอมอาวุธ แทบจะไม่สนใจเื่ราวภายในสำนัก
และก็ด้วยเหตุนี้ เื่ราวทุกอย่างในหอเป่าจึงมีกันคังและช่างหลอมอาวุธระดับสูงอีกสามคนเป็ผู้รับผิดชอบ
แม้ว่าเ้าสำนักหลิงซึ่งก็คือเ้าหอของหอหลิงเป่าจะกุมอำนาจใหญ่ ทว่าน้อยครั้งนักที่จะก้าวก่ายเื่ราวภายในหอเป่า
ต่อให้เป็เขา ก็ยังต้องให้เกียรติช่างหลอมอาวุธระดับสูงทั้งสี่คนนั้น ขอแค่เื่ที่พวกเขาทำไม่มากเกินงาม เ้าหอย่อมไม่ยื่นมือเข้ามาแทรก เพียงแค่ทำเป็เอาหูไปนาเอาตาไปไร่เท่านั้น
ที่หอหลิงเป่าเหนือกว่าสำนักหลิงอวิ๋น หุบเขาเทาและอารามเสวียนอู้ ก็เพราะนอกจากหอหลิงเป่าจะมีสำนักหลิงแล้ว ยังมีหอเป่าด้วย
อาวุธวิเศษที่ผู้ฝึกลมปราณทั้งสี่สำนักใช้ ส่วนใหญ่แล้วล้วนสร้างมาจากหอเป่า ดังนั้นตำแหน่งของหอเป่าในสี่สำนักจึงพิเศษอย่างมาก
โดยทั่วไปแล้ว สำนักหลิงของหอหลิงเป่า และคนของอีกสามสำนักล้วนไม่ยินดีที่จะล่วงเกินช่างหลอมอาวุธของหอเป่าเท่าไหร่นัก
เนี่ยเทียนรู้ฐานะของกันคังดี แต่ก็ยังกล้าแบกรับเื่นี้เอาไว้ ใช้ตัวตนของตัวเองไปข่มกันคัง เป็เพราะเขารู้ว่าอูจี้อาจารย์ของเขาสนิทสนมกับฟางฮุยผู้เป็ช่างหลอมอาวุธที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของหอหลิงเป่า
ในหอเป่า กันคังคือช่างหลอมอาวุธระดับสูงคนที่ห้าของหอเป่า หากเปลี่ยนเป็คนอื่นของสำนักหลิงอวิ๋น บางทีอาจจะไม่ยินดีขัดคอกับกันคัง
แต่เขากลับไม่กลัว
“ท่านพี่ ท่านจำเป็ต้องมีน้องบุญธรรมอย่างเนี่ยเทียน!” อันอิ่งพูดเบาๆ
“เนี่ยเทียนปฏิบัติกับข้าเช่นนี้ ข้ากลัวว่าจะทำให้เขาเดือดร้อน” อันซืออี๋ลังเลเล็กน้อย
เนี่ยเทียนหัวเราะหึหึ “ข้าไม่สนว่าท่านจะยอมรับหรือไม่ อย่างไรเสียนับแต่วันนี้ไป หากข้าพบเจอใครก็ตาม ข้าก็จะบอกว่าท่านคือพี่สาวบุญธรรมของข้า!”
ดวงตางดงามของอันซืออี๋กลอกกลิ้ง อยู่ๆ ก็หัวเราะ “คิก” ขึ้นมา ดั่งร้อยบุปผาผลิบาน งามเลิศล้ำน่ามองยิ่ง “ในเมื่อเ้า้าพี่สาวขนาดนี้ ถ้าอย่างนั้นต่อไปข้าก็คือพี่สาวของเ้า”
“ท่านพี่” เนี่ยเทียนเรียกด้วยรอยยิ้ม
สีหน้าอันซืออี๋เบิกบานยิ่ง พยักหน้าและหัวเราะเบาๆ “ดูท่า ปีนี้สิ่งที่ข้าตัดสินใจได้ถูกต้องที่สุดก็คือไปตระกูลเนี่ยของเ้า ส่งเ้าเข้าไปยังโลกมายามรกตด้วยเจตนาที่ไม่ค่อยตรงไปตรงมาเท่าไหร่นัก”
“ไม่ว่าท่านทำไปด้วยจุดประสงค์อันใด อย่างไรเสียข้าก็ยอมรับน้ำใจครั้งนั้นแล้ว” เนี่ยเทียนกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ขอบใจมาก” อันซืออี๋เอ่ยขอบคุณอย่างจริงใจ จากนั้นก็เม้มปากกลั้นยิ้มเอาไว้ และโบกมือบอกเป็นัยให้อันอิ่งพาเนี่ยเทียนกลับไป “นี่ก็ดึกแล้ว พรุ่งนี้เ้ายังต้องไปเลือกอาวุธวิเศษกับคนในสำนักอีก จะมาอยู่กับข้าจนดึกดื่นแบบนี้ไม่ได้ เดี๋ยวคนอื่นจะเอาไปพูดกันสนุกปาก”
“ฮ่า ข้าไม่กลัวหรอก” เนี่ยเทียนเอ่ย
“เ้าไม่กลัวแต่ข้ากลัวนี่นา” อันซืออี๋กลอกตาใส่เขาหนึ่งครั้ง “ตอนนี้เ้าไม่ใช่เด็กน้อยแล้ว ชื่อเสียงของข้าเสียหายไปไม่น้อยเพราะพวกตาแก่ในหอหลิงเป่า หากเ้าอยู่ค้างคืนกับข้า เดี๋ยวคนข้างนอกก็เอาข้าไปว่าลับหลังจะทำอย่างไรเล่า?”
