“ไอ้เด็กบ้า! เป็เพราะเ้าคนเดียว ตายซะเถอะ!”
ขณะที่ค่านซิ่งิลดตัวลงมาก็ะโก้องดุดันไปด้วย เถาวัลย์เส้นหนายาวมากมายคล้ายกระบี่แหลมคมทิ่มแทงเข้าหาเนี่ยเทียนอย่างรุนแรง
ความเกลียดแค้นที่เขามีต่อเนี่ยเทียนเหนือล้ำเกินกว่าอีกสามคนที่เหลือไปแล้ว!
ในสายตาของเขา หากไม่เป็เพราะเนี่ยเทียนทำให้เขาเสียสมาธิ หากไม่เป็เพราะเนี่ยเทียนดูดเอาปราณบริสุทธิ์ของพืชหญ้าในใบไม้ทั้งสามนั่นไป ทำให้เขาเสียการควบคุมจิตใจตัวเอง เขาก็ไม่มีทางถูกสามคนนั้นฉวยโอกาสโจมตีให้าเ็สาหัสได้แน่นอน
สภาพร่างกายของเขาในเวลานี้ย่ำแย่อย่างมาก เขาไม่มีความมั่นใจแล้วว่าจะสังหารผู้แข็งแกร่งของสำนักภูตผีและหุบเขาเทาสามคนนั้นได้
เพียงคนเดียวที่เขายังมั่นใจว่าจะฆ่าได้ก็คือเนี่ยเทียน!
ที่เขา้าสังหารเนี่ยเทียน นอกจากความแค้นที่มีต่อเนี่ยเทียนแล้ว ยังมีอีกสาเหตุหนึ่ง
นั่นคือเขาคิดว่าเนี่ยเทียนขอบเขตต่ำสุด สามารถถูกจัดการได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งในร่างของเนี่ยเทียนก็คล้ายจะแฝงเร้นไว้ด้วยปราณบริสุทธิ์ของเืเนื้อที่ไม่ธรรมดาอย่างยิ่ง
ปราณบริสุทธิ์ของเืเนื้อเ่าั้หากเขาดูดซับเอามากลั่นหลอมได้ าแของเขาก็จะฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว
เขาคิดจะอาศัยการตายของเนี่ยเทียนมาเพิ่มพลังให้กับตัวเอง ทำให้ตัวเองมีความสามารถที่จะสังหารคนทั้งสามได้อีกครั้ง!
“ฟิ้วๆๆ!”
เถาวัลย์หนายาวหลายเส้นมีแสงสีเขียวเปล่งระยับ พริบตาเดียวก็พุ่งพรวดเข้ามาหา
และเวลานี้เอง เนี่ยเทียนที่หันมือสองข้างเข้าหากันก็สร้างสนามแม่เหล็กบิดเบือนได้สำเร็จแล้ว
อันที่จริงขอบเขตของสนามแม่เหล็กนั้นไม่ถือว่าแผ่ขยายไปไกลเท่าไหร่นัก เพียงแค่ปกคลุมขอบเขตสองเมตรรอบกายเนี่ยเทียนเท่านั้น
แต่การโจมตีของเถาวัลย์จากค่านซิ่งิเล็งมาที่ศีรษะและลำคอของเนี่ยเทียน เถาวัลย์นั่นจำเป็ต้องแทงทะลุร่างของเนี่ยเทียนถึงจะสังหารเขาได้ในพริบตา
ดังนั้นอย่างไรเสียเถาวัลย์นั่นก็ต้องเข้ามาในสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงบิดเบือนอยู่ดี!
แล้วก็เป็ดังคาด!
ครู่เดียวหลังจากนั้น เถาวัลย์แต่ละเส้นดิ่งลึกเข้ามาในสนามแม่เหล็กบิดเบือน
เห็นเพียงว่าพอเถาวัลย์เ่าั้เข้ามาในสนามแม่เหล็กได้ พลังอำนาจร้ายกาจรุนแรงของมันก็พลันหายวับไปทันใด
เดิมทีเถาวัลย์เ่าั้คมกริบประดุจกระบี่ ทว่าเพียงแค่พริบตาเดียวก็กลับกลายมาเป็เหมือนงูที่อ่อนปวกเปียกไร้เรี่ยวแรง!
