เวลาผ่านมาถึงเที่ยง คนอื่นๆ ยังไม่กลับมาจากการล่าสัตว์ ที่ที่เฝ้าบ่อก็ได้แต่กินมันเห็บต้มแก้ขัดอย่างเงียบๆ เสร็จแล้วก็ยังคงฝึกสานหมวกฟางและเชือกของตัวเองต่อไป
“ท่านพ่อ ข้าขอไปทำธุระสักครู่นะ”
จู่ๆ เฉินอวี๋ก็รู้สึกปวดฉี่อย่างรุนแรง จึงลุกขึ้นไปที่พุ่มไม้ทางใต้ของบ่อเพื่อปลดทุกข์ แต่เพียงปลดกางเกงลงและช้างน้อยพ่นน้ำออกมาได้เพียงครึ่งทาง ยังไม่ทันจะดึงกางเกงขึ้น จู่ๆ ก็มีมือใหญ่คู่หนึ่งยื่นออกมาจากพงหญ้าด้านหลัง ปิดปากเขาไว้แน่นไม่ให้ะโ
อู๊!!~~
เฉินอวี๋ใมาก พยายามส่งเสียงร้อง แต่มือหยาบอีกข้างก็คว้าตัวเขายกขึ้นแล้วหันหลังวิ่งเข้าไปในป่า
จากชุดที่สกปรกและเหม็นโซ คล้ายคนที่ได้อาบน้ำติดต่อมาเป็เดือน เฉินอวี๋ก็รู้สึกคลื่นไส้จนแทบอาเจียนอาหารเที่ยงออกมา แต่เมื่อแลกกับชีวิตของเขาเอง เฉินอวี๋ก็ไม่ลังเลที่จะกัดมืออีกฝ่าย พอมือหยาบที่ปิดปากคลาย เฉินอวี๋ก็ร้องออกมาด้วยความกลัว
“ช่วยด้วย!!~~”
“มีคนกำลังจะลักพา..ตะ..ตัว..อุ๊บ!!~~~~”
เสียงะโดังออกไปเพียงครู่เดียว มือของชายคนนั้นที่ปิดปากเล็กๆ ของเขาอีกรอบหนึ่ง
บางที การดิ้นรนอย่างรุนแรงอาจทำให้ชายใบหน้าหยาบกร้านพอใจ เขาหัวเราะอย่างเ็าสองครั้ง พูดด้วยน้ำเสียงที่น่ากลัวว่า
“ไอ้เด็กเหลือขอ พลังของเด็กอย่างเ้าช่างเหลือเฟือเสียจริง ถ้ายังดิ้นอีก ข้าจะฆะ..ฆ่า..หือ?”
ด้วยฟันเหลืองๆ ใบหน้าหยาบกร้านสกปรก ดูน่ากลัวมากจนสามารถทำให้เด็กเห็นร้องไห้ได้ แต่ก่อนที่เขาจะได้พูดจบประโยค
ลมเย็นสายหนึ่งกับเสียง “หวืด!!~~” ก็พัดมาจากทางด้านหลัง มีร่างประหลาดหลากสีสันไม่เหมือนมนุษย์พุ่งเข้ามา ด้วยสองมือเปล่า ผู้มาใหม่ก็จับตัวของชายหน้ากร้านควงหมุนเหวี่ยงลงพื้นดัง “โครม”
เฉินอวี๋ที่หลุดจากการจับตัวก็รู้สึกเวียนศีรษะอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อลุกดึงกางเกงขึ้นและเงยหน้ามอง เขาก็พบว่าคนที่มาช่วยไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็ท่านตา
“ฮูก้าาาาาาาา!!~~~”
