บทที่ 13
บังเอิญเจอนางเอก
คงไม่บังเอิญขนาดนั้นหรอกมั้ง ซ่งหยวนคิดในใจ เขาเพิ่งมาถึงตัวเมืองแท้ๆ จะไปเจอเข้ากับนางเอกนิยายแนวทำฟาร์มได้อย่างไร
เป็ไปไม่ได้ ไม่มีทางหรอก
ซ่งหยวนส่ายหัวเตรียมจะเดินลงบันได ทว่าในวินาทีนั้นเอง ประตูก็ส่งเสียง "เอี๊ยด" เปิดออกมาจากด้านใน
เขาไม่ทันตั้งตัว จึงได้เผชิญหน้า สบสายตาเข้ากับหญิงสาวที่เดินนำออกมาอย่างจัง
อีกฝ่ายรูปร่างโปร่งระหง เครื่องหน้าประณีตราวกับสลักเสลามาอย่างสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ ภายใต้คิ้วและดวงตาที่งดงามนั้น ดวงตาสีดำขลับคู่นั้นดูใสกระจ่างวาววับ ราวกับนิลที่แช่อยู่ในน้ำแข็ง
โดยเฉพาะจุดแต้มสีแดงตรงระหว่างคิ้ว ยิ่งขับเน้นให้ดูมีสง่าราศีราวกับเซียนผู้อยู่เหนือโลก สวยจนแทบหยุดหายใจประหนึ่งเทพธิดาจุติลงมา
ซ่งหยวนเหลือบมองแวบแรกก็คิดว่าเป็แม่นางที่สวยมาก พอเหลือบมองตรงกลางหน้าผากนางเท่านั้นแหละ เขาก็กลั้นไม่อยู่ สบถด่าในใจออกมาคำโต "เชี้ย!"
นางเอกจริงๆ ด้วย
จุดแต้มแดงกลางหน้าผากคือสัญลักษณ์เด่นของนางเอก
ในนิยายต้นฉบับบรรยายไว้ว่า ชาติก่อนนางเอกเป็ผู้ยิ่งใหญ่ในยุควันสิ้นโลก ยอมสละชีพเพื่อกอบกู้ใต้หล้า จึงได้สะสมบุญบารมีไว้นับประการ
ดังนั้นเมื่อกลับชาติมาเกิดในชาตินี้ จึงกลายเป็ "ลูกรัก์" โดยแท้จริง ความจริงก็เป็เช่นนั้น ทันทีที่นางเอกเกิด จังหวัดกวางอันที่แห้งแล้งติดต่อกันมาสามปีก็มีฝนตกลงมาห่าใหญ่
บ่อน้ำเก่าหลังบ้านที่แห้งเหือดมาหลายปีกลับมีน้ำพุผุดขึ้นมาเองอย่างไร้สาเหตุ
แม้แต่แม่ไก่แก่ที่บ้าน ยังออกไข่รัวๆ หลายสิบฟองในคืนเดียว
เื่ก่อนหน้าอาจบอกว่าเป็เื่บังเอิญได้ แต่เื่แม่ไก่ออกไข่หลายสิบฟองในคืนเดียวนี่มันช่างผิดหลักวิทยาศาสตร์สิ้นดี แต่มันก็เกิดขึ้นจริง ยิ่งเป็การยืนยันว่านางเอกคือ "ธิดาผู้มีบุญหนักศักดิ์ใหญ่"
ตอนที่ซ่งหยวนอ่านนิยายต้นฉบับ สีหน้าของเขาเป็แบบนี้เลย Σ( ° △ °|||)︴
คนเขียน... ท่านอย่ากาวเกินไปหน่อยเลย
สรุปคือั้แ่นางเอกเกิดมานางก็ดวงเฮงสุดๆ เดินออกจากบ้านก็เก็บสมบัติได้ ไม่ก็เจอท่านผู้ใหญ่ผู้สูงศักดิ์ เส้นทางชีวิตเน้นการเป็ "ลูกรักของทุกคน"
ซ่งหยวนอิจฉาจนตาร้อนผ่าวกลายเป็มะนาวลูกหนึ่งไปแล้ว
เป็ผู้ทะลุมิติเหมือนกันแท้ๆ ทำไมนางเอกถึงได้อยู่อย่างสุขสบายขนาดนี้ ส่วนเขาต้องมากินแกลบกินรำ