พลังิญญาของพืชหญ้าที่แฝงเร้นอยู่ในเถาวัลย์แต่ละเส้นเปลี่ยนมาเป็ยุ่งเหยิงไร้ระเบียบในเวลาแค่ครู่เดียว และไม่อยู่ในการควบคุมของค่านซิ่งิอีกต่อไป
พลังจิตที่ค่านซิ่งิเพิ่มเข้ามาในเถาวัลย์ก็สูญเสียการควบคุมไปเช่นเดียวกัน ทำให้สมองของเขาสับสนวุ่นวาย ั์ตาเผยความตะลึงพรึงเพริด
“พลังพืชหญ้า!”
เนี่ยเทียนแสยะปากยิ้ม หลังจากที่สนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงก่อตัวได้สำเร็จ เขาก็ดึงมือทั้งสองออกจากกัน ใช้นิ้วมือแตะไปที่เถาวัลย์ซึ่งลอยตัวอยู่ในสนามแม่เหล็กอย่างต่อเนื่อง
เถาวัลย์ทุกเส้นหลังจากััเข้ากับมือของเขาล้วนมีเส้นแสงสีเขียวไหลรินออกมา
เส้นแสงมากมายคล้ายถูกชักนำจากคลื่นผิดปกติในหัวใจของเนี่ยเทียน ครู่เดียวก็ถูกดึงเข้ามาในร่างกาย ไหลตามกระแสเืเข้าไปยังหัวใจ
หัวใจของเขามีความรู้สึกฮึกเหิมและกระหายส่งออกมาอีกครั้ง คล้ายว่าความ้าที่มีต่อพลังพืชหญ้านั้นมากมายไม่มีที่สิ้นสุด
เมื่อพลังพืชหญ้าด้านในหายไปจนเกลี้ยง เถาวัลย์หลายเส้นก็บิดเบือนไปตามสนามแม่เหล็ก จากนั้นก็แตกโพละออกเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อย
หลังจากที่ได้รับพลังพืชหญ้ามากกว่าเดิมมาบำรุง พลังจิตของเขาก็ยิ่งเปลี่ยนมาเป็คึกคักมีชีวิตชีวา
เขาััได้อย่างชัดเจนว่าสายเืที่ซุกซ่อนอยู่ในร่างเขาขยับเข้ามาใกล้เส้นทางแห่งการฟื้นตื่นอีกก้าวหนึ่งแล้ว!
ค่านซิ่งหมิ่งที่ดิ่งลงมาจากกลางอากาศและกำลังจะร่วงลงพื้นหน้าถอดสีฉับพลัน
อยู่ๆ เขาก็เกิดหวาดกลัวอย่างลึกล้ำ เขารู้สึกว่า... ขอแค่พละกำลังที่มาจากเขา ขอแค่ปราณบริสุทธิ์จากพืชหญ้ากล้าไปต่อกรกับเนี่ยเทียน นั่นก็เท่ากับโยนซาลาเปาไส้เนื้อให้หมา---มีแต่ไปไม่มีกลับมา!
ค่านซิ่งิที่เสียเปรียบอย่างหนักร้องอู้อี้อยู่ในลำคอ ั์ตาเต็มไปด้วยความเ็ป
เขามั่นใจอย่างยิ่งว่าเขาที่ฝึกปราณบริสุทธิ์ของพืชหญ้าซึ่งเป็หนึ่งในธาตุทั้งห้าน่าจะกำลังเผชิญอยู่กับพลังลึกลับระดับสูงเสียแล้ว
ระดับของพลังแปลกประหลาดนั้นเหนือล้ำเกินกว่าปราณบริสุทธิ์ของพืชหญ้ามากมายนัก ถึงแม้เนี่ยเทียนจะขอบเขตต่ำต้อย ทว่าก็ยังกำราบเขาได้อยู่ดี!
