“เขาคือจ้าวมู่ ศิษย์พี่ร่วมสำนักดาบของข้าเอง"
หลี่หยางกำหมัดแน่นจนข้อนิ้วซีดขาว แววตาที่เคยนิ่งสงบดุจน้ำบัดนี้ลุกโชนไปด้วยไฟแค้นและความเ็ปลึกๆ
“เขาคือคนที่ขายข้าให้สำนักอัคคีทมิฬ และเป็คนเปิดประตูเมืองให้ข้าศึกเข้ามาฆ่าล้างตระกูลข้าในคืนนั้น"
เซียวหลันวางมือลงบนบ่ากว้างที่สั่นเทาของเขา “หลี่หยาง ถ้าเ้าไปเจอเขาตอนนี้ เ้าจะคุมสติได้หรือ"
"ข้าต้องไป" หลี่หยางหันมามองนางด้วยสายตาเด็ดเดี่ยว "หุบเขาด้านหลังเป็ทางแคบชัยภูมิบังคับให้เดินทัพได้ทีละน้อย แม้ข้าศึกจะมีหมื่นคนแต่ถ้าข้าไปอุดที่ปากทาง ข้าจะยันพวกมันได้"
"แต่เ้ามีทหารให้ใช้แค่ 500 นายนะ" เซียวหลันแย้ง "500 ปะทะ 10,000 มันคือการฆ่าตัวตายชัดๆ"
"มันคือทางรอดเดียว" หลี่หยางกระชับดาบ “ข้าจะซื้อเวลาให้เ้าที่บริเวณด้านหน้าแม่น้ำ เ้าต้องยันพวกมันให้อยู่ ถ้าเ้าแตกพ่ายเมืองนี้ก็จบสิ้น"
เซียวหลันรู้ดีว่าเขาพูดถูก นางไม่มีเวลามาฟูมฟาย นางล้วงหยิบขวดกระเบื้องสีแดงเืนกออกมาจากอกเสื้อแล้วยัดใส่มือเขา
"นี่คือยาเม็ดโลหิตมาร" นางกระซิบเสียงเครียด “ข้าสกัดมันจากต่อมหมวกไตของสัตว์และสมุนไพรกระตุ้นหัวใจ จงกินเมื่อจำเป็เท่านั้น มันจะทำให้เ้าไม่รู้สึกเ็ปและมีพละกำลังมหาศาลชั่วคราว แต่หลังจากนั้นเ้าจะหมดสติไปสามวันสามคืน”
“ขอบใจเ้ามาก”
“สัญญามาว่าเ้าจะกินมันเพื่อรอดกลับมา ไม่ใช่กินเพื่อแลกชีวิตกับมัน"
หลี่หยางรับขวดยามากำไว้แนบอก เขาดึงร่างเล็กของเซียวหลันเข้ามากอดแน่นเป็ครั้งสุดท้ายก่อนจูบลงที่หน้าผากมนอย่างแ่เบา "ข้าสัญญา รอข้านะ”
เขาผละออกแล้วะโขึ้นหลังม้าสีนิลพร้ะโกนสั่งทหารกล้า 500 นาย "หน่วยพยัคฆ์ทมิฬ! ตามข้าไป! เราจะไปเด็ดหัวแม่ทัพปีศาจกัน!!”
