เพียงแต่เซวียนอวิ๋นซีที่เพิ่งได้เกิดใหม่ไม่ถึงครึ่งชั่วยาม เสียงบ่นที่บ่งบอกถึงความไม่พอใจก็ดังขึ้นอยู่ด้านนอก และใกล้เข้ามาถึงห้องที่ครอบครัวของตนพักเรื่อย ๆ เป็จางซูเหยาที่รู้ว่าแม่สามีไม่พอใจด้วยเื่อันใด
‘ซูเหยา! นางลูกสะใภ้ตัวดีหายหัวไปที่ใด นี่ก็ใกล้จะมืดค่ำแล้วเหตุใดยังไม่ก่อไฟหุงหาอาหารให้พวกข้าอีก’
“ท่านพี่ท่านนั่งพักอยู่ตรงนี้รอข้าก่อนนะ ท่านแม่ไม่เห็นควันไฟจากห้องครัวคงเริ่มโมโหแล้ว ไว้ข้าทำอาหารมื้อเย็นเสร็จจะรีบกลับมา”
“ลำบากเ้าแล้วอาเหยา”
“ซีซีอยู่เป็เพื่อนท่านพ่ออย่าวิ่งออกไปด้านนอกเข้าใจหรือไม่”
“อื้อ ซีซีเข้าใจเ้าค่ะ”
ส่วนจื่อหานที่รู้สึกเป็ห่วงมารดาเกรงว่าจะถูกท่านย่าระบายโทสะ เขาจึงอาสาไปช่วยมารดาเตรียมอาหารที่ห้องครัว “ท่านแม่ข้าจะไปช่วยท่านอีกแรงจะได้ทำอาหารเสร็จทันเวลานะขอรับ”
จางซูเหยาส่งรอยยิ้มอันอบอุ่นให้กับบุตรชาย ทั้งที่บุตรชายของนางเป็คนฉลาดแต่ไม่ได้รับการสนับสนุนเื่การเรียน พ่อแม่สามีเอาแต่ทุ่มเทให้กับบุตรชายของพี่ชายสามีที่เข้าเรียนยังสำนักศึกษามาหลายปี แม้แต่สอบระดับถงเซิงก็ยังสอบไม่ผ่านเลยสักครั้ง พวกเขากลับกล่าวโทษว่าเป็เพราะอาจารย์สอนไม่ได้ความเสียได้
เพียงแค่ร่างของจางซูเหยาโผล่พ้นจากประตูห้อง การกระทำที่มีต่อลูกสะใภ้คนกลางคือการด่าทอ และผลักร่างที่ผอมโซจนเกือบล้มหัวทิ่ม หากไม่มีจื่อหานช่วยประคองร่างมารดาเอาไว้ วันนี้คงมีคนาเ็เพิ่มเป็แน่
“หนอยย กว่าจะโผล่หัวออกมาได้นะซูเหยา ข้าะโเรียกเ้าอยู่ตั้งนานสองนานเหตุใดถึงไม่ขานตอบ ห๊ะ! ไปเลยนะรีบไปทำอาหารเย็นได้แล้ว อีกประเดี๋ยวคนอื่น ๆ กลับมาถึงจะได้กินข้าวตามเวลา ไป! ฮึ่ย”
“ข้าจะไปเดี๋ยวนี้...อ๊ะ!”