เขาไม่กล้าหาเื่เนี่ยเทียนอีกต่อไปแล้ว ไม่กล้าเข้าไปใกล้เนี่ยเทียน แล้วก็ไม่กล้าไปยังสนามแม่เหล็กที่อยู่ข้างกายเนี่ยเทียนด้วย
เขาเตรียมพร้อมที่จะเผ่นหนีไปให้ไกล
ทว่าเวลานี้เอง การโจมตีอย่างบ้าคลั่งที่มาจากผู้แข็งแกร่งสำนักโลหิตและหุบเขาเทากลับมาเยือนอีกครั้ง
ผีร้ายดุดันหลายตนร้องคำรามไร้เสียง แล้วอยู่ๆ ก็คว้าแขนและรัดพันรอบเอวเขาเอาไว้
เนี่ยเทียนเงยหน้ามองอย่างละเอียดก็เห็นว่าร่างของค่านซิ่งิที่ลอยลงมาถูกผีร้ายเ่าั้กักตัวอยู่กลางอากาศ ขยับเขยื้อนไม่ได้
ผู้แข็งแกร่งจากหุบเขาเทาสองคนใช้โล่สีเงินชิ้นหนึ่ง และยังมีลูกแสงสีฟ้าอีกหลายลูกโจมตีเข้ามาที่ด้านหลังของค่านซิ่งิอย่างต่อเนื่อง
ตอนที่โล่และลูกแสงกระแทกลงบนหลังของค่านซิ่งิอย่างแรง ค่านซิ่งิที่ถูกผีร้ายกักตัวไว้กลางอากาศจึงร่วงดิ่งลงมาในสนามแม่เหล็กบิดเบือน
วินาทีที่ร่วงเข้ามาในสนามแม่เหล็ก ใบหน้าของค่านซิ่งิก็เต็มไปด้วยคราบเื ประกายแสงในดวงตาสลายหายไปเกือบหมด
ค่านซิ่งิหายใจรวยริน เมื่อมาอยู่ในสนามแม่เหล็กบิดเบือน พลังจิตที่เข้มข้นของเขาซึ่งยังหลงเหลืออยู่ก็สูญเสียการควบคุมไปทันใด
เขาหมดสิ้นซึ่งพละกำลังใดๆ ให้ต่อต้านอีกแล้ว!
“เร็ว!”
ผู้แข็งแกร่งคนนั้นของสำนักโลหิตพอเห็นว่าค่านซิ่งิจะตายแล้วจึงรีบตวาดขึ้นมาทันที เร่งเร้าให้ผีร้ายพุ่งเข้าใส่หมายฉีกกระชากร่างค่านซิ่งิให้ดับสิ้นอย่างแท้จริง
เขา้าจะ่ชิงเอาภาพประตู์บนหลังมือของค่านซิ่งิมา เพราะในภาพประตู์นั้นมีจุดแสงสีแดงถึงแปดจุด!
หากเขาได้จุดแสงสีทั้งแปดนั้นมา เขาก็จะได้ทุกอย่างที่ค่านซิ่งิล่ามาได้!
ผู้แข็งแกร่งสองคนของหุบเขาเทาก็มีสีหน้าตื่นเต้นเช่นกัน หวังว่าผู้ที่ฆ่าค่านซิ่งิเป็คนสุดท้ายจะเป็พวกเขา เพราะมีเพียงผู้ที่ฆ่าค่านซิ่งิได้อย่างแท้จริงเท่านั้นถึงจะได้รับจุดแสงสีแดงแปดจุดนั่น
พวกเขาต่างก็ตื่นเต้นอย่างถึงที่สุด
“อู้ๆ!”
ผีร้ายหลายตนคำรามเข้ามาหา ทว่าตอนที่เข้าไปใกล้ค่านซิ่งิกลับได้รับอิทธิพลจากสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิง
เรือนกายของผีร้ายเ่าั้พลันบิดเบือน เมื่อคลื่นสนามแม่เหล็กกระเพื่อมอย่างพลุ่งพล่าน ร่างของพวกมันก็เกิดลางที่จะสลายออกจากกัน
คนผู้นั้นของสำนักโลหิตหน้าเผือดสีทันควัน เขาที่รีบร้อนดิ่งลงมากลับต้องชะงักค้างกลางทาง
เขามองเนี่ยเทียนอย่างตื่นตะลึง คล้ายไม่เข้าใจว่าเหตุใดผีร้ายที่ก่อตัวขึ้นมาจากพลังิญญาและพลังจิตของเขาถึงได้เกิดลางที่จะสลายตัวในคลื่นประหลาดข้างกายเนี่ยเทียน
ผู้แข็งแกร่งสองคนของหุบเขาเทาเองก็หยุดชะงักฉับพลัน สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของผีร้ายเช่นกัน
พวกเขาเองก็ถือว่าตัดสินใจได้อย่างเฉียบขาด หยุดนิ่งทันทีทันใด แล้วปลดปล่อยกระแสจิตของตัวเองออกไปสำรวจความลึกลับของสนามแม่เหล็กนั้นอย่างเงียบเชียบ
พอกระแสจิตของพวกเขาพุ่งเข้าไปด้านในก็เปลี่ยนมาเป็ยุ่งเหยิงควบคุมไม่ได้ทันที ความรู้สึกเจ็บร้าวน่าใพลันส่งออกมาจากสมองของพวกเขา
ความเ็ปนั้นทำให้พวกเขาเข้าใจฉับพลัน รู้ว่าสนามแม่เหล็กที่โอบล้อมร่างของเนี่ยเทียนเอาไว้แปลกประหลาดมากเพียงใด
เนี่ยเทียนที่เข้าใจความคิดของพวกเขาหัวเราะเบาๆ แล้วยกมือขึ้นตบลงไปที่ศีรษะของค่านซิ่งิอย่างแรง
“กร๊อบ!”