ดวงตาของชายชราเต็มไปด้วยความโกรธ เขาคำรามและใช้ท่อนไม้ในมือทุบตีอีกฝ่ายไม่ยั้ง
ท่ามกลางสายตาที่หวาดกลัว ท่านตาก็คว้าแขนข้างหนึ่งของชายคนดังกล่าวจับฟาดลงดิน
ด้วยเสียง “ปัง!” กระแทกหิน แรงทุบและแรงเหวี่ยงนั้นน่ากลัวจนทำให้ต้นไม้รอบๆ ะเื ไม่ต้องพูดถึงคน ว่าจะมีสภาพเช่นไรหลังจากโยนเหมือนผ้าขี้ริ้วที่เช็ดแล้วทิ้ง
“บัดซบ”
“แผนของเราแตกแล้ว”
“ลุยเลย”
มีคนสิบคนโผล่ออกมาจากพุ่มไม้ ซึ่งแต่ละคนล้วนแต่โผกผ้าสีแดงมัดไว้ที่ศีรษะ
“พี่สอง พี่สอง เป็อย่างไรบ้าง? “ชายร่างเตี้ยะโเรียกชายที่นอนอยู่ แต่ไม่ได้รับการตอบสนองใดๆ จนทำให้เขารู้สึกหนาวสั่น ไม่คิดว่าชายชราที่แต่งตัวบ้าๆ จะน่ากลัวและฆ่าผู้ใหญ่ตัวโตเช่นพวกเขาได้
ชายร่างเตี้ยและคนอื่นๆ ล้อมชายชราและรักษาระยะห่าง จากนั้นก็หันไปมองชายฉกรรจ์หนวดหนาที่ดูจากท่าทางควรจะเป็ผู้นำกลุ่ม
“พี่เค่อ ทำยังไงต่อจากนี้?"
ชายแซ่เค่อ เขาคือหัวหน้ากลุ่มหน่วยลาดตระเวนของทหารฏผ้าธงแดง พวกเขาได้พบกับกลุ่มคนลี้ภัยระหว่างที่เดินหลงูเา จนบังเอิญทราบข่าวเื่บ่อน้ำเข้า ด้วยสถานการณ์ที่กองทัพผ้าธงแดงขาดอาหารและน้ำอย่างหนัก ข่าวเื่บ่อน้ำคือรางวัลที่ไม่สามารถปล่อยไปได้ หากเขาพบบ่อน้ำจริง ทั้งผู้หญิง รางวัลหรือแม้แต่ตำแหน่ง มันก็ล่อตาล่อใจโจรป่าอย่างพวกเขาเกินไป
เขาเลียริมฝีปากแห้งแตกอีกครั้ง ดวงตาโปนของเขามีประกายโเี้ พูดออกมาว่า “ในเมื่อมีเด็กและคนแก่อยู่บนูเา เช่นนั้นก็ควรจะมีคนอื่นๆ และบ่อน้ำจริง รีบจัดการแล้วไปสำรวจบ่อน้ำเถอะ”
สหายหลายคนพยักหน้าและชักอาวุธออกมาถือ ถึงจะไม่ใช้ดาบดีๆ แต่ก็เป็พร้าและมีดยาวที่ยังคงอันตราย
แถมจุดที่เฉินอวี๋ถูกลักพาตัวก็อยู่ไกลจากบ่อ ในป่าที่มีแต่ต้นไม้แห้ง แม้จะมีโทรโข่ง เสียงที่ะโก็คงถูกสะท้อนดังออกไปได้ไม่ไกล
“ท่านตารีบถอยออกมา”
เฉินอวี๋รู้ว่าด้วยคนที่มีมากกว่า ท่านตาของเขาคงไม่สามารถทำอะไรได้มาก
แต่ชายแซ่เค่อจะปล่อยให้หนีไปได้ยังไง เขาะโโบกมือสั่งให้ฆ่าชายชราและเด็กสี่ขวบทันที
“จัดการซะ”
“โดยเฉพาะไอ้เด็กคนนั้น!”