“ท่านแม่ท่านไม่เป็อันใดใช่ไหมขอรับ”
นางหลิวคิดว่าลูกสะใภ้คนรองเสแสร้งก็พูดประชดประชันท่าทางของจางซูเหยาทันที “เหอะ อย่าคิดถ่วงเวลาด้วยการแกล้งาเ็เลย รีบไปทำตามที่ข้าสั่งได้แล้วถ้าบุตรหลานของข้าโมโหหิว พวกเ้าจะถูกงดมื้อเย็นของวันนี้ทันที”
“เ้าค่ะท่านแม่”
นางหลิวมองตามหลังจางซูเหยากับบุตรชายไปยังห้องครัวแล้ว ก็หันกลับมาเล่นงานสองพ่อลูกที่อยู่ด้านในห้องเช่นกัน “พวกไม่ได้เื่าเ็เป็ไข้แค่เล็ก ๆ น้อย ๆ ก็สำออยเสียเหลือเกิน ถ้าพวกเ้าสี่คนไม่ยอมช่วยทำงาน ก็อย่าหวังว่าจะได้กินข้าวในบ้านหลังนี้ หึ”
‘ฮึ่ย! ยายแก่ปากมากนี่ชาติก่อนเคยเกิดเป็นกมาก่อนหรือไง พูดแต่ละอย่างทำลายความรู้สึกของคนฟังเสียอย่างนั้น ถึงไม่มีข้าวของเ้าพวกข้าก็ไม่อดตายหรอก ชิ’
อวิ๋นซีบ่นอุบอยู่ในใจกับการกระทำของผู้เป็ย่า นางมองเห็นถึงความเ็ปของบิดาที่ถูกมารดาผู้ให้กำเนิดใช้วาจาที่ไม่น่าฟัง นั่นยิ่งเป็การตอกย้ำความรู้สึกในจิตใจจนน่าหดหู่
แต่คนอย่างนางไม่มีทางยอมให้บิดาคิดมากเื่นี้อยู่แล้ว จึงใช้มือน้อย ๆ ของตนจับมือบิดาขึ้นมากุมไว้ และบอกเื่ราวบางอย่างที่แสร้งว่าเป็เื่น่าอัศจรรย์อย่างมาก โดยไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะเกิดขึ้นกับตนได้
“ท่านพ่อเ้าคะท่านอย่าได้เสียใจกับมารดาใจดำเช่นนี้เลย ซีซีมีเื่บางอย่างอยากเล่าให้ท่านพ่อฟัง รวมถึงสถานที่บางแห่งที่มันอาจจะเหลือเชื่อไปบ้าง แต่มันก็มีอยู่จริง ๆ และยังเป็ข้าที่ได้มันเ้าค่ะ”
หลิ่งเฟิงหยางจ้อมมองหน้าบุตรสาวด้วยการขมวดคิ้วมุ่น เพราะเขารู้สึกได้ว่าบุตรสาวที่ร่างกายอ่อนแอพูดได้ช้าของตน ยามนี้นางกลับมีบางอย่างที่เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างมาก แต่หลิ่งเฟิงหยางทำเพียงเอ่ยถามคล้ายกับว่า เื่ที่บุตรสาวจะพูดคงไม่พ้นพวกเื่เล่าทั่วไปเท่านั้น
“โอ๋ว ไหนซีซีของพ่อมีเื่น่าประหลาดใจอันใดจะบอกพ่องั้นหรือ ลองเล่าให้พ่อฟังสักหน่อยเป็อย่างไร”
อวิ๋นซีย่อมรู้ว่าบิดาไม่เชื่อสิ่งที่นางกำลังจะเล่าจะออกมา แต่ไม่เป็ไรเพราะนางมีหลักฐานที่ช่วยยืนยันได้ “ท่านพ่อท่านเชื่อเื่เกี่ยวกับเทพเซียนบน์หรือไม่เ้าคะ?”
หลิ่งเฟิงหยางแปลกใจที่บุตรสาวถามเกี่ยวกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ “ทุกคนล้วนเชื่อเื่ที่เ้าพูดออกมาอยู่แล้วสิลูก เ้าถามไปทำไมหรือ?”
“เพราะเื่นี้เกี่ยวกับท่านเทพองค์หนึ่งเ้าค่ะท่านพ่อ ตอนที่ซีซียังไม่ฟื้นมีท่านเทพมาพาไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง ที่แห่งนั้นมีครอบครัวฐานะร่ำรวยมาก ๆ ที่สำคัญคนเ่าั้ยังมีใบหน้าคล้ายท่านพ่อท่านแม่และพี่ใหญ่รวมถึงซีซีด้วย