แต่พอคิดได้ว่าชาติก่อนนางเอกยอมตายเพื่อช่วยชาวโลก ซ่งหยวนก็เริ่มหายอิจฉา นางเอกสมควรแล้วที่จะได้เสวยสุขในชาตินี้
คนทั้งบ้านรวมถึงพี่ชายทั้งสามคนต่างก็รักและประคบประหงมนางราวกับไข่ในหิน
ต่อมาก็มีพระเอกคอยตามอกตามใจนางอีก
นางเอกั้แ่เด็กจนโตไม่เคยต้องลำบากเลยสักนิด สมกับที่คนเขียนบอกไว้ว่านางเกิดมาเพื่อเสวยสุขโดยเฉพาะ
ส่วนใครก็ตามที่บังอาจไปล่วงเกินนางเอกเข้า จะต้องประสบกับคราวเคราะห์และมีจุดจบที่อนาถยิ่งนัก
พอคิดถึงว่าเ้าของร่างเดิมแค่ไปแทะโลมนางเอก ก็ถูกตีจนขาหัก ถูกโยนเข้าไปในกลุ่มขอทาน ต้องขอทานประทังชีวิต และสุดท้ายก็ตายด้วยความหิวโหยและหนาวเหน็บ
ซ่งหยวนก็สะดุ้งเฮือก รีบถอยกรูดไปหลายก้าว หลบฉากออกมาอย่างรวดเร็วราวกับเห็นโรคระบาด
รอยยิ้มที่มุมปากของ "ซูฉางอวี้" ชะงักไปเล็กน้อย นางหรี่ตาลงพร้อมสีหน้าประหลาด... นางดูน่ากลัวขนาดนั้นเชียวหรือ?
นางกำลังจะอ้าปากพูด ก็เห็นซ่งหยวนหันหลังโกยอ้าวไปแล้ว
"นี่!" ซูฉางอวี้ะโเรียก
พอแว่วเสียงเรียก ซ่งหยวนก็ยิ่งซอยเท้าวิ่งเร็วกว่าเดิม
จะอยู่รออะไรล่ะ!
ถึงแม้นางเอกจะเป็ธิดาผู้มีบุญ ใครคบด้วยก็ได้ดีไม่เป็ขุนนางก็รวยมหาศาล หรือไม่ก็เจอเนื้อคู่จาก์ แต่เขาคือ "ตัวประกอบ" นะเว้ย!
ตัวประกอบที่ดวงกุดแบบเขาขืนไปพัวพันกับนางเอกจะมีเื่ดีได้อย่างไร ต้องรีบเผ่นสิ
เมื่อเห็นเงาร่างของซ่งหยวนหายวับไปกับตา ซูฉางอวี้ก็ก้มลงเก็บถุงเงินที่ตกอยู่บนพื้น พลางแค่นยิ้ม "จะวิ่งทำไมกัน เงินหล่นแล้วเนี่ย"
ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่เดินตามหลังซูฉางอวี้ออกมาเอ่ยถาม "มีอะไรหรือฉางอวี้"
ซูฉางอวี้โยนถุงเงินเล่นในมือเบาๆ ฟังเสียงเงินย่อยกระทบกันข้างใน พร้อมสีหน้าพิลึก "เจอคนประหลาดเข้าน่ะสิ"
"ข้าเห็นถุงเงินเขาหล่น กะจะเรียกบอกเสียหน่อย พอเขาเห็นหน้าข้าปุ๊บก็เผ่นปั๊บเลย"
ซ่งหยวนวิ่งออกมาจากโรงเตี๊ยมอย่างรวดเร็ว พอเห็นว่านางเอกไม่ได้ตามมา เขาก็หยุดพัก เอามือค้ำเข่าหอบหายใจแฮกๆ เยี่ยมมาก... ไม่โดนนางเอกจับตัวไว้
ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกว่าตัวมันเบาๆ แปลกๆ เขาจึงรีบคลำที่หน้าอก แต่กลับพบว่ามันว่างเปล่า
ไม่ถูกสิ เงินข้าล่ะ
เงินข้าหายไปแล้ว!