บนศีรษะของค่านซิ่งิมีเสียงกระดูกแตกที่น่าสยดสยองดังลอยมา ประกายแสงในดวงตาของค่านซิ่งิที่หลงเหลืออยู่อีกไม่มากหายวับไปในที่สุด
“ฟู่วๆ!”
หลังจากแน่ใจว่าค่านซิ่งิตายไปแล้วจริงๆ จุดแสงสีแดงแปดจุดก็บินออกมาแล้วหลอมรวมเข้ากับภาพประตู์บนหลังมือของเนี่ยเทียนดังคาด
รูปภาพบนหลังมือของค่านซิ่งิกลับค่อยๆ หายไปทีละนิด แล้วไม่นานก็หายวับไปอย่างไร้ร่องรอย
ค่านซิ่งิที่ตายไปแล้ว คลื่นพลังชีวิตบนร่างค่อยๆ มืดดับ ทว่าเกราะวิเศษตรงหน้าอกของเขากลับยังคงมีปราณบริสุทธิ์ที่เข้มข้นของพืชหญ้าดำรงอยู่
เนี่ยเทียนหรี่ตาลง จ้องไปที่ค่านซิ่งิอยู่ครู่หนึ่ง แล้วอยู่ๆ ก็ถอดกำไลเก็บของบนข้อมือของค่านซิ่งิออก จากนั้นจึงโยนส่งๆ ไปกลางอากาศ
“พวกท่านสามคนต่างหากถึงจะเป็สาเหตุหลักที่ทำให้เขาตาย ข้าก็แค่ได้ผลพลอยได้เท่านั้น ทรัพย์สมบัติทั้งหมดบนร่างของเขาส่วนใหญ่ล้วนอยู่ในกำไลเก็บของ กำไลนี้เป็ของพวกท่าน”
หลังจากทิ้งประโยคนี้ไว้ เนี่ยเทียนก็ยื่นมือออกไป เอาฝ่ามือกดลงบนเกราะวิเศษตรงหน้าอกของค่านซิ่งิ
ตอนที่เกราะวิเศษชิ้นนั้นััโดนฝ่ามือของเขา ทันใดนั้นปราณบริสุทธิ์เข้มข้นของพืชหญ้าจำนวนมากก็ไหลทะลักเข้าสู่ฝ่ามือของเนี่ยเทียน แล้วถูกเขาดึงดูดเข้าไปในหัวใจทีละส่วน
เขาสามารถััได้ถึงความเปี่ยมสุขของหัวใจตัวเอง รู้ว่าหัวใจของเขาจำเป็ต้องใช้ปราณบริสุทธิ์ของพืชหญ้าจำนวนมากมาหล่อเลี้ยงถึงจะค่อยๆ ปลุกพลังแห่งสายเืขึ้นมาอย่างแท้จริง
เขาเองก็แอบรู้สึกได้อย่างเลือนรางว่าอาวุธวิเศษที่สำคัญที่สุดบนร่างของค่านซิ่งิก็คือเกราะวิเศษที่เขาสวมเอาไว้กับตัว
เนี่ยเทียนไม่เพียงแต่่ชิงเอาจุดแสงมาได้แปดจุด ยังปล้นเอาอาวุธที่สำคัญที่สุดของค่านซิ่งิมาได้ด้วย จุดนี้ดูเหมือนไร้คุณธรรมเล็กน้อย
ทว่าเกราะวิเศษชิ้นนี้ช่วยในการปลุกสายเืของเขาได้เป็อย่างดี ทั้งๆ ที่รู้ว่าทำแบบนี้ไม่ค่อยเหมาะสมนัก ทว่าเขาไม่มีเวลามามัวคิดมากอีกแล้ว วินาทีที่ค่านซิ่งิตาย เขาจึงฉกฉวยเอามาเป็ของตนอย่างไร้ซึ่งความเกรงใจ
กลางอากาศ