พูดออกมาอย่างโเี้ไม่อายปาก ราวกับว่าการฆ่าเด็กไม่ใช่เื่แปลกอะไรสำหรับกลุ่มฏอย่างพวกเขา
อย่างไรก็ตาม ก่อนที่พวกเขาจะได้ะโเข้าไป ท่านตาก็ได้ลวงมือลงไปในกระเป๋าสะพาย ทุกคนเห็นก็เกิดการชะงัก คิดว่าอาจจะเป็อาวุธของมีคม แต่พอเห็นว่าสิ่งที่ชายชราหยิบออกมาเป็แค่เชือกมัดก้อนหิน มุมปากของพวกเขาก็แสยะเต็มไปด้วยความดูถูก
เฉินอวี๋ที่เห็นแบบนั้นก็กรีดร้อง “ว๊ายย!!~” ในใจชีวิตจบเห่ ควรวิ่งหนีแท้ๆ แต่ท่านตาเอาหินสองก้อนมาสู้แทน
วูด!!~วู๊ด!!~วูด!!~วู๊ด!!~~
หือ?
ฝีเท้าที่จะขยับหยุดชะงัก สายตาของทุกคนมองไปที่ชายชราประหลาด ที่เห็นชายชราเอาหินสองก้อนที่มัดด้วยเชือกออกมาควง เกิดเป็เสียงหวีดของลม ดูแล้วสับสนทำเอาทุกคนในที่นี้เต็มไปด้วยความไม่เข้าใจ
“บ้าเอ๊ย จะรอให้เขาเล่นปาหี่อะไรอีก”
“จัดการชายชราบ้าคนนั้นซะ”
ชายแซ่เค่อไม่พอใจและกระตุ้นให้ทุกคนในกลุ่มลงมือ
ย๊ากกก!!
เป็ชายร่างเตี้ยที่ะโขึ้น เหวี่ยงมีดตัดไม้ลงมาด้วยแรง แต่ภายใต้เส้นผมรังนกทรงกะลาครอบปิดดวงตา จึงไม่รู้ว่าชั่วครู่สายตาของท่านตาพลันเปลี่ยนเป็จริงจัง มือที่ควงหมุนหินและเชือกป่านก็ปล่อยสวนใส่
วี๊ดดด…
ปัง!!~
อั๊ก!!~~
ดูเหมือนหินสองก้อนที่มัดด้วยเชือกป่านโง่ๆ แต่ทันทีที่หินถูกควงหมุนด้วยความเร็วปล่อยไป มันก็หมุนไปรัดข้อเท้าของชายร่างเตี้ย เท้าที่ก้าวถูกรั้งอย่างกะทันหัน จนสะดุดล้มใส่โขดหินปากแตกเือาบ สลบคาที่ด้วยหินโง่ๆ ร้อยเชือกเพียงเส้นเดียว
แถมการพุ่งเข้าเป้านี้ เหมือนจะทำให้ท่านตาพอใจมากๆ เขาะโเต้นแล้วเป่าปากร้อง “โว้!โว้!โว้!” ราวกับเขาดีใจเหมือนพึ่งจับเหยื่อได้ตัวเป็ๆ
“...”
“...”