เขาลองนึกทบทวนดูดีๆ ก็นึกไม่ออกว่าเงินหล่นไปตอนไหน
ซ่งหยวนอยากจะร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตา เขาชะโงกหน้ากลับไปแอบดูในโรงเตี๊ยม พยายามมองหาเงินที่ทำหายบนพื้น
"เงินของเ้าอยู่นี่" เสียงทุ้มต่ำและใสเย็นดังขึ้นเหนือหัว
ซ่งหยวนเงยหน้าขึ้น ก็สบเข้ากับดวงตาสีดำที่เป็ประกายล้อเลียนของซูฉางอวี้
เชี้ย... นางเอก
ซ่งหยวนตั้งท่าจะโกยอีกรอบตามสัญชาตญาณ แต่พอเห็นถุงเงินที่คุ้นตาในมือซูฉางอวี้ เขาก็เหมือนไก่ที่ถูกจับหนังคอหยุดชะงักลงทันที
ซูฉางอวี้ยิ้มกึ่งบึ้ง "เ้าจะกลัวข้าไปทำไม ข้าไม่ได้กินคนเสียหน่อย"
ใครบอกว่าเขากลัว เขาไม่ได้กลัวเสียหน่อย!
ซ่งหยวนยืดตัวตรง ทันใดนั้นเขาก็ต้องใ... นางเอกตัวสูงมากเลยนี่หว่า สูงกว่าเขาอยู่นิดหนึ่งด้วยซ้ำ
หรือว่าเขาจะเตี้ยเกินไปเองกันนะ
ไหล่ของซ่งหยวนห่อลงทันที ในใจเริ่มสูญเสียความมั่นใจไปนิดๆ
"อ่ะ ถุงเงินของเ้า" ซูฉางอวี้โยนถุงเงินให้เขา
ซ่งหยวนรับถุงเงินไว้อย่างลนลาน พลางลองชั่งน้ำหนักดู รู้สึกว่าเงินไม่หายจึงไม่ได้เปิดเช็ค นิสัยของนางเอกนั้นเขาเชื่อใจได้อยู่แล้ว
เขาเก็บถุงเงินเข้าอกแล้วเอ่ยขอบคุณอย่างจริงใจ "ขอบคุณท่านมากนะแม่นางผู้มีเมตตา ขอให้คนดีมีศรีสุขตลอดไปนะขอรับ"
ซูฉางอวี้มองเขาเรียบๆ ส่งเสียง "อืม" ในลำคอ แล้วหันไปหาชายหนุ่มร่างสูง "คืนถุงเงินเสร็จแล้ว พี่สาม พวกเรากลับกันเถอะ"
มองตามหลังนางเอกที่เดินลับตาไป ซ่งหยวนก็ลอบถอนหายใจออกมา
ไม่รู้ทำไม เวลาอยู่ต่อหน้านางเอก เขารู้สึกเหมือนตัวเองตัวเล็กลงไปครึ่งหนึ่ง หรือจะเป็เพราะนางเอกสูงกว่าเขาจริงๆ?
นางเอกสูงขนาดนี้ พระเอกคงต้องสูงสักร้อยเก้าสิบเิเขึ้นไปล่ะมั้งนั่น
ซ่งหยวนบ่นพึมพำกับตัวเองแล้วก็เลิกใส่ใจ เขาคลำถุงเงินในอกเพื่อกันหายอีกรอบ จากนั้นจึงตัดสินใจเก็บถุงเงินเข้ามิติไปเลย เหลือไว้เพียงเงินย่อยนิดหน่อยไว้ใช้สอย
เขาเงยหน้ามองฟ้า ประเมินว่าตอนนี้น่าจะเป็ยามเว่ย (บ่ายโมงถึงบ่ายสาม) เดี๋ยวเขาต้องไปหาซื้อของใช้เข้าบ้านอีก วันนี้คงกลับบ้านไม่ทันแน่ๆ
เขาเดินไปยังร้านน้ำชาหน้าประตูเมือง ตั้งใจจะไปบอกคนขับเกวียนว่าไม่ต้องรอแล้ว
ขณะที่ใกล้จะถึงประตูเมือง ซ่งหยวนก็เห็นชายแปลกหน้าสองคนเดินสวนมา
ทีแรกซ่งหยวนไม่ได้ใส่ใจ แต่พอเห็นทั้งคู่เดินตรงมาหาเขาด้วยท่าทางที่ไม่เป็มิตร
ในใจของซ่งหยวนก็เริ่มเกิดลางสังหรณ์ที่ไม่ดีขึ้นมาทันที
ช่วยด้วย!