คนของสำนักภูตผีผู้นั้นยื่นมือออกมารับกำไลเก็บของของค่านซิ่งิ เขาใช้กระแสจิตตรวจสอบอยู่ครู่หนึ่ง ใบหน้าก็เปลี่ยนมาเป็เหยเกเล็กน้อย
ในกำไลเก็บของนั้นมีวัตถุวิเศษและยาอยู่ไม่น้อยก็จริง ทว่าวัตถุวิเศษและยาส่วนใหญ่ล้วนเป็ของที่ค่านซิ่งิได้มาจากลูกศิษย์ของอีกเจ็ดสำนัก
คนเ่าั้ที่ถูกเขาฆ่าส่วนใหญ่ล้วนมีขอบเขตต่ำต้อย วัตถุวิเศษและยาที่เก็บไว้จึงเป็เพียงของธรรมดาทั่วไป
ของเ่าั้ไม่เพียงแต่ค่านซิ่งิไม่แยแส แม้แต่เขาเองก็ยังไม่เห็นอยู่ในสายตา
แถมของแค่นี้เนี่ยเทียนยังจะให้เขาแบ่งกับผู้แข็งแกร่งอีกสองคนของหุบเขาเทาอีก นี่ทำให้เขาไม่พอใจอย่างมาก
“มีอะไรบ้าง?” คนหนึ่งของหุบเขาเทาเอ่ยถาม
“ไม่มีอะไรเลย” ผู้แข็งแกร่งของสำนักภูตผีสีหน้าดำคล้ำ เต็มไปด้วยความโกรธเคือง กำลังสองจิตสองใจว่าจะขอคำอธิบายจากเนี่ยเทียนดีหรือไม่
ทว่าเวลานี้เอง ผีร้ายหลายตนที่เขาปล่อยออกมากลับทำท่าจะแยกร่างอยู่ในสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงของเนี่ยเทียน
“กึกๆ!”
เนี่ยเทียนเองก็มองออกเหมือนกันว่าผีร้ายพวกนั้นได้รับอิทธิพลจากสนามแม่เหล็กจนบูดเบี้ยวไม่เป็รูปเป็ร่าง
เขาเอามือคว้าศพของค่านซิ่งิแล้วเปลี่ยนทิศทางเล็กน้อย พาสนามแม่เหล็กนั้นจากไป
พอเขาเปลี่ยนตำแหน่ง สนามแม่เหล็กจึงเคลื่อนตามไปด้วย ผีร้ายหลายตนที่ไม่ถูกปกคลุมอยู่ในสนามแม่เหล็กบิดเบือนถึงได้กลับคืนสภาพปกติ ไม่มีลางว่าร่างจะแยกออกอีก
“ทั้งสามท่าน ศัตรูของพวกเราคือคนจากต่างอาณาจักรต่างหาก! ครั้งนี้ข้าเนี่ยเทียนมีข้อเรียกร้องเยอะเกินไปอย่างแท้จริง ข้าต้องขออภัยทั้งสามท่านมา ณ ที่นี้ด้วย”
“ภายหลัง หากเป็ไปได้ล่ะก็ ข้าจะพยายามชดเชยให้เต็มที่ หวังว่าทุกท่านจะให้อภัย”
“ต่อให้พวกท่านไม่พอใจข้าก็ควรต้องสังหารคนต่างอาณาจักรเสียก่อน แล้วค่อยมาคิดบัญชีกับข้า ดีหรือไม่?”
เนี่ยเทียนเงยหน้ามองคนทั้งสาม กล่าวพร้อมยิ้มเจื่อน
“ลูกศิษย์อูจี้---เนี่ยเทียน ข้าจะจำเ้าเอาไว้!” คนผู้นั้นของสำนักภูตผีถลึงตาดุดันใส่เขาหนึ่งครั้ง ในที่สุดก็เลือกที่จะไม่คิดเล็กคิดน้อยกับเขาชั่วคราว