ณ หุบเขาร้อยิญญา หลังเมืองหลี่เฉิง
ลมูเาพัดกรรโชกแรงหวีดหวิวราวเสียงภูตผีกรีดร้อง ช่องเขาแคบที่มีหน้าผาสูงชันขนาบสองข้างทาง บัดนี้เต็มไปด้วยเงาทะมึนของกองทัพนับหมื่นที่เดินเท้าเข้ามาอย่างเงียบเชียบ
ผู้นำทัพบนหลังม้าสีโลหิตคือชายร่างั์ในชุดเกราะสีแดงเข้ม ใบหน้ามีรอยสักรูปัพาดผ่านดวงตาซ้าย แววตาเหี้ยมเกรียมดุจสัตว์ร้าย
แม่ทัพจ้าวมู่
"หยุด!" จ้าวมู่ยกมือขึ้น สัญชาตญาณนักรบบอกว่ามีบางอย่างผิดปกติ
ที่ปากทางออกจากช่องเขา มีคนยืนขวางอยู่เพียงคนเดียว ชายหนุ่มในชุดเกราะสีดำสภาพยับเยิน ผ้าคลุมไหล่ขาดวิ่น ยืนปักหลักถือดาบยาวขวางทางกองทัพนับหมื่นอย่างไม่เกรงกลัว
จ้าวมู่หรี่ตามองก่อนจะแสยะยิ้มกว้าง "ฮ่าๆๆ! นึกว่าหมาจนตรอกตัวไหนที่แท้ก็ศิษย์น้องรองหลี่หยางผู้เก่งกาจนี่เอง ยังไม่ตายอีกรึ"
"ข้ามาจากนรกเพื่อลากเ้าลงไปจ้าวมู่" หลี่หยางเอ่ยเสียงเย็น "เ้าทรยศอาจารย์ ทรยศพี่น้อง และขายชาติ วันนี้ข้าจะชำระความกับเ้า"
"ชำระความรึ" จ้าวมู่หัวเราะลั่น "โลกนี้ผู้ชนะคือผู้เขียนประวัติศาสตร์ เ้ามันก็แค่หมาขี้แพ้ที่ยึดติดกับคุณธรรมจอมปลอม” พูดจบก็หันกลับไปหาเหล่าทหารของตัวเอง "ทหาร! ใครเด็ดหัวมันได้ข้าให้ทองพันชั่ง!!”
ทหารเลวนับร้อยกรูเข้าไปหาหลี่หยางพร้อมกัน
หลี่หยางคำรามลั่น "ตายซะ!"
ดาบในมือเขาวาดออกเป็วงพระจันทร์เสี้ยว ปราณดาบคมกริบตัดร่างทหารแถวหน้าขาดสะบั้นเืสาดกระจาย เขาไม่ได้ตั้งรับแต่พุ่งเข้าหาศัตรูประดุจพายุหมุน ใช้ความแคบของช่องเขาให้เป็ประโยชน์ ศพแล้วศพเล่าล้มลงกองแทบเท้าเขาจนกลายเป็กำแพงเนืุ้์ที่ขวางกั้นไม่ให้ทัพหลังขยับขึ้นมาได้
ตัดกลับมาที่หน้าประตูเมือง ริมแม่น้ำ
สถานการณ์ตึงเครียดไม่แพ้กัน แม่ทัพหน้ากากเหล็กสั่งให้ทหารรื้อบ้านเรือนฝั่งตรงข้ามมาทำแพไม้ไผ่เตรียมบุกข้ามแม่น้ำมาเป็ระลอกที่สอง
"พวกมันจะข้ามมาแล้ว!" เ้าเมืองจางร้องโวยวาย
เซียวหลันยืนอยู่บนกำแพงเมือง มองดูทิศทางลม ลมตะวันออกกำลังพัดแรง พัดจากฝั่งเมืองออกไปสู่แม่น้ำ
"ลมเป็ใจ" นางพึมพำ "เสี่ยวชุน! อาหลง! ขนถังปูนขาวและถังน้ำมันขึ้นมาบนกำแพงเมืองให้หมด!"
"ปูนขาวหรือเ้าคะ"
“ใช่... วิทยาศาสตร์ง่ายๆ ที่จะเปลี่ยนแม่น้ำให้เป็นรก" เซียวหลันสั่งการ "รอให้แพพวกมันมาถึงกลางน้ำก่อน"
เมื่อแพข้าศึกลอยมาถึงกึ่งกลางแม่น้ำ เซียวหลันสั่งให้ทหารขว้างถุงผ้าที่บรรจุปูนขาวนับร้อยถุงลงไปในน้ำพร้อมกับยิงธนูไฟตามลงไป
ถุงผ้าแตกออก ปูนขาวเมื่อทำปฏิกิริยากับน้ำจะเกิดความร้อนสูงจนน้ำเดือดพล่าน และเมื่อเจอกับน้ำมันที่ลอยอยู่ผิวน้ำและประกายไฟ
ฟึ่บ!