“ข้าเชื่อว่าพี่สาวของข้ารู้จักรักษาเอาตัวรอด” เนี่ยเทียนกล่าวอย่างจริงใจ
“ไปได้แล้วๆ!” อันอิ่งเริ่มหงุดหงิด ดึงกระชากเนี่ยเทียนพาเขาออกไปด้านนอก
“เนี่ยเทียน พี่สาวข้าก็แค่้าฐานะน้องบุญธรรมของเ้าเท่านั้น เ้าห้ามคิดไปไกลเด็ดขาด!” อันอิ่งถลึงตาใส่เขา เอ่ยเตือน “ต่อไปรอให้พี่สาวของข้าแก้ไขปัญหาพวกนี้ ได้รับความเชื่อใจจากเ้าหออีกครั้ง ข้าจะต้องให้พวกเ้าตัดความสัมพันธ์พี่น้องนี่ให้ได้!”
“อ้อ เื่พวกนี้เ้าไปพูดกับพี่สาวของเ้าเองเถอะ” เนี่ยเทียนหัวเราะเสียงประหลาดเบาๆ “ทำไม? เ้ากังวลว่าพี่สาวเ้าจะชอบข้าอย่างนั้นหรือ?”
“เพ้อเจ้อ!” อันอิ่งโมโหปรี๊ด “เ้าเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมอย่างเ้า พี่สาวข้าจะไปชอบเ้าได้อย่างไร? ข้าแค่กังวลว่าเ้าจะใช้ฐานะน้องชายในนามมาคิดมิดีมิร้ายกับพี่สาวข้าแบบตาแก่พวกนั้น!”
“หึ ข้ายังเด็กอยู่เลย เ้ามาพูดเื่พวกนี้กับข้า ไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไหร่กระมัง?” เนี่ยเทียนเอ่ยยั่วเย้า
“หยุดเลย ตอนที่อยู่โลกมายามรกต ข้าก็รู้อยู่แล้วว่าเ้าไม่ใช่คนดีอะไร!” อันอิ่งตอกกลับหนึ่งประโยค อยู่ๆ ก็นึกอะไรขึ้นมาได้จึงถามเขาเสียงเบาด้วยท่าทางลับๆ ล่อๆ “ใช่แล้ว ตอนที่เ้าอยู่ในโลกมายามรกต เ้าไปล่วงเกินอะไรนางมารอวี๋ถงไว้กันแน่? ข้าได้ยินมาว่าหลังจากที่นางมารนั่นกลับไปยังสำนักโลหิตก็ต้องใช้เวลาอีกสามเดือนถึงจะฟื้นตัวกลับมาได้”
“หลังจากขอบเขตและความสามารถของนางมารผู้นั้นกลับคืนเป็ปกติ นางก็ได้ไหว้วานให้คนของสำนักโลหิตไปสืบข่าวเ้าทั่วทุกหนแห่ง”
“นางถึงขนาดพูดไว้แล้วว่านางกับเ้ามีความแค้นลึกล้ำต่อกัน ต่อไปขอแค่เจอหน้าเ้า หากไม่ตายกันไปข้างนางก็จะไม่ยอมเลิกราเด็ดขาด”
“ก่อนหน้านี้นางมารอวี๋ถงผู้นั้นไม่เคยเกลียดชังใครขนาดนี้มาก่อน เ้าไปทำอะไรนางไว้กันแน่? ถึงได้ทำให้นางโกรธแค้นจนต้องฆ่าเ้าให้ได้แบบนี้?”
เนี่ยเทียนตลึงงัน ลูบหัวแล้วกล่าวว่า “ข้าก็ไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย ใครจะไปรู้ว่าผู้หญิงคนนั้นเป็บ้าอะไร”
“เ้าต้องทำเื่ชั่วๆ เอาไว้แน่ๆ!” อันอิ่งพูดอย่างมั่นใจ
“ข้าเปล่า!”
“ต้องทำแน่!”
“ไม่ได้ทำจริงๆ!”
“ต้องทำแน่นอน!”