ท่านเทพไม่ได้พาไปแค่ให้มองดูเฉย ๆ นะเ้าคะ แต่ท่านเทพให้ซีซีได้อยู่ในร่างของบุตรสาวครอบครัวนี้ และได้ร่ำเรียนวิชาความรู้ที่แปลกประหลาด ซึ่งสิ่งที่เรียนรู้เ่าั้มันสามารถใช้เป็อาชีพหาเงินได้มากมายมหาศาล
จนกระทั่งร่างของหญิงสาวคนนี้หมดอายุขัย ดวงจิตของซีซีก็กลับมาอยู่ในร่างปกติแต่ว่าไม่ได้กลับมามือเปล่า ท่านเทพยังมอบมิติที่มีสิ่งของจากโลกแห่งนั้นติดตัวซีซีมาด้วยเ้าค่ะ” อวิ๋นซีเล่าด้วยสีหน้าจริงจังสายตาไม่ล่อกแล่กว่าเป็การพูดโกหก
หลิ่งเฟิงหยางแค่ได้ยินว่าดวงจิตของบุตรสาวออกจากร่าง หัวใจของเขาก็คล้ายกับว่าถูกบีบรัดด้วยอะไรบางอย่าง พอบุตรสาวพูดจบจึงกอดร่างเล็ก ๆ ของนางไว้แน่น และกล่าวออกไปว่าตนนั้นโชคดีที่บุตรสาวกลับคืนมา
“ซีซีลูกพ่อ ฮึก พ่อมันไม่เอาไหนเลยจริง ๆ ที่ปล่อยให้เ้าถูกรังแกจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด ขอบคุณ์ที่ยังเมตตาคืนเ้าให้พวกเรา”
อวิ๋นซีรับรู้ถึงความรักความห่วงใยของบิดาคนใหม่ได้ นางจึงใช้มือน้อย ๆ ตบไปที่ไหล่บิดาเบา ๆ คล้ายปลอบประโลม รวมถึงคำพูดที่นางเลือกจะพูดออกมา “ท่านพ่ออย่าพูดเช่นนั้นเลยเ้าค่ะ ต่อไปซีซีจะแข็งแรงและดูแลปกป้องพวกท่านเอง แต่สิ่งที่สำคัญตอนนี้คือการรักษาขาของท่านพ่อนะเ้าคะ”
“เฮ้อ ต่อให้ไปโรงหมอทันพ่อคงกลับมาเดินเช่นเดิมไม่ได้อีก จะทำงานหนักเพื่อหาเงินก็คงลำบากแต่ถึงกระนั้นพ่อจะไม่ยอมเป็ภาระให้พวกเ้าแน่”
“ท่านพ่อท่านจะกลับมาเดินได้ปกติแน่นอน เื่นี้ปล่อยให้เป็หน้าที่ของซีซีเองเ้าค่ะ เดี๋ยวเราสองคนเข้าไปในมิติกันก่อน เพราะด้านในมีท่านหมอฝีมือเก่งกาจมากมาย พวกเขาจะช่วยรักษาาแเบื้องต้นให้ท่านพ่อ ท่านจะได้ไม่ทรมานจากาแนะเ้าคะ”
“ซีซีเ้าเพิ่งบอกว่าในมิตินั่นมี...”
“คิก ๆ ๆ ไปกันเถิดเ้าค่ะท่านพ่อ...วูบ”
แค่อวิ๋นซีพูดจบทั้งสองคนก็เข้ามาอยู่ในมิติอันกว้างใหญ่แล้ว หลิ่งเฟิงหยางยังคงนั่งอยู่กับพื้นเช่นเดียวกับก่อนจะเข้ามา แต่สิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าทำให้เข้าต้องเชื่อแล้วว่าที่บุตรสาวเล่าให้ฟังเป็เื่จริง
ส่วนอวิ๋นซีไม่มองท่าทีตกตะลึงของบิดา นางส่งเสียงเรียกหมอจนดังลั่นไปทั่วมิติ “คุณหมออออ!!! มีคนาเ็รีบมารับตัวเป็การด่วนนน!!!”
จากนั้นไม่ถึงหนึ่งจิบชาก็มีทั้งหมอและพยาบาล วิ่งมาพร้อมกับรถเข็นและถามเ้าของมิติว่า้าให้ตนทำสิ่งใด “คุณหนูมีใครได้รับาเ็หรือ แล้วาเ็ที่ใด อาการหนักหรือไม่”
“อือ คุณหมอชายคนนี้คือพ่อของฉันเอง เขาาเ็เพราะตกเขาจนขาหักและไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ตอนนี้ขาเริ่มบวมคาดว่าน่าจะเกิดการอักเสบ รบกวนคุณหมอช่วยรักษาอาการเบื้องต้นให้ก่อน เพื่อบรรเทาความเ็ปไว้วันหลังจะพาเข้ามารักษาในระยะยาวอีกครั้ง”