“ท่านตา วิ่ง!!~~”
ไม่มีโอกาสไหนดีกว่านี้แล้ว เฉินอ่าวก็ขอให้ท่านตาอุ้มเขาและวิ่งกลับไปหาคนอื่นๆ
และกว่าคนเ่าั้จะได้สติ สองตาหลานก็วิ่งหลบหนีทิ้งระยะห่างจากพวกเขาไปไกลซะแล้ว
“บ้าเอ๊ย”
“รีบตามไปเร็วเข้า”
เมื่อพวกเขาเห็นชายชราวิ่งหนี พวกเขาก็คิดว่าอีกฝ่ายก็คงกลัวคนจำนวนมากเช่นกัน ความกลัวและความใที่เหลืออยู่ต่อฉากเมื่อครู่จึงหายไป รีบวิ่งไล่ไปอย่างบ้าคลั่งพร้อมกับะโเสียงไล่ฆ่า
จากทิศทาง ชายชราและเด็กคนนั้นคงวิ่งกลับไปยังสระน้ำ ชายแซ่เค่อที่สงบนิ่ง ก็คิดในใจว่านี่เป็โอกาสดี ที่จะจัดการกับผู้ลี้ภัยทั้งหมดในคราวเดียว
โดยไม่คาดคิด เพียงติดตามไปถึงขอบเนิน ลูกศรกระดูกงูที่แหวกอากาศส่งเสียงวี๊ดๆ ก็ร้องมาแต่ไกล พุ่งปักไปที่ชายพกผ้าแดงคนแรกจนล้มถูกลูกศรปักลำคอเสียชีวิตคาที่
เสียง “ฟู่” ดังขึ้นอีกรอบทันทีที่คนแรกถูกยิง และลูกศรนั้นก็พุ่งเข้าใส่ชายแซ่เค่อ เขาใมากจึงรีบคว้าใครสักคนที่อยู่ข้างมาบังหน้า
โดยไม่คาดคิด เหมือนว่าคนที่ยิงจะหวังคาดการณ์ไว้เื่นี้แล้ว ลูกศรจึงพุ่งผ่านศีรษะของชายที่ถูกดึงมาเป็โล่ เบี่ยงออกมาจนปักเข้าไปที่ข้างแก้มแทงทะลุใบหู
“อ๊ากกก!!”
ชายแซ่เค่อร้องออกมาด้วยความเ็ป ล้มลงไปกับพื้นแล้วกลิ้งตัวไปหลบที่ด้านหลังต้นไม้
แต่เสียงธนูนี้เป็เพียงแค่ส่วนหนึ่ง ในจุดอื่นๆ ก็เริ่มมีเสียงการไล่ฆ่าและวิ่งลงเขาหนีตายเช่นกัน
“ตาย!!~~”
ฉั๊วะ!!~
อ๊ากกก
มีดทำครัวหักๆ ที่ดูไร้สนิมปาดเข้าไปที่จุดตายของทหารผ้าธงแดงคนหนึ่ง เมื่อเฉินอวี๋เห็นกลุ่มคนที่ลงมือ ก็พบว่าเป็พ่อและแม่ของเขาเองที่ปรากฏตัวออกมา
ร่างของเฉินอ่าวว่องไวผลุบๆ โผล่ๆเหมือนผี มีดแล่เนื้อไร้คมจัดการคนได้สองสามคนเพียงแค่การตวัด และเมื่อกลิ่นคาวเืโชยไปทั่วอากาศ ทันใดนั้นมันก็ได้ปลุกสัตว์ร้ายตัวน้อยอย่างเฉินต้าให้ออกมาสังหารคน
โฮ๊กก!!~
“เชี่ย”
“นี่ไม่ใช่ผู้ลี้ภัย”
“ถอยกลับไปหานายกองเพื่อแจ้งเื่นี้เร็วเข้า”
ฉากตรงหน้าที่มีเด็กร่างผอมสูงเพียงหัวไหล่ สามารถฆ่าและกัดคอคนจนชิ้นเนื้อหลุดตกตายได้ง่ายๆ ยังไม่รวมถึงมือธนูที่น่ากลัวและยอดนักรบที่ฆ่าคนได้อย่างรวดเร็ว มันจึงเกินกว่าสิ่งที่ชายแซ่เค่อจะตั้งตัวรับมือ
และนี่คงไม่ใช่แค่กลุ่มผู้ลี้ภัยหรือชาวบ้าน แต่เป็ยอดฝีมือที่หลบซ่อนตัว เขาจึงหน้าซีดวิ่งหนีตายลงเขา โดยไม่สนใจทางด้านหลังว่าลูกน้องคนอื่นๆ ของตัวเองจะอยู่หรือตาย