ควันสีขาวหนาทึบและไอความร้อนมหาศาลพวยพุ่งขึ้นมาจากผิวน้ำ ไม่ใช่แค่ควันธรรมดาแต่มันคือหมอกด่างกัดกร่อน
"อ๊ากกก! ตาข้า! ผิวข้า!"
ทหารข้าศึกบนแพกรีดร้องโหยหวน ละอองปูนขาวกัดกินดวงตาและิัจนแสบร้อนเหมือนถูกไฟคลอกบวกกับควันไฟที่ทำให้หายใจไม่ออก แพไม้ไผ่ชนกันเองจนล่มระเนระนาด ทหารจมลงสู่แม่น้ำที่ร้อนจัดราวกับกระทะทองแดง
"ยิงซ้ำ!" เซียวหลันสั่งอย่างไร้ปรานี
ลูกธนูนับพันดอกพุ่งเข้าใส่ศัตรูที่กำลังดิ้นทุรนทุรายในแม่น้ำ
แม่ทัพหน้ากากเหล็กมองดูทหารของตนถูกละลายในหมอกขาวด้วยความตื่นตะลึง “นังหมอปีศาจ มันใช้วิชามารอีกแล้ว!"
กลับไปที่หุบเขาร้อยิญญา
การต่อสู้ดำเนินมานานนับชั่วโมง หลี่หยางเริ่มอ่อนแรง าแใหม่เพิ่มขึ้นนับสิบแห่ง เืไหลโซมกายจนแยกไม่ออกว่าเืใคร
“เก่งมาก ยื้อได้นานขนาดนี้" จ้าวมู่ปรบมือช้าๆ ขี่ม้าแหวกวงล้อมศพเข้ามา "แต่เ้าเหนื่อยแล้ว ถึงเวลาที่พี่ชายจะสงเคราะห์ให้เ้าได้พักผ่อนเสียที"
จ้าวมู่ะโลงจากหลังม้าดึงดาบใหญ่ั์ที่หนักกว่าร้อยชั่งออกมาแล้วฟาดฟันลงมาที่หลี่หยางด้วยพละกำลังมหาศาล
เคร้ง!
หลี่หยางยกดาบรับแต่แรงกระแทกทำให้เขาทรุดฮวบลงคุกเข่า กระอักเืออกมาคำโต กระดูกข้อมือร้าวฉาน
"อ่อนหัด!" จ้าวมู่เตะเสยเข้าที่คางหลี่หยางจนลอยกระเด็นไปกระแทกหน้าผา
ตุ้บ!
หลี่หยางร่วงลงมากองกับพื้น สติเริ่มพร่าเลือน ภาพตรงหน้าเริ่มมืดลง
"จบกันแค่นี้แหละ ศิษย์น้อง" จ้าวมู่เงื้อดาบขึ้นเตรียมปลิดชีพ
'เซียวหลัน... ข้าขอโทษ...'
หลี่หยางหลับตาลง แต่แล้วมือของเขาก็ััโดนขวดกระเบื้องสีแดงในอกเสื้อ
‘กินเพื่อรอด ไม่ใช่กินเพื่อตาย'
ภาพใบหน้าเปื้อนยิ้มของเซียวหลันแวบเข้ามาในหัว นางกำลังรอเขาอยู่ หลี่หยางลืมตาโพลง ั์ตาเปลี่ยนเป็สีแดงฉาน เขาคว้าขวดบีบจนแตกแล้วกลืนยาเม็ดโลหิตมารลงคอทันที
ตึกตัก!
ตึกตัก!
หัวใจของเขาเต้นแรงจนแทบะเิ ความเ็ปหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยพละกำลังบ้าคลั่งที่เดือดพล่านราวกับลาวา
จ้าวมู่ฟาดดาบลงมาอีกครั้ง
หมับ!
หลี่หยางรับคมดาบั์ด้วยมือเปล่า เืไหลซึมจากฝ่ามือ แต่ดาบนั้นหยุดชะงักไม่ขยับแม้แต่นิ้วเดียว
"อะ... อะไรกัน!" จ้าวมู่เบิกตากว้าง
หลี่หยางเงยหน้าขึ้น แสยะยิ้มที่มุมปากอย่างปีศาจที่แท้จริง
"รอบที่สอง เริ่มได้!"