“ได้เลยครับคุณหนู ทุกคนพาคุณผู้ชายเข้าไปในห้องตรวจเร็วเข้า พวกเราต้องทำเวลาในการรักษาโดยเร็ว”
“ครับคุณหมอ”
หลิ่งเฟิงหยางนั่งนิ่งเขาฟังเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง จนถูกพาตัวเข้ามาในโรงพยาบาลที่สะอาดสะอ้าน เขาไม่รู้ว่าการรักษาที่บุตรสาวพูดถึงนั้นต้องใช้เครื่องมือหน้าตาแปลกประหลาดมากมาย ซึ่งมันแตกต่างกับท่านหมอที่ตนเคยได้รับการรักษาอย่างมาก
เนื่องจากกระดูกขาของหลิ่งเฟิงหยางผิดรูปไปเล็กน้อย จึงถูกหมอจัดกระดูกให้เข้าที่และทำการดามขาด้วยวัสดุอย่างดี พร้อมกับฉีดยาแก้ปวดและยาแก้อักเสบอย่างละหนึ่งเข็ม
“ท่านพ่อเป็อย่างไรบ้างเ้าคะ”
“พ่อรู้สึกว่าไม่ปวดมากเหมือนก่อนหน้านี้แล้วล่ะซีซีไม่ต้องห่วงนะ”
“อีกประเดี๋ยวหากยาออกฤทธิ์ท่านพ่อจะรู้สึกดีมากขึ้นอีกเ้าค่ะ พวกเราหายเข้ามานานพอสมควรคงต้องกลับออกไปแล้ว หากท่านแม่กับพี่ใหญ่กลับมาพบว่าไม่มีใครอยู่จะทำให้ใเอาได้เ้าค่ะ”
“คุณหนูนี่เป็ยาที่คุณผู้ชายต้องกินนะครับ สัดส่วนและเวลาที่ต้องกินมีเขียนบอกไว้เรียบร้อยครับ”
“ขอบคุณคุณหมอมากค่ะ ไว้พบกันใหม่ครั้งหน้านะคะ”
“ยินดีที่ได้ช่วยเหลือครับคุณหนู”
เมื่อจัดการเื่ขาที่าเ็ของบิดาเสร็จ อวิ๋นซีก็จับมือหนาและนึกถึงห้องที่เพิ่งจากมาทันที ซึ่งเป็ความโชคดีที่นางกับบิดาออกจากมิติ ก่อนที่มารดากับพี่ชายจะกลับมามือเปล่า นั่นก็หมายความว่าเย็นวันนี้ครอบครัวของนางถูกงดอาหารมื้อเย็น
หลิ่งเฟิงหยางที่เห็นสีหน้าอันเศร้าสร้อยของภรรยากับบุตรชาย เขาย่อมเข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว “หึ ท่านแม่สั่งลงโทษไม่ให้พวกเรากินข้าวอีกแล้วใช่ไหมอาเหยา”
“ใช่เ้าค่ะท่านพี่ ทั้งที่เนื้อสัตว์มากมายนั่นเป็ท่านที่หามาได้จนาเ็ ท่านพ่อท่านแม่ยังไม่คิดเห็นใจแบ่งให้ท่านสักนิด” จางซูเหยาตอบสามีด้วยดวงตาแดงก่ำเพราะพยายามไม่ร้องไห้นั่นเอง
หลิ่งจื่อหานรู้สึกโกรธจนทนไม่ไหวต้องระบายออกมา “ท่านย่ายังพูดเหมือนกับว่าพวกเราเป็ขอทาน ที่คิดจะแย่งอาหารมากินด้วยขอรับท่านพ่อ ข้าเกลียด ๆ ทุกคนในเรือนนั่น!”
“เหอะ พวกคนใจดำไม่รู้จักสำนึกบุญคุณ ท่านแม่ พี่ใหญ่ พวกท่านไม่ต้องห่วงเื่อาหารอีกแล้วนะเ้าคะ ครอบครัวของเราจะกินอาหารที่อร่อยและอิ่มท้องทุกมื้อ ไม่ใช่น้ำต้มข้าวใส ๆ กับเศษผักที่เหมือนอาหารหมูอีกแล้วเ้าค่ะ”
หลิ่งจื่อหานคิดว่าน้องสาวคงหิวจนพูดเพ้อเจ้อ เขาจึงลดเสียงกลับมาพูดเช่นปกติกับน้องสาว “ซีซีน้องพี่พวกเราจะไปหาอาหารอย่างที่เ้าว่ามาจากที่ใด เงินสักอีแปะก็ไม่มีติดตัวสัตว์ที่ท่านพ่อล่ามาได้ยังกลายเป็ของคนอื่นอีก อาหารอร่อย ๆ พวกเราไม่มีปัญญาหามากินได้หรอกนะ”