นี่เป็ปัญหาที่เ้าของร่างเดิมไปก่อไว้ที่ไหนอีกเนี่ย
ซ่งหยวนกวาดตามองรอบข้าง วางแผนเส้นทางหนีไว้ในหัว หากสถานการณ์ไม่ดี เขาต้องโกยเป็อันดับแรก
"ซ่งต้าซู่ เ้ายังคิดจะหนีอีกรึ?" ชายตัวสูงยืนขวางทางซ่งหยวนไว้
ซ่งหยวนฝืนยิ้มออกมา "พวกท่านเข้าใจผิดแล้ว ข้าไม่ได้คิดจะหนี"
ชายตัวเตี้ยอีกคนเอ่ย "ซ่งต้าซู่ เ้าช่างขวัญกล้าเทียมฟ้านัก บังอาจทิ้งลูกพี่อินไว้ข้างหลัง แล้วแอบมาหาความมั่งคั่งใส่ตัวคนเดียวรึ"
ที่แท้ก็ลูกน้องของลูกพี่อินนี่เอง
ซ่งหยวนนึกออกทันที ต้องเป็เ้าโสว่โหวที่ไปคาบข่าวไปบอกแน่ๆ
ชายทั้งสองขนาบซ้ายขวาโอบไหล่เขา ปิดเส้นทางหนีของเขาจนมิด "ลูกพี่อินอยากเจอเ้า รีบตามพวกเราไปเดี๋ยวนี้"
ซ่งหยวนมองแขนขาเรียวๆ ของตัวเอง เทียบกับชายฉกรรจ์ร่างกำยำทั้งสองคน ถ้าขืนสู้ไปเขามีแต่เสียเปรียบ
แม้เ้าของร่างเดิมจะเก่งเื่ชกต่อย แต่เขาทำไม่เป็! เขาเป็เด็กเรียนดีมาตลอดชีวิต ไม่เคยมีเื่กับใคร ถ้าต้องปะทะเขาก็มีแต่จะเป็ฝ่ายถูกยำฝ่ายเดียว
เขาจึงยกมือยอมแพ้ "ก็ได้ พวกท่านอย่ามาจับข้าเลย ข้าจะไปเอง"
บนถนนที่พลุกพล่านไปด้วยผู้คน
"ซูฉางเซิ่ง" หิ้วของพะรุงพะรัง ยืนรอคนขับเกวียนอย่างเบื่อหน่ายอยู่ริมถนน
สายตาเหลือบไปเห็นเงาร่างที่คุ้นตา เขาจึงหัวเราะ "แหะๆ" แล้วบอกว่า "ฉางอวี้ เ้าดูสิ นั่นไม่ใช่เ้าโง่ที่ทำถุงเงินตกเมื่อครู่หรอกรึ?"
โชคดีที่ซ่งหยวนไม่ได้ยินคำนี้ ไม่อย่างนั้นคงได้สวนกลับไปว่า แกสิโง่ โง่กันทั้งบ้านนั่นแหละ!
ซูฉางอวี้เอ่ยอย่างเกียจคร้าน "อ้อ"
ซูฉางเซิ่งชะเง้อคอมองดู เห็นซ่งหยวนถูกชายสองคนคุมตัวเดินไป เขาจึงเริ่มรู้สึกไม่ปกติ "ดูเหมือนเขาจะเจอเื่ยุ่งยากเข้าแล้วนะ"
ซูฉางอวี้ปรายตามองไปทางที่พวกเขามุ่งหน้าไปอย่างไม่ใส่ใจ "บางทีอาจจะเป็คนรู้จักกันก็ได้ จะไปยุ่งเื่คนอื่นทำไมกัน"
นางเอ่ยเรียบๆ "ท่านแม่บอกให้พวกเรารีบกลับ"