สองคนปะทะฝีปากกัน ครู่หนึ่งก็กลับมาถึงหอเรือนหินที่พักของสำนักหลิงอวิ๋น ก่อนหน้าที่อันอิ่งจะจากไป นางไม่ได้เถียงกับเขาต่อ แต่พูดว่า “แม้ว่าเ้าจะค่อนข้างน่ารังเกียจไปหน่อย แต่ยังถือว่ามีน้ำใจอยู่บ้าง เป็คนรักษาคำพูด เื่ในคราวนี้ข้าขอบคุณเ้าแทนพี่สาวข้าก็แล้วกัน”
กล่าวจบก็ไม่รอให้เนี่ยเทียนตอบกลับ นางก็รีบจากไปด้วยความขัดเขินเล็กน้อย
......
วันที่สอง หอโอสถของหอหลิงเป่า
เช้าตรู่ เนี่ยเทียนก็ถูกหลิวเหยี่ยนพามายืนอยู่ด้านหน้าหอโอสถ
หอโอสถของหอหลิงเป่าไม่ใหญ่นัก สูงแค่สามชั้น อีกทั้งยาที่เก็บเอาไว้ก็มีจำนวนจำกัด
เพราะว่าหอเป่าของหอหลิงเป่า ส่วนใหญ่แล้วมีเพียงช่างหลอมอาวุธ ผู้ที่หลอมยาเป็มีเพียงแค่คนเดียว
ว่ากันว่ายาจำนวนมากที่อยู่ในหอโอสถล้วนไม่ได้มาจากการหลอมของอาจารย์โอสถผู้นั้น แต่มาจากการแลกเปลี่ยนอาวุธวิเศษของหอหลิงเป่ากับอีกแปดอาณาจักรที่เหลือ
ยาเป็เพียงแค่ส่วนเล็กๆ ส่วนหนึ่งในงานพินิจของวิเศษ ยาที่หอโอสถขายจึงมีไม่มาก
เนื่องจากยาไม่ถือว่าสำคัญในงานพินิจของวิเศษ ดังนั้นยาในหอโอสถ ขอแค่มีหินวิเศษมากพอก็สามารถซื้อได้โดยตรง ไม่จำเป็ต้องเข้าร่วมการประมูลเพื่อแย่งชิง
ที่เนี่ยเทียนเดินทางมาั้แ่เช้าก็เพราะคิดจะเอายาสั่งสมิญญานั้นมาให้ได้เป็คนแรก จะได้ไม่ถูกคนอื่นแย่งไปก่อน
ตอนที่เขารอให้ประตูหอโอสถเปิดออก ก็พบว่าเจิ้งปินแห่งอารามเสวียนอู้ได้เดินทางมาที่นี่พร้อมกับหันซินและหญิงชราเวิงผู้นั้น
“ท่านหลิว เหตุใดคราวนี้ท่านถึงสนใจยาขึ้นมาเล่า? เท่าที่ข้ารู้มา ทุกครั้งที่ท่านมาที่นี่ก็เพื่อเลือกอาวุธวิเศษไม่ใช่หรือ?” หญิงชราเวิงแห่งอารามเสวียนอู้กล่าวอย่างแปลกใจ
นางรู้ว่าทุกสี่ห้าปี ตระกูลในสังกัดของสำนักหลิงอวิ๋นจะจัดงานจับฉลากขึ้น แม้ว่าหลิวเหยี่ยนจะไม่ได้เป็ประธานในการจัดงานอย่างเต็มรูปแบบ ทว่าอาวุธวิเศษที่นำมาจับในงานฉลองนั้นส่วนใหญ่แล้วแทบจะมาจากหอหลิงเป่าที่หลิวเหยี่ยนเป็ผู้เลือกมาทั้งสิ้น
ภารกิจหนึ่งที่สำคัญของหลิวเหยี่ยนในสำนักหลิงอวิ๋นก็คือเลือกอาวุธวิเศษระดับต่ำ มาเป็รางวัลแก่ตระกูลในสังกัด
“มียาสั่งสมิญญาเม็ดหนึ่ง อาจารย์อาน้อยของข้าหมายตาเอาไว้ หากพวกเ้าเองก็มาเลือกยาเช่นกัน หวังว่าจะไม่ได้มาเพราะยาสั่งสมิญญาเม็ดนั้น” หลิวเหยี่ยนแสดงท่าที
“อาจารย์อาน้อย...”
หญิงชราเวิง เจิ้งปินและหันซิน เวลานี้ล้วนใช้สายตาแปลกประหลาดหันมามองเนี่ยเทียน
“เจิ้งปิน ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ” เนี่ยเทียนเอ่ยทักทาย
“ยินดีด้วย” เจิ้งปินกล่าว
หญิงชราเวิงมองเนี่ยเทียนแล้วกล่าวกับหลิวเหยี่ยนว่า “ยาสั่งสมิญญาที่ลูกศิษย์ของตาเฒ่าอูหมายตาเอาไว้ ต่อให้พวกเรา้าก็ไม่มีทางแย่งชิงเด็ดขาด ท่านวางใจเถอะ”
“ถ้าอย่างนั้นก็ขอบคุณมาก” หลิวเหยี่ยนกล่าวด้วยรอยยิ้ม
-----