อวิ๋นซีหันไปทางบิดาผู้ที่ได้เห็นสิ่งที่อยู่ในมิติของนางแล้ว คล้ายกับ้าถามว่าควรบอกมารดากับพี่ชายได้หรือไม่ พอบิดาพยักหน้าให้อวิ๋นซีจึงจับจูงมือมารดากับพี่ชายมานั่งข้าง ๆ บิดา เพื่อบอกเล่าเื่ที่นางเพิ่งพาบิดาไปพบเจอมาก่อนหน้าไม่นาน
“ท่านแม่ พี่ใหญ่ ซีซีจะบอกเื่สำคัญมาก ๆ ให้พวกท่านฟัง เมื่อฟังแล้วจะพาไปดูของจริงเพียงแต่ว่าพวกท่านต้องเก็บเป็ความลับ อย่าได้แพร่งพรายหลุดปากบอกใครหน้าไหนเด็ดขาดนะเ้าคะ”
“หือ ซีซีอยากเล่าเื่อันใดงั้นหรือ ถึงกับต้องเก็บเป็ความลับเช่นนี้”
“หากท่านแม่ฟังที่ซีซีเล่าจนจบก็จะเข้าใจเองเ้าค่ะ ว่าเหตุใดถึงต้องเก็บมันเป็ความลับ”
“ได้ ๆ ๆ เล่ามาเถิดแม่กับพี่ใหญ่ของเ้ารอฟังอยู่นะ”
“พวกท่านตั้งใจฟังให้ดีนะเ้าค่ะ เื่มันมีอยู่ว่า...ฯลฯ...สิ่งที่ซีซีเล่าให้ฟังก็เป็เช่นนี้ถ้าท่านแม่กับพี่ใหญ่ไม่เชื่อ ลองถามท่านพ่อดูสิเ้าคะว่าซีซีโกหกหรือไม่”
ซูเหยากับบุตรชายหันไปทางหลิ่งเฟิงหยางพร้อมกัน เพื่อขอคำยืนยันว่าสิ่งที่บุตรสาวพูดมานั้นคือเื่จริง “ท่านพี่นี่มัน...”
“อาเหยาที่ซีซีพูดมาล้วนเป็เื่จริง นอกจากนี้อาการาเ็ของพี่ลูกของเราเพิ่งพาเข้าไปรักษา เพราะอาการปวดจากาแลดลงไปมาก คืนนี้คงนอนหลับได้สนิทกว่าคืนที่ผ่านมาแล้วล่ะ เ้าดูสิฝีมือการรักษาของท่านหมอดีกว่าหมอในตำบลอีกนะ”
“ขอบคุณ์ที่เมตตาเห็นใจครอบครัวของพวกเราเ้าค่ะ หากวันหน้าพวกข้ามีฐานะที่ดีขึ้นจะแบ่งปันให้คนที่ลำบาก เพื่อทำความดีเป็การตอบแทนท่านนะเ้าค่ะ” จางซูเหยาคุกเข่าโขกศีรษะมองขึ้นไปบนท้องฟ้า
อวิ๋นซีเห็นว่านี่เป็เวลาอาหารมื้อเย็น ซึ่งทุกคนรวมถึงตนย่อมหิวข้าวเป็แน่ จึงได้เอ่ยชวนพี่ชายเข้าไปเลือกอาหารในมิติมาให้บิดากับมารดา
“ท่านแม่ท่านอยู่ดูแลท่านพ่อสักประเดี๋ยวนะเ้าคะ ซีซีกับพี่ใหญ่จะไปเอาอาหารออกมาเองเ้าค่ะ”
“ได้จ้ะ”
“พี่ใหญ่เราไปเลือกของอร่อยมากินกันเถิดเ้าค่ะ ท่านอยากกินสิ่งใดก็หยิบออกมาได้เลยนะ”
“อื้อ ขอบใจซีซีมากนะ”
สองสามีภรรยามองดูบุตรของตนหายไปกลางอากาศ หลิ่งเฟิงหยางอาจไม่ตกแต่กับจางซูเหยานั้นไม่ใช่ นางเกือบยกมือปิดปากตนเองไม่ทัน จนผู้เป็สามีต้องจับมือและปลอบนางให้หายใ
ทางด้านสองพี่น้องที่เข้ามาในมิติก็ตรงไปยังร้านอาหาร ที่ยามนี้ในตู้กระจกมีอาหารหลากหลายรายการวางเรียงรายให้เลือก และที่สำคัญมันยังอุ่นอยู่ตลอดเวลาอีกด้วย อวิ๋นซีหยิบถาดมาวางจานอาหารที่พี่ชายเลือก
เมื่อได้อาหารสามสี่อย่างพร้อมข้าวสวยหอม ๆ ก็นำออกไปนั่งกินกับบิดามารดาอย่างเอร็ดอร่อย และนี่เป็ครั้งแรกที่สี่คนพ่อแม่ลูกได้กินอิ่มท้อง นอนหลับได้สนิทไม่ต้องนอนพลิกไปพลิกมาเพราะความหิวอีก
